Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Position of Resuscitative Endovascular Balloon Occlusion of the Aorta (REBOA) in Thai People

การศึกษาตำแหน่งของการใช้บอลลูนอุดตันเส้นเลือดแดงใหญ่เพื่อห้ามเลือดในการกู้ชีวิตในคนไทย

Panu Teeratakulpisarn (ภาณุ ธีรตกุลพิศาล) 1, Supatcha Prasertcharoensuk (สุภัชชา ประเสริฐเจริญสุข) 2, Chaiyut Thanapaisal (ไชยยุทธ ธนไพศาล) 3, Narongchai Wongkonkitsin (ณรงชัย ว่องกลกิจศิลป์) 4, Phati Angkasith (ผาติ อังคสิทธิ์) 5




หลักการและวัตถุประสงค์: สาเหตุของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากภาวะเลือดออกในช่องท้อง ในสถานการณ์ปัจจุบัน การใช้บอลลูนอุดตันเส้นเลือดแดงใหญ่เพื่อห้ามเลือดในการกู้ชีวิตมีบทบาทในการห้ามเลือดในช่องท้องและอุ้งเชิงกราน แต่การทำหัตถการนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเพื่อยืนยันตำแหน่งที่เหมาะสมของอุปกรณ์ เช่น เครื่องส่องภาพรังสี แต่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่มีเครื่องมือนี้ที่ห้องฉุกเฉิน จึงเป็นที่มาของการศึกษานี้ เพื่อศึกษาตำแหน่งที่เหมาะสมในการใส่บอลลูนเปรียบเทียบกับอวัยวะภายนอกของร่างกาย

วิธีการศึกษา: ศึกษาจากร่างอาจารย์ใหญ่ โดยศึกษาเปรียบเทียบระยะภายนอก (คอหอย ลิ้นปี่ และสะดือ) และระยะทางภายในหลอดเลือด (หลอดเลือดแดง Subclavian, หลอดเลือดแดง celiac, หลอดเลือดไตซ้าย และจุดแยกของเส้นเลือดแดงใหญ่) กับบริเวณที่แทงเข็มทำหัตถการ (ขาหนีบ)

ผลการศึกษา: จากร่างอาจารย์ใหญ่ 22 ร่าง พบว่า ค่าเฉลี่ยของระยะภายนอกจากขาหนีบขวาไปยังสะดือ ลิ้นปี่และคอหอยเท่ากับ 19.20, 32.26, 53.42 ซม. จากขาหนีบซ้าย เท่ากับ 19.25, 32.62, 53.65 ซม. ระยะทางภายในหลอดเลือดจากขาหนีบขวาไปยังจุดแยกของเส้นเลือดแดงใหญ่ หลอดเลือดไตซ้าย หลอดเลือดแดง celiac และ หลอดเลือดแดง Subclavian เป็น 21.37, 30.47, 33.95, 55.97 ซม. จากข้างซ้ายเป็น 20.69, 29.72, 32.87, 56.20 ซม. โดยมีระยะห่างของอวัยวะภายนอกกับความยาวภายในหลอดเลือดที่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ ขาหนีบขวาถึงสะดือกับจุดแยกของเส้นเลือดแดงใหญ่ (p=0.0385) และขาหนีบขวาถึงคอหอยกับหลอดเลือดแดง subclavian (p=0.303)

สรุป: การใช้อวัยวะภายนอกในการประมาณความยาวการใช้บอลลูนอุดตันเส้นเลือดแดงใหญ่เพื่อห้ามเลือดในการกู้ชีวิต ร่วมกับการประเมินการตอบสนองของผู้บาดเจ็บนั้นสามารถทำได้ อย่างไรก็ตามการใช้อวัยวะภายนอกเป็นจุดอ้างอิงตำแหน่งเพียงอย่างเดียวนั้น ต้องทำการศึกษาต่อไป

 

Background and Objective: Major cause of trauma death worldwide is from non-compressible torso hemorrhage. Currently, Resuscitative Endovascular Balloon Occlusion of the Aorta (REBOA) plays role in control of intraabdominal bleeding. Therefore, it is necessary to use several methods to confirm the position of the balloon precisely, such as fluoroscopy. But most hospitals in Thailand do not support fluoroscopic machine in ER. This study aimed to determine the intravascular length for placement REBOA and compare to the appropriate locations of external landmarks of the body.

Method: Human cadaveric study, external anatomical (sternal notch, xyphoid process and umbilicus) and intravascular (left subclavian artery (LSA), celiac trunk (CT), lowest renal artery (LRA) and aortic bifurcation (AB)) landmarks from puncture sites. The landing zones were calculated with intravascular landmarks.

Results: Twenty-two cadavers were analyzed. Mean external landmarks from right groin to umbilicus, xyphoid, sternal notch were 19.20, 32.26, 53.42 cm. and from left groin were 19.25, 32.62, 53.65 cm. The mean intravascular distance from right puncture site to AB, LRA, CT, LSA were 21.37, 30.47, 33.95, 55.97 cm. and from left puncture site were 20.69, 29.72, 32.87, 56.20 cm. There are statistically significant of clinical correlations between external and intravascular length of right groin - umbilicus with right puncture site - AB (p=0.0385) and right groin - sternal notch with right puncture site - LSA root (p=0.303).

Conclusion: The use of external anatomical landmarks to estimate length of REBOA in Zone-1 and Zone-3 with evaluate the clinical response is safe to perform the procedure.

 

. . . Full text.
Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

 
Current concept in management of cholangiocarcinoma (โรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma))
 
Comparative Study Between the Conventional Endoscopic Cholecystectomy of Paient with Gall Stone using the Operative Assistants and Endoscopic Cholecystectomy using the new Innovated Adjustable Telescopic Holder (การศึกษาเปรียบเทียบการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีกล้องวิดิทัศน์ด้วยการใช้เครื่องมือช่วยจับถือกล้องวิดิทัศน์ (Adustable Telescopic Holder) ที่ประดิษฐ์ขึ้นเองกับการใช้ผู้ช่วยผ่าตัดถือกล้องวิดิทัศน์)
 
Laparoscopic Cholecystectomy (การผ่าตัดถุงน้ำดีทางกล้องวิดีทัศน์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Surgery
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0