Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Comparative Effect of Kinesiology Taping with Stretch and without Stretch coupled with Pectoralis Minor Stretching, Strengthening Exercise in Subjects with Round Shoulder Posture: A Randomized Controlled Trial

เปรียบเทียบผลของการติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึงและไม่ให้แรงดึง ร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อ Pectoralis Minor และการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงในอาสาสมัครที่มีท่าทางไหล่ห่อ: การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม

Phurichaya Werasirirat (ภูริชญา วีระศิริรัตน์) 1, Nongnuch Luangpon (นงนุช ล่วงพ้น) 2, Warissara Fankhammi (วริศรา ฝั้นคำมี) 3, Sinaporn Ruangkate (สินาภรณ์ เรืองเกตุ) 4, Hathaichanok Huamuangrach (หทัยชนก หัวเมืองราช) 5




หลักการและวัตถุประสงค์ : การติดเทปคิเนซิโอ การยืดกล้ามเนื้อ และการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับท่าทางไหล่ห่อ ยังไม่มีการศึกษาใดเปรียบเทียบผลการรักษาดังกล่าววัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อเปรียบเทียบผลการติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึงและไม่ให้แรงดึง ร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง

วิธีการศึกษา: อาสาสมัคร 26 ราย อายุ 18-50 ปี สุ่มเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึง และไม่ให้แรงดึง ทั้งสองกลุ่มจะได้รับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและยืดกล้ามเนื้อpectoralis minorร่วมด้วยเป็นระยะเวลา 3 ครั้งต่อสัปดาห์ นาน 3 สัปดาห์ ประเมินผลด้วยการวัดท่าทางไหล่ห่อ และความยาวกล้ามเนื้อpectoralis minor ก่อนการรักษา และหลังการรักษาทันที 1 สัปดาห์ และ 4 สัปดาห์

ผลการศึกษา: เปรียบเทียบผลระหว่างกลุ่ม พบว่ากลุ่มที่ติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึงมีท่าทางไหล่ห่อและความยาวกล้ามเนื้อ pectoralis minor ดีขึ้นแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติมากกว่ากลุ่มที่ไม่ให้แรงดึงที่ทันทีหลังการรักษา  1 และ 4 สัปดาห์ (p< 0.05)  เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างภายในกลุ่ม พบว่าทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ทันที  1 และ4 สัปดาห์หลังการรักษา  (p< 0.05) ของท่าทางไหล่ห่อ และความยาวกล้ามเนื้อ pectoralis minor

สรุป: การติดเทปคิเนซิโอแบบให้แรงดึงร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง และการยืดกล้ามเนื้อ เป็นตัวเลือกในการรักษาท่าทางไหล่ห่อ เพื่อลดท่าทางไหล่ห่อ และเพิ่มความยาวกล้ามเนื้อหลังจากการติดตามผล 4 สัปดาห์

Background and Objective: Effectiveness of kinesiology taping, stretching exercise and strengthening exercise in round shoulder posture, but no comparative study is available. This study aimed to compare the effect of kinesiology taping with stretch and without stretch, stretching exercise and strengthening exercise.

Methods: Twenty-six participants aged between 18-50 years old with rounded shoulder posture. The subjects were randomly allocated to kinesiology taping with stretch and without stretch that both groups were received strengthening exercise and pectoralis minor stretching exercise for 3 weeks. Round shoulder posture and pectoralis minor length were assessed at the baseline, at immediately, 1 week and 4 weeks follow-up.

Results: The result showed that kinesiology taping with stretch group was significantly in the improvement of round shoulder posture and pectoralis minor length when compared with kinesiology taping without stretch group at immediately, 1 week and 4 weeks follow-up (p< 0.05). Changes within the group showed a significant improve in round shoulder posture and pectoralis minor length in both groups at immediately, 1 week and 4 weeks follow-up (p<0.05).

Conclusion: The results suggest that the kinesiology taping with stretch, strengthening exercise and stretching exercise can be an alternate choice to treat patients with round shoulder posture to improve round shoulder posture and Pectorals is minor length.

 

บทนำ

ท่าทางไหล่ห่อ (rounded shoulder posture) คือลักษณะของข้อไหล่อยู่ในท่ายื่นไปด้านหน้า(shoulder protraction) และหมุนเข้าด้านใน (internal rotation) มากกว่าปกติ ร่วมกับสะบักมีการยื่นไปด้านหน้า (scapular protraction) และหมุนลงด้านล่าง (scapular downward rotation) ทำให้เกิดการยื่นของคอ (forward head posture) และการโก่งของกระดูกสันหลังระดับอกส่วนบน (thoracic kyphosis) ส่งผลให้เกิดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ pectoralis minor กล้ามเนื้อ pectoralis major และกล้ามเนื้อ upper trapezius รวมทั้งมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ middle trapezius, lower trapezius และ rhomboid ซึ่งความไม่สมดุลกันของกล้ามเนื้อเป็นปัจจัยทำให้เกิดอาการปวดคอ ปวดไหล่ และปวดศีรษะร่วมด้วย1พบในช่วงอายุระหว่าง 18-50 ปี   ร้อยละ 791,2 สาเหตุหลักเกิดจากการนั่งทรงท่าที่ผิดปกติเป็นเวลานาน และการทรงท่าที่ไม่เหมาะสม การรักษาทางกายภาพบำบัดที่ผ่านมา ได้แก่ การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ lower trapezius และกล้ามเนื้อ serratus anterior การยืดกล้ามเนื้อ pectoralis minor3 เทปแบบไม่ยืดหยุ่น(Rigid tape) และเทปคิเนซิโอ (Kinesio tape) รวมถึงการใช้อุปกรณ์พยุงข้อไหล่ โดยจากการศึกษาที่ผ่านมาของ Lee และคณะ4 พบว่า การออกกำลังกายร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อ pectoralis minor และการออกกำลังกายร่วมกับการใช้อุปกรณ์พยุงข้อไหล่ มีท่าทางไหล่ห่อและความยาวของกล้ามเนื้อ pectoralis minor ดีขึ้น มากกว่าการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว โดยพบว่า การทำงานของกล้ามเนื้อ lower trapezius และกล้ามเนื้อ serratus anterior ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาดังกล่าวรายงานว่าการใช้อุปกรณ์พยุงข้อไหล่มีขนาดค่อนข้างจำกัด ทำให้มีความไม่เหมาะสมกับสรีระของผู้ใช้งานแต่ละคน โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่มีช่วงลำตัวสั้นทำให้เกิดแรงกดบริเวณด้านบนของข้อไหล่มากเกินไปขณะเคลื่อนไหวข้อไหล่นอกจากนี้ จากการศึกษาของ Lee และคณะ5ทำการศึกษาเปรียบเทียบเทปคิเนซิโอโดยให้แรงดึงร้อยละ 35-40 และการติดเทปคิเนซิโอแบบหลอกโดยไม่ให้แรงดึง พบว่า กลุ่มที่ให้การรักษาด้วยเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึง สามารถช่วยเพิ่มความยาวกล้ามเนื้อ pectoralis minor และลดท่าทางไหล่ห่อ (round shoulder posture)ได้ดีกว่ากลุ่มที่ติดเทปคิเนซิโอที่ไม่ให้แรงดึงอย่างไรก็ตาม จากการศึกษานี้เป็นการรักษาโดยการติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึงเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำการรักษาร่วมกับการรักษาในรูปแบบอื่น จึงทำให้เห็นผลการรักษาเพียงทันทีหลังการรักษาเท่านั้น นอกจากนี้จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าการติดเทปคิเนซิโอซึ่งทำเลียนแบบผิวหนังของมนุษย์นั้นสามารถยืดได้ถึงร้อยละ 150-200 ของความยืดหยุ่นเริ่มต้น ดังนั้น เมื่อทำการติดเทปคิเนซิโอลงบนผิวหนัง ตัวเทปจะช่วยยกผิวหนังขึ้น ทำให้ช่องว่างระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดและการทำงานของกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงดีขึ้น ลดอาการปวดโดยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทได้ ดังนั้น การติดเทปคิเนซิโอจึงถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในวิธีของการรักษาและเป็นที่มาของการศึกษาในครั้งนี้โดยคณะผู้วิจัยคาดว่าการติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึงร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและการยืดกล้ามเนื้อสามารถลดท่าทางห่อไหล่ และเพิ่มความยาวของกล้ามเนื้อ pectoralis minor ได้มีประสิทธิภาพดีกว่าการติดเทปคิเนซิโอที่ไม่ให้แรงดึงร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการยืดกล้ามเนื้อ ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงสนใจผลของการติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึงและไม่ให้แรงดึง ร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและการยืดกล้ามเนื้อ ต่อท่าทางไหล่ห่อ และความยาวของกล้ามเนื้อ pectoralis minor

วิธีการศึกษา

การศึกษาครั้งนี้เป็นการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomized control trial) ในอาสาสมัครสุขภาพดีที่มีท่าทางไหล่ห่อจากการทำงานเป็นเวลานาน มีความเต็มใจสมัครเข้าร่วมงานวิจัย อายุระหว่าง 18-50 ปี จำนวน 26 ราย ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเข้าศึกษาวิจัยมีเกณฑ์การคัดเข้า ได้แก่  มีท่าทางไหล่ห่อ ≥ 2.5 เซนติเมตร และเกณฑ์การคัดออก ได้แก่  มีอาการปวดหรือมีประวัติการผ่าตัดหรือการบาดเจ็บที่บริเวณคอ หลัง สะบัก หรือข้อไหล่ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีความไม่มั่นคงของข้อไหล่ เมื่อทดสอบด้วย sulcus sign test กระดูก humerus เคลื่อนออกจากปุ่มกระดูก acromion ≥ 1 เซนติเมตร มีกระดูกหักบริเวณข้อไหล่ หรือบริเวณอื่นๆ เช่น สะบัก ที่ส่งผลต่อข้อไหล่มีกระดูกสันหลังคด มีการแอ่นของกระดูกสันหลังระดับเอวมากเกินไป มีพยาธิสภาพที่เส้นประสาท มีอาการทางระบบประสาทเช่น โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น มีความผิดปกติของระบบหัวใจและระบบไหลเวียนเลือดเช่นเจ็บแน่นหน้าอก เป็นต้น มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการออกกำลังกาย ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงชนิดควบคุมไม่ได้ หรือมีประวัติการได้รับการรักษาทางการแพทย์ และกายภาพบำบัดที่บริเวณข้อไหล่ก่อนเข้าร่วมการศึกษา 1 สัปดาห์

การวัดผลตัวแปรของการศึกษาในครั้งนี้ได้ใช้การวัดท่าทางไหล่ห่อ  ซึ่งเป็นตัวแปรหลักโดยอาสาสมัครอยู่ในท่านอนหงายบนเตียงรักษาแขนวางข้างลำตัว ใช้ไม้บรรทัดยาววัดระยะห่างจากขอบด้านหลังของปุ่มกระดูก acromion ไปถึงเตียงรักษา ทำการบันทึกผลในหน่วยเซนติเมตรอ้างอิงจากการศึกษาของ Han และคณะ6และตัวแปรรอง ได้แก่ การวัดความยาวกล้ามเนื้อ pectoralis minor อาสาสมัครยืนในลักษณะผ่อนคลายใช้สายวัดระยะห่างจากขอบด้านล่างเยื้องไปทางด้านในของปุ่มกระดูก coracoid ไปถึงขอบล่างของรอยต่อระหว่างกระดูกซี่โครงชิ้นที่ 4 (4th rib) กับกระดูกอก (sternum) ทำการบันทึกผลในหน่วยเซนติเมตรอ้างอิงจากการศึกษาของ Borstad และคณะ7ซึ่งทั้ง 2ตัวแปร ทำการทดสอบความน่าเชื่อถือ(Intraclass Correlation Coefficients; ICCs) ในข้างที่ถนัด โดยมีค่าเชื่อถือภายในผู้วิจัยคนที่ 1 อยู่ในระดับดีมาก คือ ICCs เท่ากับ 0.99 และ 0.99 ตามลำดับ

อาสาสมัครที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ลงชื่อในใบยินยอมเข้าร่วมการศึกษาก่อนการรักษา โดยโครงการวิจัยนี้ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา การทดลองแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเท่ากันด้วยการสุ่มแบบsimple randomization โดยกำหนดรหัสเริ่มต้นให้แก่อาสาสมัครก่อนเริ่มการทดสอบ จากนั้นใช้วิธีการจับฉลาก โดยเขียนรหัสของอาสาสมัครทำฉลาก และสุ่มหยิบทีละใบแบบไม่ใส่คืน จนกระทั่งได้อาสาสมัครในแต่ละกลุ่มครบตามจำนวนเพื่อแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่ กลุ่มการรักษาด้วยการติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึง และไม่ให้แรงดึง โดยทั้งสองกลุ่มได้รับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง และการยืดกล้ามเนื้อร่วมด้วยกลุ่มละ 13คน

ขนาดตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  อ้างอิงจากการศึกษาของ Dewanและคณะ8คำนวณจากสูตร 2(Zα/2 + Zβ)2 σ2 / d2 โดยใช้ 5% alpha (Zα(0.05)) และ 80% power of  test (Zβ(0.2) = 0.84) และ σ2=(n1-1)s12 + (n2-1)s22/ (n1+n2)-2= 1.92ดังนั้นได้อาสาสมัครกลุ่มละ 11 ราย กำหนดให้มีการถอนตัวจากจากการศึกษาเท่ากับร้อยละ 20 ดังนั้นอาสาสมัครแต่ละกลุ่มเท่ากับ 13 ราย

วิธีการรักษาทำโดยผู้วิจัยคนที่ 2 ประกอบด้วย การยืดกล้ามเนื้อ pectoralis minor อาสาสมัครอยู่ในท่านอนหงายชิดขอบเตียงรักษา ไม่หนุนหมอน ในลักษณะงอสะโพกและงอเข่า 90 องศา วางเท้าราบกับพื้นเตียงทั้ง 2 ข้าง กางไหล่ขวาและหมุนข้อไหล่ออกด้านนอก 90 องศา ขณะที่งอศอก 90 องศา และให้อาสาสมัครเกร็งหน้าท้องขณะทำการยืดกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันการยกของกระดูกซี่โครง ยืดค้างไว้ 30 วินาที และพัก 30 วินาที ทำการยืดทั้งหมด 4 ครั้ง  (รูปที่ 1) การติดเทปคิเนซิโอโดยอาสาสมัครอยู่ในท่ายืนตรงผ่อนคลายจากนั้นให้ดึงสะบักไปทางด้านหลังให้สุด  ผู้วิจัยทำการติดเทปคิเนซิโอข้างที่ถนัดโดยทำการเพิ่มแรงดึงเทปคิเนซิโอให้ยืดออกร้อยละ 35-40 ของความยาวปกติในกลุ่มทดลอง โดยติดด้านหน้าของ acromion process ของสะบัก ไปยังกระดูกสันหลังระดับอกชิ้นที่ 10 จากนั้นติดเทปคิเนซิโอมีการทับซ้อนกันจากแถบแรกที่ติดประมาณร้อยละ 50 (รูปที่ 2)โดยอีกกลุ่มได้รับการติดที่ตำแหน่งเดียวกันแต่ไม่ได้ให้แรงดึง จากนั้นให้อาสาสมัครทำการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงด้วยแผ่นยางยืด (theraband) สีแทนก่อน(แรงดึงน้อยที่สุด) หากอาสาสมัครทำได้ 10 วินาทีโดยไม่มีอาการล้า ให้เปลี่ยนใช้แผ่นยางยืดเป็นสีเหลือง สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีดำ สีเงิน และสีทอง ตามลำดับ(แรงดึงมากที่สุด) ทำทั้งหมด 3 ท่า ได้แก่ ท่าดึงสะบักไปทางด้านหลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ middle trapezius กล้ามเนื้อ lower trapezius และกล้ามเนื้อ rhomboid ท่าหมุนข้อไหล่ออกทางด้านนอกเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ middle trapezius และท่ายกข้อไหล่เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ lower trapezius เป็นเวลา 3 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ3 เซต เซตละ 10 ครั้ง พักระหว่างเซต 30 วินาทีเมื่อสิ้นสุดการรักษาที่ 3 สัปดาห์ อาสาสมัครได้รับการติดตามผลหลังการรักษาทันที ที่ 1 และ 4 สัปดาห์ หลังการรักษารวม 3 ครั้ง

การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติวิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมสำเร็จรูป Statistical Package for the Social Science for Windows (SPSS 22) ตรวจสอบการกระจายตัวของข้อมูลโดยสถิติ Komogorov-smirnov test เนื่องจากข้อมูลในการศึกษานี้มีการกระจายปกติ จึงใช้สถิติพาราเมตริกในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการรักษาของท่าทางไหล่ห่อในท่านอนหงาย และความยาวของกล้ามเนื้อ pectoralis minor ภายในกลุ่ม และระหว่างกลุ่มโดยใช้สถิติ repeated-measures analysis of varianceกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติ (α) 0.05

 

รูปที่ 1แสดงเทคนิคการรักษาด้วยการยืดกล้ามเนื้อ pectoralis minor

 

รูปที่ 2  แสดง เทคนิคการรักษาด้วยการติดเทปคิเนซิโอโดยให้แรงดึง  กำหนดให้เส้นสีดำ แทนแรงดึง ร้อยละ 35-40 และเส้นสีน้ำเงินแทนแรงดึง ร้อยละ 50 ที่บริเวณปุ่มกระดูก acromion ของสะบักไปยังกระดูกสันหลังระดับอกชิ้นที่ 1  รูปที่ 2A (ด้านหลัง)  และ 2B (ด้านหน้า)แสดงการติดเทปคิเนซิโอโดยให้แรงดึง

 

ผลการศึกษา

อาสาสมัครจำนวนทั้งหมด 26 ราย โดยพบว่า มีอาสาสมัคร 4 ราย ออกจากการศึกษาก่อนเสร็จสิ้นการศึกษาในช่วงการติดตามผล 4 สัปดาห์ เนื่องจากอาสาสมัครไม่สะดวกเข้าร่วมในช่วงวันและเวลาที่ติดตามผล ลักษณะของอาสาสมัครที่เข้าร่วมการศึกษา (ตารางที่ 1) โดยพบว่าไม่มีค่าความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ณ จุดเริ่มต้น (p>0.05) นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างภายในกลุ่ม พบว่า ทั้งสองกลุ่มมีท่าทางไหล่ห่อลดลง และความยาวของกล้ามเนื้อ pectoralis minor เพิ่มขึ้น แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหลังการรักษาทันที และที่ 1 และ 4 สัปดาห์ หลังการรักษา (p< 0.05) และเมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม พบว่ากลุ่มการรักษาด้วยการติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึงมีท่าทางไหล่ห่อ และความยาวของกล้ามเนื้อ pectoralis minor ดีขึ้นแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติมากกว่ากลุ่มการรักษาด้วยการติดเทปคิเนซิโอที่ไม่ให้แรงดึง(ตารางที่ 2 และ 3)

 

 ตารางที่ 1 ลักษณะของอาสาสมัครที่เข้าร่วมการศึกษา

ข้อมูล

กลุ่มการรักษาด้วยการติดเทปคิเนซิโอร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและการยืดกล้ามเนื้อ

รวมทั้งหมด

(Mean ± SD)

n = 22

p-value

แบบให้แรงดึง

(Mean ± SD)

n = 12

แบบไม่ให้แรงดึง(Mean ± SD)

n = 10

อายุ (ปี)

20.08 ± 0.29

19.80 ± 0.79

19.95 ± 0.58

0.35

น้ำหนัก (กก.)

57.67 ± 10.92

54.97 ± 3.61

56.44 ± 8.36

0.92

ส่วนสูง (ซม.)

162.58 ± 6.20

161.60 ± 7.29

162.14 ± 6.57

0.54

ท่าทางไหล่ห่อ (ซม.)

5.34 ± 1.04

5.59 ± 0.74

5.45 ± 0.92

0.60

วัดความยาวกล้ามเนื้อ pectoralis minor (ซม.)

14.65 ± 1.18

14.52 ± 0.66

14.59 ± 0.96

0.58

 

ตารางที่ 2 การเปลี่ยนแปลงท่าทางไหล่ห่อ และความยาวกล้ามเนื้อ pectoralis minor ก่อนและหลังการรักษาทันที 1 สัปดาห์ และ 4 สัปดาห์

ตัวแปร

กลุ่มการรักษาด้วยการติดเทปคิเนซิโอร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและการยืดกล้ามเนื้อ

ก่อนการรักษา

Mean ± SD

หลังการรักษาทันที

1 สัปดาห์

4 สัปดาห์

Mean ± SD

p-value

Mean ± SD

p-value

Mean ± SD

p-value

ท่าทางไหล่ห่อในท่านอนหงาย(เซนติเมตร)

แบบให้แรงดึง

5.34 ± 1.04

4.38 ± 0.97**

<0.001

4.21 ± 1.05**

<0.001

4.05 ± 0.93**

<0.001

แบบไม่ให้แรงดึง

5.59 ± 0.79

5.02 ± 0.70*

0.042

4.59 ± 0.54**

<0.001

4.63 ± 0.68*

0.019

ความยาวกล้ามเนื้อ Pectoralis minor (เซนติเมตร)

แบบให้แรงดึง

14.65 ± 1.18

15.60 ± 1.28**

<0.001

15.70 ± 1.42**

<0.001

15.44 ± 1.17*

0.020

แบบไม่ให้แรงดึง

14.52 ± 0.66

15.37 ± 0.71*

0.036

15.50 ± 0.60*

0.010

15.41 ± 0.34*

0.001

* แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติภายในกลุ่มเมื่อเทียบกับก่อนการรักษา  p<0.05 และ**แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติภายในกลุ่มเมื่อเทียบกับก่อนการรักษา p<0.001 โดยใช้สถิติrepeated-measures analysis of variance

 

ตารางที่ 3 เปรียบเทียบผลของก่อนและหลังการรักษาทันที่ 1 และ 4 สัปดาห์ ระหว่างการรักษาด้วยการติดเทปคิเนซิโอแบบยืดหยุ่นแบบให้แรงดึง และไม่ให้แรงดึงร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและการยืดกล้ามเนื้อต่อท่าทางไหล่ห่อและความยาวกล้ามเนื้อ pectoralis minor

ตัวแปร

กลุ่มการรักษาด้วยการติดเทปคิเนซิโอร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและการยืดกล้ามเนื้อ

ก่อนการรักษา

Mean ± SD

หลังการรักษาทันที

1 สัปดาห์

4 สัปดาห์

Mean ± SD

p-value

Mean ± SD

p-value

Mean ± SD

p-value

ท่าทางไหล่ห่อในท่านอนหงาย(เซนติเมตร)

แบบให้แรงดึง

5.34 ± 1.04

4.21 ± 1.05*

<0.001

4.21 ± 1.05*

<0.001

4.05 ± 0.93*

<0.001

แบบไม่ให้แรงดึง

5.59 ± 0.79

4.59 ± 0.54

 

4.59 ± 0.54

 

4.63 ± 0.68

 

ความยาวกล้ามเนื้อ Pectoralis minor (เซนติเมตร)

แบบให้แรงดึง

14.64 ± 1.18

15.70 ± 1.42*

<0.001

15.70 ± 1.42*

<0.001

15.44 ± 1.17*

<0.001

แบบไม่ให้แรงดึง

14.52 ± 0.66

15.50 ± 0.60

 

15.50 ± 0.60

 

15.41 ± 0.34

 

*แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มเมื่อเปรียบเทียบกับการรักษา p<0.001 โดยใช้สถิติ repeated-measures analysis of variance

วิจารณ์

จากผลการศึกษาในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การรักษาด้วยการติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึง และไม่ให้แรงดึงร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและการยืดกล้ามเนื้อ สามารถลดท่าทางไหล่ห่อ และเพิ่มความยาวกล้ามเนื้อ pectoralis minor ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการรักษาที่ทันที  1 และ 4 สัปดาห์หลังจากการรักษา แต่เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม พบว่ากลุ่มที่ได้รับแรงดึงมีท่าทางไหล่ห่อลดลง และความยาวกล้ามเนื้อ pectoralis minor เพิ่มขึ้นดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับแรงดึง ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ Kluemper และคณะ9  ที่ศึกษาผลของการยืดกล้ามเนื้อ pectoralis minor และ pectoralis major ร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง ในนักกีฬาว่ายน้ำที่มีท่าทางไหล่ห่อ พบว่า มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของท่าทางไหล่ห่อหลังการรักษา 6 สัปดาห์ นอกจากนี้ สอดคล้องกับการศึกษาของ Hajihosseini และคณะ10 ศึกษาผลของการรักษาท่าทางไหล่ห่อในอาสาสมัครเพศหญิง พบว่ากลุ่มที่ได้รับการยืดกล้ามเนื้อ pectoralis minor กลุ่มที่ได้รับการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง กลุ่มที่ให้การยืดกล้ามเนื้อp ectoralis minor ร่วมกับการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงมีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของท่าทางไหล่ห่อหลังจากการรักษา 6 สัปดาห์มากกว่ากลุ่มควบคุม แสดงให้เห็นว่าการยืดกล้ามเนื้อร่วมกับการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงสามารถลดท่าทางไหล่ห่อได้ อย่างไรก็ตาม การศึกษาก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการติดเทปคิเนซิโอร่วมด้วย  และต้องให้การรักษานานถึง 6 สัปดาห์ ซึ่งขัดแย้งกับการศึกษาในครั้งนี้ ที่ให้การรักษาเพียง 3 สัปดาห์ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ Dewan และคณะ8 พบว่า หลังให้การรักษาด้วยการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงด้วยแผ่นยางยืด และยืดกล้ามเนื้อร่วมกับติดเทปแบบไม่ยืดหยุ่นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ พบว่ามีการลดลงท่าทางไหล่ห่ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของที่ 2 สัปดาห์หลังการรักษา ซึ่งแตกต่างกับการรักษาในครั้งนี้ที่ให้การรักษาโดยการติดเทปคิเนซิโอทั้งที่ให้แรงดึงและไม่ให้แรงดึงโดยส่งผลที่ดีต่อท่าทางไหล่ห่อ และความยาวกล้ามเนื้อของ pectoralis minor เพิ่มขึ้น การติดเทปคิเนซิโอบริเวณด้านหน้าของกระดูก acromion สิ้นสุดที่กระดูกสันหลังระดับอกชิ้นที่ 10 ช่วยทำให้กล้ามเนื้อยืดยาวออก กระตุ้นให้กล้ามเนื้อpectoralis minor เกิดการคลายตัวเพื่อปรับตัวต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อmiddle trapezius, lower trapezius,และ rhomboidเพราะมีการทับซ้อนกันของโปรตีนที่ช่วยในการหดตัวในกล้ามเนื้อลาย (actin-myosin) อย่างเหมาะสม11 โดยการติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึงมีประสิทธิภาพมากกว่าแบบไม่ให้แรงดึง  เนื่องจากมีกลไกในการช่วยขยายกล้ามเนื้อให้ยืดยาวออก กระตุ้นให้กล้ามเนื้อฝั่งหนึ่งเกิดการคลายตัวเพื่อปรับตัวต่อการหดตัวของกล้ามเนื้ออีกฝั่ง ช่วยคลายแรงเครียดและแรงเค้น (stress-strain relaxation) มีส่วนช่วยเพิ่มหรือลดการทำงานของกล้ามเนื้อจากแรงดึงของเทป12 นอกจากนี้เมื่อให้แรงดึงเป็นการส่งเสริมให้กระดูกสะบักและข้อไหล่อยู่ในแนวปกติ กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงและส่งเสริมการยืดยาวออกของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดความสมดุลกันของกล้ามเนื้อทั้งสองฝั่งจึงช่วยลดท่าทางไหล่ห่อ และเพิ่มความยาวกล้ามเนื้อ pectoralis minor ได้

ข้อจำกัดของการศึกษาเนื่องจากการศึกษาครั้งนี้ทำร่วมกันระหว่างการติดเทปคิเนซิโอร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงในอนาคตควรศึกษาการติดเทปคิเนซิโออย่างเดียวว่ามีประสิทธิภาพต่อต่อท่าทางไหล่ห่อและความยาวกล้ามเนื้อหรือไม่ เพื่อให้เห็นผลการรักษาที่ชัดเจนมากขึ้นรวมถึงควรมีการวัดตัวแปรที่บ่งชี้ต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มีความน่าเชื่อถือโดยใช้เครื่อง electromyography(EMG) ต่อไป

สรุป

การศึกษาครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าการรักษาด้วยการติดเทปคิเนซิโอที่ให้แรงดึงร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและการยืดกล้ามเนื้อ 3 สัปดาห์ ให้ผลที่มีประสิทธิภาพระยะยาว 4 สัปดาห์ในการลดท่าทางไหล่ห่อ และเพิ่มความยาวกล้ามเนื้อ pectoralis minor โดยเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาผู้ที่มีท่าทางไหล่ห่อต่อไป

กิตติกรรมประกาศ

ผู้วิจัยขอขอบคุณคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยในครั้งนี้

เอกสารอ้างอิง

1.     Peterson DE, Blankenship KR, Robb JB, Walker MJ, Bryan JM, Stetts DM, et al. Investigation of the validity and reliability of four objective techniques for measuring forward shoulder posture.  J Orthop Sports Phys Ther 1997; 25: 34-42.

2.     Grlegel-Morris P, Larson K, Mueller-Klaus K, Oatls CA. Incidence of common postural abnormalities in the cervical, shoulder, and thoracic regions and their association with pain in two age groups of healthy subjects. Phys Ther 1992; 72: 425-31.

3.     Daneshmandi H, Alizadeh MH, Shademan B. The effect of an exercise program during scapular position (Persian). Journal of Research in Rehabilitation Sciences 2006; 11: 93-107.

4.     Lee JH, Cynn HS, Yoon TL, Ko CH, Choi WJ, Choi SA, et al. The effect of scapular posterior tilt exercise, pectoralis minor stretching, and shoulder brace on scapular alignment and muscles activity in subjects with round-shoulder posture. J Electromyogr Kinesiol 2015; 25: 107-14.

5.     Lee JH, Cynn HS, Yoon TL, Choi SA, Choi WJ, Choi BS, et al. Comparison of scapular posterior tilting exercise alone and scapular posterior tilting exercise after pectoralis minor stretching on scapular alignment and scapular upward rotators activity in subjects with short pectoralis minor. Phys Ther Sport 2015; 16: 255-61. 

6.     Han JT, Lee JH, Yoon CH. The mechanical effect of kinesiology tape on rounded shoulder posture in seated male workers: a single-blinded randomized controlled pilot study. Physiother Theory Pract 2015; 31: 120-5.

7.     Borstad JD, Ludewig PM. The effect of long versus short pectoralis minor resting length on scapular kinematics in healthy individuals. J Orthop Sports Phys Ther 2005; 35: 239.

8.     Dewan N, Raja K, Balthillaya Miyaru G, MacDermid JC. Effect of box taping as an adjunct to stretching-strengthening exercise program in correction of scapular alignment in people with forward shoulder posture: A Randomised trial. ISRN Rehabilitation 2014; 2014: 1-12.

9.     Kluemper M, Uhl T, Hazelrigg H. Effect of stretching and strengthening shoulder muscles on forward shoulder posture in competitive swimmers. J Sport Rehabil 2006; 15: 58-70.

10.  Hajihosseini E, Norasteh A, Shamsi A, Daneshmandi H. The effects of strengthening, stretching and comprehensive exercises on forward shoulder posture correction. Physical Treatment 2014; 4: 123-32.

11.  Morrissey D. Proprioceptive shoulder taping. Journal of Body Work and Movement Therapies 2000; 4:189-94.

12.  Williams S, Whatman C, Hume PA, Sheerin K. Kinesio taping in treatment and prevention of sports injuries: a meta-analysis of the evidence for its effectiveness. Sports Medicine 2012; 42: 153-64.

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

The Cost of Treating Pressure Ulcers (ค่าใช้จ่ายในการรักษาแผลกดทับ)
 
PREVALENCE OF POSTPARTUM LOW BACK PAIN : ANALYSIS OF THE RISK AND PROTECTIVE FACTORS (ความชุกของการปวดหลังในสตรีหลังคลอด : การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยปกป้อง )
 
Familial Spinal Muscular Atrophy with Additional Features : A family report (รายงานผู้ป่วยครอบครัวผู้ป่วย 1 ครอบครัว : โรค spinal muscular atrophy ที่มีลักษณะเพิ่มเติมทางคลินิก )
 
A Newly Designed Ankle Sling (สายคล้องกันเท้าตกแบบใหม่)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Rehabilition Medicine
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0