Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Tubal Infertility in Srinagarind Hospital

ภาวะมีบุตรยากเนื่องจากความผิดปกติของท่อนำไข่ในโรงพยาบาบศรีนครินทร์

สุพัชญ์ สีนะวัฒน์ 1, จิริชุดา ปัทมดิลก 2, กนก สีจร 3




บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ :     เพื่อศึกษาความชุกของความผิดปกติที่ท่อนำไข่ในสตรีที่มีบุตรยากที่มารับการ

รักษาในโรงพยาบาลศรีนครินทร์

 

รูปแบบการทำวิจัย :            การวิจัยเชิงพรรณา

 

สถานที่ทำวิจัย :  คลินิกมีบุตรยากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

กลุ่มตัวอย่าง :     สตรีมีบุตรยากจำนวน      523    ราย       ที่ได้รับการดูแลรักษาที่คลินิกมีบุตรยาก  

โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2541  ถึง  31 ธันวาคม 2543

 

ตัววัดที่สำคัญ :   ความชุกของความผิดปกติที่ท่อนำไข่

 

ผลการวิจัย :        ในจำนวนผู้ป่วย 523 รายที่ทำการศึกษา มีผู้ป่วย 387 ราย (ร้อยละ 74.0) ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะมีบุตรยากแบบปฐมภูมิ ในขณะที่ผู้ป่วยส่วนที่เหลือจำนวน 136 ราย (ร้อยละ 26.0) มีภาวะมีบุตรยากแบบทุติยภูมิ ระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้ป่วยเผชิญภาวะมีบุตรยากคือ 5.0 ปี วิธีการที่ใช้ตรวจประเมินท่อนำไข่ในการศึกษานี้ได้แก่ การตรวจด้วยวิธีฉีดสีเข้าโพรงมดลูก (ทำในผู้ป่วย 417 ราย หรือร้อยละ 79.7) การผ่าตัดส่องกล้องสำรวจช่องท้อง (ทำในผู้ป่วย 18 ราย หรือ ร้อยละ 3.4) หรือใช้วิธีการทั้งสองอย่างร่วมกัน (ทำในผู้ป่วย 88 ราย หรือร้อยละ 16.8)  การศึกษานี้พบว่าในผู้ป่วยที่ถูกเลือกเข้าทำการศึกษามีความชุกของความผิดปกติที่ท่อนำไข่เท่ากับร้อยละ  26.8 (140 จาก 523 ราย) ซึ่งชนิดของความผิดปกติที่ท่อนำไข่ที่ตรวจพบ คือ  ท่อนำไข่ส่วนต้นอุดตัน  (ร้อยละ 42.8)   ท่อนำไข่มีพยาธิสภาพหลายตำแหน่ง (ร้อยละ 32.9) ท่อนำไข่ส่วนปลายอุดตัน (ร้อยละ 9.3) ท่อนำไข่บวมน้ำ (ร้อยละ 5.7) ภาวะพังผืดรอบท่อนำไข่ (ร้อยละ 5.7) และความผิดปกติอื่นๆ (ร้อยละ 3.6) สำหรับพยาธิสภาพร่วมในอุ้งเชิงกรานที่พบจากการส่องกล้องสำรวจช่องท้องได้แก่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (ร้อยละ 55.7) พังผืดในอุ้งเชิงกราน (ร้อยละ 27.4) เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก (ร้อยละ 12.3) และถุงน้ำรังไข่ (ร้อยละ 0.9)

 

สรุป :     ความผิดปกติที่ท่อนำไข่เป็นภาวะที่พบได้ถึง 1 ใน4 ของสตรีที่มีภาวะมีบุตรยากที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ การศึกษาเพิ่มเติมเพื่อสืบค้นถึงสาเหตุของพยาธิสภาพเหล่านี้จะมีประโยชน์ในการป้องกันความผิดปกติที่ท่อนำไข่อันเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก

 

Abstract

Objective: To determine the prevalence of tubal abnormalities among infertile patients treated at  Srinagarind Hospital.

Design: A descriptive study

Setting: Infertility clinic, Srinagarind hospital, Faculty of Medicine, Khon Kaen University, Thailand.

Subject: Total of 523 female patients being treated at infertility clinic, Srinagarind hospital between  1 January  1998 to31  December 2000.

Method: A retrospective review of demographic data, baseline infertility information and the results of tubal assesments (including both hysterosalpingography and laparoscopy) were conducted.

Main outcome measure: Prevalence of tubal abnormalities in infertile females being treated in our infertility clinic during the study period.

Results: Among the 523 patients being recruited to this study, 387 cases (74.0%) were diagnosed with primary infertility while the rest (136 patients or 26.0%) came to the clinic due to secondary infertility. The mean infertile period of all study subjects was 5.0 years. Regarding the methods used for tubal assessments, hysterosalpingography (HSG), laparoscopy and combination of the two methods were conducted in 417 cases (79.7%), 18 cases (3.4%) and 88 cases (16.8%), respectively. The prevalence of tubal abnormalities demonstrated in this study was 26.8 % (140 from 523 cases). Among the 140 patients with tubal abnormalities, the pathologies detected were cornual occlusion (42.8%), combined tubal abnormalities (32.9%), distal tubal occlusion (9.3%), hydrosalpinx (5.7%), peritubal adhesion (5.7%), and other abnormalities (3.6%). Other pelvic pathologies detected from laparoscopy were endometriosis (55.7%), pelvic adhesion (27.4%), leiomyoma (12.3%), and ovarian cyst (0.9%).

Conclusion: Tubal abnormalities was detected in over one-fourth of all infertile females being treated at Srinagarind hospital.  Furhter study investigating the etiologies of these abnormalities is needed since it could be the measure to bring down the occurrence of   such conditions.

 

. . . Full text.
Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Heman Genome Project and Infertility Practice (โครงการจีโนมมนุษย์กับการดูแลรักษาภาวะมีบุตรยาก)
 
Zinc Level in Seminal Plasma of Infertile men (ระดับสังกะสีในน้ำอสุจิ( seminal plasma)ในชายที่มีบุตรยาก)
 
Reversal of Sterilization by Microsurgery in Srinagarind Hospital (การผ่าตัดแก้หมันโดยวิธีจุลศัลยกรรมในโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
Male Factor Infertility in Srinagarind Hospital (ภาวะมีบุตรยากเนื่องจากสาเหตุฝ่ายชายในโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Fertility and infertility
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0