Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Development of Prescribing Error Program for Reporting in Srinagarind Hospital

การพัฒนาโปรแกรมเพื่อรายงานผลความคลาดเคลื่อนการสั่งใช้ยาของโรงพยาบาลศรีนครินทร์

Piangpen Chanatepaporn (เพียงเพ็ญ ชนาเทพาพร) 1




หลักการและวัตถุประสงค์: ความคลาดเคลื่อนการสั่งใช้ยา ถือเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของโรงพยาบาล ที่เป็นการรับประกันคุณภาพการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย ให้มีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยจากการใช้ยา เนื่องจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ขาดการเก็บข้อมูลที่ดี  การพัฒนานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้ในการบันทึกและรายงานผลความคลาดเคลื่อนการสั่งใช้ยา ที่นำไปสู่การทราบชนิดและรูปแบบความคลาดเคลื่อนการสั่งใช้ยา

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา โดยการพัฒนาโปรแกรมการเก็บข้อมูลและประมวลผล “Prescribing error Program” จาก Microsoft Access 2007 ทำการเก็บข้อมูลความคลาดเคลื่อนการสั่งใช้ยาจากการคัดกรองใบสั่งยาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ณ ห้องจ่ายยา โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ถึง 30 กันยายน 2560 

ผลการศึกษา: พบความคลาดเคลื่อนการสั่งใช้ยาผู้ป่วยนอก 974 ครั้ง คิดเป็น 1.58 ครั้งต่อหนึ่งพันใบสั่ง  ภาควิชาที่พบปัญหามากที่สุด คือ อายุรศาสตร์ (ร้อยละ 37.17)  รองลงมาคือ กุมารเวชศาสตร์ (ร้อยละ 19.20) และ ศัลยศาสตร์ (ร้อยละ 9.65) ตามลำดับ ประเภทปัญหาที่พบจากการสั่งใช้ยามากที่สุดคือ การสั่งวิธีใช้ยาไม่ชัดเจน/คลุมเครือ (ร้อยละ 39.57)  รองลงมาคือ การสั่งยาซ้ำซ้อน (ร้อยละ 11.91) และ การระบุจำนวนยาไม่ถูกต้อง (ร้อยละ 11.29)  ระดับความรุนแรงส่วนใหญ่เป็นความคลาดเคลื่อนที่ไม่มีผลกระทบต่อผู้ป่วย หรือไม่ถึงตัวผู้ป่วย (Category B)  (ร้อยละ 99.38)      ส่วนความคลาดเคลื่อนการสั่งใช้ยาผู้ป่วยในพบ 693 ครั้ง คิดเป็น 0.634 ครั้งต่อหนึ่งพันใบสั่ง ภาควิชาที่พบปัญหามากที่สุด คือ อายุรศาสตร์ (ร้อยละ 43.87) รองลงมาคือ ศัลยศาสตร์ (ร้อยละ 18.90) และกุมารเวชศาสตร์ (ร้อยละ 12.41) ตามลำดับ ส่วนประเภทปัญหาที่พบจากการสั่งใช้ยามากที่สุดคือ การบันทึกคำสั่งในระบบสารสนเทศโรงพยาบาลไม่ตรงกับใบสั่ง (ร้อยละ 17.75)   รองลงมาคือ ขนาดยามากเกินไป (ร้อยละ 15.73) และ ความแรงไม่ชัดเจนหรือไม่ถูกต้อง (ร้อยละ 6.78)   ระดับความรุนแรงส่วนใหญ่เป็นความคลาดเคลื่อน Category B (ร้อยละ 84.13)     

สรุป: โปรแกรมนี้ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการการจัดเก็บ สืบค้น  ตลอดจนการวิเคราะห์และรายงานผลความคลาดเคลื่อนการสั่งใช้ยา ทำให้เกิดความรวดเร็วทันเวลาในการนำข้อมูลความคลาดเคลื่อนการสั่งใช้ยามาหาแนวทางการแก้ไขและป้องกัน  ที่อาจนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วย

Background and Objective: One of indicators for assessment quality of hospital  was prescribing error. Which could guarantee the effectiveness in treatment  and safety of medication use in patients. Because of Srinagarind hospital lacks of the effective method to collect prescribing errors. The objectives of this study were to introduce the computer technology into the process for collecting and reporting data of prescribing errors. Thus, leading to identify the types and formats of prescribing errors.

Methods: This study was a descriptive study, designed and developed “Prescribing error program” with the Microsoft access 2007. Data was collected from prescription of the out-patients and in-patients at pharmacy service in Srinagarind hospital, during October 1st 2016 to September 30th 2017.

Results: Nine hundred and seventy-four prescribing errors were detected in out-patient’s prescription (1.58 per 1,000 prescriptions). The most frequently found in “medicine department” (37.17%), followed by “pediatrics department” (19.20%) and “surgery department” (9.65%), respectively. The most common type of problem were “unclear dosage regimen” (39.57%), followed by “drug duplicate” (11.91%) and “wrong amount of medicines” (11.29%), respectively. The most severity of identified prescribing errors was classified as level B (99.38%). In the part of in-patients’s prescription, there were 693 prescribing errors (0.634 per 1,000 prescriptions). The most frequently found in “medicine department” (43.87%), followed by “surgery department” (18.90%) and “pediatrics department” (12.41%),  respectively. The most common type of problem were “the save command in the hospital information system does not match prescriptions” (17.75%), followed by “over dose” (15.73%) and “unclear or wrong of  drug strength” (6.78%),  respectively. The most severity levels of prescribing errors was classified as level B (84.13%).

Conclusions: This program was an innovation of technology for collecting, retrieving including analyzing and reporting prescribing errors. They could summarize the problems in time and input data for future in order to solve and prevent the prescribing errors. This program may increase efficiency in providing pharmaceutical care to the patients.

 

. . . Full text.
Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Cancer Chemoprevention from Dietary Phytochemical (เคมีป้องกันมะเร็ง :กลไกการป้องกันของยาและสารจากธรรมชาติ)
 
Role of Natural Products on Cancer Prevention and Treatment (บทบาทของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในการป้องกันและรักษามะเร็ง)
 
Prescription-Event Monitoring: New Systematic Approach of Adverse Drug Reaction Monitoring to New Drugs (Prescription-Event Monitoring: ระบบการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาใหม่ )
 
The use of Digoxin in Pediatrics (การใช้ยาดิจ๊อกซินในเด็ก)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Pharmacology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0