Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Cancer Survival Rate of Patients in Loei Hospital, Loei Province, Thailand

การศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย

Pornpimol Saikleam (พรพิมล ใสเกลี้ยม) 1, Nithi Srisukhumchai (นิธิ ศรีสุขุมชัย) 2, Sabaiphae Seehawong (สใบแพร สีหะวงศ์) 3, Supot Kamsa-ard (สุพจน์ คำสะอาด) 4




วัตถุประสงค์: การศึกษาอัตรารอดชีพของผู้ป่วยมะเร็งในโรงพยาบาลเลยยังไม่มีการรายงาน ดังนั้นการศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบ Retrospective cohort study ข้อมูลจากทะเบียนมะเร็งโรงพยาบาลเลยระหว่าง 1 มกราคม พ.ศ. 2560 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561 และติดตามสถานะสุดท้ายถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 จำนวน 1,326 ราย วิเคราะห์อัตรารอดชีพ โดยวิธี Kaplan-Meier นำเสนอค่ามัธยฐานการรอดชีพและช่วงเชื่อมั่น 95 %

ผลการศึกษา: อัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็ง 1 ปีหลังการวินิจฉัย เพศชาย พบว่า มะเร็งตับและท่อน้ำดีร้อยละ 22.7, มะเร็งปอดร้อยละ 27.1, มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงร้อยละ 79.1, มะเร็งต่อมลูกหมากร้อยละ 83.8, และมะเร็งผิวหนังร้อยละ 92.9 อัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็ง 3 ปี หลังการวินิจฉัยพบว่า มะเร็งตับและท่อน้ำดี ร้อยละ 9.7, มะเร็งปอดร้อยละ 9.8, มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงร้อยละ 56.3, มะเร็งต่อมลูกหมากร้อยละ 50.9 และมะเร็งผิวหนังร้อยละ 84.6  ส่วนอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็ง 1 ปีหลังการวินิจฉัย เพศหญิง พบว่า มะเร็งเต้านมร้อยละ 94.5, มะเร็งตับและท่อน้ำดี ร้อยละ 29.1, มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงร้อยละ 78.0, มะเร็งปากมดลูกร้อยละ 76.1 และมะเร็งรังไข่ร้อยละ 90.1 อัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็ง 3 ปี หลังการวินิจฉัยพบว่า มะเร็งเต้านมร้อยละ 81.6, มะเร็งตับและท่อน้ำดีร้อยละ 15.3, มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงร้อยละ 56.2, มะเร็งปากมดลูกร้อย 54.2 และมะเร็งรังไข่ ร้อยละ 80.8

สรุป: มะเร็งที่มีอัตรารอดชีพสูงได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งผิวหนัง มะเร็งรังไข่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนมะเร็งที่มีอัตรารอดชีพต่ำ ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่และใส้ตรง มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นเราควรตระหนักถึงความรุนแรงของโรคมะเร็งแต่ละชนิดและให้ความสำคัญในการตรวจหาโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรก โดยการเข้ารับการคัดกรองและตรวจอย่างสม่ำเสมอ

 

Objective:  Cancer patients’ survival rate  in Loei  Hospital has not been reported before. Therefore, this study was designed to establish  the survival rate of cancer patients admitted in Loei  Hospital, Loei Province.

Methods: This was a retrospective cohort study. Data from  1,326 cases registered in the Loei Hospital-based cancer registry between January 1, 2017 and  December 31, 2018 was extracted, and patients  followed up until December 31, 2020. Survival rate was  estimated using the Kaplan-Meier method. We reported the median survival time with  95% confidence interval.

Result: Male cancer patients’ survival rates  1 year after diagnosis,  were Liver and bile duct cancer 22.7%, Lung cancer 27.1%, Colorectal cancer 79.1%, Prostate cancer 83.8% and Skin cancer 92.9%. Survival rate of cancer patients  3 year post-diagnosis were Liver and bile duct cancer 9.7%, Lung cancer 9.8%, Colorectal cancer 56.3%, Prostate cancer 50.9% and Skin cancer 84.6%. Female cancer patients’  survival rates  1 year after diagnosis,  were Breast cancer 94.5%, Liver and bile duct cancer 29.1%, Colorectal cancer 78.0%, Cervical cancer 76.1% and Ovarian cancer 90.1%. Survival rate of female cancer patients at 3 year after diagnosis were Breast cancer 81.6%, Liver and bile duct cancer 15.3%, Colorectal cancer 56.2%, Cervical cancer 54.2% and Ovarian cancer 80.8%.

Conclusion: The cancers with the  highest survival rates were  breast cancer, skin cancer, ovarian cancer and prostate cancer.  The lowest survival rates were  liver and bile duct cancer, colorectal cancer, lung cancer and cervix cancer. Therefore,  awareness of the survival rates  of each type of cancer should focus us on early detection by attending screening and examination regularly.

 

บทนำ

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองของโลก รองจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและโรคหลอดเลือดสมอง มีผู้เสียชีวิตประมาณ 9.6 ล้านคนต่อปี หรือ 1 ใน 6 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด ปี พ.ศ. 2561 พบอัตราตาย (Age-Standardized Mortality Rates, ASMR) 101.1 ต่อแสนประชากรต่อปี มะเร็งที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อย (ต่อแสนประชากรต่อปี) ได้แก่ มะเร็งปอด (18.6) มะเร็งเต้านม (13.0) มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (8.9) มะเร็งตับ (8.5) และมะเร็งกระเพาะอาหาร (8.2)1

ส่วนจำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทุกชนิดทั่วโลกประมาณ 17.0 ล้านคน (ร้อยละ 20.0 ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด) คิดเป็นอุบัติการณ์โรคมะเร็ง (ต่อแสนประชากรต่อปี) (Age-Standardized Incidence Rates, ASR) 197.9 (ทั้งสองเพศ)โดยเพศชาย 218.6 มะเร็งที่พบมากที่สุดได้แก่ มะเร็งปอด (31.5) มะเร็งต่อมลูกหมาก (29.3) มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (23.6) มะเร็งกระเพาะอาหาร (15.7) และมะเร็งตับ (13.9) ส่วนเพศหญิงพบอุบัติการณ์มะเร็งทุกชนิด 182.6 มะเร็งที่พบบ่อยได้แก่ มะเร็งเต้านม (46.3) มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (16.3) มะเร็งปอด (14.6) มะเร็งปากมดลูก (13.1) และมะเร็งไทรอยด์ (10.2)1

ข้อมูลสถิติมะเร็งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2561 พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 126,555 ราย เพศชาย 61,416 ราย และเพศหญิง 65,139 ราย โดยพบว่า ASR มะเร็งทุกชนิด เพศชาย 143.8 ต่อแสนประชากรต่อปี มะเร็งที่พบมากที่สุด (ต่อแสนประชากรต่อปี)ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี (33.9) มะเร็งปอด (23.0) มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (16.2) มะเร็งต่อมลูกหมาก (7.5) และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (5.7) ส่วนเพศหญิงพบ ASR มะเร็งทุกชนิด 134.2 ต่อแสนประชากรต่อปี มะเร็งที่พบบ่อย (ต่อแสนประชากรต่อปี)ได้แก่ มะเร็งเต้านม (31.4) มะเร็งตับและท่อน้ำดี (12.9) มะเร็งปากมดลูก (11.7) มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (11.2) และมะเร็งปอด (10.9)2

ปี พ.ศ. 2561 ข้อมูลจากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รายงานผู้เสียชีวิตโรคมะเร็งทุกชนิด 80,665 ราย คิดเป็น ASMR 123.3 ต่อแสนประชากรต่อปี พบเพศชาย 46,056 ราย (ASMR= 143.7 ต่อแสนประชากรต่อปี) และเพศหญิง 34,609 ราย (ASMR=103.7 ต่อแสนประชากรต่อปี)

จากข้อมูลดังกล่าวพบว่ามะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในประเทศไทยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปี พ.ศ. 2557 ถึง พ.ศ. 2561 (พบ ASMR = 107.9, 113.7, 119.3, 120.5 และ 123.3 ต่อแสนประชากรต่อปี ตามลำดับ) สาเหตุการเสียชีวิตที่พบมากที่สุดในเพศชาย (ต่อแสนประชากรต่อปี)ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี (35.5) มะเร็งปอด (27.8) มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (8.9) มะเร็งริมฝีปาก ช่องปากและคอหอย (7.4) และมะเร็งหลอดอาหาร (5.3) ส่วนเพศหญิง ได้แก่ มะเร็งปอด (15.3) มะเร็งตับและท่อน้ำดี (13.6) มะเร็งเต้านม (13.3) มะเร็งปากมดลูก (6.7) และมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (6.7)3 รวมทั้งอุบัติการณ์และอัตราตายโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี2 ส่งผลกระทบด้านต่างๆมากมาย การศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งที่ผ่านมาส่วนใหญ่พบอัตรารอดชีพต่ำโดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งพบต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วการศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็ง จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการศึกษาวิจัยเชิงลึกรวมทั้งจังหวัดเลยยังไม่มีการศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลหลังการวินิจฉัย ดังนั้นการศึกษานี้ได้ทำการศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเลย ในระหว่างปี พ.ศ. 2560 ถึง 2561

 

วิธีการศึกษา

เป็นการศึกษาแบบย้อนหลัง (Retrospective cohort study) กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการวินิจฉัยในโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย ระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ตามรหัสโรคมะเร็งสากล (The International Classification of Diseases for Oncology, third edition , ICD-O-34 ) จำนวน 1,326 ราย จากฐานข้อมูลทะเบียนมะเร็งโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย (Loei Hospital-Based Cancer Registry, LHBCR) จากนั้นติดตามผู้ป่วยทุกรายอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งทราบสถานะสุดท้ายของการมีชีวิต ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 โดยเชื่อมโยงกับข้อมูลการตายจากระบบทะเบียนฐานข้อมูลประชากรและสถานบริการกองยุทธศาสตร์และแผนกระทรวงสาธารณสุข (สนบท.)

การศึกษาครั้งนี้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มหาวิทยาลัยขอนแก่นเลขที่ HE632293

 

การวิเคราะห์ข้อมูล

สถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ลักษณะประชากร ลักษณะของโรค ข้อมูลต่อเนื่อง ได้แก่อายุ นำเสนอค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลแจงนับ ได้แก่ เพศ ระยะของโรค ลักษะพยาธิวิทยา วิธีการรักษา นำเสนอความถี่และร้อยละ

สถิติเชิงอนุมาน วิเคราะห์อัตรารอดชีพโดยวิธี Kaplan-Meier test นำเสนอค่ามัธยฐานระยะเวลารอดชีพและช่วงเชื่อมั่น 95 %

การประมวลผลโดยโปรแกรม STATA 10.0 (Stata Corporation, College Station, TX)

 

ผลการศึกษา

1. ลักษณะทั่วไปและลักษณะของโรคผู้ป่วยมะเร็งหลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย ระหว่างปี พ.ศ. 2560 ถึง ปี พ.ศ. 2561

มะเร็งตับและท่อน้ำดี จำนวน 414 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 311 ราย (ร้อยละ 75.1) อายุเฉลี่ย 63.1 ±11.3 ปี มีอายุระหว่าง 60-69 ปีมากที่สุด 134 ราย (ร้อยละ 32.4) รองลงมา 50-59 ปี 131 ราย (ร้อยละ 31.6) เมื่อพิจารณาลักษณะเกี่ยวกับโรค พบการวินิจฉัยโดยวิธีการตรวจรังสีวินิจฉัย ส่องกล้อง Ultrasound มากที่สุด 402 ราย (ร้อยละ 97.1) ผลทางพยาธิวิทยา ชนิดของเซลล์พยาธิวิทยาที่พบมากที่สุด คือ Neoplasm, malignant (8000) 375 ราย (ร้อยละ 90.6) ระยะของโรคส่วนใหญ่พบระยะที่ 4 จำนวน 128 ราย (ร้อยละ 30.9)

มะเร็งเต้านม จำนวน 237 ราย อายุเฉลี่ย 53.7 ±10.8 ปี พบอายุระหว่าง 50-59 ปีมากที่สุด 84 ราย (ร้อยละ 35.4) รองลงมา 40-49 ปี 72 ราย (ร้อยละ 30.4) เมื่อพิจารณาลักษณะเกี่ยวกับโรค พบการวินิจฉัยโดยวิธีการตรวจเนื้องอกปฐมภูมิมากที่สุด 223 ราย (ร้อยละ 94.1) ชนิดของเซลล์พยาธิวิทยา ที่พบมากที่สุด คือ Infiltrating duct carcinoma, NOS (8500) 214 ราย (ร้อยละ 90.3) ส่วน Histology grade พบมากที่สุด คือModerately differentiated 92 ราย (ร้อยละ 38.8) รองลงมาคือ Poorly differentiated 70 ราย (ร้อยละ 29.5) และระยะของโรคส่วนใหญ่พบผู้ป่วยในระยะที่ 2 จำนวน 91 ราย (ร้อยละ 38.4) รองลงมาคือระยะที่ 3จำนวน 57 ราย (ร้อยละ 24.1)

มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง จำนวน 210 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 110 ราย (ร้อยละ 52.4) อายุเฉลี่ย 64.5 ±11.3 ปี พบอายุระหว่าง 60-69 ปีมากที่สุด 78 ราย (ร้อยละ 37.1) รองลงมา 50-59 ปี 53 ราย (ร้อยละ 25.2) เมื่อพิจารณาลักษณะเกี่ยวกับโรค พบการวินิจฉัยโดยวิธีการตรวจเนื้องอกปฐมภูมิมากที่สุด 191 ราย (ร้อยละ 90.9) ผลทางพยาธิวิทยา ชนิดของเซลล์พยาธิวิทยาที่พบมากที่สุด คือ Adenocarcinoma, NOS (8140) 164 ราย (ร้อยละ 78.1)  ส่วน Histology grade พบมากที่สุดคือ Moderately differentiated 84 ราย (ร้อยละ 40.0) รองลงมาคือ Well differentiated 69 ราย (ร้อยละ 32.9) และระยะของโรคส่วนใหญ่เป็นระยะที่ 3 จำนวน 78 ราย (ร้อยละ37.1) รองลงมาคือระยะที่ 4 จำนวน 67 ราย (ร้อยละ 31.9)

มะเร็งปอด จำนวน 209 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 144 ราย (ร้อยละ 68.9) อายุเฉลี่ย 65.2 ±12.1 ปี พบอายุระหว่าง 60-69 ปีมากที่สุด 60 ราย (ร้อยละ 28.7) รองลงมา 70-79 ปี 54 ราย (ร้อยละ 25.8) เมื่อพิจารณาลักษณะเกี่ยวกับโรค พบการวินิจฉัยโดยวิธีการตรวจรังสีวินิจฉัย ส่องกล้อง Ultrasound มากที่สุด195 ราย (ร้อยละ 93.3) ผลทางพยาธิวิทยา ชนิดของเซลล์พยาธิวิทยาที่พบมากที่สุด คือ คือ Neoplasm, malignant (8000) 195 ราย (ร้อยละ 93.3) ระยะของโรคส่วนใหญ่พบผู้ป่วยในระยะที่ 4 จำนวน 114 ราย (ร้อยละ54.5)

มะเร็งผิวหนัง จำนวน 81 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 42 ราย (ร้อยละ 51.8) อายุเฉลี่ย 67.8 ±13.2 ปี พบอายุระหว่าง 60-69 ปีมากที่สุด 24 ราย (ร้อยละ 29.6) เมื่อพิจารณาลักษณะเกี่ยวกับโรค พบการวินิจฉัยโดยวิธีการตรวจเนื้องอกปฐมภูมิทั้งหมด 81 ราย (ร้อยละ 100.0) ผลทางพยาธิวิทยา ชนิดของเซลล์พยาธิวิทยาที่พบมากที่สุด คือ Basal cell carcinoma, NOS (8090) 39 ราย (ร้อยละ 48.1) รองลงมาคือ Squamous cell carcinoma, NOS (8070) 30 ราย (ร้อยละ37.0)  ส่วน Histology grade พบ Well differentiated 14 ราย (ร้อยละ 17.3)

มะเร็งรังไข่ จำนวน 71 ราย อายุเฉลี่ย 51.4 ±13.9 ปี พบอายุระหว่าง 50-59 ปีมากที่สุด 22 ราย (ร้อยละ 31.0) รองลงมา 40-49 ปี 19 ราย (ร้อยละ 26.8) เมื่อพิจารณาลักษณะเกี่ยวกับโรค พบการวินิจฉัยโดยวิธีการตรวจรังสีวินิจฉัย ส่องกล้อง Ultrasound มากที่สุด 50 ราย (ร้อยละ 70.4) รองลงมาคือ วิธีการตรวจเนื้องอกปฐมภูมิ 13 ราย (ร้อยละ 18.3)  ผลทางพยาธิวิทยา ชนิดของเซลล์พยาธิวิทยา ที่พบมากที่สุด คือ Neoplasm, malignant (8000) 48 ราย (ร้อยละ 67.6) และระยะของโรคส่วนใหญ่พบระยะที่ 1 จำนวน 11 ราย (ร้อยละ 15.5)

มะเร็งปากมดลูก จำนวน 67 ราย อายุเฉลี่ย 53.7 ±11.5 ปี พบอายุระหว่าง 50-59 ปีมากที่สุด 28 ราย (ร้อยละ 41.8) รองลงมา 40-49 ปี 14 ราย (ร้อยละ 20.9) เมื่อพิจารณาลักษณะเกี่ยวกับโรค พบการวินิจฉัยโดยวิธีการตรวจเนื้องอกปฐมภูมิมากที่สุด 57 ราย (ร้อยละ 85.1) ผลทางพยาธิวิทยา ชนิดของเซลล์พยาธิวิทยา ที่พบมากที่สุด คือ Squamous cell carcinoma, NOS (8070) 37 ราย (ร้อยละ 55.2) ส่วน Histology grade พบมากที่สุดคือ Moderately differentiated 19 ราย (ร้อยละ 28.4) และระยะของโรคส่วนใหญ่พบผู้ป่วยในระยะที่ 3 จำนวน 19 ราย (ร้อยละ 28.4)

มะเร็งต่อมลูกหมาก จำนวน 37 ราย อายุเฉลี่ย 71.6 ±8.3 ปี พบอายุระหว่าง 70-79 ปีมากที่สุด 15 ราย (ร้อยละ 40.5) รองลงมา 60-69 ปี 12 ราย (ร้อยละ 32.4)  เมื่อพิจารณาลักษณะเกี่ยวกับโรค พบการวินิจฉัยโดยวิธีการตรวจเนื้องอกปฐมภูมิ มากที่สุด 33 ราย (ร้อยละ 89.2) ผลทางพยาธิวิทยา ชนิดของเซลล์พยาธิวิทยาที่พบมากที่สุด คือ Adenocarcinoma, NOS (8140) 30 ราย (ร้อยละ 81.1) (ตารางที่ 1)

 

ตารางที่ 1 ลักษณะประชากรและลักษณะของโรค ผู้ป่วยมะเร็งหลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย ระหว่างปี พ.ศ. 2560 ถึง 2561

 

ลักษณะที่ศึกษา

ตำแหน่งโรคมะเร็ง

ตับและท่อน้ำดี

(n=414)

จำนวน (ร้อยละ)

เต้านม

(n=237)จำนวน (ร้อยละ)

ลำไส้ใหญ่

และไส้ตรง(n=210)จำนวน (ร้อยละ)

ปอด

(n=209)จำนวน (ร้อยละ)

ผิวหนัง

(n=81)จำนวน (ร้อยละ)

รังไข่

 (n=71)จำนวน (ร้อยละ)

ปากมดลูก

(n=67)จำนวน (ร้อยละ)

ต่อมลูกหมาก

(n=37)จำนวน (ร้อยละ)

อายุ (ปี)

 

 

 

 

 

 

 

 

ค่าเฉลี่ย (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

63.1 (11.3)

53.7 (10.8)

64.5 (11.3)

65.2 (12.1)

67.8 (13.2)

51.4 (13.9)

53.7 (11.5)

71.6 (8.3)

เพศ

 

 

 

 

 

 

 

 

ชาย

311 (74.9)

 

110 (52.4)

144 (68.9)

42 (51.9)

 

 

37 (100)

หญิง

103 (25.1)

237 (100)

100 (47.6)

65 (31.1)

39 (48.1)

71 (100)

100 (67)

 

ปีที่วินิจฉัย

 

 

 

 

 

 

 

 

2560

207 (50.0)

112 (47.3)

93 (44.3)

77 (36.8)

40 (49.4)

27 (38.0)

35 (52.2)

22 (59.5)

2561

207 (50.0)

125 (52.7)

117 (55.7)

132 (63.2)

41 (50.6)

44 (62.0)

32 (47.8)

15 (40.5)

วิธีวินิจฉัย

 

 

 

 

 

 

 

 

ซักประวัติและตรวจร่างกาย

6 (1.5)

10 (4.2)

2 (0.9)

2 (1.0)

 

3 (4.2)

7 (10.4)

 

รังสีวินิจฉัย ส่องกล้อง Ultrasound

402 (97.1)

3 (1.3)

16 (7.6)

195 (93.3)

 

50 (70.4)

3 (4.5)

4 (10.8)

ผ่าตัดหรือผ่าศพ โดยไม่มีผลชิ้นเนื้อ

 

 

 

1 (0.5)

 

 

 

 

Specific Biochem/ Immuno.test

 

 

 

 

 

 

 

 

ตรวจทางเซลล์หรือการตรวจเลือด

 

 

 

 

 

5 (7.0)

 

 

ตรวจชิ้นเนื้องอกที่แพร่กระจาย

1 (0.2)

 

1 (0.5)

2 (1.0)

 

 

 

 

ตรวจเนื้องอกปฐมภูมิ

5 (1.2)

223 (94.1)

191 (91.0)

9 (4.3)

81 (100)

13 (18.3)

57 (85.1)

33 (89.2)

ผ่าศพและมีผลชิ้นเนื้อ

 

1 (0.4)

 

 

 

 

 

 

ชนิดของเซลล์พยาธิวิทยา

 

 

 

 

 

 

 

 

Neoplasm, malignant (8000)

375 (90.6)

13 (5.5)

17 (8.1)

195 (93.3)

 

48 (67.6)

9 (13.4)

3 (8.1)

Squamous cell carcinoma, NOS (8070)

 

 

 

 

30 (37.0)

 

37 (55.2)

 

Basal cell carcinoma, NOS (8090)

 

 

 

 

39 (48.1)

 

 

 

Adenocarcinoma, NOS (8140)

1 (0.2)

2 (0.8)

164 (78.1)

4 (1.9)

 

4 (5.6)

6 (9.0)

30 (81.1)

Adenocarcinoma, intestinal type (8144)

 

 

23 (10.9)

 

 

 

 

 

Hepatocellular adenoma, NOS (8170)

27 (6.5)

 

 

 

 

 

 

 

Infiltrating duct carcinoma, NOS (8500)

 

214 (90.3)

 

1 (0.5)

 

 

 

 

Other

11 (2.7)

8 (3.4)

6 (2.9)

9 (4.3)

12 (14.9)

19 (26.8)

15 (22.4)

4 (10.8)

ระยะของโรค

 

 

 

 

 

 

 

 

ระยะที่ 1

12 (2.9)

45 (19.0)

2 (0.9)

 

 

11 (15.5)

10 (14.9)

 

ระยะที่ 2

5 (1.2)

91 (38.4)

40 (19.0)

1 (0.5)

 

 

9 (13.4)

2 (5.4)

ระยะที่ 3

17 (4.1)

57 (24.1)

78 (37.1)

11 (5.3)

 

1 (1.4)

19 (28.4)

 

ระยะที่ 4

128 (30.9)

11 (4.6)

67 (31.9)

114 (54.5)

3 (3.7)

4 (5.6)

10 (14.9)

8 (21.6)

ไม่ทราบระยะ

252 (60.9)

33 (13.9)

23 (10.9)

83 (39.7)

78 (96.3)

55 (77.5)

19 (28.4)

27 (73.0)

ลักษณะของพยาธิวิทยา

 

 

 

 

 

 

 

 

Well differentiated

4 (1.0)

17 (7.2)

69 (32.9)

 

14 (17.3)

2 (2.8)

3 (4.5)

1 (2.7)

Moderately differentiated

1 (0.2)

92 (38.8)

84 (40.0)

 

9 (11.1)

 

19 (28.4)

5 (13.5)

Poorly differentiated

1 (0.2)

70 (29.5)

7 (3.3)

2 (1.0)

 

4 (5.6)

16 (23.9)

4 (10.8)

Undifferentiated

 

 

 

1 (0.5)

 

 

1 (1.5)

1 (2.7)

Positive B - cell

 

 

 

 

1 (1.2)

 

 

 

Null cell (Non T – non B)

 

 

1 (0.5)

 

2 (2.5)

 

 

 

NK cell (natural killer)

1 (0.2)

 

 

 

 

 

2 (3.0)

 

Not stated or not applicable

407 (98.3)

58 (24.5)

49 (23.3)

206 (98.5)

55 (67.9)

65 (91.6)

26 (38.8)

26 (70.3)

ขอบเขตการแพร่กระจายของโรค

 

 

 

 

 

 

 

 

Localized

 

52 (21.9)

12 (5.7)

 

 

4 (5.7)

8 (11.9)

1 (2.7)

Direct extension

12 (2.9)

62 (26.2)

41 (19.5)

3 (1.4)

1 (1.2)

 

8 (11.9)

2 (5.4)

Regional lymph nodes

12 (2.9)

75 (31.7)

59 (28.1)

10 (4.8)

 

 

16 (23.9)

 

Distant metastasis

77 (18.6)

10 (4.2)

60 (28.6)

110 (52.6)

2 (2.5)

2 (2.9)

9 (13.4)

8 (21.6)

Not applicable

5 (1.2)

 

1 (0.5)

2 (1.0)

 

 

1 (1.5)

 

Not known

308 (74.4)

38 (16.0)

37 (17.6)

84 (40.2)

78 (96.3)

64 (91.4)

25 (37.3)

26 (70.3)

 

2. การเสียชีวิตและค่ามัธยฐานระยะเวลารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งหลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย ระหว่างปี พ.ศ. 2560 ถึง ปี พ.ศ. 2561

มะเร็งตับและท่อน้ำดี, C22 จำนวน 414 ราย ในระยะเวลาติดตาม 313 คน-ปี เสียชีวิตทั้งหมด 369 ราย ค่ามัธยฐานการรอดชีพ 0.3 ปี (ช่วงเชื่อมั่น 95%CI: 0.2 - 0.3) อัตรารอดชีพหลังการวินิจฉัย 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 24.3 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 20.3 -28.5) และร้อยละ 11.1 (ช่วงเชื่อมั่น 95%CI: 8.2 - 14.4)

มะเร็งเต้านม, C50 จำนวน 237 ราย ในระยะเวลาติดตาม 674 คน-ปี เสียชีวิตทั้งหมด 43 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 6.4 ต่อ 100 คน-ปี (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 4.6 - 8.6) ค่ามัธยฐานการรอดชีพมากกว่าร้อยละ 50.0 อัตรารอดชีพหลังการวินิจฉัย 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 94.5 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 90.7 - 96.8) และร้อยละ 81.6 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 75.7 - 86.1)

มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง, C18-20 จำนวน 210 ราย ในระยะเวลาติดตาม 467 คน-ปี เสียชีวิตทั้งหมด 95 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 20.3 ต่อ 100 คนต่อปี (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 16.4 - 24.8) มัธยฐานการรอดชีพผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง 3.8 ปี (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 2.9 -1NA) อัตรารอดชีพหลังการวินิจฉัย 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 78.6 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 72.4 - 83.5) และ 56.2 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 48.9 - 62.9)

มะเร็งปอด, C34 จำนวน 209 ราย ในระยะเวลาติดตาม 201 คน-ปี เสียชีวิตทั้งหมด 177 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 87.4 ต่อ 100 คนต่อปี (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 75.0 -101.3) มัธยฐานการรอดชีพผู้ป่วยมะเร็งปอด 0.5 ปี (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 0.3 - 0.6) อัตรารอดชีพหลังการวินิจฉัย 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 33.7 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 27.3 -40.1) และ 14.5 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 10.0 -19.9)

มะเร็งผิวหนัง, C44 จำนวน 81 ราย ในระยะเวลาติดตาม 235 คน-ปี เสียชีวิตทั้งหมด 11 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 4.7 ต่อ 100 คนต่อปี (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 2.3 - 8.3) มัธยฐานการรอดชีพผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังมากกว่าร้อยละ 50 อัตรารอดชีพหลังการวินิจฉัย 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 96.3 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 89.0 - 98.8) และ 85.3 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 74.8 - 91.7)

มะเร็งรังไข่, C56 จำนวน 71 ราย ในระยะเวลาติดตาม 191 คน-ปี เสียชีวิตทั้งหมด 14 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 7.3 ต่อ 100 คนต่อปี (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 4.0 -12.3) มัธยฐานการรอดชีพผู้ป่วยมะเร็งรังไข่มากกว่าร้อยละ 50 อัตรารอดชีพหลังการวินิจฉัย 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 90.1 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 80.4 -95.2) และ 80.8 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 69.0 - 88.4)

มะเร็งปากมดลูก, C53 จำนวน 67 ราย ในระยะเวลาติดตาม 152 คน-ปี เสียชีวิตทั้งหมด 32 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 21.0 ต่อ 100 คนต่อปี (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 14.4 - 29.7) มัธยฐานการรอดชีพผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก 3.2 ปี (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 1.5 -1NA) อัตรารอดชีพหลังการวินิจฉัย 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 76.1 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 64.0 - 84.6) และ 54.2 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 41.3 - 65.5)

มะเร็งต่อมลูกหมาก, C61 จำนวน 37 ราย ในระยะเวลาติดตาม 87 คน-ปี เสียชีวิตทั้งหมด 17 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 19.4 ต่อ 100 คนต่อปี (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 11.3 - 31.1) มัธยฐานการรอดชีพผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่าร้อยละ 50 อัตรารอดชีพหลังการวินิจฉัย 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 83.8 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 67.4 -92.4) และ 50.9 (ช่วงเชื่อมั่น 95% CI: 32.7 -66.4) (รูปที่ 1-2 และตารางที่ 2)

 

รูปที่ 1 อัตรารอดชีพ 1 ปีของผู้ป่วยมะเร็งหลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย ระหว่างปี พ.ศ. 2560 ถึง 2561

 

รูปที่ 2 อัตรารอดชีพ 3 ปี ของผู้ป่วยมะเร็งหลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย ระหว่างปี พ.ศ. 2560 ถึง 2561

 

ตารางที่ 2 การเสียชีวิตและค่ามัธยฐานระยะเวลารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งหลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย ระหว่างปี พ.ศ. 2560 ถึง 2561

 

ตำแหน่งมะเร็ง

(ICD-O-3)

จำนวนผู้ป่วย

 (ราย)

 

ค่ามัธยฐานการรอดชีพ (ปี) (95%CI)

อัตรารอดชีพ ในระยะเวลาต่างๆ

 

1 ปี

3 ปี

p-value

อัตรารอดชีพ

95% CI

อัตรารอดชีพ

95% CI

มะเร็งตับและท่อน้ำดี, C22

414

0.3 (0.2-0.3)

24.3

(20.1-28.5)

11.1

(8.2-14.4)

 

ชาย

 

0.3 (0.2-0.3)

22.7

(18.2-27.7)

9.7

(6.6-13.4)

0.086

หญิง

 

0.3 (0.2-0.4)

29.1

(20.7-38.1)

15.3

(9.1-23.0)

 

มะเร็งเต้านม, C50

237

>50.0

94.5

(90.7-96.8)

81.6

(75.7-86.1)

 

มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง, C18-20

210

3.8 (2.9-1NA)

78.6

(72.4-83.5)

56.2

(48.9-62.9)

 

ชาย

 

3.8 (2.4-1NA)

79.1

(70.2-85.6)

56.3

(46.3-65.2)

0.792

หญิง

 

3.3 (2.2-1NA)

78.0

(68.5-84.9)

56.2

(45.2-65.7)

 

มะเร็งปอด, C34

209

0.5 (0.3-0.6)

33.7

(27.3-40.1)

14.5

(10.0-19.9)

 

ชาย

 

0.3 (0.2-0.5)

27.1

(20.1-34.5)

9.8

(5.5-15.6)

< 0.001

หญิง

 

0.8 (0.4-1.8)

48.4

(35.8-60.0)

25.1

(15.0-36.6)

 

มะเร็งผิวหนัง, C44

81

>50.0

96.3

(89.0-98.8)

85.3

(74.8-91.7)

 

ชาย

 

>50.0

92.9

(79.5-97.6)

84.6

(68.4-92.9)

0.809

หญิง

 

>50.0

100.0

-

86.4

(70.3-94.1)

 

มะเร็งรังไข่, C56

71

>50.0

90.1

(80.4-95.2)

80.8

(69.0-88.4)

 

มะเร็งปากมดลูก, C53

67

3.22 (1.5- 1NA)

76.1

(64.0-84.6)

54.2

(41.3-65.5)

 

มะเร็งต่อมลูกหมาก, C61

37

>50.0

83.8

(67.4-92.4)

50.9

(32.7-66.4)

 

             1NA = Not applicable


 

วิจารณ์

การศึกษาครั้งนี้เพื่อศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งหลังการวินิจฉัยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย พบว่ามะเร็งที่มีอัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี สูงได้แก่มะเร็งผิวหนัง (ร้อยละ 96.3 และร้อยละ 85.3), มะเร็งเต้านม (ร้อยละ 94.5 และร้อยละ 81.6), มะเร็งรังไข่ (ร้อยละ 90.1 และร้อยละ 80.8) และมะเร็งต่อมลูกหมาก (ร้อยละ 83.8 และร้อยละ 50.9)

อัตรารอดชีพมะเร็งเต้านม มีค่ามัธยฐานการรอดชีพมากกว่าร้อยละ 50 อัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี ร้อยละ 94.5 และ 81.6 มีความสอดคล้องกับการศึกษาอัตราการรอดชีพผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตของสมิทธิ์ สร้อยมาดี ที่พบอัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี ร้อยละ 94.4 และ 76.65และสอดคล้องกับการศึกษาอัตรารอดชีพของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ที่พบอัตรารอดชีพ 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 99.7 และ 83.76 แต่แตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีของ วราภรณ์ ภูธิวุฒิ และอิสระ เจียวิริยบุญญา พบอัตรารอดชีพ 1 ปี เพียงร้อยละ 87.97

อัตรารอดชีพมะเร็งรังไข่ มีค่ามัธยฐานการรอดชีพมากกว่าร้อยละ 50 อัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี ร้อยละ 90.1 และ 80.8 แตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งในภาคเหนือของไทย พบอัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี เพียงร้อยละ 76.9 และ 71.310 และแตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพของผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ในจังหวัดขอนแก่นของ อุดม พงษ์พิละ และคณะ พบอัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี เพียงร้อยละ 75.9 และ 47.19 โดยพบว่าอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งในจังหวัดเลยสูงกว่าในจังหวัดขอนแก่นและภาคเหนือของไทย

มะเร็งต่อมลูกหมาก มีค่ามัธยฐานการรอดชีพมากกว่าร้อยละ 50 อัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี ร้อยละ 83.8 และ 50.9ใกล้เคียงกันกับการศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งในภาคเหนือของไทยแยกพิจารณาเป็นรายจังหวัด เชียงใหม่พบอัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี ร้อยละ 89.0 และ 69.1, ลำพูน ร้อยละ 93.2 และ 73.6, ลำปางร้อยละ 84.7 และ 64.6 และพิษณุโลก ร้อยละ 83.5 และ 67.010 ซึ่งจังหวัดที่พบอัตรารอดชีพสูงกว่าจังหวัดเลย คือ จังหวัดลำพูน

มะเร็งที่มีอัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี ต่ำ ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (ร้อยละ 78.6 และร้อยละ 56.2), มะเร็งปากมดลูก (ร้อยละ 76.1 และร้อยละ 54.2), มะเร็งปอด (ร้อยละ 33.7 และร้อยละ 14.5) และมะเร็งตับและท่อน้ำดี (ร้อยละ 24.3 และร้อยละ 11.1)

ซึ่งอัตรารอดชีพมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงมีค่ามัธยฐานการรอดชีพโดยรวม 3.8 ปี อัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี ร้อยละ 78.6 และ 56.2 แตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ที่พบอัตรารอดชีพ 1 ปี และ 3 ปี เพศชายสูงถึงร้อยละ 99.5 และ 64.6 เพศหญิง ร้อยละ 99.4 และ 67.46 และยังแตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งในภาคเหนือของไทย แยกพิจารณารายจังหวัด เชียงใหม่พบอัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี เพศชายพบเพียงร้อยละ 69.9 และ 43.0 เพศหญิงร้อยละ 71.2 และ 47.9,ลำพูน เพศชายพบร้อยละ 69.1 และ 49.7 เพศหญิงร้อยละ 74.8 และ 56.4, ลำปาง เพศชายพบร้อยละ 66.0 และ 47.8 เพศหญิงร้อยละ 63.7 และ 48.910 โดยพบว่าจังหวัดเลยมีอัตรารอดชีพมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงสูงกว่าจังหวัดในภาคเหนือของไทย แต่ต่ำกว่าสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก มีค่ามัธยฐานการรอดชีพโดยรวม 3.2 ปี อัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี ร้อยละ 76.1 และ 54.2 ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีของ วราภรณ์ ภูธิวุฒิ และอิสระ เจียวิริยบุญญา พบอัตรารอดชีพ 1 ปี ร้อยละ 78.57แต่พบว่าแตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งในภาคเหนือของไทย แยกพิจารณารายจังหวัด เชียงใหม่พบอัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี ร้อยละ 85.8 และ 69.7, ลำพูน ร้อยละ 88.9 และ 72.0, ลำปาง ร้อยละ 83.1 และ 67.210 และยังแตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ที่พบอัตรารอดชีพ 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 98.6 และ 29.16โดยพบว่าจังหวัดเลยมีอัตรารอดชีพ 1 ปี และ 3 ปี ต่ำกว่าภาคเหนือของไทยและสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

ผู้ป่วยมะเร็งปอด มีค่ามัธยฐานการรอดชีพโดยรวม 0.5 ปี อัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี ร้อยละ 33.7 และ 14.5 ซึ่งสอดคล้องกับอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งปอดหลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ของ วชิรากรณ์ มุสิกา และคณะ พบอัตรารอดชีพ 1 ปี และ 3 ปี ร้อยละ 31.2 และ 12.98 แต่แตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีของ วราภรณ์ ภูธิวุฒิ และอิสระ เจียวิริยบุญญา พบอัตรารอดชีพ 1 ปี เพียงร้อยละ 24.37 และยังพบความแตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งในภาคเหนือของไทย แยกพิจารณารายจังหวัด เชียงใหม่พบอัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี เพศชายร้อยละ 21.8 และ 9.1เพศหญิง ร้อยละ 22.8และ 8.6, ลำพูน เพศชายร้อยละ 30.7 และ 17.7 เพศหญิง ร้อยละ 33.9 และ 12.8, ลำปาง เพศชายร้อยละ 21.5 และ 7.6 เพศหญิง ร้อยละ 22.0 และ 8.810 ซึ่งส่วนใหญ่มีอัตรารอดชีพต่ำกว่าจังหวัดเลย อีกทั้งมีความแตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ที่พบอัตรารอดชีพ 1 ปี และ 3 ปี เพศชายร้อยละ 98.8 และ 27.3 เพศหญิง ร้อยละ 98.6 และ 29.16 ซึ่งสูงกว่าอัตรารอดชีพของจังหวัดเลย

ผู้ป่วยมะเร็งตับและท่อน้ำดีมีค่ามัธยฐานการรอดชีพโดยรวม 0.3 ปี อัตรารอดชีพ 1 และ 3 ปี ร้อยละ 24.3 และ 11.1 แตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีของ วราภรณ์ ภูธิวุฒิ และอิสระ เจียวิริยบุญญา พบอัตรารอดชีพ 1 ปี เพียงร้อยละ 13.77 ซึ่งมีอัตรารอดชีพต่ำกว่า และแตกต่างจากการศึกษาอัตรารอดชีพของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ที่พบอัตรารอดชีพ 1 ปี และ 3 ปี เพศชายร้อยละ 96.8 และ 29.7 เพศหญิง ร้อยละ 98.7 และ 38.76 ซึ่งมีอัตรารอดชีพสูงกว่า

สาเหตุที่ทำให้อัตรารอดชีพของผู้ป่วยมะเร็งแต่ละชนิดแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันอาจเกิดจากจำนวนขนาดตัวอย่างในการศึกษาค่อนข้างน้อย ลักษณะทางประชากรและบริบทของพื้นที่ที่ทำการศึกษาต่างกัน อีกทั้งการมาพบแพทย์ล่าช้าโดยมาพบแพทย์ในระยะที่รุนแรง (ระยะที่ 4) และไม่ทราบระยะของโรคมะเร็งจำนวนมาก ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาลดลงมากกว่าระยะเริ่มต้นของมะเร็งโดยส่วนใหญ่อัตรารอดชีพของผู้ป่วยมะเร็งที่มารับการรักษาในจังหวัดเลยใกล้เคียงกับจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่สูงกว่าอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งในภาคเหนือของไทย และต่ำกว่าอัตรารอดชีพของสถาบันมะเร็งแห่งชาติที่ศึกษาในประชากรระดับประเทศ อาจเนื่องมาจากประชาชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคน้อย การเข้าถึงบริการทางด้านสาธารณะสุขไม่ทัดเทียมกัน รวมไปถึงความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่แตกต่างกัน

การศึกษาในครั้งนี้เป็นการศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งในจังหวัดเลยครั้งแรก ซึ่งยังไม่มีการรายงานมาก่อน ทำให้มีข้อจำกัดในการศึกษาในเรื่องของจำนวนขนาดตัวอย่างเนื่องจากเก็บรวบรวมข้อมูลเพียง 2 ปี และมีระยะเวลาจำกัดในการติดตามสถานะผู้ป่วยทำให้อัตรารอดชีพแตกต่างกันได้

สรุป

การศึกษาผู้ป่วยมะเร็งหลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย ระหว่างปี พ.ศ. 2560 ถึง 2561 มะเร็งที่มีอัตรารอดชีพสูง ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งผิวหนัง มะเร็งรังไข่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งที่มีอัตรารอดชีพต่ำ ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่และใส้ตรง มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก โดยพบอัตรารอดชีพ 1 ปี สูงกว่า 3 ปี และมีอัตรารอดชีพโดยรวม 1 ปี และ 3 ปี ต่ำกว่าอ้างอิงโดยทั่วไปในระดับประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากพบผู้ป่วยมะเร็งในระยะที่รุนแรง (ระยะที่ 4) อาจเนื่องจากการมาพบแพทย์ล่าช้า ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพลดลงมากกว่าระยะเริ่มต้นของมะเร็ง และความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่แตกต่างกัน ส่งผลต่ออัตราการรอดชีพของผู้ป่วย ดังนั้นประชาชนควรตระหนักถึงความรุนแรงของโรคมะเร็งแต่ละชนิด และให้ความสำคัญในการตรวจหาโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรก โดยการเข้ารับการคัดกรองและตรวจอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการตายและช่วยยืดระยะเวลารอดชีพให้ยาวนานขึ้น

กิตติกรรมประกาศ

ขอขอบพระคุณหน่วยทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล โรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย ที่ให้ความอนุเคราะห์ข้อมูลและขอขอบคุณบุคลากรทุกท่านที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาในครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง

งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์เรื่อง อัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งที่พบบ่อย ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลเลย จังหวัดเลย หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการระบาด  คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เอกสารอ้างอิง

1.    International Agency for Research on Cancer (IARC). Cancer fact sheets. All cancer 2018. [cited 2020 May 20]. Available from: https://gco.iarc.fr/today/fact-sheets-cancers

2.    Imsamran W, Pattatang A, Supaattagorn P, Chiawiriyabunya I, Namthaisong K, Wongsena M, et al. Cancer in Thailand Vol. IX, 2013-2015. Bangkok: New Thammada Press (Thailand) Co., Ltd. 202 SoiCharoenkrung 57, Yannawa, Sathorn, Bangkok 10120 Thailand; 2018

3.    Strategy and Planning Division, Ministry of Public Health. Cause of deaths. Public Health Statistics A.D.2018: 84-86[cited 2020 May 25]. Available from:https://bps.moph.go.th/new_bps/sites/default/files/statistic%2061.pdf

4.    Fritz A, Percy C, Jack A, Shanmugaratnam  K, Sobin L, Parkin D et al. International classification of diseasesfor oncology (ICD-O) – 3rd edition, 1st revision. [Internet]. World Health Organization; [cited 2020 Oct 18]. Available from: www.who.int.

5.    สมิทธิ์ สร้อยมาดี. อัตราการรอดชีพและปัจจัยพยากรณ์โรคของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต. วารสารโรคมะเร็ง 2560; 37(2): 62-71

6.    สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. ทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล พ.ศ. 2561. กรุงเทพมหานคร: บริษัท นิวธรรมดาการพิมพ์ (ประเทศไทย) จำกัด, 2562.

7.    วราภรณ์ ภูธิวุฒิ, อิสระ เจียวิริยบุญญา. อัตราการรอดชีพผู้ป่วยมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรก ที่เข้ารับการรักษาปี 2553 ในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี. วารสารกรมการแพทย์ 2562; 44(1): 81-86

8.    วชิราภรณ์ มุสิกา, สุพจน์ คำสะอาด, ชนัญญา จิระพรกุล, ฉลองพล สารทอง, อนัฆพงษ์ พันธุ์มณี. อัตรารอดชีพของผู้ป่วยมะเร็งปอดหลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลศรีนครินทร์. วารสารศรีนครินทร์เวชสาร 2564; 36(1): 105-110

9.    อุดม พงษ์พิละ, สุพรรณี พรหมเทศ, สุพจน์ คำสะอาด, กฤติกา สุวรรณรุ่งเรือง, พิไลวรรณ กลีบแก้ว, ประสิทธิ์ เพ็งสา. การรอดชีพของผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ในจังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2561; 11(2): 30-39

10. ดลสุข พงษ์นิกร. การรอดชีพจากโรคมะเร็งในภาคเหนือของประเทศไทยปี พ.ศ. 2546-2555 (Cancer survival in Northern Thailand, 2003-2012).โรงพยาบาลมะเร็งลำปาง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 2559


 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

 
Current concept in management of cholangiocarcinoma (โรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma))
 
Comparative Study Between the Conventional Endoscopic Cholecystectomy of Paient with Gall Stone using the Operative Assistants and Endoscopic Cholecystectomy using the new Innovated Adjustable Telescopic Holder (การศึกษาเปรียบเทียบการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีกล้องวิดิทัศน์ด้วยการใช้เครื่องมือช่วยจับถือกล้องวิดิทัศน์ (Adustable Telescopic Holder) ที่ประดิษฐ์ขึ้นเองกับการใช้ผู้ช่วยผ่าตัดถือกล้องวิดิทัศน์)
 
Laparoscopic Cholecystectomy (การผ่าตัดถุงน้ำดีทางกล้องวิดีทัศน์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Surgery
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0