Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Clinical Nursing Practice Guideline for Acute Pain Management in Critically Ill Patients

แนวปฏิบัติการพยาบาลในการจัดการความปวดเฉียบพลันในผู้ป่วยวิกฤตหอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม

Lamduan Meepap (ลำดวน มีภาพ) 1, Nonglak Methakanjanasak (นงลักษณ์ เมธากาญจนศักดิ์ ) 2, Donwiwat Saensom (ดลวิวัฒน์ แสนโสม) 3




หลักการและวัตถุประสงค์ : ความปวดเป็นประสบการณ์ของผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรมที่พบมากซึ่งสาเหตุเกิดจากการทำหัตถการ การผ่าตัด พยาธิสภาพของโรค การวินิจฉัยต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความทุกข์ทรมานหากไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้องและเหมาะสม การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลในการจัดการความปวดเฉียบพลันในผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม  ในหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤตอายุรกรรมชายหญิง 4ข โรงพยาบาลศรีนครินทร์

วิธีการศึกษา :   อาศัยการศึกษาแบบ  Quasi – experimental research  ชนิด pretest – posttest  Intervention Design ของสองกลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจงประกอบด้วยกลุ่มที่ได้รับการดูแลตามปกติ  60 ราย  กลุ่มที่ใช้แนวปฏิบัติ 60 ราย และพยาบาลที่ใช้แนวปฏิบัติ 21 ราย โดยเก็บข้อมูล pretest ระหว่าง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2560  และเก็บข้อมูล posttest ระหว่างวันที่ 16 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2560  เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1) แนวปฏิบัติการพยาบาลในการจัดการความปวดเฉียบพลันในผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรมที่พัฒนาขึ้นเอง  2) แบบรวบรวมข้อมูล ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างและข้อมูลผลลัพธ์จากการใช้แนวปฏิบัติ  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบผลลัพธ์การใช้แนวปฏิบัติระหว่างกลุ่มตัวอย่างใช้สถิติ Chi-square, Independent t - test และ Relative risk

ผลการศึกษา : พบว่า ผลลัพธ์ของการจัดการความปวดในกลุ่มที่ใช้แนวปฏิบัติเพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มที่ได้รับการดูแลตามปกติเกือบทุกตัว  ดังนี้  ได้รับการประเมินความปวดครบถ้วนมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือร้อยละ 98.3 และ 8.3 โดยได้รับการประเมินความปวดครบถ้วนถึง 55.5 เท่า (RR = 55.5,95% CI = 7.9-384.7)  ได้รับการจัดการความปวดมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ ร้อยละ 82.8 และ 52.3  โดยได้รับการจัดการความปวด 2.35 เท่า ( RR =2.3, 95% CI = 1.4-3.8)  ได้รับการประเมินความปวดซ้ำมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ  ร้อยละ 61.7 และ 1.7  โดยได้รับการประเมินความปวดซ้ำถึง 2.5 เท่า ( RR =2.5, 95% CI =1.8-3.5)  การบันทึกเกี่ยวกับการจัดการความปวดได้อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอเพิ่มขึ้นมากกว่า ( ร้อยละ 36.7 และ 26.7, p =.242)  และผู้ป่วยมีความพึงพอใจต่อการจัดการความปวดโดยรวมมากกว่า(ร้อยละ 86.0 และ 72.5,  p =.059)  อย่างไรก็ตาม ทั้งสองกลุ่มมีค่าคะแนนความปวดลดลงหลังจัดการความปวดไม่แตกต่างกัน (ค่าเฉลี่ยความปวด = 3.46 และ 3.62  คะแนน, p = .277)   พยาบาลผู้ใช้แนวปฏิบัติมีการบันทึกเกี่ยวกับการจัดการความปวดมากกว่า (ร้อยละ 36.7 และ 26.7, p =.242) มีความคิดเห็นว่าแนวปฏิบัติมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้งานอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 87.1) และสามารถสามารถปฏิบัติได้ตามสาระสำคัญของแนวปฏิบัติเป็นส่วนมาก (ร้อยละ 71.2) 

สรุป  การศึกษาครั้งนี้ยืนยันว่าแนวปฏิบัติส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อการได้รับการจัดการความปวดเฉียบพลันในผู้ป่วยวิกฤต เช่น ส่งผลให้ได้รับการประเมินความปวดมากขึ้น ได้รับการจัดการความปวดมากขึ้นและพึงพอใจต่อการจัดการความปวดมากขึ้น แต่ยังพบว่าความปวดที่ลดลงไม่แตกต่างกัน ซึ่งอาจเกิดจากแนวปฏิบัติยังไม่มีข้อแนะนำในการจัดการความปวดที่เฉพาะเจาะจงต่อสาเหตุของความปวด ดังนั้น ผู้วิจัยควรปรับปรุงแนวปฏิบัติเพื่อให้สามารถลดความปวดในผู้ป่วยวิกฤตต่อไป

 

Background and Objective :  Critically ill patients are exposed to many therapeutic or diagnostic procedures that can produce painful and distressing experiences. This study aimed to evaluate the effects of implementing a clinical nursing practice guideline (CNPG) for acute pain management among the critically ill patients

 Method: This quasi-experimental study is pretest-posttest design for evaluated the effects of implementing CNPG  in two groups of patients in the Semi-critical care medical ward of Srinagarind hospital during February and April 2017.  Subjects consisted of 60 critically ill patients receiving routine pain management, 60 critically ill patients receiving pain management based on the CNPG for acute pain management and 21 registered nurses who implemented the CNPG.  Research instruments included the CNPG for acute pain management, and data collection forms that gather demographic information and information related to the CNPG outcomes.  Descriptive statistics were used to summarize the data.  Chi-squares, independent t-test and relative risks were calculated to compare effects of implementing the CNPG between two patients groups.

Results :  patients who had their pain managed based on the CNPG protocol were 55.5 times more likely to receive comprehensive pain assessment compared to those received routine care(98.3% vs 8.3%, RR = 55.5, 95% CI = 7.86-384.7).They were 2.3 times more like to received pain management (82.8% vs 52.3%, RR =2.3, 95% CI = 1.4-3.8)  and 2.56 times more likely to be reassess for pain after pain management intervention (61.7% vs 1.7% r, RR =2.5, 95% CI =1.8-3.54).  In addition, patients cared by the CNPG reported higher level of satisfaction with pain management than their counterparts (86.1% vs 72.5%, p = 0.059).  However, the average pain reductions after pain management were not different between the two groups (3.5 vs 3.6, p = .277).  Furthermore, nurses who implemented the CNPG had increased proportion of complete and regular pain management documentation (36.7% vs 26.7, p =.242).  Nurses reported high level of feasibility for implementing the CNPG in actual practice (87.1%) and had a moderately high level of CNPG adherence (71.2%). 

Conclusion : This study reflects  this CNPG is effective for acute pain management among critically ill patients. They more likely to received pain assessment, received pain management and higher level of satisfaction with pain management. But the average pain reductions after pain management were not different because this CNPG don’t have the suggestion for specific management for cause of pain. So that researcher should be developing of CNPG for reduction pain in critically ill.

 

. . . Full text.
Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Trichinosis (โรคทริคิโนสิส)
 
A comparison in Newborns of the In situ Duration, Phlebitis and Daily Needle Cost of Scalp Intravenous Uning Steel Needles vs. Intravenous Catheters (เปรียบเทียบการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำส่วนปลายบริเวณศรีษะในผู้ป่วยทารกแรกเกิดระหว่างเข็มเหล็กกับเข็มพลาสติก ต่อระยะเวลาคงอยู่การเกิดหลอดเลือดดำอักเสบและราคาของเข็มที่ใช้ต่อวัน)
 
Update Treatment for Osteoporosis (Update Treatment for Osteoporosis)
 
Solitary Pulmonary Nodule : Evaluation and Management (ก้อนเดี่ยวในปอด : การดูแลและรักษา)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Medicine
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0