Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Clinical Significance of Positive Visual Inspection with Acetic Acid (VIA) Result at Nakornping Hospital

ความสำคัญทางคลินิกของผลการตรวจปากมดลูกด้วยการป้ายน้ำส้มสายชูแล้วดูด้วยตาเปล่า (VIA) เป็นบวก ที่โรงพยาบาลนครพิงค์

Jatuchai Maneerat (จตุชัย มณีรัตน์) 1




หลักการและเหตุผล: การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีการป้ายน้ำส้มสายชูแล้วดูด้วยตาเปล่า (VIA) ได้เริ่มดำเนินการในจังหวัดเชียงใหม่มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547  มีผู้มารับบริการได้รับการส่งตัวเข้าตรวจรักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ อย่างไรก็ตามยังไม่เคยมีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับผลการวินิจฉัยขั้นสุดท้ายมาก่อน

วัตถุประสงค์: เพื่อทราบผลการวินิจฉัยขั้นสุดท้ายและความชุกของรอยโรคในเยื่อบุสแควมัส (SIL) และมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มผู้ป่วยที่มีผลการตรวจ VIA เป็นบวก และได้รับการส่งตัวมารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์

ผู้ป่วยและวิธีการ: ผู้ป่วยที่มีผลการตรวจ VIA เป็นบวก และได้รับการส่งตัวมารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ระหว่างวันที่ 1 ก.ค. 2548 ถึง 30 มิ.ย. 2549 ผู้ป่วยทั้งหมดได้รับการตรวจด้วยกล้องส่องขยาย กรณีที่ผิดปกติจะได้รับการตัดชิ้นเนื้อเพื่อการวินิจฉัยขั้นสุดท้าย ข้อมูลทั้งหมดได้รับการบันทึกลงในแบบบันทึกที่ได้รับการออกแบบไว้ก่อน และผู้นิพนธ์ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและนำมาทำการศึกษาวิเคราะห์ย้อนหลัง

รูปแบบการศึกษา: เชิงพรรณนาแบบเก็บข้อมูลย้อนหลัง

สถานที่ศึกษา: โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่

ผลการศึกษา: มีผู้ป่วยได้รับการส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์จำนวน 142 ราย สาเหตุส่วนใหญ่เนื่องจากพยาธิสภาพมีขนาดใหญ่ ผู้ป่วยทั้งหมดได้รับการตรวจด้วยกล้องส่องขยาย พบว่ามีผลการตรวจผิดปกติจำนวน 100 ราย ในกลุ่มนี้ได้รับการวินิจฉัยขั้นสุดท้ายด้วยการตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา โดยตรวจพบว่าเป็นรอยโรคในเยื่อบุสแควมัสขั้นต่ำ ( Low-grade squamous intraepithelial lesion :LSIL) จำนวน 20 ราย (ร้อยละ 14.1) รอยโรคในเยื่อบุสแควมัสขั้นสูง (High-grade squamous intraepithelial lesion :HSIL) จำนวน 16 ราย (ร้อยละ 11.3) มะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม 3 ราย (ร้อยละ 2.1) ปากมดลูกอักเสบเรื้อรัง 44 ราย (ร้อยละ 31) atypical immature squamous metaplasia and intraepithelial lesion cannot be excluded 8 ราย (ร้อยละ 5.6) ไม่พบสิ่งผิดปกติ 9 ราย (ร้อยละ 6.3)

สรุป: ผู้ป่วยที่มีผลการตรวจ VIA เป็นผลบวกและได้รับการส่งตัวมาพบนรีแพทย์ ต้องได้รับการตรวจยืนยันด้วยการตรวจด้วยกล้องส่องขยายทุกราย และตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อการวินิจฉัยขั้นสุดท้ายในรายที่มีข้อบ่งชี้ เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มีรอยโรคในเยื่อบุสแควมัสขั้นต่ำและขั้นสูงรวมกัน สูงถึงร้อยละ 25.4 และพบมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลามร้อยละ 2.1

 

Background: Cervical cancer screening using visual inspection with acetic acid (VIA) program has been done in Chiang Mai Province since 2003. There were some patients referred to Nakornping Hospital because of certain clinical indications for referral. However, there was no previous data collection about the final diagnosis of these patients before.

Objective: To know the final diagnosis and prevalence rate of cervical squamous intraepithelial lesion (SIL) and cancer in patients with positive VIA results being referred to Nakornping Hospital.

Materials and method: All positive VIA patients whom referred to Nakornping Hospital during 1st July 2005 to 30th June 2006 received colposcopic examination. If abnormal colposcopic finding was found, colposcopic directed biopsy would be done to get the final tissue diagnosis. During this study period, all necessary data had been prospectively recorded on colposcopic data form. These data were retrospectively collected and analyzed in this study.

Design: Retrospective descriptive study

Setting: Nakornping Hospital, Chiang Mai, Thailand

Result: Among 142 patients, who had positive VIA results and were referred, the major reason of referral was large acetowhite lesion on cervix. All patients underwent colposcopy, 100 had abnormal colposcopic findings. In this group, final diagnosis was confirmed by colposcopic directed biopsy, twenty patients (14.1%) had low-grade squamous intraepithelial lesions, sixteen patients (11.3%) had high-grade squamous intraepithelial lesions, three patients (2.1%) had invasive cancer, forty-four patients (31%) had chronic cervicitis, eight patients (5.6%) had atypical immature squamous metaplasia and intraepithelial lesion cannot be excluded, nine patients (6.3%) were normal.

Conclusion: Patients with positive VIA result  must be examined by colposcopy. Colposcopic directed biopsy should be done in case of abnormal colposcopic finding, because low-grade and high-grade squamous intraepithelial lesions were found in 25.4% while invasive cervical cancer was found in 2.1%.

 

 

. . . Full text.
Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Heman Genome Project and Infertility Practice (โครงการจีโนมมนุษย์กับการดูแลรักษาภาวะมีบุตรยาก)
 
Hypersensitivity Reactions Induced by Paclitaxel : Focus on Premedication (การให้ยาป้องกันการเกิดภาวะภูมิไวเกิน(Hypersensitivity reactions )จากยา Paclitaxel )
 
Prevalence of Anemia in Pregnant Women at Srinagarind Hospital (ความชุกของภาวะเลือดจางในสตรีตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
Molar Pregnancy in Srinagarind Hospital (ภาวะครรภ์ไข่ปลาอุกในโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Obstetric and Gynecology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0