Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Evaluation of an ACLS Training Program for Nurse Anesthetis Aims at Role and Satisfaction

ความรู้และความพึงพอใจในบทบาทและหน้าที่ของวิสัญญีพยาบาลภายหลังการฝึกอบรมการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง

Sujettana Poomsawat (สุเจตนา ภูมิสวาสดิ์) 1, somyong Srichaipunha (สมยงค์ ศรีชัยปัญญา) 2, Polpun Boonmak (พลพันธ์ บุญมาก) 3, Suhattaya Boonmak (สุหัทยา บุญมาก) 4




หลักการและเหตุผล  

                งานด้านวิสัญญีวิทยาเป็นงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นสูง ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อทำการช่วยฟื้นคืนชีพอยู่ตลอด การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูงที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพจะทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากความรู้และทักษะในการปฏิบัติช่วยฟื้นคืนชีพแล้ว คือ ความเข้าใจบทบาทและหน้าที่ และความพึงพอใจในการปฏิบัติงานจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยฟื้นคืนชีพ

วัตถุประสงค์

ศึกษาเปรียบเทียบความรู้และความพึงพอใจในบทบาทและหน้าที่ในการช่วยฟื้นคืนชีพในช่วงก่อนและหลังการฝึกอบรมการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูงของวิสัญญีพยาบาล

กลุ่มตัวอย่าง

         วิสัญญีพยาบาลที่ปฏิบัติงานในห้องผ่าตัดและห้องพักฟื้น โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จำนวน 27 คน

รูปแบบการศึกษา

          การศึกษาเชิงพรรณนา โดยการทดสอบความรู้และความพึงพอใจก่อน แล้วทำการฝึกอบรมการช่วยฟื้นคืนชีพโดยการบรรยาย เอกสารประกอบการบรรยาย วีดีทัศน์ ฝึกซ้อมบทบาทและหน้าที่ หลังจากนั้นทดสอบความรู้และความพึงพอใจหลังฝึกอบรมทันทีและหลังฝึกอบรม 3 เดือน

ผลการวิจัย  

         ความรู้ในบทบาทและหน้าที่ในการช่วยฟื้นคืนชีพของวิสัญญีพยาบาลพบว่าคะแนนความรู้เพิ่มหลังอบรมและคงอยู่นาน 3 เดือน ส่วนความพึงพอใจในการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพซึ่งแบ่งเป็น 6 หัวข้อ พบว่า ความพึงพอใจในบทบาทและหน้าที่ในช่วงเวลาก่อนฝึกอบรมและหลังฝึกอบรมทันทีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ความพึงพอใจในการมีส่วนร่วมในการพัฒนางานคุณภาพในการช่วยฟื้นคืนชีพในช่วงเวลาก่อนฝึกอบรมและหลังฝึกอบรมทันทีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ความพึงพอใจในการสนับสนุนของหน่วยงานในการช่วยฟื้นคืนชีพ ความพึงพอใจทักษะในการช่วยฟื้นคืนชีพ ความพึงพอใจในการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ อุปสรรคในการปฏิบัติงานไม่มีความแตกต่างกันทั้ง 3 ช่วงเวลา

สรุป

วิสัญญีพยาบาลมีความรู้ในบทบาทและหน้าที่ในการช่วยฟื้นคืนชีพเพิ่มมากขึ้นจากการให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ในการช่วยฟื้นคืนชีพและสามารถคงอยู่ได้นานอย่างน้อย 3 เดือน ส่วนด้านความพึงพอใจในการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพวิสัญญีพยาบาลมีความพึงพอใจค่อนข้างสูง ยกเว้นในหัวข้อการมีส่วนร่วมในการพัฒนางานคุณภาพในการช่วยฟื้นคืนชีพ         

คำสำคัญ : การช่วยฟื้นคืนชีพ, บทบาทและหน้าที่, ความพึงพอใจ, วิสัญญีพยาบาล

 ..............................................................
Background : Anesthesiology patients have a high risk of cardiac arrest and staff must be prepared for CPR.  CPR must be performed quickly and correctly to benefit patients.  Not only do nurses anesthetists need adequate skills and knowledge of CPR but also need an understanding of and satisfaction with their work.  

Objective : Compare knowledge with responsibility of CPR before and after an educational campaign among nurses anesthetists.

Sample : Methods :   Following training nurses were given assigned roles and responsibilities, narrated documents, a video and practical experience before being retested after three months.

Results : The study revealed there was a difference in satisfaction levels before and after training.  Satisfaction was divided into six parts. Participation in Hospital Accreditation was a difference in satisfaction levels before and after training. In peer support, personal CPR skills, and practice of CPR, study of practical hindrances and roles and responsibilities, satisfaction over the other five sections did not change over the testing period.

Conclusions : Nurses anesthetists must have more information and knowledge about their roles and responsibilities regarding CPR.  Knowledge from the training when coupled with practical experience can last for at least three months. 

บทนำ

งานด้านวิสัญญีวิทยาเป็นงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นสูง เนื่องจากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต  ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อทำการช่วยฟื้นคืนชีพอยู่ตลอดเวลา การช่วยฟื้นคืนชีพอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากความรู้และทักษะในการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพแล้ว ยังมีปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการช่วยฟื้นคืนชีพคือ การเริ่มช่วยฟื้นคืนขั้นสูงอย่างรวดเร็ว   แต่เนื่องจากการช่วยฟื้นคืนขั้นสูงไม่สามารถปฏิบัติได้ด้วยบุคคลเพียงคนเดียว ดังนั้นในการปฏิบัติงานจำเป็นต้องมีการแบ่งงานอย่างมีระบบ มีการประสานที่ดี ซึ่งจำเป็นต้องมีการบริหารทีมปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพโดยการกำหนดบทบาทหน้าที่ในการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพให้แน่นอน แม้ว่ามีการพยายามกำหนดบทบาทและหน้าที่ในการปฏิบัติงานโดยหน่วยงานของโรงพยาบาลศรีนครินทร์1 แต่ด้วยสภาพงาน สิ่งแวดล้อม กำลังคน ลักษณะบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่แตกต่างกัน ดังนั้นการกำหนดบทบาทและหน้าที่ในลักษณะงานทั่วไปไม่สามารถนำมาใช้ได้

งานด้านวิสัญญีวิทยามีความแตกต่างจากลักษณะงานอื่น เนื่องจากมีกำลังคนจำกัด มีบุคลากรที่เป็นวิสัญญีแพทย์ วิสัญญีพยาบาล สภาพแวดล้อมที่เป็นห้องผ่าตัดและห้องพักฟื้นที่มีการแยกตัวออกจากหน่วยงานอื่น รวมทั้งสาเหตุของภาวะหัวใจหยุดเต้นส่วนใหญ่คือ การขาดออกซิเจน การสูญเสียเลือดขณะผ่าตัด ซึ่งจะแตกต่างจากสาเหตุการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นในผู้ใหญ่ทั่วไปที่เกิดจากหัวใจขาดเลือดและหัวใจเต้นผิดปกติ  ดังนั้นการให้การรักษาจึงมีความแตกต่างกัน รวมทั้งการกำหนดหน้าที่ที่แตกต่างเพื่อที่จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีแนวทางปฏิบัติการที่กำหนดโดยโรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นแนวคิดพื้นฐาน2

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจในการเป็นวิสัญญีพยาบาลในประเทศไทย3 พบว่าการทำงานด้วยความพึงพอใจจะทำให้สามารถปฏิบัติงานในบทบาทและหน้าที่ได้ดี  โดยมีปัจจัยด้านลบต่อความพึงพอใจที่สำคัญคือ ความสามารถในการบริหารจัดการ  การกำหนดบทบาทและหน้าที่ของวิสัญญีพยาบาล ดังนั้นทางคณะผู้วิจัยจึงมีการกำหนดบทบาทและหน้าที่ของบุคลากรในภาควิชาวิสัญญีวิทยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยฟื้นคืนชีพ โดยมีการประเมินผลในด้านความพึงพอใจในการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพโดยประเมินในสถานการณ์จำลองก่อนนำไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อนำผลจากการศึกษาเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาบทบาทและหน้าที่การช่วยฟื้นคืนชีพแก่บุคลากรที่มีความพึงพอใจและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพเป็นไปอย่างราบรื่น และ รวดเร็ว ผิดพลาดน้อยที่สุด

วัตถุประสงค์

ศึกษาเปรียบเทียบความรู้และความพึงพอใจในบทบาทและหน้าที่ในการช่วยฟื้นคืนชีพในช่วงก่อนและหลังการฝึกอบรมการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูงของวิสัญญีพยาบาล

วิธีการศึกษา

                หลังจากได้รับอนุมัติการวิจัยจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นศึกษาเชิงพรรณนา ศึกษาในกลุ่มวิสัญญีพยาบาลที่ปฏิบัติงานในห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศรีนครินทร์จำนวน 27 คน  ระยะเวลาการเก็บข้อมูลอยู่ในช่วง ธันวาคม 2546 ถึง มีนาคม 2547 โดยผู้เข้าร่วมวิจัยทุกคนจะได้รับการทดสอบตามแบบประเมินรวมทั้งผ่านกระบวนการการให้ความรู้ด้านการช่วยฟื้นคืนชีพตามขั้นตอน

                ก่อนได้รับการฝึกอบรม ผู้ร่วมวิจัยทุกคนต้องได้รับการทดสอบตามแบบประเมิน 2 แบบ คือ แบบประเมินความรู้ในบทบาทและหน้าที่ขณะปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ ซึ่งมีจำนวนข้อทดสอบ 10 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจต่อบทบาทและหน้าที่ขณะปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพในด้านต่างๆ 12 หัวข้อ โดยแบ่งระดับความพึงพอใจเป็น น้อยที่สุด น้อย มาก มากที่สุด

หลังจากนั้นผู้ร่วมวิจัยทุกคนจะได้ฟังบรรยายร่วมกับวิดิทัศน์แสดงวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานและขั้นสูง การบรรยายบทบาทและหน้าที่ขณะปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนโดยมีเอกสารประกอบ รวมทั้งปฏิบัติการซ้อมบทบาทและหน้าที่กับหุ่นช่วยสอนการช่วยฟื้นคืนชีพ (SimMan and Anne, Laerdal, USA)

หลังจากเสร็จการอบรมทันที และหลังจากนั้น 3 เดือน ผู้ร่วมวิจัยต้องได้รับการทดสอบตามแบบประเมิน 2 แบบซ้ำ

การวิเคราะห์ข้อมูล

Friedman two way analysis of Variance by ranks เพื่อทดสอบความแตกต่างทางสถิติของข้อมูลที่เป็น nonparametric และใช้ Repeated measures ANOVA  เพื่อทดสอบความแตกต่างทางสถิติของข้อมูลที่เป็น parametricโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS version 11.5.0 (SPSS Inc, USA)

ผลการวิจัย

วิสัญญีพยาบาลที่ปฏิบัติงานที่ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 27 คน มีค่าเฉลี่ยอายุ 39.33 + 3.14 ปี โดยมีระยะเวลาในการปฏิบัติงานด้านวิสัญญีวิทยาอยู่ระหว่าง 10.04 + 3.23 ปี

ตารางที่ 1 : ผลการศึกษาด้านความรู้เรื่องบทบาทและหน้าที่การช่วยฟื้นคืนชีพ

ช่วงเวลา

คะแนนความรู้บทบาท (10)

p-value

ก่อนการฝึกอบรม (A1)

6.50 ± 1.63

0.0011*

หลังการฝึกอบรมทันที (A2)

7.97 ± 1.10

หลังการฝึกอบรม 3 เดือน (A3)

7.57 ± 1.48

*Mean difference between A1 and A2 was  -1.47  (95%CI -2.16, -0.77)

  Mean difference between A2 and A3 was   0.40   (95%CI -0.30, 1.10)

  Mean difference between A1 and A3 was  -1.07 (95%CI -1.67, -0.46)

ตารางที่ 2 : ผลการศึกษาด้านความพึงพอใจในบทบาทและหน้าที่

หัวข้อ

เวลาที่วัด

ความพึงพอใจ (ร้อยละ)

P-value

น้อยที่สุด

น้อย

มาก

มากที่สุด

การกำหนดบทบาทหน้าที่ในการช่วยฟื้นคืนชีพในหน่วยงาน

ก่อน

0

0

63.33

36.67

0.801

หลังทันที

0

0

33.33

66.67

หลัง 3 เดือน

0

11.11

51.85

37.04

การรับรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ในการช่วยฟื้นคืนชีพของท่าน

ก่อน

0

30

60

10

0.001*

หลังทันที

0

0

74.07

25.93

หลัง 3 เดือน

0

11.11

51.85

37.04

*ช่วงเวลาก่อนฝึกอบรม และหลังฝึกอบรมทันที แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p=0.000

ตารางที่ 3: : ผลการศึกษาด้านความพึงพอใจทักษะในการช่วยฟื้นคืนชีพ

หัวข้อ

เวลาที่วัด

ความพึงพอใจ (ร้อยละ)

P-value

น้อยที่สุด

น้อย

มาก

มากที่สุด

ทักษะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในการช่วยฟื้นคืนชีพของท่าน

ก่อน

0

30

60

10

0.229

หลังทันที

0

0

74.04

25.93

หลัง 3 เดือน

0

11.11

51.85

37.04

 

ตารางที่ 4 :  ผลการศึกษาด้านความพึงพอใจในการสนับสนุนของหน่วยงานในการช่วยฟื้นคืนชีพ

หัวข้อ

เวลาที่วัด

ความพึงพอใจ (ร้อยละ)

P-value

น้อยที่สุด

น้อย

มาก

มากที่สุด

ความเพียงพอของบุคลากรในทีมช่วยฟื้นคืนชีพของหน่วยงาน

ก่อน

0

36.67

53.33

10

0.177

หลังทันที

0

14.81

62.97

22.22

หลัง 3 เดือน

3.7

3.7

81.48

11.12

ความเพียงพอของอุปกรณ์และเครื่องมือในการช่วยฟื้นคืนชีพในหน่วยงาน

ก่อน

0

6.67

50

43.33

0.349

หลังทันที

0

7.41

44.44

48.15

หลัง 3 เดือน

0

7.41

55.55

37.04

ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนการทำงานในทีมช่วยฟื้นคืนชีพ

ก่อน

0

3.3

60

36.67

0.717

หลังทันที

0

0

51.85

48.15

หลัง 3 เดือน

0

3.7

48.15

48.15

การตามทีมช่วยเหลือโดยโทรศัพท์เพื่อติดต่อวิทยุสื่อสารในหน่วยงาน

ก่อน

0

3.33

50

46.67

0.347

หลังทันที

0

7.41

51.85

47.04

หลัง 3 เดือน

3.7

3.7

59.26

33.34

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตารางที่ 5:  ผลการศึกษาด้านความพึงพอใจในการมีส่วนร่วมในการพัฒนางานคุณภาพในการช่วยฟื้นคืนชีพ

หัวข้อ

เวลาที่วัด

ความพึงพอใจ (ร้อยละ)

P- value

น้อยที่สุด

น้อย

มาก

มากที่สุด

การมีส่วนร่วมในการทำงานพัฒนาคุณภาพด้านการช่วยฟื้นคืนชีพ

ก่อน

3.33

36.67

53.33

6.67

0.022*

หลังทันที

3.7

74.08

22.22

0

หลัง 3 เดือน

7.41

66.66

25.93

0

*ช่วงเวลาก่อนฝึกอบรม และหลังฝึกอบรม 3 เดือน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p=0.009

ตารางที่ 6:  ผลการศึกษาด้านความพึงพอใจในการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ

หัวข้อ

เวลาที่วัด

ความพึงพอใจ (ร้อยละ)

P- value

น้อยที่สุด

น้อย

มาก

มากที่สุด

ความพึงพอใจในการทำงานในการช่วยฟื้นคืนชีพของหน่วยงาน

ก่อน

0

16.67

50

33.33

0.578

หลังทันที

0

0

51.85

48.15

หลัง 3 เดือน

0

0

44.44

55.56

ความพึงพอใจในการทำงานในการช่วยฟื้นคืนชีพร่วมกับบุคลากรนอกหน่วยงาน

ก่อน

0

20

40

40

0.647

หลังทันที

0

3.7

51.85

44.45

หลัง 3 เดือน

0

0

51.85

48.15

 

ตารางที่ 7 :  ผลการศึกษาด้านอุปสรรคในการปฏิบัติงาน

หัวข้อ

เวลาที่วัด

ความพึงพอใจ (ร้อยละ)

P-value

น้อยที่สุด

น้อย

มาก

มากที่สุด

ท่านมีอุปสรรคในการทำงานในทีมช่วยฟื้นคืนชีพของหน่วยงาน

ก่อน

20

66.67

10

3.33

0.720

หลังทันที

29.63

40.74

25.93

3.7

หลัง 3 เดือน

25.93

66.66

0

7.41

ท่านมีอุปสรรคในการทำงานในทีมช่วยฟื้นคืนชีพร่วมกับบุคลากรนอกหน่วยงาน

ก่อน

43.33

50

6.67

0

0.336

หลังทันที

48.15

44.44

7.41

0

หลัง 3 เดือน

37.04

55.55

7.41

0

ผลการศึกษา

ผลการศึกษาความรู้ในบทบาทและหน้าที่ในการช่วยฟื้นคืนชีพของวิสัญญีพยาบาลพบว่าก่อนการฝึกอบรมและหลังการฝึกอบรมทันที มีค่าคะแนนความรู้เรื่องบทบาทหน้าที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งในช่วงก่อนการฝึกอบรมกับหลังฝึกอบรมทันที และในช่วงก่อนการฝึกอบรมกับหลังฝึกอบรม 3 เดือน ดังนั้นการฝึกอบรมบทบาทและหน้าที่ในการช่วยฟื้นคืนชีพของวิสัญญีพยาบาล สามารถทำให้มีความรู้เกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่เพิ่มขึ้นและสามารถคงอยู่ได้อย่างน้อย 3 เดือน

พยาบาลวิชาชีพทั่วไปมีความรู้และทักษะในการช่วยฟื้นคืนชีพน้อย 4-5 โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติ ACLS ปี 2000 ซึ่งการที่มีความรู้และทักษะในการช่วยฟื้นคืนชีพน้อยทำให้การช่วยฟื้นคืนชีพไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ความสามารถในการทำงานเป็นทีม และการมีบทบาทและหน้าที่ที่ชัดเจนก็ทำให้การช่วยฟื้นคืนชีพมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งหลายปัจจัย เช่น การไม่ได้ปฏิบัติทำในสิ่งที่ควรทำ การตามทีมช่วยเหลือที่ล่าช้า การเข้าถึงผู้ป่วย และการเริ่มการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูงช้า ทั้งหมดมีผลต่อประสิทธิภาพ6  ดังนั้นบุคลากรทุกฝ่ายจึงจำเป็นต้องมีความรู้และทักษะในการปฏิบัติที่ดี 7-8 และการฝึกปฏิบัติก่อนปฏิบัติจริงทำให้ผู้ฝึกมีความพร้อมและ มั่นใจในการปฏิบัติงานเกิดความพอใจที่จะทำงานซึ่งพบว่าหลังจากการฝึกปฏิบัติการและวีดีทัศน์เสริมก่อนการปฏิบัติจริงจะทำให้เกิดความมั่นใจและมีความพร้อมก่อนฝึกปฏิบัติจริงกับผู้ป่วย 9 โดยเฉพาะการให้ความรู้และทักษะโดยการให้ฝึกปฏิบัติจริงในสถานการณ์จำลอง 10

ความพึงพอใจในการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพในแต่ละด้านที่ประกอบด้วย 6 หัวข้อใหญ่ ซึ่งแบ่งย่อยเป็น 12 หัวข้อ พบว่าหัวข้อส่วนใหญ่มีความพึงพอใจค่อนข้างมาก และการฝึกอบรมไม่ทำให้ความพึงพอใจเปลี่ยนแปลง แต่ที่น่าสนใจคือ ความพึงพอใจการมีส่วนร่วมในการทำงานพัฒนาคุณภาพด้านการช่วยฟื้นคืนชีพพบว่ามีความแตกต่างกันในช่วงก่อนและหลังการฝึกอบรม โดยพบว่ามีระดับน้อย และน้อยที่สุด รวมกันถึง 74.07 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าควรมีการปรับปรุงการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการพัฒนางานเพื่อเพิ่มความพึงพอใจ

ความพึงพอใจในงานมีความสัมพันธ์ในทางลบกับการลาออกจากงานและวิชาชีพ 11 พยาบาลที่มีความพึงพอใจในงานมากมีความคิดที่จะลาออกจากงานและวิชาชีพลดลง ส่วนการลาออกจากงานและวิชาชีพมีความสัมพันธ์ในทางลบกับแรงสนับสนุนจากผู้บริหารและเพื่อนร่วมงาน    นอกจากนี้พยาบาลมีความพึงพอใจในความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน   การช่วยเหลือกันในการทำงาน12-14 งานบริการด้านวิสัญญี เป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เร่งด่วน การช่วยฟื้นคืนชีพที่มี บุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยที่จำกัดมีทำให้มีภาระงานมากทำให้บุคลากรมีความท้อแท้และไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน ดังนั้นความพึงพอใจจึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง การให้ความรู้บทบาทและหน้าที่โดยสถานการณ์จำลองการช่วยฟื้นคืนชีพสามารถทำให้มีความรู้ได้ก่อนนำไปใช้ในสถานการณ์จริงจะทำให้ทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ มีความสุขในการทำงาน และสามารถคงวิชาชีพวิสัญญีพยาบาลได้ รวมทั้งสามารถไปทำงานด้านการดูแลในภาวะฉุกเฉินซึ่งเป็นอีกงานหนึ่งในหลายๆงานที่วิสัญญีพยาบาลสามารถทำได้ในการบริการด้านสุขภาพในโรงพยาบาล15-16 และปัจจัยที่เพิ่มความพึงพอใจอีกอย่างคือการได้รับการฝึกอบรมต่อเนื่อง17 ดังนั้นการอบรมการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่องนอกจากทำให้ความรู้คงอยู่แล้วยังเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้ปฏิบัติงานอีกด้วย

วิสัญญีพยาบาลมีความพึงพอใจในด้านบวกในการกำหนดบทบาท    การสนับสนุนของหน่วยงาน  การทำงานช่วยฟื้นคืนชีพในและนอกหน่วยงาน อยู่ในระดับดีเป็นส่วนใหญ่ทั้งก่อนและ ส่วนความพึงพอใจในด้านลบ คือ การมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการช่วยฟื้นคืนชีพ ดังนั้นจึงควรให้มีการพัฒนาการให้ความรู้ ทักษะ และการทำงานเป็นทีมในการช่วยพื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่องต่อไป   

สรุป

                ความรู้ในเรื่องบทบาทและหน้าที่ในการช่วยฟื้นคืนชีพของวิสัญญีพยาบาลเพิ่มมากขึ้นภายหลังการให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ในการช่วยฟื้นคืนชีพและสามารถคงอยู่ได้นานอย่างน้อย 3 เดือน ส่วนด้านความพึงพอใจ วิสัญญีพยาบาลมีความพึงพอใจในบทบาทและหน้าที่ค่อนข้างมากทั้งก่อนการฝึกอบรม และหลังการฝึกอบรม

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

An evaluation of pain score record form as the fifth vital sign for postoperative cares of orthopedic patients (การทดลองใช้แบบบันทึกความปวดเพื่อเป็นสัญญาณชีพที่ห้าในผู้ป่วยหลังผ่าตัดศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์)
 
A postoperative pain survey in the second day after cesarean section (การสำรวจอาการปวดหลังผ่าตัดในวันที่สองหลังการผ่าตัดคลอด)
 
Bacterial contamination of the laryngoscope blades after 4% hibiscrub and 70% alcohol decontamination under plastic bag covering (อัตราการตรวจพบเชื้อของ Laryngoscope blade ภายหลังการทำความสะอาดด้วยฮีบีสครับความเข้มข้น4 เปอร์เซ็นต์แล้วเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70 เปอร์เซ็นต์ร่วมกับการใช้ถุงพลาสติกที่สะอาดหุ้ม)
 
Prevalence of Congenital Anomalies at Srinagarind Hospital (ความชุกของความพิการแต่กำเนิดที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Anesthesiology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0