Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

The Association between Antibiotics-Treated Patients in Roi Et Hospital and Their Risk of Infection with Extended Spectrum Beta-Lactamase Producing Escherichia coli (ESBL-E.coli)

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยในโรงพยาบาลร้อยเอ็ดที่รักษาด้วยยาปฏิชีวนะกับความเสี่ยงในการติดเชื้อ Escherichia coli สายพันธุ์ที่สร้างเอนไซม์ Extended spectrum beta-lactamase (ESBL)

Narongchai Sangsa (ณรงค์ชัย สังซา) 1, Nuntiput Putthanachote (นันทิพัฒน์ พัฒนโชติ) 2, Pongdech Sarakarn (พงษ์เดช สารการ) 3




วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยในโรงพยาบาลร้อยเอ็ดที่รักษาด้วยยาปฏิชีวนะกับความเสี่ยงในการติดเชื้อ Escherichia coli สายพันธุ์ที่สร้างเอนไซม์ Extended spectrum beta-lactamase (ESBL-E.coli)

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบ Case-control study โดยใช้ฐานข้อมูลจากโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลและตัวแปรที่สนใจจากเวชระเบียนของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.. 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.. 2560 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงวิเคราะห์ ซึ่งประกอบด้วยการวิเคราะห์ตัวแปรเชิงเดี่ยวและการวิเคราะห์ตัวแปรเชิงพหุถดถอยโลจิสติกโดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ p <0.05

ผลการศึกษา: กลุ่มศึกษาจำนวน 125 ราย เป็นเพศหญิง ร้อยละ 51.0 อายุเฉลี่ย 63.2 +10.6 ปี กลุ่มควบคุมจำนวน 250 ราย เป็นเพศชาย ร้อยละ 55.0 อายุเฉลี่ย 56.0 +11.4 ปี ผลการวิเคราะห์ตัวแปรเชิงพหุถดถอยโลจิสติกพบว่า ผู้ป่วยที่มีประวัติการได้รับยาปฏิชีวนะในกลุ่ม carbapenems (OR Adj. =2.1; 95%CI: 1.98-4.41)และ third generation cephalosporin (OR Adj. =3.2; 95%CI: 1.95-6.93)  เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการติดเชื้อ ESBL-E.coli

สรุป:  จากการผลศึกษาในครั้งนี้พบว่าการที่ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะกลุ่ม carbapenems และ third generation cephalosporin ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ BSBL-E. coli

 

Objective: To investigate the association between antibiotic-treated patients in Roi Et hospital and their risk of infection with extended spectrum beta-lactamase producing Escherichia coli ESBL-E.coli.

Methods: A hospital based case-controls study and data were collected from medical records of patients at Roi Et hospital between January 1, 2015 to December 31, 2017. Descriptive statistics, univariable analysis and multivariable analysis by multiple logistic regressions were used for data analysis. The statistically significant was set at p <0.05.

Results: Of 125 cases most of them were female 51.0% with mean age 63.2 +10.6 years. Whereas 250 controls most of them were male 55.0% with mean age 56.0 +11.4 years. The multiple logistic regressions analyzed revealed that patients treatment with carbapenems (OR Adj. =2.1; 95%CI: 1.98-4.41) and third generation cephalosporin (OR Adj. =3.2; 95%CI: 1.95-6.93) were risk factors of infection with ESBL-E.coli.

Conclusion: This study revealed the association of patients treated with either carbapenems and third generation cepahrosporin and their risks to be infected with ESBL-E.coli.

 

บทนำ

          เชื้อ E. coli เป็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรคที่ก่อให้เกิดปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขเป็นอย่างมาก เชื้อชนิดนี้เป็นเชื้อก่อโรคฉวยโอกาสในโรงพยาบาล เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบทางเดินหายใจ และติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยที่ติดเชื้อชนิดนี้จะเพิ่มความซับซ้อนยุ่งยากในการรักษา ผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตโดยเฉพาะถ้าติดเชื้อ E. coli สายพันธุ์สร้างเอนไซม์ Extended-spectrum β-lactamases (ESBL- E. coli) เชื้อ ESBL-E. coli เป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีกลไกการดื้อยาต้านจุลชีพที่หลากหลาย สามารถพบเป็นเชื้อก่อโรคในผู้ป่วยได้ในประเทศต่างๆทั่วทุกภูมิภาคของโลก 1-5  ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ESBL-E. coli จะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะถ้าผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ESBL-E. coli ในกระแสเลือด3  จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ESBL-E. coli ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีหลายปัจจัย ได้แก่ การใส่เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานานโดยเฉพาะผู้ป่วยที่รักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤติ ผู้ป่วยที่ได้รับการใส่สายสวนปัสสาวะ ให้อาหารทางสายยาง เจาะคอ ได้รับการผ่าตัด แผลติดเชื้อ ปอดบวม และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยเป็นเวลานาน 5-10    ปัจจัยเสี่ยงด้านกับการได้รับการรักษาด้วยยายาปฏิชีวนะต่อการติดเชื้อ ESBL- E. coli  จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยายาปฏิชีวนะในกลุ่ม  fluoroquinolones, trimethoprim-sulfamethoxazole, tetracycline, trimethoprim/sulfamethoxazole, second- and fourth-generation cephalosporin, β-lactam , cefepime , β-lactam/β-lactamase inhibitor combinations , carbapenems , piperacillin-tazobactam , oxymino-cephalosporins และcephalosporins  4, 11- 13 นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาปฏิชีวนะในกลุ่ม carbapenem, eftazidime, cefixime, cefotaxime, ceftazidime-clavulanic acid, trimethoprim-sulfamethoxazole, gentamicin,  aminoglycoside, oxazolidinone, tetracycline, fluoroquinolone, Second generation cephalosporin และ trimethoprim/sulfamethoxazole, เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการติดเชื้อชนิดนี้ 14- 17

จากการประมวลผลข้อมูลย้อนผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและเอกสารการศึกษาที่เกี่ยวข้องจะเห็นว่าปัญหาโรคติด ESBL- E. coli เป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญในประเทศต่างๆทั่วภูมิภาคของโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย ผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะเพิ่มความยุ่งยากและมีความซับซ้อนในการรักษา ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะการติดเชื้อชนิดนี้ในกระแสเลือด ที่ผ่านมามีการศึกษาถึงปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อชนิดนี้ในหลายๆประเทศ แต่การศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยในโรงพยาบาลร้อยเอ็ดที่รักษาด้วยยาปฏิชีวนะกับความเสี่ยงในการติดเชื้อ E. coli สายพันธุ์ที่สร้างเอนไซม์ ESBL ยังไม่เคยมีการศึกษามาก่อน ดั้งนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาถึงความสัมพันธ์ด้านการได้รับยาปฏิชีวนะต่อการติดเชื้อ E. coli สายพันธุ์สร้างเอนไซม์ ESBLในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด เพื่อที่จะนำองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการลดความเสี่ยงหรือโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อชนิดนี้กับผู้ป่วยในอนาคต

วิธีการศึกษา

          รูปแบบการศึกษา เป็นแบบกลุ่มศึกษา กลุ่มควบคุม (case- control study) โดยใช้อัตราส่วนระหว่าง กลุ่มศึกษาและกลุ่มควบคุมเป็น 1:2 โดยสืบค้นเก็บรวบรวมข้อมูลประวัติการรักษาของผู้ป่วยย้อนหลังจากเวชระเบียนและจากผลการตรวจเพาะเชื้อจากห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาคลินิก

กลุ่มตัวอย่าง คือผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ในระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2558 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มศึกษา (case) และกลุ่มควบคุม (control) โดยใช้อัตราส่วนระหว่างกลุ่มศึกษาและกลุ่มควบคุมเป็น 1 ต่อ 2 จากการคำนวณตามสูตรได้กลุ่มศึกษาทั้งหมด 125 ราย และกลุ่มควบคุม 250 ราย โดยมีการคำนวณขนาดตัวอย่างแบบ Unmatched case-control study (Schlesselman, 1982)


 

จะได้ crude approximation M= 60/ (0.51x0.27) + (0.73x0.49) ≈ 125

ซึ่งหมายถึงมี case และ control จำนวน 125 คู่ แต่การศึกษากำหนดให้ case ต่อ control เป็น 1:2 ดังนั้นในการศึกษานี้จึงใช้ตัวอย่างผู้ที่ป่วยจำนวน 125 ราย และกลุ่มควบคุมจำนวน 250 ราย

 

กลุ่มศึกษา คือ ผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลมากกว่า 48 ชั่วโมง ได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าติดเชื้อ ESBL-E. coli ในโรงพยาบาลโดยผู้ป่วยทุกรายได้รับการยืนยันข้อมูลกับกลุ่มงานควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด และมีผลการตรวจเพาะเชื้อยืนยัน

 กลุ่มควบคุม คือผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลมากกว่า 48 ชั่วโมงโดยทำการสุ่มจากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในช่วงระยะเวลาเดียวกันกับกลุ่มศึกษา เพื่อให้ทั้งสองกลุ่มมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันมากที่สุดโดยกลุ่มควบคุมไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ ESBL E. coli

      ตัวแปรที่ศึกษา (Variables of interest) ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย ข้อมูลพื้นฐาน และข้อมูลการได้รับยาปฏิชีวนะในกลุ่ม penicillin, cephalosporin, carbapenem, glycopeptide, colistin, quinolone, sulfonamide, aminoglycoside โดยแบ่งเป็นตัวแปรกลุ่ม (ไม่ใช้/ใช้)

การตรวจเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการ

การเพาะเชื้อจากสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วยปฏิบัติตามหลักการมาตรฐานห้องปฏิบัติการ The Clinical & Laboratory Standards Institute (CLSI) โดยนำสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วยเพาะลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อชนิด Blood agar และ MacConkey agar หลังจากนั้นบ่มเพาะในเครื่อง incubator ที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 16 ถึง 24 ชั่วโมง โดยลักษณะของเชื้อ E. coli หลังบ่มเพาะจะให้โคโลนีสีชมพู หลังจากนั้นเขี่ยโคโลนีสงสัยลงใน TSI (triple sugar iron agar), SIM (sulfide, indole, motility) medium agar, LIA (lysine iron agar), citrate test, urease test, malonate test และบ่มเพาะในเครื่อง incubator ที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 16 ถึง 24 ชั่วโมง เพื่อทอสอบปฏิกิริยาชีวเคมีและการแยกวินิจฉัยเชื้อ โดยเชื้อ E. coli จะให้ TSI (A/A or A/Ag or K/A or K/Ag or K/AH2S) ให้ผลการทดสอบเป็นลบกับ catalase, lysine decarboxylase test, citrate test, urease test และ malonate test และให้ผลบวกต่อการทดสอบ oxidase, motile, indole, orni­thine decarboxylase

การทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ

การทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะของเชื้อ E. coli โดยใช้วิธีการ Disk diffusion ยาปฏิชีวนะที่ใช้ทดสอบได้แก่ amikacin (AK: 30 μg), ampicillin (AMP: 10 μg), cefotaxime (CTX: 30 μg), ceftazidime (CAZ: 30 μg), cipro­floxacin (CIP: 5 μg), piperacilin/tazobactam (TZP: 110 μg), cefoperazone/sulbactam (Sul=75 μg/30 μg), cefuroxime (CXM: 30 μg), cephalotin (KF: 30 μg), cotrimoxazole (SXT: 25 μg), gentamicin (CN: 10 μg), impipenem (IPM: 10 μg), meropenem (MEM: 10 μg), ertapenem (ETP: 10 μg), doripenem (DOR:10 μg), tigecyclin (TGC:15 μg) ,

 

การทดสอบการสร้างเอนไซม์ Extended-spectrum β-lactamases (ESBL) ของเชื้อ E. coli

การทดสอบการสร้างเอนไซม์ ESBL ของเชื้อ E. coli โดยใช้วิธี disk diffusion โดยวางยา disk ยาเป็นคู่โดย cefotaxime (CTX: 30 μg) คู่กับ ce­fotaxime/clavulanuc acid (CTX/CLA: 30/10 μg) และ ceftazidime (CAZ: 30 μg) คู่กับ ceftazidime/clavulanuc acid (CAZ/CLA: 30/10 μg) หาก ESBL ผลบวกจะพบว่ามีความแตกต่างของ inhibition zone ของยาแต่ละคู่ > 5 มิลลิเมตร

            ข้อพิจารณาด้านจริยธรรมในการศึกษา

การศึกษาในครั้งนี้ได้รับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์โรงพยาบาลร้อยเอ็ดเอกสารอ้างอิงเลขที่ 034/2561

          สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

           การศึกษาครั้งนี้สถิติที่ใช่ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์แบบตัวแปรเดี่ยว (Univariable analysis) นำเสนอ Crude Odds ratio (OR C) และ 95% CI การวิเคราะห์แบบตัวแปรพหุ (Multivariable analysis) โดยใช้สถิติ Multiple logistic regression นำเสนอข้อมูลในรูปแบบของค่า Adjusted Odds ratio (OR Adj) และ 95% CI และค่า p-value โดยกำหนดระดับนัยสำคัญที่ p < 0.05

ผลการศึกษา

ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มศึกษาและกลุ่มควบคุม

            กลุ่มศึกษาจำนวน 125 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 51.0 อายุเฉลี่ย 63.2+ 10.6 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยของแผนกอายุรกรรม (ร้อยละ 51.2) และมีสถานภาพสมรสคู่ (ร้อยละ 75.0) กลุ่มความคุมจำนวน 250 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชายร้อยละ 56.0 อายุเฉลี่ย 56.0+ 11.4 ปี เป็นผู้ป่วยของแผนกอายุรกรรม (ร้อยละ 56.0) และมีสถานภาพสมรสคู่ (ร้อยละ 62.0) (ตารางที่ 1)

 

การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะต่อการติดเชื้อ ESBL-E.coli ด้วยการวิเคราะห์ตัวแปรเชิงเดี่ยว

          ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ด้วยการวิเคราะห์ตัวแปรเชิงเดี่ยวพบว่าการที่ผู้ป่วยได้รับยาปฏิชีวนะในกลุ่ม third generation cephalosporins (OR=3.6; 95%CI: 1.73-8.83) และ carbapenems (OR=2.4; 95%CI: 1.27-3.04) (ตารางที่ 2)

 

ตารางที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มศึกษาและกลุ่มควบคุม

ข้อมูลทั่วไป

กลุ่มศึกษา

จำนวน (ร้อยละ)

(n=125)

กลุ่มควบคุม

จำนวน (ร้อยละ)

(n=250)

p-value

เพศ

 

 

0.256

ชาย

61 (49.0)

140 (55.0)

 

หญิง

64 (51.0)

110 (45.0)

 

อายุ (ปี)

 

 

0.667

      ≤ 60

89 (51.0)

113 (56.0)

 

      > 60

86 (49.0)

137 (44.0)

 

Mean±SD

63.2±10.6

56.0±11.4

 

หอผู้ป่วย

 

 

0.765

ศัลยกรรม

20 (16.0)

75 (30.0)

 

อายุรกรรม

64 (51.2)

140 (56.0)

 

ICU

41 (32.8)

35 (14.0)

 

สถานภาพ

 

 

0.856

โสด

22 (17.0)

49 (20.0)

 

คู่

90 (75.0)

158 (62.0)

 

หย่าร้าง

2 (2.0)

7 (3.0)

 

หม้าย

11 (6.0)

36 (15.0)

 

 

 

ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะต่อการติดเชื้อ ESBL-E.coli  ด้วยการวิเคราะห์ตัวแปรเชิงเดี่ยว

ตัวแปร

กลุ่มศึกษา

จำนวน (ร้อยละ)

(n=125)

กลุ่มควบคุม

จำนวน (ร้อยละ)

(n=250)

Crude

OR

95% CI

p-value

Frist  generation cephalosporins

     ไม่ใช้

     ใช้

 

 

104 (85.6)

21 (14.4)

 

 

215 (84.0)

35 (16.0)

 

 

1

0.9

 

 

0.41-1.91

 

 

0.781

Second generation cephalosporins

    ไม่ใช้

     ใช้

 

 

112 (88.0)

13 (12.0)

 

 

230 (89.2)

20 (10.8)

 

 

1

1.7

 

 

0.51-4.20

 

 

0.674

Third generation cephalosporins

    ไม่ใช้

     ใช้

 

 

38 (31.0)

87 (69.0)

 

 

85 (35.0)

165 (65.0)

 

 

1

3.6

 

 

1.73-8.83

 

 

0.003

Aminoglycosides

    ไม่ใช้

    ใช้

 

109 (87.0)

16 (13.0)

 

210 (84.0)

40 (16.0)

 

1

1.4

 

0.19- 1.75

 

0.214

Sulfamethoxazole/Trimethoprim

   ไม่ใช้

    ใช้

 

 

105 (84.0)

20 (16.0)

 

 

210 (85.0)

40 (15.0)

 

 

1

1.2

 

 

0.55- 1.81

 

 

0.410

Carbapenems

  ไม่ใช้

  ใช้

 

60 (47.0)

65 (53.0)

 

162 (65.0)

88 (35.0)

 

1

2.4

 

1.20-4.14

 

<0.001

Tetracyclines

  ไม่ใช้

  ใช้

 

110 (88.0)

15 (12.0)

 

228 (91.0)

22 (9.0)

 

1

1.4

 

0.71- 2.83

 

0.329

Quinolones

  ไม่ใช้

  ใช้

 

110 (90.0)

15 (10.0)

 

200 (78.0)

50 (22.0)

 

1

1.7

 

0.19-9.78

 

0.434

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะต่อการติดเชื้อ ESBL-E.coli ด้วยการวิเคราะห์ตัวแปรเชิงพหุด้วยวิธีพหุถดถอยโลจีสติก

            ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ด้วยการวิเคราะห์ตัวแปรเชิงพหุด้วยวิธีพหุถดถอยโลจีสติกโดยปรับค่าด้วย เพศ อายุ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาปฏิชีวนะในกลุ่ม carbapenems (OR Adj. =2.1; 95%CI: 1.98-4.41), third generation cephalosporin (OR Adj. =3.2; 95%CI: 1.95-6.93) เป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการติดเชื้อชนิดนี้ (ตารางที่ 3)

 

ตารางที่ 3 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะต่อการติดเชื้อ ESBL-E.coli ด้วยการวิเคราะห์ตัวแปรเชิงพหุ

ตัวแปร

กลุ่มศึกษา

จำนวน (ร้อยละ)

(n=125)

กลุ่มควบคุม

จำนวน (ร้อยละ)

(n=250)

Crude

OR(95%CI)

Adjusted

OR (95% CI)

p-value

3 generation cephalosporin

    ไม่ใช้

     ใช้

 

 

38  (31.0)

87  (69.0)

 

 

85  (35.0)

165  (65.0)

 

 

1

3.6(1.73-8.83)

 

 

1

3.2(1.92-6.93)

0.004

Carbapenems

   ไม่ใช้

    ใช้

 

60  (47.0)

65  (53.0)

 

162  (65.0)

88  (35.0)

 

1

2.4(1.20-4.14)

 

1

2.1(1.98-4.41)

<0.001

 

 

 

 

 

 

 

 

ORC: Crude Odds Ratio; ORA: Adjusted Odds Ratio ปรับค่าด้วย เพศ และ อายุ; 95% CI: 95% Confident interval; p-value จาก multiple logistic regression analysis.

 

 

วิจารณ์

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยในโรงพยาบาลร้อยเอ็ดที่รักษาด้วยยาปฏิชีวนะกับความเสี่ยงในการติดเชื้อ ESBL-E.coli โดยผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ ESBL-E.coli สายพันธุ์สร้างเอนไซม์ ESBL ที่สำคัญ ได้แก่ ผู้ป่วยมีประวัติการได้รับยาปฏิชีวนะในกลุ่ม carbapenems มีความเสี่ยง 2.1 เท่า (OR Adj. =2.1; 95%CI: 1.98-4.41) และ third generation cephalosporin มีความเสี่ยง 3.2 เท่า (OR Adj. =3.2; 95%CI: 1.95-6.93) สอดคล้องกับหลายการศึกษาที่ผ่านมาที่พบว่าผู้ป่วยได้รับยาปฏิชีวนะในกลุ่ม carbapenem, third และ fourth generation cephalosporin ได้แก่ eftazidime, cefixime, cefotaxime และ ceftazidime-clavulanic acid เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อชนิดนี้ 14--17  แต่การศึกษาในครั้งนี้ยังมีความแตกต่างในหลายประเทศที่ผ่านมาได้แก่ การศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่นพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาปฏิชีวนะในกลุ่ม corticosteroids, quinolones,  tazobactam/piperacillin และ cefmetazole เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดการติดเชื้อชนิดนี้ 15  ที่ประเทศอินเดียพบว่าผู้ป่วยที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่ม fluoroquinolones, levofloxacin และ gentamicin เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ 16   ที่ประเทศเดนมาร์คผู้ป่วยที่ได้รับยาปฏิชีวนะในกลุ่ม nitrofurantoin และ macrolides เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ 18 ที่ประเทศจีนพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาปฏิชีวนะในกลุ่ม glucocorticoids และยาในกลุ่มกดภูมิคุ้มกันเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ 19 ที่ประเทศตุรกีพบว่าผู้ป่วยที่ใช้ยาปฏิชีวนะ ciprofloxacin มากกว่า 1 ครั้งใน 1 ปีมีความเสี่ยง 2.8 เท่า 20 ที่ประเทศสเปนพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาปฏิชีวนะกลุ่ม second-generation cephalosporins มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ESBL-E.coli สูงถึง 21.42 เท่า21 แต่การศึกษาในครั้งนี้พบว่าการใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่ม second-generation cephalosporins ไม่มีความสัมพันธ์ ที่ประเทศไต้หวันพบว่าผู้ป่วยที่มีประวัติการได้รับยาปฏิชีวนะมาก่อนและรักษาด้วยยา oxyimino-cephalosporins มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อชนิดนี้สูงถึง 5.16 เท่า 22  

เนื่องจากเชื้อ E. coli มีกลไกการดื้อยาปฏิชีวนะที่หลากหลายส่งผลให้เชื้อ E. coli เป็นปัญหาที่สำคัญและเกิดการดื้อยายาปฏิชีวนะได้หลายกลุ่ม โดยการศึกษาที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์พบว่าเชื้อ ESBL- E. coli ดื้อต่อยาปฏิชีวนะในกลุ่ม amoxicillin-clavulanic acid ร้อยละ 69.6, ciprofloxacin ร้อยละ 84.8, norfloxacin, ร้อยละ 83.9, trimethoprim-sulfamethoxazole ร้อยละ 75.9, resistance nitrofurantoin ร้อยละ 15 และดื้อต่อยา fosfomycin23 ที่ประเทศสเปนพบว่าเชื้อ ESBL-E. coli ดื้อต่อยา ciprofloxacin ร้อยละ 97.4, amoxicillin/clavulanate ร้อยละ 74.4, co-trimoxazole ร้อยละ 69.2  และ  tobramycin ร้อยละ 61.5 24  จะเห็นว่าเชื้อชนิดนี้เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขในประเทศต่างๆทั่วทุกภูมิภาคของโลก

สำหรับจุดแข็งของการศึกษาในครั้งนี้คือผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ESBL-E .coli ทุกรายมีผลการตรวจเพาะเชื้อยืนยันทางห้องปฏิบัติการ การวินิจฉัยการติดเชื้อยืนยันด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การเก็บข้อมูลประวัติการรักษาของผู้ป่วยจากเวชระเบียนดำเนินการโดยพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล กลุ่มควบคุมมีการสุ่มจากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในช่วงเดียวกันกับกลุ่มศึกษา ส่วนข้อจำกัดของการศึกษาในครั้งนี้คือผู้วิจัยไม่ได้ทำการศึกษาในปัจจัยอื่นๆที่อาจจะมีผลต่อการติดเชื้อชนิดนี้โดยเฉพาะปัจจัยด้านการทำหัตถการต่างๆเพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย การมีภาวะโรคร่วม และสภาวะแวดล้อมต่างๆของผู้ป่วย ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้อาจจะมีผลต่อการติดเชื้อในผู้ป่วยได้

สรุป

การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่มีประวัติการได้รับยาปฏิชีวนะกลุ่ม Carbapenems และ third generation cephalosporin มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ ESBL-E.coli  เพื่อเป็นการยืนยันผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ควรมีการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดใหญ่กว่าและกลุ่มประชากรที่แตกต่างจากการศึกษาในครั้งนี้

กิตติกรรมประกาศ

               ขอขอบพระคุณผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ดที่อนุญาตให้ผู้วิจัยดำเนินการเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการศึกษา เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจุลชีวิทยาคลินิกโรงพยาบาลร้อยเอ็ดทุกท่านที่สนับสนุนข้อมูลผลการตรวจเพาะเชื้อที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้

                                                  เอกสารอ้างอิง                                                 

1.       Li X, Chen Y, Gao W, Ye H, Shen Z, Wen Z, et al. A 6-year study of complicated urinary tract infections in southern China: prevalence, antibiotic resistance, clinical and economic outcomes. Ther Clin Risk Manag 2017; 13: 1479–87.

2.       Curran KG, Heiman Marshall KE, Singh T, Doobovsky Z, Hensley J, Melius B, et al. An outbreak of Escherichia coli O157:H7 infections following a dairy education school field trip in Washington state, 2015. Epidemiol Infect 2018; 146:  442-9.

3.       Lochan H, Pillay V, Bamford C, Nuttall J, Eley B. Bloodstream infections at a tertiary level paediatric hospital in South Africa. BMC Infect Dis 2017 ; 17: 750.

4.       Ukah UV, Glass M, Avery B, Daignault D, Mulvey MR, Reid-Smith RJ, et al. Risk factors for acquisition of multidrug-resistant Escherichia coli and development of community-acquired urinary tract infections. Epidemiol Infect  2018; 146: 46-57.

5.       Peirano G, Gregson DB, Kuhn S, Vanderkooi OG, Nobrega DB, Pitout JDD. Rates of colonization with extended-spectrum β-lactamase-producing Escherichia coli in Canadian travellers returning from South Asia: a cross-sectional assessment. CMAJ Open 2017; 5: E850–5.

6.       Lukuke HM, Kasamba E, Mahuridi A, Nlandu RN, Narufumi S, Mukengeshayi AN, et al. [Nosocomial urinary tract and surgical site infection rates in the Maternity Ward at the General Referral Hospital in Katuba, Lubumbashi, Democratic Republic of the Congo]. Pan Afr Med J 2017; 28: 57.

7.       Kotagiri P, Chembolli D, Ryan J, Hughes PD, Toussaint ND. Urinary Tract Infections in the First Year Post-Kidney Transplantation: Potential Benefits of Treating Asymptomatic Bacteriuria. Transplant Proc 2017; 49: 2070–5.

8.       Ismail MD, Ali I, Hatt S, Salzman EA, Cronenwett AW, Marrs CF, et al. Association of Escherichia coli ST131 Lineage with risk of Urinary Tract Infection Recurrence among young women. J Glob Antimicrob Resist 2017; 3: 245-67

9.       Zhang M, Xu Y, Jiang Z, Qian J, Zhang Z, Sun N, et al. [Study on risk factor of central venous catheter infection in ICU: 1 160 patients report]. Zhonghua Wei Zhong Bing Ji Jiu Yi Xue 2017;  29: 1082–6.

10.     Chapelet G, Boureau AS, Dylis A, Herbreteau G, Corvec S, Batard E, et al. Association between dementia and reduced walking ability and 30-day mortality in patients with extended-spectrum beta-lactamase-producing Escherichia coli bacteremia. Eur J Clin Microbiol Infect Dis 2017;  36:  2417–22.

11.     Saputra S, Jordan D, Mitchell T, Wong HS, Abraham RJ, Kidsley A, et al. Antimicrobial resistance in clinical Escherichia coli isolated from companion animals in Australia. Vet Microbiol 2017; 211: 43–50.

12.     Lee H, Han SB, Kim JH, Kang S, Durey A. Risk factors of urinary tract infection caused by extended spectrum β-lactamase-producing Escherichia coli in emergency department. Am J Emerg Med 2018; 36:  1608-12.

13.     Narksawat K, Danchaivijitr S, Siripanichgon K, Rongrungrueng Y. Risk factors for multi-drug resistant Acinetobacter baumannii nosocomial infection. J Med Assoc Thai 2007; 90: 1633–9.

14.     Pouladfar G, Basiratnia M, Anvarinejad M, Abbasi P, Amirmoezi F, Zare S. The antibiotic susceptibility patterns of uropathogens among children with urinary tract infection in Shiraz. Medicine (Baltimore) 2017 ; 96: e7834.

15.     Namikawa H, Yamada K, Fujimoto H, Oinuma K-I, Tochino Y, Takemoto Y, et al. Clinical Characteristics of Bacteremia Caused by Extended-spectrum Beta-lactamase-producing Escherichia coli at a Tertiary Hospital. Intern Med Tokyo Jpn 2017; 56: 1807–15.

16.     Nisha KV, Veena SA, Rathika SD, Vijaya SM, Avinash SK. Antimicrobial susceptibility, risk factors and prevalence of bla cefotaximase, temoneira, and sulfhydryl variable genes among Escherichia coli in community-acquired pediatric urinary tract infection. J Lab Physicians 2017; 9: 156–62.

17.     Patel HB, Lusk KA, Cota JM. The Role of Cefepime in the Treatment of Extended-Spectrum Beta-Lactamase Infections.  J Pharm Pract  2017; 897190017743134.

18.     Søgaard M, Heide-Jørgensen U, Vandenbroucke JP, Schønheyder HC, Vandenbroucke-Grauls CMJE. Risk factors for extended-spectrum β-lactamase-producing Escherichia coli urinary tract infection in the community in Denmark: a case-control study. Clin Microbiol Infect 2017; 23: 952–60.

19.     Xu M, Fan Y, Wang M, Lu X. Characteristics of Extended-Spectrum β-Lactamases-Producing Escherichia coli in Fecal Samples of Inpatients of Beijing Tongren Hospital. Jpn J Infect Dis 2017; 70: 290–4.

20.     Arslan H, Azap OK, Ergönül O, Timurkaynak F, Urinary Tract Infection Study Group. Risk factors for ciprofloxacin resistance among Escherichia coli strains isolated from community-acquired urinary tract infections in Turkey. J Antimicrob Chemother 2005; 56: 914–8.

21.     Calbo E, Romaní V, Xercavins M, Gómez L, Vidal CG, Quintana S, et al. Risk factors for community-onset urinary tract infections due to Escherichia coli harbouring extended-spectrum beta-lactamases. J Antimicrob Chemother 2006; 57: 780–3.

22.     Wu UI, Yang CS, Chen WC, Chen YC, Chang SC. Risk factors for bloodstream infections due to extended-spectrum beta-lactamase-producing Escherichia coli. J Microbiol Immunol Infect 2010; 43: 310–6.

23.     Meier S, Weber R, Zbinden R, Ruef C, Hasse B. Extended-spectrum β-lactamase-producing Gram-negative pathogens in community-acquired urinary tract infections: an increasing challenge for antimicrobial therapy. Infection 2011; 39: 333–40.

24.     Merino I, Shaw E, Horcajada JP, Cercenado E, Mirelis B, Pallarés MA, et al. CTX-M-15-H30Rx-ST131 subclone is one of the main causes of healthcare-associated ESBL-producing Escherichia coli bacteraemia of urinary origin in Spain. J Antimicrob Chemother 2016; 71: 2125–30.

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Incidence of Positive Culture form Catheter Tip after Endotracheal Tube Suctioning Uning Disposable VS. Sterilized Reusable Gloves (การศึกษาเปรียบเทียบอัตราการเพราะเชื้อได้ผลบวกจากปลายสายดูดเสมหะจากท่อช่วยหายใจเมื่อใช้ถุงมือปราศจากเชื้อในห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
Enterotoxins, TSST-1 Production and Drug Semsitivity Of Staphyrococcus aureus Isolated from Hospital Staffs And Medical Student in Srinagarind Hospital (Enterotoxins, Toxic shock syndrome toxin- 1 และความไวต่อยาของเชื้อ Staphylococcus aureus ที่แยกจากบุคลากรโรงพยาบาลและนักศึกษาแพทย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ )
 
Diarrhea due to Vibrio cholera 0139 in Srinagarind Hospital (โรคอุจจาระร่วงอย่างแรงจากเชื้อ Viabrio cholera 0139ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ )
 
Ebola Virus (อีโบลา)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Microbiology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0