Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Association between Lesions of Cancer and Survival of Colorectal Cancer (CRC) Patients after Diagnosis at Maharat Nakhon Ratchasima Hospital, Nakhon Ratchasima Province

ความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งมะเร็งกับอัตรารอดชีพผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และ ไส้ตรงหลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

Kanokphan Phansranoi (กนกพรรณ พันธ์สระน้อย) 1, Nut Boonnithi (ณัฏฐ์ บุญนิธิ) 2, Nintita Sripaiboonkij Thokanit (นิลทิตา ศรีไพบูลย์กิจ โถคนิตย์) 3, Naowarat Maneenin (เนาวรัตน์ มณีนิล) 4, Supot Kamsa-ard (สุพจน์ คำสะอาด) 5




หลักการและวัตถุประสงค์: มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (Colorectal cancer, CRC) การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าอัตรารอดชีพในตำแหน่งการเกิด CRC ยังขัดแย้งกันอยู่และอัตรารอดชีพยังมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบอัตรารอดชีพระหว่างตำแหน่งเกิดโรคมะเร็งด้านซ้ายและด้านขวาและศึกษาอัตรารอดชีพ CRC หลังการวินิจฉัยในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

วิธีการศึกษา: ผู้ป่วย CRC 2,096 ราย จากข้อมูลทะเบียนมะเร็งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ระหว่างปี พ.ศ.2557-2561 วิเคราะห์อัตรารอดชีพ โดยวิธี Kaplan-Meier นำเสนอค่ามัธยฐานการรอดชีพและช่วงเชื่อมั่น 95 % สถิติทดสอบโดยสถิติ Log rank test

ผลการศึกษา: ผู้ป่วย CRC 2,096 ราย เสียชีวิต 1,290 ราย อัตราเสียชีวิต  31.4 ต่อ 100 ราย/ปี (95% CI; 29.6-33.1) ค่ามัธยฐานการรอดชีพ 1.95 ปี (95% CI; 1.77-2.12) อัตรารอดชีพในระยะเวลา 1, 3 และ 5 ปี  ร้อยละ 66.6 (95% CI; 64.5-68.5),  39.3 (95% CI 37.0-41.5) และ 30.3 (95% CI; 27.7-32.8) ตามลำดับ อัตรารอดชีพตำแหน่งเกิดโรคมะเร็งด้านซ้ายและด้านขวา แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (Log rank test=0.59,    p =0.444)

สรุป: ตำแหน่งมะเร็ง CRC มีอัตรารอดชีพไม่แตกต่างกัน ส่วนอัตรารอดชีพในระยะเวลา 5 ปียังต่ำ ดังนั้นการตรวจคัดกรองมะเร็งในระยะแรกเริ่ม จะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น รวมทั้งศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกับการรอดชีพผู้ป่วย CRC ในเชิงลึกต่อไป

 

Background and Objective: In previous studies there were conversely in survival rate of the sides of colorectal cancer (CRC). Differences in the survival rate for CRC have been observed among the left-sided and right-sided tumors, with further regional variation. There was inconsistency in survival rate varies by regions. The objective of this study was to compare the survival rate between left and right-sided tumors after diagnosis of CRC patients at Maharat Nakhon Ratchasima hospital, Nakhon Ratchasima province.

Methods: Data (2,096 cases) were collected from the Maharat Nakhon Ratchasima hospital-based cancer registry (2014-2018) in Nakhon Ratchasima province. The survival rate was estimated using the Kaplan-Meier method. Between group compassions were made using the Log rank test. We reported the median survival time and 95% confidence interval.

Result: Of 2,096 CRC patients, 1,209 died during the study period, corresponding to a case-fatality rate of 31.4 per 100 person-years (95%CI: 29.6-33.1). The median survival time was 1.95 years. (95%CI: 1.77-2.12). The overall survival rates at 1, 3, and 5 years were 66.6% (95%CI: 64.5-68.5), 39.3% (95%CI; 37.0-41.5), and 30.3% (95%CI; 27.7-32.8), respectively.  The survival rate between the left and right-sided tumors was not significantly different (Log rank test = 0.59, p=0.444).

Conclusion: The survival rate between right- and left-sided CRC lesions was not significantly different. The 5-year survival rate is poor; consequently, primary prevention is crucial and screening for early detection is necessary to improve survival rate. Further research should focus on the factors affecting survival of CRC.

 

บทนำ

มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (Colorectal cancer, CRC) เป็นโรคร้ายแรงและเป็นปัญหาสาธารณสุขทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก โดยในปี พ.ศ.2561 พบผู้ป่วย CRC มากที่สุดในทวีปเอเชีย จำนวน 957,896 ราย (ร้อยละ 51.8) ของผู้ป่วย CRC ทั้งหมด รองลงมาคือทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ ส่วนผู้เสียชีวิตด้วย CRC พบมากที่สุดในทวีปเอเชีย จำนวน 461,422 ราย (ร้อยละ52.4) ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด รองลงมาคือทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ1

สำหรับประเทศไทย สถิติปีล่าสุดที่มีการรายงาน พบผู้ป่วย CRC เป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งตับและมะเร็งปอดในเพศชาย พบอัตราอุบัติการณ์ปรับมาตรฐานอายุ (Age standardized  incidence rates, ASR) 16.2 ต่อแสนประชากรต่อปี และเป็นอันดับ 4 ในเพศหญิง  รองจากมะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก ASR ผู้ป่วย CRC 11.1 ต่อแสนประชากรต่อปี และยังพบว่า ASR เพศชายและเพศหญิงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ (ปี พ.ศ. 2544 ถึง 2555 ) 2

จากการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น พบว่า ค่ามัธยฐานการรอดชีพ ผู้ป่วย CRC ตำแหน่งการเกิดโรคด้านขวา 16.4 เดือน และด้านซ้าย 23.4 เดือน p < 0.013 ในขณะที่ประเทศสวีเดน พบว่าระยะเวลารอดชีพ 5 ปี ผู้ป่วยมะเร็ง CRC ด้านขวา และด้านซ้าย ร้อยละ 45.4  และ 48.8 ตามลำดับ ผู้ป่วยมะเร็ง CRC ด้านซ้ายระยะเวลารอดชีพดีกว่าผู้ป่วย CRC ด้านขวา  ร้อยละ48.8  (p= 0.02)4

          จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าอัตรารอดชีพระหว่างตำแหน่งโรคมะเร็งในผู้ป่วย CRC ยังขัดแย้งกันอยู่และอัตรารอดชีพในระยะเวลาต่างๆ ยังมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ระดับตติยภูมิที่มีการรักษาผู้ป่วย CRC ยังมีการศึกษาไม่มากนักเกี่ยวกับการรอดชีพที่ใช้ในการประเมินผลการรักษา ที่จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนการรักษาต่อไป ดังนั้น การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบอัตรารอดชีพระหว่างผู้ป่วย CRC ที่มีตำแหน่งการเกิดโรคมะเร็งด้านซ้ายและด้านขวาและศึกษาอัตรารอดชีพผู้ป่วย CRC หลังการวินิจฉัยในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

 

วิธีการศึกษา

ระเบียบวิธีวิจัย

การศึกษาครั้งนี้เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective cohort study) จากฐานข้อมูลศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นมะเร็ง CRC ตามรหัสโรคมะเร็งสากล (The International Classification of Diseases for Oncology, ICD-O-3) รหัสโรค C18.0 – C20.9 แบ่งตำแหน่งการเกิดโรค (Side of  CRC) ด้านขวา C18.0 - C18.4 Caecum Append ix Ascending colon Hepatic flexure Transverse colon และด้านซ้าย C185-187, C199, C209 Splenic flexure, Descending colon, Sigmoid colon, Rectosigmoi, Rectum ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2557 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 หลังจากนั้นติดตามผู้ป่วย CRC ทุกรายอย่างต่อเนื่องถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 จากฐานข้อมูลติดตามผู้ป่วยศูนย์มะเร็ง จนกระทั่งทราบสถานะสุดท้ายการมีชีวิตผู้ป่วย CRC เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลในโปรแกรมทางสถิติต่อไป

 

การประมวลและการวิเคราะห์ข้อมูล

การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยโปรแกรม Thai Cancer Base ซึ่งพัฒนาโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ที่มีระบบตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน

สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistic) วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ลักษณะประชากร ลักษณะโรค กรณีข้อมูลต่อเนื่องนำเสนอความถี่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน กรณีข้อมูลแจงนับนำเสนอความถี่และ ร้อยละ

สถิติเชิงอนุมาน (Inference statistics) วิเคราะห์อัตรารอดชีพโดยวิธี Kaplan-Meier นำเสนอค่ามัธยฐานระยะเวลารอดชีพและช่วงเชื่อมั่น 95 % สถิติทดสอบเพื่อเปรียบเทียบอัตรารอดชีพระหว่างกลุ่มโดยสถิติ Log rank test โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ โดย STATA version 10.0

 

ผลการศึกษา

     ลักษณะทางประชากร และลักษณะโรคผู้ป่วย CRC ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างปี พ.ศ. 2557 ถึง 2561

ลักษณะพื้นฐานผู้ป่วย CRC ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ป่วย CRC หลังการวินิจฉัย 2,096 ราย โดยพบว่าเพศมีจำนวนใกล้เคียงกัน เพศชาย 1,095 ราย (ร้อยละ 52.2) อายุเฉลี่ย 63 ±12.9 ปี โดยพบผู้ป่วยมีอายุอยู่ระหว่าง 60-69 ปีมากที่สุดจำนวน 623 ราย (ร้อยละ 29.7) ส่วนสถานะภาพ พบมากเป็นสถานภาพสมรส คู่ / หม้าย / หย่า จำนวน 1,939 ราย (ร้อยละ 92.5 ) (ตารางที่ 1 )

 

ตารางที่ 1 จำนวนและร้อยละ ลักษณะทางประชากรผู้ป่วย CRC หลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ระหว่างปี พ.ศ. 2557 ถึง 2561 จำแนกตามปัจจัยต่างๆ

ลักษณะทางประชากร

จำนวน(ร้อยละ)

(n= 2,096)

 เพศ

 

  ชาย

1,095 (52.2)

  หญิง

1,001 (47.8)

อายุขณะที่วินิจฉัย (ปี)

 

  20-29

12 (0.6)

  30-39

72 (3.4)

  40-49

207 (9.9)

  50-59

504 (24.1)

  60-69

623 (29.7)

  70-79

436 (20.8)

  80 ขึ้นไป

242 (11.6)

ค่าเฉลี่ย (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

63.26 (12.90)

สถานะภาพ

 

โสด

120 (5.7)

คู่ / หม้าย / หย่า

1,939 (92.5)

นักบวช

35 (1.7)

ไม่ระบุ

2 (0.1)

 

ลักษณะเกี่ยวกับโรคผู้ป่วย CRC  ในการศึกษาครั้งนี้ พบปีที่วินิจฉัย 2561 ผู้ป่วยมากที่สุด  530 ราย (ร้อยละ25.3) ชนิดของมะเร็งที่พบมากที่สุด คือมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon cancer) 1,200 ราย (ร้อยละ57.2) และมะเร็งไส้ตรง (Rectal cancer)  896 ราย (ร้อยละ42.8) วิธีการวินิจฉัย พบการตรวจแบบตรวจเนื้องอกปฐมภูมิ มากที่สุด 1,798 ราย (ร้อยละ 85.8) ระยะของโรค ส่วนใหญ่ระยะที่ 3 จำนวน 801 ราย (ร้อยละ 38.2)  และพบน้อยที่สุด คือ ระยะที่ 1 จำนวน 48 ราย (ร้อยละ 2.3 ) ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในระยะท้ายๆ ของโรค Histology grading พบมากที่สุด คือ Moderately differentiated 902 ราย (ร้อยละ 43.0) เมื่อพิจารณา Primary tumor (T) พบมากที่สุด (T3) 800 ราย (ร้อยละ38.2) การแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง (N) พบมากที่สุดคือ N1 438 ราย (ร้อยละ20.9) Distant metastases (M) พบมากที่สุดคือ M มีการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย 1,123 ราย (ร้อยละ53.6)  การรักษา พบว่า การผ่าตัดร่วมกับฉายรังสีมากที่สุด 771 ราย (ร้อยละ36.8) ส่วนตำแหน่งเกิดโรคพบมากคือ Colorectal ด้านซ้าย 1,858 ราย (ร้อยละ88.7) ด้านขวา 238 ราย (ร้อยละ11.4) (ตารางที่ 2)

 

ตารางที่ 2 จำนวนและร้อยละ ลักษณะเกี่ยวกับโรค ผู้ป่วยมะเร็ง CRC หลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ระหว่างปี พ.ศ. 2557 ถึง 2561

ลักษณะที่ศึกษา

จำนวน (ร้อยละ)

(n= 2,096)

ปีที่วินิจฉัย

 

2557

392 (18.7)

2558

344 (16.4)

2559

322 (15.4)

2560

508 (24.2)

2561

530 (25.3)

ชนิดของมะเร็ง

 

 มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon cancer)

1,200 (57.2)

 มะเร็งไส้ตรง (Rectal cancer)

896 (42.8)

วิธีวินิจฉัย​โรคมะเร็ง

 

ซักประวัติและตรวจร่างกาย

81 (3.9)

รังสีวินิจฉัย

164 (7.8)

ผ่าตัดหรือผ่าศพ โดยไม่มีผลชิ้นเนื้อ  ส่องกล้อง Ultrasound

2 (0.1)

ตรวจทางเซลล์หรือการตรวจเลือด

2 (0.1)

ตรวจชิ้นเนื้องอกที่แพร่กระจาย

49 (2.3)

ตรวจเนื้องอกปฐมภูมิ

1,798 (85.8)

ระยะของโรค

 

   ระยะที่ 1

48 (2.3)

   ระยะที่ 2

400 (19.1)

   ระยะที่ 3

801 (38.2)

   ระยะที่ 4

647 (30.9)

   ไม่ทราบ

200 (9.5)

Histology grading

 

 Well differentiated

699 (33.4)

 Moderately differentiated

902 (43.0)

 Poorly differentiated

244 (11.6)

 Not stated or not applicable

251 (12.0)

การกระจายของโรค

 

  Localized

244 (11.6)

  Direct extension

188 (9.0)

  Regional lymph nodes

763 (36.4)

  Distant metastasis

630 (30.1)

  Not known

271 (12.9)

Primary tumor (T)

 

  T0

8 (0.4)

  T1

19 (0.9)

  T2 

125 (6.0)

  T3

800 (38.2)

  T4

200 (9.5)

  Tx

944 (45.0)

Regional lymph node (N)

 

  N0

452 (21.6)

  N1 

438 (20.9)

  N2

241 (11.5)

  N3 

56 (2.7)

  NX

909 (43.4)

Distant metastases (M)

 

  M0

973 (46.4)

  M1

1,123 (53.6)

การรักษา

 

  Supportive

50 (2.4)

  Surgery

508 (24.2)

  Radiation

85 (4.1)

  Chemotherapy

324 (15.4)

  Surgery+ Radiation

18 (0.9)

  Chemotherapy + Radiation

200 (9.5)

  Surgery + Chemotherapy

771 (36.8)

  Surgery +Radiation   

  Chemotherapy

140 (6.7)

Side of  CRC

 

  ด้านขวา

238 (11.4)

  ด้านซ้าย

1,858 (88.6)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

*ด้านขวา Caecum Appendix Ascending colon Hepatic flexure Transverse colon **ด้านซ้าย Splenic flexure, Descending colon, Sigmoid colon, Rectosigmoi, Rectum

 

 

ค่ามัธยฐานระยะเวลารอดชีพหลังการวินิจฉัยผู้ป่วย CRC ในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างปี พ.ศ. 2557 ถึง 2561

ผู้ป่วย CRC หลังการวินิจฉัย 2,096 ราย ในระยะติดตามทั้งหมด 4,115 ราย/ปี เสียชีวิต 1,290 ราย คิดเป็นอัตราเสียชีวิต  31.4 ต่อ 100 ราย/ปี (95% CI; 29.6-33.1) อัตรารอดชีพหลังการวินิจฉัยในระยะเวลา 1, 3 และ5 ปี ร้อยละ 66.6 (95% CI; 64.5-68.5),  39.3 (95% CI 37.0-41.5) และ 30.3 (95% CI; 27.7-32.8) ตามลำดับ ค่ามัธยฐานการรอดชีพ 1.95 ปี (95% CI; 1.77-2.12) (รูปที่ 1)

รูปที่ 1 โค้งการปลอดเหตุการณ์โดยวิธี Kaplan-Meier  ในผู้ป่วยมะเร็ง CRC หลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างปี พ.ศ.2557 ถึง  2561

 

จากการศึกษานี้พบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ อัตราเสียชีวิต 29.3 ต่อ 100 ราย/ปี พบอัตรารอดชีพหลังการวินิจฉัยในระยะเวลา 1, 3 และ 5 ปี  ร้อยละ 65.3 (95% CI; 62.56-68.0), 41.7 (95% CI; 38.7-44.7) และ 33.9 (95% CI; 30.6-37.3) ตามลำดับ พบว่ามัธยฐานการรอดชีพ 2.07 ปี (95% CI; 1.79-2.34)    (รูปที่ 2 และตารางที่ 3)

 

รูปที่ 2 โค้งการปลอดเหตุการณ์โดยวิธี Kaplan-Meier  ในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) หลังการวินิจฉัย ที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างปี พ.ศ.2557 ถึง 2561

 

ผู้ป่วยมะเร็งไส้ตรง 896 ราย อัตราเสียชีวิต  34.19 ต่อ 100 ราย/ปี พบอัตรารอดชีพในระยะเวลา 1, 3 และ 5 ปี ร้อยละ 68.2 (95% CI; 65.0-71.1), 35.9(95% CI; 32.6-39.3) และ 25.1 (95% CI; 21.3-29.2 ) พบว่ามัธยฐานการรอดชีพ 1.57 ปี (95% CI; 1.57-1.97) (รูปที่ 3 และตารางที่ 3)

 

รูปที่ 3 โค้งการปลอดเหตุการณ์โดยวิธี Kaplan-Meier  ในผู้ป่วยมะเร็งไส้ตรง (Rectal Cancer) หลังการวินิจฉัยที่ได้  รับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างปี พ.ศ.2557 ถึง 2561

 

ตารางที่ 3 ระยะเวลารอดชีพของผู้ป่วย CRC หลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ระหว่างปี พ.ศ. 2557 ถึง 2561 จำแนกตามปัจจัยต่างๆ

ตัวแปร

Median time

(95%CI)

1 ปี

3 ปี

5 ปี

Log-rank

test

p-value

Survival

function

95% CI

Survival

function

95% CI

Survival

function

95% CI

อายุ (ปี)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  น้อยกว่า 65

2.2 (1.9-.45)

70.2

(67.4-72.8)

42.7

(39.6-45.7)

33.9

(30.3-37.4)

18.05

<0.001

มากกว่าหรือเท่ากับ 65

1.6 (1.4-1.9)

62.4

( 59.3-65.4)

35.4

(32.2-38.6)

26.2

(22.6-29.8)

 

 

เพศ

 

 

 

 

 

 

 

0.37

0.545

ชาย

1.8 (1.6-2.0)

67.2

(64.4-69.9)

38.4

(35.3-41.4)

29.2 31.39

(25.7-2.7)

 

 

หญิง

2.0 (1.8-2.3)

65.8

(37.00-3.49)

40.26

( 25.7-2.7)

 

(27.71-5.14)

 

 

Side of tumor

 

 

 

 

 

 

 

4.00

0.046

  Colon

2.1(1.8-2.3)

65.3

(62.6-67.9)

41.7

(38.7-44.7)

33.9

(30.6-37.3)

 

 

  Rectal

1.8(1.6,2.0)

68.2

(65.0-71.1),

35.9

(32.6-39.3)

25.1

(21.3-29.2)

 

 

ระยะของโรค

 

 

 

 

 

 

 

940.54

<0.001

ระยะ 1 และ 2

-

89.3

(86.0-91.8)

68.9

(64.0-73.2)

57.7

(50.7-64.0)

 

 

ระยะ 3

3.3(2.8-3.8)

80.7

(77.7-83.2)

52.6

(48.7-56.2)

41.1

(36.7-45.5)

 

 

ระยะ 4

0.9(0.8-1.0)

47.0

(43.1-50.8)

14.2

(11.5-17.3)

7.4

(5.0-10.5)

 

 

ไม่ทราบ

0.3(0.3,0.4)

22.5

(17.0-28.5)

-

-

-

-

 

 

Histology grading

 

 

 

 

 

 

 

859.3

<0.001

Well differentiated

2.7(2.4,3.1)

78.7

(75.5-81.5)

47.9

(43.9-51.8)

36.1

(31.3-41.0)

 

 

Moderately differentiated

2.6(2.3,2.7)

73.7

(70.7-76.5)

44.1

(40.6-47.5)

35.1

(31.2-39.0)

 

 

Poorly differentiated

1.6(1.3, 1.9)

69.7

(63.5-75.0)

35.0

(28.6-41.4)

25.6

(18.63.3)

 

 

ไม่ทราบ

0.3(0.2,0.3)

4.0

(2.0-6.9)

1.9

(0.7-4.3)

-

-

 

 

Primary tumor (T)

 

 

 

 

 

 

 

280.83

<0.001

  T0

0.8(0.6-1.6)

50.0

(15.2-77.5)

25.0

(3.7-55.8)

-

-

 

 

  T1

2.5(0.8-4.3)

78.9

(53.2-91.5)

47.6

(22.8-68.9)

31.7

(7.2-60.6)

 

 

  T2 

-

88.0

(80.9-92.6)

69.3

(60.1-76.8)

65.9

(55.7-74.2)

 

 

  T3

3.3(2.7-3.8)

83.0

(80.2-85.4)

51.8

(48.0-55.5)

43.4

(38.9-47.8)

 

 

  T4

1.6(1.4-1.9)

68.0 -

(61.1-74.0)

32.5

(25.8-39.4)

26.4

(19.5-33.8)

 

 

Regional lymph node (N)

 

 

 

 

 

 

 

307.90

<0.001

  N0

-

87.8

(84.5-90.5)

65.36

(60.5-9.8)

57.9

(51.9-63.4)

 

 

  N1 

2.7(2.4-3.0)

78.8

(74.6-82.3)

44.1

(38.9-49.2)

37.6

(32.06-3.10)

 

 

  N2

2.1(1.8-2.5)

73.0

(67.0-78.2)

37.2

(30.6-43.8)

26.8

(19.8-34.2)

 

 

  N3 

1.3(1.1-1.5)

58.93

(45.0-70.5),

28.1

(17.0-40.3)

18.1

(8.0-31.3)

 

 

  NX ไม่ทราบ

0.9(0.8-1.1)

48.8

(45.6-52.1)

25.0

(22.1-28.1)

16.0

(13.0-19.2)

 

 

Distant metastases(M)

 

 

 

 

 

 

 

362.76

<0.001

  M0

3.0(2.7-3.4)

74.8

(72.6-76.9)

50.0

(47.3-52.7)

39.7

(36.5-43.0)

 

 

  M1

0.8(0.7-0.9)

44.8

(40.7-48.8)

11.5

(8.9-14.5)

6.6

(4.3-9.4)

 

 

ตำแหน่งการเกิดโรค Side of CRC

 

 

 

 

 

 

 

0.59

0.448

  ด้านขวา

1.7(1.3-2.1)

62.2

(55.7-68.0)

39.9

(33.4-46.2)

30.4

(23.3-37.8)

 

 

  ด้านซ้าย

2.0(1.8-2.2)

67.1

(64.93-69.2)

39.2

(36.8-41.5)

30.3

(27.6-33.0)

 

 

*ด้านขวา Caecum Appendix Ascending colon Hepatic flexure Transverse colon **ด้านซ้าย Splenic flexure, Descending colon, Sigmoid colon, Rectosigmoi, Rectum

 

เมื่อพิจารณาตำแหน่งของมะเร็ง พบอัตรารอดชีพหลังการวินิจฉัย ในระยะเวลา 1,3 และ 5 ปี ตำแหน่งด้านขวา ร้อยละ 62.2 (95% CI; 55.7-68.0), 39.9 (95% CI; 33.4-46.2) และ 30.4 (95% CI; 23.3-37.8) ตำแหน่งด้านซ้าย คือร้อยละ 67.1 (95% CI; 64.93-69.2), 39.2 (95% CI; 36.8-41.5) และ 30.3 (95% CI; 27.6-33.0) ตามลำดับ (รูปที่ 4)

 

รูปที่ 4 โค้งการปลอดเหตุการณ์โดยวิธี Kaplan-Meier เปรียบเทียบ ตำแหน่งเกิดโรค ผู้ป่วย CRC หลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างปี พ.ศ.2557 ถึง 2561

 

อัตรารอดชีพตามตำแหน่งของมะเร็ง CRC  แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (Log rank test=0.59, p=0.444) ค่ามัธยฐานการรอดชีพหลังวินิจฉัยผู้ป่วยมะเร็ง CRC ตำแหน่งของมะเร็งด้านขวา 1.70 ปี (20.4 เดือน)  (95% CI; 1.35-2.05) ในขณะที่กลุ่มผู้ป่วยที่มีตำแหน่งด้านซ้าย 1.96 ปี (23.5 เดือน) (95% CI; 1.77-2.16) ตามลำดับ (ตารางที่ 3)

 

วิจารณ์

จากการศึกษาในครั้งนี้พบว่า มีความสอดคล้องกับการศึกษาในประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น พบว่า มัธยฐานการรอดชีพ  มีค่าใกล้เคียงกัน คือ 24 เดือน ระยะเวลารอดชีพ 1, 3, 5 ปี ร้อยละ64.4, 41.0 และ 33.8 ตามลำดับ 5 บางการศึกษาในประเทศไทย จังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า มัธยฐานการรอดชีพ ใกล้เคียงกัน คือ 19.0 เดือน 1, 3 และ 5 ปี ร้อยละ 78.3, 47.4 และ 37.1 ตามลำดับ6 ซึ่งสาเหตุที่ผลไม่แตกต่างกันมากนี้อาจเนื่องมาจาก ลักษณะประชากรที่มีความใกล้เคียงกัน เพศ อายุ ลักษณะของโรคระยะของโรคที่พบ การรักษา นโยบายการรักษาที่ไม่แตกต่างกัน

ในขณะที่ประเทศอิหร่าน พบว่าระยะเวลารอดชีพที่สูงกว่าการศึกษาครั้งนี้ คือ 1, 3, 5 ปี ร้อยละ 91.1,  73.1, และ 61.0 ตามลำดับ7  และอีกการศึกษายังพบว่าอัตราการรอดชีวิตที่สูงกว่าในระยะเวลา 1 และ 5 ปี พบร้อยละ 87.0 และ 33.0 ตามลำดับ8  ซึ่งสาเหตุเนื่องจากความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ลักษณะประชากรและปัจจัยต่างๆ ของแต่ละพื้นที่ สังเกตได้จากการศึกษาในประเทศไทยที่มีอัตรารอดชีพที่ใกล้เคียงกัน        ทั้งอาจเนื่องมาจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ที่รับผู้ป่วย CRC อยู่ในระยะท้ายๆ ของโรคซึ่งพบว่าร้อยละ 70.0 อยู่ในระยะที่ 3 และ 4  ซึ่งเป็นระยะมะเร็งลุกลามแล้วส่งผลให้ผู้ป่วยมีอัตรารอดชีพต่ำ

ในประเทศจีน พบระยะเวลารอดชีพที่น้อยกว่า การศึกษานี้ระยะเวลารอดชีพ คือ 1, 3 และ 5 ปี ร้อยละ 55.9, 12.3, และ 8.0 ตามลำดับ9

จากการศึกษานี้ พบว่าตำแหน่งของมะเร็ง ค่ามัธยฐานการรอดชีพผู้ป่วยมะเร็ง CRC ด้านขวา 1.70 ปี (20.4 เดือน) ด้านซ้าย 1.96 ปี (23.5 เดือน) ตามลำดับ สอดคล้องกับการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น พบว่าค่ามัธยฐานการรอดชีพ ผู้ป่วย CRC ด้านซ้ายสูงกว่าด้านขวา โดยพบว่าด้านขวา 16.4 เดือน และด้านซ้าย 23.4 เดือน ซึ่งอัตราการรอดชีพ ทั้งสองด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p<0.0013

จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ตำแหน่งเกิดโรค อัตรารอดชีพในระยะเวลา 5 ปี สูงกว่าการศึกษาครั้งนี้อาจเนื่องจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เป็นโรงพยาบาลที่รับการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง CRC ในระยะท้ายๆ และยังพบว่าผลการศึกษาที่ขัดแย้งกันในกรณีตำแหน่ง แต่สิ่งที่พบจากทุกการศึกษารวมทั้งการศึกษาในครั้งนี้ พบว่าผู้ป่วย CRC ด้านซ้าย มีค่ามัธยฐานการรอดชีพสูงกว่าด้านขวา

 

สรุป

ตำแหน่งมะเร็งผู้ป่วย CRC ที่ได้รับการวินิจฉัยในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา มีอัตรารอดชีพไม่แตกต่างกัน รวมทั้งอัตรารอดชีพโดยรวมในระยะเวลา 5 ปียังต่ำ ดังนั้น การป้องกันในระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกัน CRC โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองมะเร็งในระยะแรกเริ่ม        จะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น รวมทั้งการค้นหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการรอดชีพในเชิงลึกต่อไป

 

กิตติกรรมประกาศ

ขอขอบคุณศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ที่อนุเคราะห์ข้อมูลและขอขอบคุณบุคลากรทุกท่านที่กรุณาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการศึกษาในครั้งนี้

การศึกษาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการรอดชีพผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงหลังการวินิจฉัยที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการระบาด  มหาวิทยาลัยขอนแก่น

การศึกษานี้ได้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เลขที่ HE632019 ซึ่งให้ไว้ ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2562

เอกสารอ้างอิง

1.    International Agency for Research on Cancer (IARC). Cancer Fact Sheets. Colorectal Cancer (C18-21) 2018. [cite2019 Nov.25]. /Available from: https:// https://gco.iarc.fr/today/data/factsheets/cancers/10_8_9-Colorectum-fact-sheet.pdf

2.    Imsamran W, Pattatang A, Supaattagorn P, Chiawiriyabunya I, Namthaisong K, Wongsena M, et al. Cancer in Thailand vol. IX, 2013-2015. Bangkok: New Thammada Press (Thailand) Co., Ltd. 202 Soi Charoenkrung 57, Yannawa, Sathorn, Bangkok 10120 Thailand, 2018.

3.    Shida D, Tanabe T, Boku N, Takashima A, Yoshida T, Tsukamoto S, et al. Prognostic value of primary tumor sidedness for unresectable stage IV colorectal cancer: a retrospective study. Ann Surg Oncol 2019; 26 :1358–1365.

4.    4. Norén A, Eriksson HG, Olsson LI. Selection for surgery and survival of synchronous colorectal liver metastases; a nationwide study. Eur J Cancer 2016; 53:105–114.

5.    ภานุพล พงษ์ธนู, สุพรรณี พรหมเทศกฤติกา สุวรรณรุ่งเรือง,  อัตรารอดชีพของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ในประชากรจังหวัดขอนแก่น.วารสารโรงพยาบาลสกลนคร 2559; 2: 243-251.  

6.    นันทิพัฒน์ พัฒนโชติ, เกรียงไกร โกวิทางกูร, ณรงค์ชัย สังซา, ชิตเขต โตเหมือน, วงษ์กลาง กุดวงษา, พงษ์เดช สารการ และคณะ. การเปรียบเทียบอัตรารอดชีพผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 2 และ3 หลังได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด. ศรีนครินทร์เวชสาร 2560; 32: 584-90

7.    Moghimi-Dehkordi B, Safaee A, Zali M. Comparison of colorectal and gastric cancer: survival and prognostic factors. Saudi J Gastroenterol 2009; 15: 18-23.

8.    8. Rasouli MA, Moradi G, Roshani D, Nikkhoo B, Ghaderi E, Ghaytasi B, et al. Prognostic factors and survival of colorectal cancer in Kurdistan province, Iran: A population-based study (2009–2014). Medicine 2017; 96: 294-300.

9.    Zhang S, Gao F, Luo J, Yang J. Prognostic factors in survival of colorectal cancer patients with synchronous liver metastasis: Factor in survival of colorectal cancer with liver metastasis. Colorectal Dis 2009; 12: 754–761.  

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0