Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

A Review of Liposomal Amphotericin B Drug Used at Srinagarind Hospital

การทบทวนการใช้ยา Liposomal Amphotericin B ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์

Ratchadaporn Soontornpas (รัชฎาพร สุนทรภาส) 1, Piroon Mootsikapun (ภิรุญ มุตสิกพันธุ์) 2, Cheardchai Soontornpas (เชิดชัย สุนทรภาส) 3




บทคัดย่อ

หลักการและวัตถุประสงค์: Liposomal Amphotericin B (LAMB) เป็นยาในบัญชียา จ (2) ของบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2551 โรงพยาบาลจึงต้องจัดให้มีระบบกำกับและอนุมัติการสั่งใช้ยาที่เหมาะสม รวมถึงมีมาตรการทบทวนหรือประเมินการใช้ยาเพื่อให้เป็นไปตามข้อบ่งใช้และเงื่อนไขการสั่งยา การทบทวนข้อมูลการใช้ยา LAMB ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ในด้านต่างๆ ได้แก่ ปริมาณการสั่งใช้ยา ข้อบ่งใช้ที่สมเหตุผล ขนาดการใช้ยา ระยะเวลาในการใช้ยา ดัชนีชี้วัดระหว่างการใช้ยา และประสิทธิผลการใช้ยา เป็นการปฏิบัติตามมาตรการซึ่งจะสนับสนุนการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลและมีความคุ้มค่าสูงสุด

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาโดยเก็บข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียนผู้ป่วยใน ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2547 ถึง 30 กันยายน 2554

ผลการศึกษา: มีการสั่งใช้ยา LAMB ในผู้ป่วยรวมทั้งสิ้น 26 ราย แต่ผ่านเกณฑ์คัดกรองให้เข้าร่วมการศึกษาจำนวน 16 ราย เป็นผู้ป่วยชาย 12 ราย (ร้อยละ 75.00) อายุเฉลี่ย 45.72 ± 15.44 ปี มีปริมาณการใช้ยาทั้งสิ้น 237 ขวด คิดเป็นมูลค่ารวม 2,100,057 บาท เป็นการสั่งใช้ยาแบบ empiric therapy เพื่อป้องกันการติดเชื้อราในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับจำนวน 8 ราย และในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง จำนวน 1 ราย ส่วนการสั่งใช้ยาแบบ documented therapy มีข้อบ่งใช้ในการรักษาการติดเชื้อ aspergillosis จำนวน 3 ราย cryptococcosis จำนวน 2 ราย mucormycosis sinus จำนวน 1 ราย และ candidiasis จำนวน 1 ราย ขนาดการใช้ยาสำหรับการรักษาแบบ empiric และ documented therapy ในผู้ป่วยคือ 0.57-0.96 มก./กก./วัน และ 2.42-4.00 มก./กก./วัน ตามลำดับ การติดตามตัวชี้วัดในกระบวนการใช้ยา พบว่าผู้ป่วยทุกรายได้รับการสั่งตรวจเพาะเชื้อและทดสอบความไวของเชื้อ การตรวจเม็ดเลือดแบบสมบูรณ์ก่อนการสั่งใช้ยาและระหว่างใช้ยา การตรวจระดับครีเอตินินในเลือดก่อนการสั่งใช้ยาและระหว่างการให้ยา ด้านผลรักษาพบว่าผู้ป่วยมีไข้ลดลงภายใน 3 วัน จำนวน 5 ราย (ร้อยละ 31.25) ระดับเม็ดเลือดขาวกลับสู่ค่าปกติ จำนวน 3 ราย (ร้อยละ 18.75) ตรวจไม่พบเชื้อหลังจากใช้ยา 2 ราย (ร้อยละ 12.50)  ด้านสถานภาพการจำหน่วยผู้ป่วยขณะออกจากโรงพยาบาล ประกอบด้วยดีขึ้น 9 ราย (ร้อยละ 56.25) ไม่ดีขึ้น 2 ราย (ร้อยละ 12.50) และเสียชีวิต 5 ราย (ร้อยละ 31.25)

สรุป: การสั่งใช้ยา LAMB ในการรักษาผู้ป่วยที่ทราบชนิดของเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรค  พบว่ามีความเหมาะสมทั้งด้านข้อบ่งใช้ ตัวชี้วัดในกระบวนการสั่งใช้ยา และขนาดยา ส่วนการใช้ยาในกรณีไม่ทราบชนิดของเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคพบว่ามีความไม่เหมาะสมในด้านขนาดการใช้ยา

Background and objective : Liposomal Amphotericin B (LAMB) is a drug in group E (2) in the  national essential drugs 2551. Hospital must provide control measuring and appropriate prescribing approval system. In addition, drug use review or evaluation is also required to assure the reasonable drug utilization in terms of indication and other privacy statements. Review of LAMB use in various fields, including prescribing volume, justified indication, duration, drug use indicators and effectiveness of drugs is a practice tool according to the measures which will support the rational use of drugs and a great value.

Method: This retrospective descriptive study collected data from medical record of inpatients who received LAMB at Srinagarind hospital from October 1, 2004 to September 30, 2011.

Results: LAMB were used in 26 patients but only 16 patients were recruited into the study and 12 patients were males (75.00%). The average age of patients was 45.72 ± 15.44 years old. The total amounts of drug used were 237 vials and cost 2,100,057 Baht. LAMB were used as empiric therapy in 8 patients for protecting the mycosis after undergoing liver transplantation and 1 patient who underwent abdominoplasty surgery. The indications of document therapy were used in 3 cases of aspergillosis, 2 cases of cryptococcosis, 1 case of mucormycosis sinus, and 1 case of candidiasis. The drug dose in empiric therapy was 0.57-0.96 mg/kg/day meanwhile in document therapy was about 2.42-4.00 mg/kg/day. For the drug indicators, all patients had been undertaken culture and sensitivity testing for microorganism. Moreover, the patients had been checked for complete blood count and serum creatinine both before and during the treatment. For the outcome of treatments, fever was subsided within three days in 5 patients (31.25%), white blood cells were return to normal in 3 patients (18.75%) and microorganisms were disappeared in 2 cases (12.50%). Regarding to discharge status, improve, not improve and dead were indicated in 9 (56.25%), 2 (12.50%) and 5 (31.25%) patients, respectively.

Conclusion: The use of LAMB as documented therapy was mostly appropriate in the terms of indications, process indicators of drug utilization and dosage regimen meanwhile the empirical therapy was inappropriate in term of dosage regimen.

 

. . . Full text.
Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Cancer Chemoprevention from Dietary Phytochemical (เคมีป้องกันมะเร็ง :กลไกการป้องกันของยาและสารจากธรรมชาติ)
 
Role of Natural Products on Cancer Prevention and Treatment (บทบาทของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในการป้องกันและรักษามะเร็ง)
 
Prescription-Event Monitoring: New Systematic Approach of Adverse Drug Reaction Monitoring to New Drugs (Prescription-Event Monitoring: ระบบการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาใหม่ )
 
The use of Digoxin in Pediatrics (การใช้ยาดิจ๊อกซินในเด็ก)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Pharmacology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0