วารสารฉบับนี้ ได้หมดอายุการเซ็นสัญญากับทางบริษัทแล้ว
กรุณาติดต่อผู้ประสานงานของระบบ e-journal (www.ejnal.com หรือ ejnalstaff@gmail.com)


Srinagarind Medical Journal
Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

The Correlation of Bone Mineral Densities among the Lumbar Spines, Proximal Femur and Distal Forearm

ความสัมพันธ์ของค่าความหนาแน่นของกระดูกระหว่าง กระดูกสันหลังส่วนบั้นเอวกระดูกบริเวณข้อสะโพกและกระดูกท่อนแขนส่วนปลาย

Suppasin Soontrapa1 (ศุภศิลป์ สุนทราภา) 1, Charoonsak Somboonporn (จรูญศักดิ์ สมบูรณ์พร) 2, Woraluk Somboonporn (วรลักษณ์ สมบูรณ์พร) 3, Sugree Soontrapa (สุกรี สุนทราภา) 4




วัตถุประสงค์:  เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างค่าความหนาแน่นของแร่ธาตในกระดูก (BMD) ของกระดูกสันหลัง กระดูกบริเวณข้อสะโพก และกระดูกบริเวณท่อนแขนส่วนปลายของสตรี
รูปแบบการศึกษา:  เป็นการศึกษาย้อนหลังเชิงพรรณนา
วิธีการ:  คณะผู้ศึกษาได้ทำการศึกษาย้อนหลังค่า BMD ของผู้ป่วยที่มารับการตรวจความหนาแน่นของแร่ธาตในกระดูก  ณ  โรงพยาบาลศรีนครินทร์  ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม 2540 ถึง เดือน มิถุนายน 2542  โดยใช้เครื่อง  Dual Energy X-ray Absorptiometry (DEXA) วัดใน 3 ตำแหน่งคือ ที่กระดูกสันหลังส่วนบั้นเอว กระดูกบริเวณข้อสะโพก และกรดูกท่อนแขนส่วนปลาย จำนวน 230 ราย ช่วงอายุตั้งแต่ 31-87 ปี (อายุเฉลี่ย 53.5 ปี) ส่วนใหญ่มีสุขภาพแข็งแรง ยกเว้น 10 รายที่เป็นโรคกระดูกพรุน
ผลการศึกษา:  ค่า BMD ที่ทุกตำแหน่งมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) โดยพบว่าค่าสัมประสิทธิ์แห่งความสัมพันธ์ (R) ระหว่างกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอวและกระดูกบริเวณข้อสะโพกประมาณ 0.7  ระหว่างกระดูกท่อนแขนส่วนปลายประมาณ 0.6 และประมาณ 0.5-0.6 สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างกระดูกบริเวณข้อสะโพกและกระดูกท่อนแขนส่วนปลาย
      หลังจากนั้นได้ทำการแบ่งกลุ่มผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่มโดยกลุ่มแรกมีจำนวน 88 รายอยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 50 ปีลงไป กลุ่มนี้ถือเป็นตัวแทนของกลุ่มสตรีที่ยังไม่หมดประจำเดือน  ขณะที่กลุ่มสองมีจำนวน 142 รายอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป  ซึ่งกลุ่มนี้ถือเป็นตัวแทนของกลุ่มสตรีภายหลังหมดประจำเดือน
     ในกลุ่มแรกพบค่า  BMD  ที่ทุกตำแหน่งมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) โดยพบว่าค่าสัมประสิทธิ์แห่งความสัมพันธ์ (r) ระหว่างกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอวและกระดูก  บริเวณข้อสะโพกประมาณ 0.6,  ระหว่างกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอวและกระดูกท่อนแขนส่วนปลายประมาณ 0.5 และประมาณ 0.4-0.6  สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างกระดูกบริเวณข้อสะโพกและกระดูกท่อนแขนส่วนปลาย
     ในกลุ่มที่สองพบว่า  BMD  ที่ทุกตำแหน่งมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) โดยพบว่าค่าสัมประสิทธิ์แห่งความสัมพันธ์ (r)  ระหว่างกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอวและกระดูกบริเวณข้อสะโพกประมาณ 0.7, ระหว่างกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอวและกระดูกท่านแขนส่วนปลายประมาณ 0.5-0.6 และประมาณ 0.5-0.7  สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างกระดูกบริเวณข้อสะโพกและกระดูกท่อนแขนส่วนปลาย
สรุป:  ค่าความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูกทั้งสามตำแหน่งพบมีความสัมพันธ์กันในเชิงเส้นตรงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีค่าความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง  แต่ระดับความสัมพันธ์ระหว่างกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอวและกระดูกบริเวณข้อสะโพกมีสูงกว่าความสัมพันธ์ระหว่างกระดูกท่อนแขนส่วนปลายกับบริเวณอื่น

Purpose:  To determine the correlation of bone mineral density (BMD) among the lumbar spines, proximal femur, and distal forearm in women.
Design:  Retrospective, descriptive study
Materials:  and Methods:  We reviewed the results of bone mineral density performed at Srinagarind Hospital from May 1997 to June 1999.  Dual energy X-ray absorptiometry (DEXA) technique was used to determine the bone mineral densities (BMDs) at the lumbar spines, proximal femur, and distal forearm in 230 women of age range from 31 to 87 years (mean age = 53.5 years).  Most cases were healthy, with only 10 cases being osteoporotic.
Results:  A significant correlation (p<0.001) was found among the three parts of the skeleton examined.  The correlation coefficient (r) was approximately 0.7 between the lumbar spines (average BMD of L2 to L4) and various parts of the proximal femur, was 0.6 between the lumbar spines and various parts of the distal forearm, and was 0.5-0.6 between various parts of the proximal femur and various parts of the distal forearm.
 We subdivided the data into two groups, Group 1 with 88 cases aged < 50 years, this group represented pre-menopausal group.  Group 2 with 142 cases older than 50 years of age, this group represented postmenopausal group.
 The correlation coefficient at p<0.001, in Group 1 was approximately 0.6 between the lumbar spines (average BMD of L2 to L4) and various parts of the proximal femur, was 0.5 between the lumbar spines and various parts of the distal forearm, and was 0.4-0.6 between various parts of the proximal femur and various parts of the distal forearm.
 The correlation coefficient at p<0.001 in Group 2 was approximately 0.7 between the lumbar spines (average BMD of L2 to L4) and various parts of the proximal femur, was 0.5-0.6 between the lumbar spines and various parts of the distal forearm, and was 0.5-0.7 between the various parts of the proximal femur and various parts of the distal forearm.
Conclusions:  The BMD of all three parts of the skeleton investigated had significant linear correlation with each other, with mild to moderate degree of correlation.  However, the degree of correlation between the lumbar spines and various parts of the proximal femur was higher than that between the distal forearm and the other parts.
. . . Full text.
Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

An Analysis of Orthopedic Injury Profiles of Pedestrian-Motor Vehicle in District Hospital (การวิเคราะห์รูปแบบภยันตรายทางออร์โธปิดิกส์ที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในโรงพยาบาลชุมชน)
 
Risk Factors Analysis of Gram-Negative Osteomyelitis (การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อกรัมลบในโพรงกระดูก)
 
Prevalence of Vitamin D Deficiency among Postmenopausal Women at Srinagarind Hospital, Khon Kaen Province, Thailand. (ความชุกของภาวะขาดวิตามินดีในสตรีวัยทองที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น)
 
Appropriate Tibial Tunnel Angle and Knee Flexion Angle for Aiming Femoral Insertion in Endoscopic Anterior Curciate Ligament Reconstruction (มุมอุโมงค์ที่กระดูกแข้ง และมุมงอเข่าที่เหมาะสมในการเล็งจุดเกาะของเอ็นไขว้หน้า)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Orthopedics
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0