Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Iron and Iron deficiency anemia

ธาตุเหล็กและภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

Laddawan Senggunprai (ลัดดาวัลย์ เส็งกันไพร) 1




เหล็ก: ธาตุจำเป็นต่อร่างกาย

         เหล็ก (iron) เป็นธาตุที่สำคัญอย่างหนึ่งของร่างกายสิ่งมีชีวิต   บทบาทที่สำคัญที่สุดของเหล็กคือกระบวนการขนส่งออกซิเจน โดยเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง  หน้าที่อื่นที่สำคัญของเหล็กได้แก่  มีหน้าที่ในกระบวนการเมตาโบลิซึมของเซลล์และเป็น cofactor ของเอนไซม์หลายชนิด1  ปริมาณของเหล็กในร่างกายต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อให้ร่างกายสามารถทำหน้าที่ได้อย่างปกติ  ถ้าเกิดภาวะขาดธาตุเหล็กจะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้แก่ ทำให้เกิดโรคโลหิตจาง ประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อและสมองลดลง มีการติดเชื้อง่ายขึ้น ในเด็กจะมีการเจริญเติบโตของร่างกายและการพัฒนาของระบบประสาทช้าลง2-3  ในขณะที่ถ้าร่างกายอยู่ในภาวะเหล็กเกินก็จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการทำงานของอวัยวะต่างๆเช่นกันเช่น ทำให้เกิดความผิดปกติของสมอง ตับ กล้ามเนื้อและหัวใจ4 กลไกเบื้องต้นที่ควบคุมปริมาณของเหล็กในร่างกายคือ กระบวนการควบคุมการดูดซึมเหล็กจากทางเดินอาหาร5    ในปัจจุบันยังไม่ทราบถึงกลไกที่ควบคุมการขับออกของเหล็กหลังจากที่เหล็กถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว  ส่วนกลไกควบคุมกระบวนการเมตาโบลิซึมของเหล็กและกลไกที่ควบคุมการลำเลียงเหล็กของเซลล์นั้น ได้มีการศึกษากันอย่างแพร่หลายและพบว่ามีโปรตีนหลายชนิดเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ferroportin 16, ceruloplasmin7, iron regulatory protein (IRP-1,IRP-2)8 เป็นต้น 
ในสภาวะปกติของร่างกาย  ปริมาณของเหล็กที่ถูกดูดซึมและปริมาณเหล็กที่สูญเสียออกจากร่างกายจะอยู่ในสภาวะสมดุลกัน    โดยร่างกายจะสูญเสียเหล็กผ่านทางการขับเหงื่อ  การหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังและการลอกตัวของผิวเซลล์ในทางเดินอาหาร    ซึ่งปริมาณการสูญเสียเหล็กต่อวันประมาณ 1 ถึง 2 mg  จากปริมาณที่อยู่ในร่างกายทั้งหมดประมาณ 4000 mg   ในขณะที่การมีประจำเดือนแต่ละครั้งจะสูญเสียเหล็กประมาณ 30 mg    เหล็กที่อยู่ในร่างกายจะกระจายอยู่ในหลายๆส่วน   โดยมีอยู่ในเม็ดเลือดแดงในกระแสเลือดประมาณ 1800 mg, ในตับ 1000 mg, ในเซลล์ macrophage 600 mg, ใน muscle myoglobin 300 mg, ในไขกระดูก 300 mg  และอยู่ใน transferrin ( iron transporter) ประมาณ 3 mg          ธาตุเหล็กจะถูกดูดซึมประมาณ 5-15% ของปริมาณเหล็กในอาหารที่รับประทาน    โดยปกติอาหารสำหรับผู้ใหญ่ชายในแต่ละวันควรจะมีเหล็กอยู่ประมาณ 10 mg  และ 15 mg สำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์    เพื่อทดแทนปริมาณที่สูญเสียออกจากร่างกาย9-10   เหล็กที่อยู่ในรูป Heme-Fe (เหล็กที่จับอยู่กับฮีม) ซึ่งพบได้มากในอาหารประเภทเนื้อ ปลา ไก่ เป็นรูปแบบที่ถูกดูดซึมได้ดีที่สุด  โดยพบว่าเซลล์มีการดูดซึมแบบ endocytosis เข้าเซลล์    ส่วนเหล็กที่อยู่ในรูป non-heme-Fe ซึ่งพบในอาหารประเภทพืช ผัก และธัญพืชต่างๆ จะถูกดูดซึมโดยอาศัย cell-membrane protein ที่เรียกว่า divalent metal transporter-1; DMT111     ปริมาณการดูดซึมเหล็กจะมากขึ้นได้เมื่อร่างกายมีความต้องการเหล็กมากขึ้น     เหล็กที่สะสมไว้ในร่างกายส่วนมากจะอยู่ในรูป soluble form คือในรูปของ ferritin  และส่วนน้อยอยู่ในรูป insoluble form คือในรูป haemosiderin12       ในสภาวะปกติจะพบ ferritin ปริมาณเล็กน้อยใน serum  เพราะส่วนมากจะอยู่ในอวัยวะต่างๆ เช่น ในตับ, ม้าม, ไขกระดูกและกล้ามเนื้อลาย     เหล็กที่เก็บสะสมอยู่นี้จะถูกนำออกมาใช้เมื่อร่างกายดูดซึมเหล็กไม่เพียงพอกับความต้องการ5

ภาวะพร่องเหล็ก

ภาวะขาดธาตุเหล็กหรือที่เรียกว่า Iron deficiency สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลักคือ 
1. Nutritional iron deficiency หรือ true iron deficiency   เป็น iron deficiency ที่มีปริมาณของเหล็กสะสม (storage iron) ลดลง และไม่พบความผิดปกติของการเมตาโบลิซึมเหล็ก ซึ่งโดยปกติจะตอบสนองได้ดีต่อการรักษาด้วยวิธีการให้เหล็กเสริม (iron supplementation)13     iron deficiency ในกลุ่มนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากสาเหตุเดียวหรือเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกันก็ได้   สาเหตุที่พบบ่อย14-16 ได้แก่
1.1   ภาวะเพิ่มความต้องการธาตุเหล็ก    เช่นในหญิงตั้งครรภ์, เด็กที่อยู่ในช่วงเจริญเติบโต
1.2   ภาวะทุพโภชนาการ เกิดเนื่องจากการบริโภคอาหารที่มีปริมาณของเหล็กไม่เพียงพอกับความต้องการ  
1.3   ภาวะที่มีการดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อยลง เช่นภายหลังการทำผ่าตัดทางเดินอาหาร, การมีท้องเสียเรื้อรัง หรือภาวะ intestinal malabsorption
1.4   จากการสูญเสียเลือด ซึ่งอาจเกิดจาก   
1.4.1 พยาธิสภาพแบบต่างๆ เช่น peptic ulcer, esophagitis, colon cancer   และการเป็นโรคพยาธิปากขอ
1.4.2 จากการใช้ยาบางชนิดที่มีผลทำให้เกิด gastrointestinal bleeding เช่น aspirin
1.4.3 ผู้บริจาคเลือด    
2. Functional iron deficiency   คือกลุ่มภาวะ iron deficiency ที่ไม่พบความผิดปกติของปริมาณเหล็กสะสมในร่างกาย   แต่มีปริมาณเหล็กที่ถูกขนส่งไปยังไขกระดูกไม่เพียงพอ   หรือมีการรบกวนการใช้เหล็กภายในไขกระดูก ส่งผลให้เกิดปัญหาในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง13   พบ functional iron deficiency ได้ในภาวะต่างๆ13,17-19 ได้แก่
2.1   ในโรคเรื้อรัง เช่น chronic inflammation, chronic infection, cancer หรือ autoimmune disorder บางชนิด   สาเหตุของการเกิด functional iron deficiency คาดว่าเนื่องมาจาก cytokines ชนิดต่างๆที่พบในโรคเหล่านี้     
 2.2      ในผู้ที่ใช้ erythropoietin เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดเลือด
 2.3      ในภาวะพิษจากตะกั่ว . . . Full text.

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Extract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0