Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Heman Genome Project and Infertility Practice

โครงการจีโนมมนุษย์กับการดูแลรักษาภาวะมีบุตรยาก

สุพัชญ์ สีนะวัฒน์ 1




บทนำ (Introduction)

                การค้นพบโดยสร้าง DNA (Deoxyribonucleic acid) ของ JD Watson และ FHC Crick1     ณ มหาวิทยาลัย Cambridge ประเทศอังกฤษเมื่อกว่า 50 ปีที่ผ่านมา นับได้ว่าเป็นก้าวที่สำคัญยิ่งของ วงการวิทยาศาสตร์ในการที่จะเข้าใจถึงสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ซึ่งนำมาสู่การปฏิวัติของวงการวิทยาศาสตร์ ทั้งในด้านชีววิทยาการเจริญพันธุ์ พันธุวิศวกรรม และพันธุศาสตร์ทางการแพทย์ การศึกษาลำดับนิวคลีโอโทด์ของสาย DNA ของมนุษย์ หรือที่รู้จักกันในนามของโครงการจีโนมมนุษย์ (The human genome project : HGR) ซึ่งได้เริ่มขึ้นเมื่อปี ค.. 1999 โดยความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์จากหลายประเทศ โดยในช่วงแรกที่เริ่มโครงการได้มีการคาดหมายว่าโครงการดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.. 2005 แต่เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวโมเลกุล และความร่วมมือกันของนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก ทำให้นักวิทยาศาสตร์ 2 กลุ่ม สามารถประกาศความสำเร็จของการหาลำดับนิวคลีโอไทด์ทั้งหมด (The working draft) ของมนุษย์ได้ในปี ค.. 20012,3 และการหาลำดับนิวคลีโอโทด์ฉบับสมบูรณ์ (The complete draft) ในปลายปี ค.. 2003 จึงอาจกล่าวได้ว่าในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ได้มีความสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง ทำให้เราสามารถทราบการเรียงลำดับของ      นิวคลีโอไทด์ ตลอดจนยีน (gene) ซึ่งเป็นตัวควบคุมการสร้างโปรตีนของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งขึ้น ความสำเร็จนี้จะนำมาสู่การปฏิวิติครั้งใหญ่ของวงการวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์การแพทย์ เนื่องจากการวินิจฉัย การดูแลรักษาผู้ป่วย ตลอดจนการป้องกันโรคต่างๆ ในยุคนี้จะต้องอาศัยข้อมูลทางพันธุกรรม (genetic background) ของผู้ป่วยเข้ามาร่วมด้วย ดังนั้น พัฒนาการของการแพทย์ในยุคนี้จึงมักเรียกกันโดยทั่วไปว่า ยุคหลังจีโนม (post-genomic era) ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์ในทุกสาขาจะต้องให้ความสนใจกับความรู้ใหม่ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคนี้ เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป

 

ผลกระทบของโครงการจีโนมมนุษย์ต่อเวชปฏิบัติ (Consequences of HGP in Medicine)

                โครงการจีโนมมนุษย์ เป็นโครงการทางชีววิทยาขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติ   ของวงการวิทยาศาสตร์ โครงการนี้ได้ถูกริเริ่มโดยนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาต่อมาได้แพร่ขยายและได้รับความร่วมมือจากนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อทำแผนที่ (mapping) และหาลำดับของนิวคลีโอไทด์ (sequencing) ที่มีทั้งหมดประมาณ 3 พันล้านคู่เบส (base pair) ในจีโนมของมนุษย์ ซึ่งบรรจุยีน (gene) ทั้งหมดประมาณ 30,000-40,000 ยีน นอกจากนี้ยังทำการศึกษาในลักษณะเดียวกันกับสิ่งมีชีวิตอีกหลายชนิด (เช่น E.Coli หนอนตัวแบน แมลงหวี่ และหนู เป็นต้น) เพื่อเปรียบเทียบกับจีโนมของมนุษย์ ต่อมาโครงการนี้ได้ขยายครอบคลุมสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในพืชและสัตว์ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเกือบทุกชนิด เมื่อโครงการจีโนมมนุษย์สิ้นสุดลง ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และมีผลกระทบต่อมนุษย์ และสังคมอย่างรุนแรง เป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่อีกคราวหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า “การปฏิวัติทางพันธุกรรม (genetic revolution)4

                โครงการจีโนมมนุษย์ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทราบรายละเอียดพันธุกรรมทั้งหมดของมนุษย์ ซึ่งเปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของการสร้างมนุษย์ โครงการจีโนมมนุษย์จะก่อให้เกิดผลกระทบที่สำคัญ 4 ด้านคือ

                1. ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี . . . Full text.

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Extract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Zinc Level in Seminal Plasma of Infertile men (ระดับสังกะสีในน้ำอสุจิ( seminal plasma)ในชายที่มีบุตรยาก)
 
Tubal Infertility in Srinagarind Hospital (ภาวะมีบุตรยากเนื่องจากความผิดปกติของท่อนำไข่ในโรงพยาบาบศรีนครินทร์)
 
Reversal of Sterilization by Microsurgery in Srinagarind Hospital (การผ่าตัดแก้หมันโดยวิธีจุลศัลยกรรมในโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
Male Factor Infertility in Srinagarind Hospital (ภาวะมีบุตรยากเนื่องจากสาเหตุฝ่ายชายในโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Fertility and infertility
 
Diet/ Nutrition
 
Obstetric and Gynecology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0