Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Prevalence of Abnormal Prenatal Screening for Down Syndrome in Udonthani Hospital Using Nuchal Translucency and Biochemical Marker

ความชุกของความผิดปกติจากการตรวจคัดกรองภาวะทารกกลุ่มอาการดาวน์ในสตรีตั้งครรภ์โดยใช้การวัดค่า Nuchal translucency และค่าทางชีวเคมีในโรงพยาบาลอุดรธานี

Srisuda Songthamwat (ศรีสุดา ทรงธรรมวัฒน์) 1




 

หลักการและเหตุผล :  ภาวะทารกกลุ่มอาการดาวน์เป็นสาเหตุของภาวะปัญญาอ่อนที่พบได้บ่อย และรุนแรง  การตรวจคัดกรองภาวะดังกล่าวในสตรีตั้งครรภ์จะทำให้สามารถตรวจพบภาวะดังกล่าวได้ก่อนคลอดและช่วยให้สตรีตั้งครรภ์และครอบครัวมีโอกาสที่จะเลือกยุติการตั้งครรภ์หรือเตรียมพร้อมในการดูแลบุตรที่จะเกิดมาต่อไป

วัตถุประสงค์ :  เพื่อศึกษาความชุกของความผิดปกติจากการคัดกรองภาวะทารกกลุ่มอาการดาวน์โดยการใช้การตรวจวัดค่า Nuchal  translucency  และการใช้ค่าทางชีวเคมีในสตรีตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลอุดรธานี

ชนิดของการวิจัย :  การวิจัยเชิงพรรณนา

สถานที่ทำการวิจัย:   คลินิกฝากครรภ์  กลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม  โรงพยาบาลอุดรธานี

กลุ่มตัวอย่าง :   สตรีตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่คลินิกฝากครรภ์  โรงพยาบาลอุดรธานีในระหว่าง  1  มกราคม  พ.ศ. 2548  -31  ธันวาคม พ.ศ. 2550  เป็นเวลา  3  ปี 

วิธีการศึกษา :  ทำการตรวจคัดกรองในสตรีตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ จำนวน 314  ราย  โดยวัดค่า Nuchal  translucency   ระหว่างอายุครรภ์ 10-13  สัปดาห์  ร่วมกับการตรวจทางชีวเคมีในการคัดกรอง  จำนวน  123 ราย  และทำการตรวจค่าทางชีวเคมีอย่างเดียว  โดยตรวจค่า  PAPP-A  และค่า  Free  beta hCG  ระหว่างอายุครรภ์ 10-14  สัปดาห์  หรือตรวจค่า  Alpha fetoprotein  และค่า  Free  beta hCG  ระหว่างอายุครรภ์ 15-20  สัปดาห์  จำนวน  191  ราย  โดยใช้การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงในการระบุอายุครรภ์   และแนะนำการเจาะตรวจน้ำคร่ำเพื่อตรวจวินิจฉัยทางพันธุกรรมในกรณีที่มีค่า Nuchal  translucency  มากกว่าหรือเท่ากับ  3  มม. หรือค่าที่คำนวณจากการตรวจทางชีวเคมีให้ค่าความเสี่ยงมากกว่า  1 : 270  และในสตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุ ณ วันกำหนดคลอดมากกว่าหรือเท่ากับ  35 ปี 

          ติดตามข้อมูลของทารกที่คลอดทุกรายในช่วงเวลาที่ศึกษาทั้งกลุ่มทารกที่คัดกรองและไม่ได้รับการคัดกรอง  นำผลที่ได้มาคำนวณทางสถิติ

ผลการศึกษา :   พบความชุกของผลการคัดกรองเป็นบวกร้อยละ  9.6 (30/314)  โดยตรวจพบค่า  Nuchal  translucency  มากกว่าหรือเท่ากับ  3  ร้อยละ 2.4 (3/123)     ตรวจพบค่าทางชีวเคมีผิดปกติโดยมีค่าความเสี่ยงมากกว่าหรือเท่ากับ 1: 270   ร้อยละ  8.9 (28/314)     ทุกรายได้รับการตรวจน้ำคร่ำเพื่อวินิจฉัยทางพันธุกรรมพบว่าให้ผลเป็น  Trisomy 21  1  ราย คิดเป็นร้อยละ 3.3 (1/30)  ซึ่งเป็นมารดาที่มีความเสี่ยงต่ำและมารดาตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์   มารดาที่ผลการตรวจคัดกรองเป็นลบติดตามผลการตรวจทารกแรกเกิดพบเป็น  trisomy  21  จำนวน  1  ราย  คิดเป็นอัตราการตรวจพบทารกกลุ่มอาการดาวน์ร้อยละ 50  และผลบวกลวงร้อยละ 9.3

สรุป :  การตรวจวัดค่า  Nuchal  translucency  และค่าทางชีวเคมี  ในการคัดกรองภาวะทารกกลุ่มอาการดาวน์ในสตรีตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลอุดรธานี สามารถช่วยให้ตรวจพบทารกที่มีภาวะทารกกลุ่มอาการดาวน์ในสตรีกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำได้  ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับสตรีตั้งครรภ์เพื่อให้สามารถวินิจฉัยภาวะทารกกลุ่มอาการดาวน์ได้ก่อนการคลอดบุตร

 

Background  :  Down syndrome  is the most common  genetic  cause of mental  retardation  . Prenatal  screening  test could be useful  for  early  detection  and   provides the chance  for  termination  of  pregnancy  or  prepare  the  family  to  take care of their baby.

Objective :  To  study  the prevalence  of  positive  results of  prenatal  screening  for Down syndrome  using  Nuchal  translucency  and  biochemical  test  in  Udonthani  hospital.

Design :   A  descriptive  study.

Setting :  Antenatal  care  clinic , Department  of  Obstetrics  and Gynecology  ,Udonthani  hospital  ,Udonthani.

 

Subjects :    Pregnant  women   who  had  their  antenatal  care  at  Udonthani  Hospital  from  January  2005  to  December  2007 

Materials and Methods :  Prenatal  screening test  for Down syndrome  were performed in  314  pregnant  women   composed  of  123  cases of  Nuchal  translucency  measurement  at 10-13 weeks of gestation  and  biochemical  tests ( using   PAPP-A   plus  Free  beta hCG   at  10-14  weeks  of  gestation  or Maternal  serum  Alpha fetoprotein  plus  Free  beta hCG   between 15-20  weeks )  and  biochemical  tests only  in  191 cases . Gestational  ages  were  determined  by  ultrasonographic  parameters   . Genetic  amniocentesis  were  offered  to  women  with  Nuchal  translucency  equal  or  more than  3   or  calculated  down  syndrome  risk  of 1 :270 or greater  and  to  women  aged  35  years  or  over 

          Babies  data  were  followed  after  birth  in both screening  and  non  screening  group .  

Results :  Prevalence  of  positive  screening  tests  were   9.6 %  (30/314)  composed of  Nuchal  translucency  more  than or equal  to   3 mms   2.4 % ( 3 /123)   and   8.9 % (28/314)  of  abnormal  biochemical test  ( risk greater  than or equal to 270 )  .  All  of  positive  screening  test  were  received   genetic  amniocentesis   and  1 case (3.3 %) of  trisomy 21 was detected  ,  All  of  negative  screening  cases  wered  followed  and  1  case  of  trisomy  21  was found (in  low risk group) . Detection rate  of our screening  test  is 50 % and  false positive rate  is 9.3 %

Conclusion :    Maternal  screening  using  nuchal  translucency  and  biochemical  test   is  effective  in the detection  of  fetal  down syndrome and  possibly  one  chioce  for   pregnant  women  especially  in low risk group.  

. . . Full text.
Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Heman Genome Project and Infertility Practice (โครงการจีโนมมนุษย์กับการดูแลรักษาภาวะมีบุตรยาก)
 
Hypersensitivity Reactions Induced by Paclitaxel : Focus on Premedication (การให้ยาป้องกันการเกิดภาวะภูมิไวเกิน(Hypersensitivity reactions )จากยา Paclitaxel )
 
Prevalence of Anemia in Pregnant Women at Srinagarind Hospital (ความชุกของภาวะเลือดจางในสตรีตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
Molar Pregnancy in Srinagarind Hospital (ภาวะครรภ์ไข่ปลาอุกในโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Obstetric and Gynecology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0