Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Factors related to Safety Working Behavior among the Farmers in Tha Muang District, Kanchanaburi Province

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยของเกษตรกร อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

Chatchai Thanachoksawang (ชัชชัย ธนโชคสว่าง) 1, Akaphol Kaladee (เอกพล กาละดี) 2, Goontalee Bangkadanara (กุณฑลีย์ บังคะดานรา) 3




หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันเกษตรกรมีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการเพิ่มผลผลิตด้านการเกษตรเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันเกษตรกรมีความเสี่ยงในการสัมผัสอันตรายจากการทำงานด้านต่างๆจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นอกจากนี้พฤติกรรมการทำงานอาจส่งผลทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเป็นโรคจากการประกอบอาชีพได้มีพฤติกรรมเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน ดังนั้น การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์หาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยของเกษตรกร อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี วิธีการศึกษา: ผู้วิจัยเก็บข้อมูลในกลุ่มเกษตรกร อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี จำนวนทั้งหมด 250 ราย โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage sampling) กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมการศึกษา โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามพฤติกรรมการทำงานของเกษตรกร การตระหนักถึงอันตรายจากการทำงานด้านกายภาพ สารเคมี ชีวภาพและการยศาสตร์ และการรับรู้ถึงอันตรายในการทำงานด้านกายภาพ สารเคมี ชีวภาพและการยศาสตร์ข้อมูลที่ได้วิเคราะห์โดยสถิติเชิงพรรณนาทดสอบไคสแควร์ทดสอบสหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษา: จากการศึกษาซึ่งได้รับแบบสอบถามตอบกลับมาจํานวน 250 ฉบับ พบว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการทำงานของเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.035) โดยผู้ที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะมีพฤติกรรมที่ดีเป็น 1.98 เท่า (95%CI เท่ากับ 1.05-3.72) ของผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ส่วนปัจจัยสถานะของการประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการทำงานของเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.041) โดยผู้ที่เป็นลูกจ้างพฤติกรรมดีเป็น 2.26 เท่า (95%CI เท่ากับ 1.03-4.93) ของผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ และปัจจัยการได้รับอันตรายจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการทำงานของเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.042) โดยผู้ไม่เคยได้รับอันตรายจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีพฤติกรรมที่ดีเป็น 1.92 เท่า (95%CI เท่ากับ 1.02-3.70) ของผู้ที่เคยได้รับอันตรายจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม สรุป:ปัจจัยการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สถานะของการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการได้รับอันตรายจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยของเกษตรกร ส่วนปัจจัยอื่นๆไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการทำงานที่ปลอดภัยของเกษตรกร อย่างไรก็ตามควรมีการส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงาน Background and Objective: Nowadays, most of farmers use technology to gain more products by using motorized equipments, pesticides, fertilizers, and genetic engineering. By this way they have high risk to expose to many hazards from these technology as well as work with unsafe working behavior by getting injuries or occupational diseases. Safety working behavior is a key factor which could be prevent the accidents at work. Therefore, the aim of this study was to determine the factors related to safety working behaviors of the farmers in Tha Muang District, Kanchanaburi Province. Methods: Two Hundred and fifty farmers in Tha Muang District, Kanchanaburi Province were selected by Multi-stage sampling method. All participants volunteered to participate in this study and signed the informed consent form. The questionnaires comprised of demographic data, working behavior, and the recognition and the perception on physical, chemical, biological, and ergonomic hazards in working conditions. All data were analyzed by Descriptive Statistics, Chi – square, Pearson’s Correlation Coefficient and Multiple Logistic Regression analysis. Results: The study found that drinking alcohol significantly related to safety working behavior at p=0.035, and the farmers who did not drink alcohol had a better safety working behavior than the farmers who drank alcohol at 1.98 times (95%CI =1.05-3.72). Types of employment significantly related to safety working behavior at p=0.041 and farmers who were the employee had a better safety working behavior more than farmers who were the employers at 2.26 times (95%CI = 1.03-4.93). Moreover, the getting accident from work significantly related to safety working behavior at p=0.042 and farmers who never gotten an accident had a better safe working behavior more than farmers who had ever got an accident at 1.92 times (95%CI = 1.02-3.70). Conclusion: Drinking alcohol, type of employment, and had ever got an accident have significantly related to safety working behavior. Other factors did not affect to safety working behavior in this farmer group. However, the occupational health care should be promoted to farmers to understand their risk and to recognize on safety. . . . Full text.
Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Genomic structure and expression analysis of the spastic paraplegia gene, SPG7
 
The problems of seeking continuous medical care of patients with paralysis in Nonmuang village T.sila A.muang Khon Kaen (ปัญหาการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยอัมพาต ณ หมู่บ้านโนนม่วง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น)
 
Health Service Utilization of the Patients under the Social Security Scheme, Newly Registered in 2004 at Srinagarind Hospital (การใช้บริการของผู้ป่วยประกันสังคมรายใหม่ สังกัดโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ปี 2547)
 
Knowledge and behavior of Khon Kaen University student for ear picking (ความรู้และพฤติกรรมในการแคะหูของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Community Medicine
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0