Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Comparison Study of Computed Tomographic Characteristics between Arterial Phase and Portovenous Phase of Cholangiocarcioma by Multidetector CT

การศึกษาเปรียบเทียบลักษณะภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ระหว่างช่วงหลอดเลือดแดงและช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัลของมะเร็งท่อน้ำดีด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดมัลติดีเทคเตอร์

Anintita Pornmanee ( อนิลธิตา พรมณี) 1




หลักการและวัตถุประสงค์ : มะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทยพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การวินิจฉัยโรคจึงมีความสำคัญ การวินิจฉัยมะเร็งท่อน้ำดีด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์มีหลายระยะทั้งก่อน และหลังจากฉีดสารทึบรังสีในช่วงหลอดเลือดแดง ช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัล และช่วงยืดเวลา การศึกษานี้สนใจศึกษาเปรียบเทียบลักษณะภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีในช่วงหลอดเลือดแดง และช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัล

วิธีการศึกษา : เป็นการศึกษาย้อนหลัง ในผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจวินิจฉัยมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งมีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในระหว่างวันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2559 ในโรงพยาบาลยโสธร ผู้ป่วยทั้งหมดที่มีอาการ อาการแสดง และมีภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เข้าได้กับมะเร็งท่อน้ำดี ร่วมกับข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ข้อ ได้แก่ 1. มีผลการตรวจ Carcinoembryonic Antigen (CEA)  หรือ Carbohydrate Antigen 19-9 (CA19-9)  มากกว่าค่าปกติ 2. มีผลการตรวจทางพยาธิวิทยายืนยัน 3. มีผลการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าได้กับมะเร็งท่อน้ำดี นำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Chi-Square test และ Fisher’s Exact test

ผลการศึกษา : ผลการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของกลุ่มตัวอย่างที่สงสัยมะเร็งท่อน้ำดี 105 ราย พบว่าก้อนมะเร็งในช่วงหลอดเลือดแดง พบ 97 รายน้อยกว่าช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัลที่พบ 102 ราย ลักษณะ tumor enhancement ส่วนใหญ่พบก้อนมะเร็งมีสีดำกว่าเนื้อตับ (hypodense) โดยพบ 84 รายในช่วงหลอดเลือดแดง และ 87 รายในช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัล การตรวจพบต่อมน้ำเหลืองในช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัลพบได้มากกว่าโดยพบ 72 ราย ส่วนช่วงหลอดเลือดแดงพบ 66 ราย การขยายของท่อน้ำดีพบเท่ากันทั้งในช่วงหลอดเลือดแดงและช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัลคือพบ 101 ราย ไม่พบการลุกลามของส้นเลือดแดงทั้งในช่วงหลอดเลือดแดง และช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัล การพบเส้นเลือดแดงตับพบในช่วงหลอดเลือดแดง 105 ราย และช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัล 101 ราย เมื่อนำข้อมูลที่ได้นี้มาทดสอบพบว่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 แต่กลับพบว่าการตรวจพบเส้นเลือดดำพอร์ทัลและเส้นเลือดดำตับในช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัล105 ราย มากกว่าช่วงหลอดเลือดแดง ที่พบเพียง 3 ราย และการลุกลามเส้นเลือดดำในช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัล พบ 38 รายมากกว่าช่วงหลอดเลือดแดงที่พบ 5 ราย ซึ่งพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.05)

สรุป : การตรวจในช่วงหลอดเลือดแดงและช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัลพบก้อนมะเร็ง tumor enhancement ต่อมน้ำเหลือง การขยายท่อน้ำดี เส้นเลือดแดงตับ และลุกลามเส้นเลือดแดง พบว่าผลไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ในส่วนของการตรวจพบเส้นเลือดดำพอร์ทัลและเส้นเลือดดำตับ การลุกลามเส้นเลือดดำ ตรวจพบในช่วงหลอดเลือดดำพอร์ทัลได้มากกว่าในช่วงหลอดเลือดแดง

 

Background and Objective : The population of Northeast Thailand is one of the highest rates of Cholangiocarcinoma. Diagnosis cholangiocarcinoma is importance. Multiphase CT for diagnosis cholangiocarcinoma is used precontrast, arterial phase, portovenous phase and delayed phase. This study aimed to compare computed tomographic characteristics  between arterial phase and portovenous phase assessment cholangiocarcinoma

Methods : A retrospective descriptive study was conducted on cholangiocarcinoma patients diagnosed from January 2016 - December 2016 in Yasothon Hospital. All patients have sign symptom and computed tomographic characteristics of cholangiocarcinoma with at least one choice following by 1. Abnormal CEA or CA19-9 2. Pathological report 3. MRI assessment cholangiocarcinoma. The Chi-Square test and Fisher’s Exact test were used for statistical analysis.   

Results : Of 105 patients , the author was able to detect  tumor mass 97 patients by arterial phase less than102 patients by portovenous phase. Tumor enhancement  most of them were hypodense 84 patients by arterial phase, 87 patients by portovenous phase. Adenopathy 72 patients by portovenous phase more than 66 patients by arterial phase.  Bile duct dilatation were able detect 101 patients by arterial phase equal to portovenous phase. Arterial phase and portovenous phase could not detect arterial involvement. Hepatic artery could detect105 patients by arterial phase, 3 patients by portovenous phase. These findings were not statistically significant (p value >0.05) by Chi-Square test. But venous involvement (5 patients by arterial phase, 38 patients by portovenous), portal vein and hepatic vein (3 patients by arterial phase, 105 patients by portovenous phase) were seen by portovenous phase more than arterial phase (p value <0.05). It was statistically significant by Fisher’s Exact test.

Conclusion : Arterial phase and portovenous phase were detected tumor mass, tumor enhancement, adenopathy, bile duct dilatation, hepatic artery, artery involvement no statistical significant but venous involvement portal vein and hepatic vein by portovenous phase were seen more than arterial phase

 

. . . Full text.
Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0