Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Risk Factors Influencing Seroma Formation after Modified Radical Mastectomy

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะของเหลวคั่งใต้แผลผ่าตัด (Seroma) ภายหลังการผ่าตัดมะเร็งเต้านมด้วยวิธี Modified Radical Mastectomy

Thawat Engsirorat (ธวัช อิงศิโรรัตน์) 1, Sitthi Chaowchuen (สิทธิ เชาว์ชื่น) 2




หลักการและวัตถุประสงค์: จากการศึกษาก่อนหน้าพบรายงานปัจจัยเสี่ยงการเกิดภาวะของเหลวคั่งใต้แผลผ่าตัด (Seroma) ในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดด้วยวิธี Modified Radical Mastectomy (MRM) แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเกิด Seroma ในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดด้วยวิธี MRM

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบย้อนหลังโดยทบทวนเวชระเบียนของผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมทุกรายที่ได้รับการผ่าตัดรักษาด้วยวิธี MRM ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2557 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ศึกษาปัจจัยที่มีผลในการก่อให้เกิด Seroma โดยใช้การพรรณนาอธิบายคุณลักษณะทั่ว ๆ ไป และสถิติเชิงวิเคราะห์ใช้สมการ Multiple logistic regression

ผลการศึกษา: ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการผ่าตัดด้วยวิธี MRM ทั้งหมดจำนวน 303 ราย มีอัตราการเกิด Seroma ร้อยละ 22.77 ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิด Seroma อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคือ After 48 hrs. total drainage volume ในกลุ่มที่ปริมาณของเหลวคั่งใต้แผล drain ออกมากกว่า 200 ml มีโอกาสเกิดภาวะ Seroma มากขึ้น

สรุป: ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะ Seroma คือ After 48 hrs. total drainage volume มากกว่า 200 ml ดังนั้นแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด และบุคลากรผู้ดูแลผู้ป่วยควรตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน และเพื่อความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้รับบริการ

 

Background and Objectives: Many articles about seroma formation after Modified Radical Mastectomy (MRM) were published describing incidence and risk factors. No definite significant risk factors were identified as well in Udonthani Cancer hospital. The purpose of this study was to identify factors significantly associated with Seroma formation after MRM.

Method: Retrospective review data of breast cancer patients who under went MRM since August 1, 2014 to October 31, 2017 were collected for identifying significant risk factors influencing seroma formation and statistically calculated by multiple logistic regression analysis.

Result: During the studied period, 303 patients data were reviewed. The incidence of seroma formation was 22.77%. The only significant risk factor influencing Seroma formation was after 48 hrs. with a total drainage volume of more than 200 ml.

Conclusion: The significant risk factor was after 48 hrs. with a total drainage volume of more than 200 ml. the doctor who performed the surgery and the caregiver personnel should be aware of the mentioned risk factors in order to reduce complications and for maximum security for patients.

 

บทนำ

มะเร็งเต้านมพบมากเป็นอันดับหนึ่งในหญิงไทย จากข้อมูลอุบัติการณ์ปี พ.ศ. 2561 พบ 31.4 : 100,000 คนต่อปี (Cancer in Thailand Vol.IX, 2018) ปัจจุบันมีวิธีรักษาด้วยการผ่าตัด และเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ (Modified radical mastectomy; MRM) ซึ่งวิธีการดังกล่าวมักก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดคือ ภาวะของเหลวคั่งใต้แผลผ่าตัด (Seroma) มีรายงานอุบัติการณ์การเกิด ร้อยละ 3-851-5

Seroma เกิดจากสารน้ำรั่วออกจากเส้นเลือด รวมทั้งน้ำเหลืองที่รั่วออกจากท่อน้ำเหลืองที่โดนตัดระหว่างการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ ภาวะ Seroma สามารถแบ่งเป็นระยะตามความรุนแรงได้ 3 ระดับ (grade ตาม Common Terminology Criteria for Adverse Events v.3.0) ได้แก่ grade 1 เป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการ (Asymptomatic), grade 2 เป็นกลุ่มที่มีอาการ (Symptomatic) และได้รับการรักษาไม่ว่าจะโดย Medical intervention หรือ Simple aspiration และ grade 3 เป็นกลุ่มที่มีอาการมากและต้องอาศัยการรักษาโดย Interventional radiology หรือ Operative intervention ซึ่ง Seroma ส่วนใหญ่ที่มีการศึกษาในแต่ละ study มักอยู่ใน grade 2 ส่วน grade 3 พบได้บ้างแต่ไม่มาก และ grade 1 นั้นมักถูก underestimate

Seroma สามารถป้องกันได้โดยใส่สายระบายหลังผ่าตัดเพื่อระบายของเหลวที่คั่งค้างบริเวณใต้แผลผ่าตัด และรักแร้ถือเป็นวิธีมาตรฐานในการลดการเกิด Seroma จากผลของการศึกษาจำนวนมาก6-8 ภาวะดังกล่าวแม้ไม่อันตรายร้ายแรงต่อชีวิตผู้ป่วย แต่ก่อให้เกิดความกังวล ไม่สุขสบายกาย และจิตใจ ตลอดจนการหายของแผลผ่าตัดที่ช้าลง ระยะเวลานอนโรงพยาบาลนานขึ้น ต้องทำหัตถการเพิ่มขึ้น เช่น การเจาะระบายน้ำเหลือง การล้างทำความสะอาดแผล อีกทั้งทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงขึ้นอย่างมาก ผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการให้การรักษาเสริมสำหรับมะเร็งเต้านมต้องล่าช้ายิ่งขึ้น

ผู้วิจัยจึงทำการวิเคราะห์หาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิด Seroma ผลจากการศึกษาจะเป็นข้อมูลที่สำคัญในการนำไปวางแผนป้องกันความเสี่ยง และลดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้รับบริการ โดยตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ต่อไป

 

วิธีการศึกษา

          เป็นการศึกษาแบบย้อนหลัง (Retrospective cohort study) เก็บข้อมูลในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการผ่าตัดด้วยวิธี MRM ทุกรายในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2557 ถึง 31 ตุลาคม 2560 จากเวชระเบียนผู้ป่วย

 

ประชากรที่ศึกษา

            เกณฑ์การคัดเข้า คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม จากผลการตรวจทางพยาธิวิทยาที่ได้รับการผ่าตัด MRM ทุกราย และมีอายุมากกว่า 18 ปีบริบูรณ์ เกณฑ์คัดออก คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมที่ได้รับการผ่าตัด MRM ร่วมกับการสร้างเต้านมเทียม (reconstructive oncoplastic surgery) ทุกชนิด

กลุ่มตัวอย่าง

          ผู้วิจัยสำรวจจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการผ่าตัดด้วยวิธี MRM ในโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ในช่วงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ถึง 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560 มีผู้เข้าเกณฑ์การศึกษาทั้งหมดจำนวน 303 ราย สำหรับแนวทางในการดูแลให้การรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะ Seroma ผู้วิจัยมีการดำเนินการให้การรักษาตามระยะความรุนแรงของ Seroma ได้แก่ 1. การสังเกตอาการ 2 .การทำ simple aspiration 3.การใส่สายระบายใหม่ reinsertion of drain ไม่ว่าจะด้วย interventional radiology หรือ surgical intervention

วิธีการเก็บข้อมูล

          1) ผู้วิจัยเสนอโครงการวิจัย เพื่อขอจริยธรรมการวิจัย จากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี หนังสือรับรองเลขที่ UCH8/2561 เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วจึงเก็บข้อมูลดังกล่าว

          2) บันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึกข้อมูล (Case record form) ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน และความสมบูรณ์ของข้อมูล นำข้อมูลที่ได้มาบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ เพื่อเตรียมวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป 

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

          บันทึกข้อมูลในแบบบันทึกข้อมูล (Case record form) ข้อมูลที่ทำการเก็บรวบรวม ได้แก่

                   1. ข้อมูลการเกิด Seroma คือภาวะสารน้ำรั่วออกจากเส้นเลือด รวมทั้งน้ำเหลืองที่รั่วออกจากท่อน้ำเหลืองที่โดนตัดระหว่างการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ โดยมีวิธีการแบ่งความรุนแรงเป็น 3 ระดับ

                   2. ข้อมูล อายุ ดัชนีมวลกาย โรคร่วม การให้ยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัด การให้ยาปฏิชีวนะก่อนการผ่าตัด ระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัด ปริมาณของเหลวที่ออกหลังผ่าตัด 48 ชั่วโมง รูปแบบการใส่สายระบายหลังจากการผ่าตัด จำนวนวันที่ใส่สายระบาย การให้ยาปฏิชีวนะหลังการผ่าตัด ลักษณะของมะเร็งเต้านม การเกิดภาวะแทรกซ้อน

การประมวลข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล

            วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมการวิเคราะห์ข้อมูลสำเร็จรูปทางสถิติ โดย

            1) ใช้สถิติพรรณนา (Descriptive statistic) ทำการคำนวณข้อมูลเชิงปริมาณ และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตารางแจกแจงความถี่ ร้อยละ คำนวณค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

          2) วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดภาวะ Seroma โดยใช้สมการ Multiple logistic regression กำหนดระดับนัยสำคัญเท่ากับ 0.05 คัดเลือกตัวแปรแบบ Backward elimination

 

ผลการศึกษา

          ผู้ป่วยมีอายุเฉลี่ย 51.57 ปี ดัชนีมวลกาย อยู่ระหว่าง 18.5-22.9 ร้อยละ 61.72 ไม่มีโรคประจำตัว ก่อนผ่าตัดได้รับยาปฏิชีวนะร้อยละ 49.83 และหลังผ่าตัด ร้อยละ 50.17 ระยะเวลาในการผ่าตัด อยู่ระหว่าง 60-90 นาที ปริมาณของเหลวที่ออกหลังการผ่าตัด 48 ชั่วโมง อยู่ในช่วง 200-300 มล. ถอดสายระบาย ระหว่าง 8-14 วัน ระยะของมะเร็งส่วนใหญ่อยู่ในระยะ IIA และไม่พบการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง จำนวนการตัดออกของต่อมน้ำเหลืองรักแร้ (Total number at dissected axillary lymp nodes) อยู่ระหว่าง 12-20  node (ตารางที่ 1) พบการเกิด Seroma ร้อยละ 22.77 (ตารางที่ 2)

การวิเคราะห์ตัวแปรเดี่ยว (Univariate analysis) พบปัจจัยที่มีผลต่อการเกิด Seroma อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< 0.05) ได้แก่ Neoadjuvant chemotherapy, Preoperative antibiotic, Postoperative antibiotic, After 48 hrs. total drainage volume และจำนวนต่อมน้ำเหลืองที่ได้รับการตัด(dissected lymph nodes) สำหรับการวิเคราะห์ตัวแปรพหุ (Multivariate analysis) ผู้วิจัยเลือกตัวแปรจากการวิเคราะห์แบบ Univariate โดยพิจารณาทุกตัวแปรที่มี p < 0.25 เข้าในโมเดลเริ่มต้น ยกเว้น Neoadjuvant chemotherapy, Preoperative antibiotic และ Postoperative antibiotic ไม่ถูกนำเข้าเนื่องจากแพทย์ผู้รักษาพิจารณาแล้วว่าไม่มีผลทางคลินิก ดังนั้นจึงพบปัจจัยที่มีผลต่อการเกิด Seroma อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเพียงปัจจัยเดียว คือ After 48 hrs. total drainage volume (ตารางที่ 3)

 

ตารางที่ 1 ลักษณะของกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการผ่าตัดโดยวิธี  MRM (n = 303)

Characteristic

No. (%)

Age group (years)

 

< 50

146 (48.18)

> 50

157 (51.82)

Mean (SD.)

51.57 (10.35)

BMI (kg/m2)

 

< 18.5

16 (5.28)

18.5 – 22.9

99 (32.67)

23.0 – 24.9

81 (26.73)

25.0 – 29.9

74 (24.42)

> 30.0

33 (10.89)

Underlying

 

No

187 (61.72)

Hypertension

40 (13.20)

Diabetes Mellitus

13 (4.29)

Others

28 (9.24)

Hypertension and Diabetes Mellitus

16 (5.28)

Hypertension and Others

13 (4.29)

Diabetes Mellitus and Others

2 (0.66)

Hypertension and Diabetes Mellitus and Others

4 (1.32)

Neoadjuvant chemotherapy

 

No

256 (84.49)

Yes

47 (15.51)

Preoperative antibiotic

 

No

152 (50.17)

Yes

151 (49.83)

Operative time (min.)

 

< 60

52 (17.16)

60-90

150 (49.50)

> 90

101 (33.34)

After 48 hrs. total drainage volume (ml.)

 

<200

82 (27.06)

200 – 300

94 (31.02)

301 – 400

77 (25.41)

>400

50 (16.50)

Number of day removed

 

< 7

92 (30.36)

8 – 14

205 (67.66)

>14

6 (1.98)

Postoperative antibiotic

 

No

151 (49.83)

Yes

152 (50.17)

Tumor size

 

< 2 cm

63 (20.79)

2 – 5 cm

198 (65.35)

> 5 cm

26 (8.58)

Unknown

14 (4.62)

Cancer staging

 

Carcinoma in situ

14 (4.62)

IA

49 (16.17)

IIA

95 (31.35)

IIB

33 (10.89)

IIIA

46 (15.18)

IIIB

27 (8.91)

IIIC

29 (9.57)

IV

9 (2.97)

Unknown

1 (0.33)

Dissected lymph

 

<12

62 (20.46)

12 – 20

196 (64.69)

>20

45 (14.85)

Lymph node status

 

0

148 (48.84)

1 – 3

72 (23.76)

4 – 7

39 (12.87)

>7

44 (14.52)

Cancer invasion

 

Lymphatic invasion

 

No

176 (58.09)

Yes

127 (41.91)

Vascular invasion

 

No

200 (66.01)

Yes

103 (33.99)

Perineural invasion

 

No

294 (97.03)

Yes

9 (2.87)

Skin invasion

 

No

278 (91.75)

Yes

25 (8.25)

Muscular invasion

 

No

300 (99.01)

Yes

3 (0.99)

 

ตารางที่ 2 ลักษณะการเกิด Complication ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการผ่าตัดโดยวิธี MRM (n = 303)

Complication

No. (%)

No Seroma

234 (77.23)

Seroma

69 (22.77)

 

ตารางที่ 3 ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่ออัตราการเกิด Seroma ในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดด้วยวิธี MRM (n=303)

ปัจจัย

Univariate analysis

Multivariate analysis

OR (95%CI)

P-value

OR (95%CI)

P-value

Age group (years)

 

 

 

 

<50

1.00 (reference)

0.066

1.00 (reference)

0.746

> 50

1.69 (0.96-2.96)

 

1.12 (0.56-2.27)

 

BMI (kg/m2)

 

 

 

 

< 18.5

1.00 (reference)

0.111

1.00 (reference)

0.370

18.5 – 22.9

1.28 (0.26-6.22)

 

0.51 (0.09-3.03)

 

23 – 24.9

2.14 (0.44-10.29)

 

0.67 (0.11-4.07)

 

25 – 29.9

3.29 (0.69-15.67)

 

0.89 (0.14-5.46)

 

>30

2.23 (0.40-12.29)

 

0.29 (0.04-2.20)

 

Underlying diseases (UD)

 

 

 

 

   No

1.00 (reference)

0.671

 

 

   Hypertension

1.41 (0.63-3.17)

 

 

 

   Diabetes Mellitus

2.10 (0.58-7.52)

 

 

 

   Others

1.22 (0.48-3.08)

 

 

 

   Hypertension and Diabetes Mellitus

0.85 (0.23-3.12)

 

 

 

   Hypertension and Others

0.31 (0.04-2.42)

 

 

 

   Diabetes Mellitus and Others

NA

 

NA

 

   Hypertension and Diabetes Mellitus and Others

1.22 (0.12-12.08)

 

 

 

Neoadjuvant chemotherapy

 

 

 

 

   No

1.00 (reference)

0.036*

 

 

   Yes

0.39 (0.15-1.03)

 

 

 

Preoperative antibiotic

1.00 (reference)

0.004*

 

 

   No

2.33 (1.30-4.17)

 

 

 

   Yes

 

 

 

 

Operative time

 

 

 

 

   <60

1.00 (reference)

0.079

1.00 (reference)

0.204

   60 – 90

0.55 (0.26-1.16)

 

0.40 (0.13-1.17)

 

   > 90

1.06 (0.50-2.26)

 

0.410 (0.14-1.21)

 

Day removed

 

 

 

 

   1-7

1.00 (reference)

0.187

1.00 (reference)

0.340

   8-14

0.97 (0.53-1.78)

 

1.42 (0.54-3.70)

 

   > 15

5.33 (0.83-34.09)

 

6.20 (0.51-75.76)

 

After 48 hrs. total drainage volume (ml.)

 

 

 

 

   < 200

1.00 (reference)

<0.001*

1.00 (reference)

<0.001*

   200 – 300

2.34 (0.79-6.96)

 

2.53 (0.75-8.54)

 

   301 – 400

7.20 (25.8-20.12)

 

9.36 (2.76-31.76)

 

   >400

15.00 (5.16-43.62)

 

15.03 (3.74-60.37)

 

Postoperative antibiotic

 

 

 

 

   No

1.00 (reference)

0.009*

 

 

   Yes

2.14 (1.20-3.80)

 

 

 

Tumor size

 

 

 

 

   <2

1.00 (reference)

0.263

 

 

   2 – 5

0.93 (0.48-1.80)

 

 

 

   > 5

0.43 (0.11-1.63)

 

 

 

   Unknown

0.25 (0.03-2.08)

 

 

 

Lympahtic invasion

 

 

 

 

   No

1.00 (reference)

0.148

1.00 (reference)

0.121

   Yes

0.66 (0.37-1.17)

 

0.35 (0.09-1.42)

 

Vascular invasion

 

 

 

 

   No

1.00 (reference)

0.422

1.00 (reference)

0.302

   Yes

0.78 (0.43-1.43)

 

2.10 (0.49-8.98)

 

Perineural invasion

 

 

 

 

   No

NA

 

NA

 

   Yes

 

 

 

 

Skin involvement

 

 

 

 

   No

1.00 (reference)

0.238

 

 

   Yes

0.50 (0.14-1.73)

 

 

 

Muscular invasion

 

 

 

 

   No

NA

 

NA

 

   Yes

 

 

 

 

Cancer staging

 

 

 

 

   Carcinoma in situ

1.00 (reference)

0.297

1.00 (reference)

0.099

   1

5.84 (0.69-49.17)

 

6.26 (0.58-67.28)

 

   2A

3.25 (0.40-26.68)

 

3.19 (0.30-33.65)

 

   2B

3.83 (0.42-34.51)

 

7.27 (0.51-103.31)

 

   3A

1.74 (0.19-16.00)

 

0.81 (0.04-14.67)

 

   3B

2.89 (0.30-28.07)

 

3.50 (0.22-56.47)

 

   3C

2.29 (0.24-22.02)

 

1.02 (0.04-24.59)

 

   4

3.14 (0.24-41.51)

 

4.28 (0.20-91.95)

 

   Unknown

NA

 

NA

 

Lymph node status

 

 

 

 

   0

1.00 (reference)

0.392

1.00 (reference)

0.758

   1 – 3

0.64 (0.32-1.30)

 

0.72 (0.25-2.08)

 

   4 – 7

0.55 (0.21-1.43)

 

1.15 (0.19-6.89)

 

   >7

0.63 (0.27-0.148)

 

1.92 (0.28-13.07)

 

Dissected lymph

 

 

 

 

   <12

1.00 (reference)

0.021*

1.00 (reference)

0.88

   12 – 20

3.00 (1.21-7.42)

 

3.02 (1.00-9.15)

 

   >20

3.48 (1.19-10.21)

 

3.64 (0.93-14.27)

 

* p < 0.05

 

วิจารณ์

          ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าเกิด Seroma ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการผ่าตัด MRM  ร้อยละ 22.77  ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาต่าง ๆ ก่อนหน้า ที่มีอุบัติการณ์ร้อยละ 3-85 นอกจากนี้ความรุนแรงของ Seroma ที่พบ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 2 และได้รับการรักษาด้วยวิธีการทำ Simple aspiration เท่านั้น

          ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิด Seroma จากการศึกษาก่อนหน้านี้ ได้แก่ Body weight, Extend of radical mastectomy และ Total drainage volume ระหว่าง 3 วัน แรกหลังการผ่าตัด  ส่วนปัจจัยที่อาจมีผล ได้แก่ Skin incision (Diagonal vs Vertical), Hypertension, Drain holes (Multiple holes vs Multiple channels), No drainage, Obesity, Operative time (longer), Day of drain removal (5th vs 8th postoperative day), การใช้ Electrocautery ในการเลาะ skin flap (vs Cold scalpel)

          ในการศึกษานี้ พบว่ามีปัจจัยที่มีผลต่อการเกิด Seroma อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ การได้รับ Neoadjuvant chemotherapy, การได้รับ Preoperative antibiotic, After 48 hrs. total drainage volume, การได้รับ Postoperative antibiotic, จำนวนต่อมน้ำเหลืองที่ได้รับการตัด (dissected lymph nodes) และ After 48 hrs. total drainage volume (การศึกษานี้เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มที่ใส่สายระบายกลับบ้าน นอนรักษาในโรงพยาบาลหลังจากการผ่าตัดน้อยกว่า 72 ชั่วโมง จึงใช้ปริมาณ Total drainage volume ที่ 48 ชั่วโมงเป็นเกณฑ์ แต่ก็ยังพบว่าปริมาณของเหลวที่ออก หากหลังผ่าตัด 48 ชั่วโมง ออกมากกว่า 200 ml พบว่ามีโอกาสเกิดภาวะ seroma สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ) แต่ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สอดคล้องกับการศึกษาก่อน ได้แก่ Obesity (ในการศึกษานี้ใช้ BMI), Hypertension, Operative time, Day of drain removal

          เมื่อวิเคราะห์ตัวแปรพหุ ในการศึกษานี้จะพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิด Seroma อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเพียงปัจจัยเดียว คือ After 48 hrs. total drainage volume ซึ่งอาจใช้ในการคาดการณ์การเกิดภาวะ Seroma ในผู้ป่วยซึ่งปริมาณของเหลวที่ออกหากเกิน 200 ml ใน 48 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรได้รับคำแนะนำถึงภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว รวมทั้งแผนการรักษาเมื่อเกิดภาวะ Seroma ขึ้น โดยอาจพิจารณาใส่สายระบายนานขึ้น หรือหากได้รับการถอดสายระบายแล้วเริ่มเกิดภาวะ Seroma ให้ผู้ป่วยกลับมารับการรักษาก่อนที่ปริมาณ Seroma จะมีมาก ซึ่งอาจเริ่มการรักษาด้วยการทำ simple aspiration ตั้งแต่ภาวะ Seroma grade 1 เพื่อให้ภาวะดังกล่าวหายได้เร็วขึ้น

 

สรุป

          ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะ Seroma ในการศึกษานี้คือ ปริมาณของเหลวที่ออกหลังผ่าตัด 48 ชั่วโมง ที่มากกว่า 200 ml ดังนั้นควรนำไปเป็นข้อพิจารณาวางแผนดูแลรักษา และป้องกันการเกิด Seroma ในผู้ป่วยหลังผ่าตัด MRM ต่อไป

เอกสารอ้างอิง

1.    Kumar S, Lal B, Misra MC. Post-mastectomy seroma: a new look into the aetiology of  an old problem. J R Coll Surg Edinb 1995; 40: 292-294.

2.    Srivastava V, Basu S, Shukla VK. Seroma formation after breast cancer surgery: What we have learned in the last two decades. J of Breast Cancer 2012; Available from http://dx.doi.org/10.4048/jbc.2012.15.4.373. [Accessed November 24, 2017].

3.    Say C, Donegan W. A biostatistical evaluation of complications from mastectomy. Surg Gynecol Obstet 1974;138: 370-376.

4.    Aitken DR, Minton JP. Complications associated with mastectomy. Surg Clin North Am 1983; 63(6): 1331-1352.

5.    Pogson CJ, Adwani A, Ebbs SR. Seroma following breast cancer surgery. Eur J Surg Oncol 2003; 29(9): 711-717.

6.    Murphey DR Jr. The use of atmospheric pressure in obliterating axillary dead space following radical mastectomy. South Surg 1947;13(6): 372-375.

7.    Kuroi K, Shimosuma K, Taguchi T, Lmai H, Yamashiro H, Ohsumi S, et al.  Evidence-Based Risk Factors for Seroma Formation in Breast Surgery. Jpn J Clin Oncol 2006; 36(4): 197-206.

8.    Burak WE Jr, Goodman PS, Young DC, Farrar WB. Seroma formation following axillary dissection for breast cancer: Risk factors and lack of influence of bovine thrombin. J Surg Oncol 1997; 64: 27-31.

 

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

 
Current concept in management of cholangiocarcinoma (โรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma))
 
Comparative Study Between the Conventional Endoscopic Cholecystectomy of Paient with Gall Stone using the Operative Assistants and Endoscopic Cholecystectomy using the new Innovated Adjustable Telescopic Holder (การศึกษาเปรียบเทียบการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีกล้องวิดิทัศน์ด้วยการใช้เครื่องมือช่วยจับถือกล้องวิดิทัศน์ (Adustable Telescopic Holder) ที่ประดิษฐ์ขึ้นเองกับการใช้ผู้ช่วยผ่าตัดถือกล้องวิดิทัศน์)
 
Laparoscopic Cholecystectomy (การผ่าตัดถุงน้ำดีทางกล้องวิดีทัศน์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Surgery
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0