Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Clinical Effectiveness of Nano-Biocellulose with Blue Silver Nano in Superficial Partial-thickness burns compare with Silver Salfadiazine

การเปรียบเทียบระหว่าง Nano-Biocellulose และ Blue Silver Nano กับ Silver Salfadiazine ในการรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับที่สองตื้น

Jirapat Patthanapalakornskul (จิรภัทร พัฒนาพลกรสกุล ) 1, Palakorn Surakunprapha (พลากร สุรกุลประภา) 2, Bowornsilp Chowchuen (บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น) 3, Kamonwan Jenwiteesuk (กมลวรรณ เจนวิถีสุข) 4, Kengkart Winaikosol (เก่งกาจ วินัยโกศล) 5, Pattama Punyavong (ปัทมา ปัญญาวงศ์) 6




หลักการและวัตถุประสงค์  : BluMembrane®ผลิตจากNano Biocelluloseและ Blue SilverNanoplatesซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยให้เกิดสภาวะแวดล้อมเหมาะสมต่อการหายของแผล อาทิเช่น ลดความเจ็บปวดทำให้ เกิดความชุ่มชื้นต่อแผลและป้องกันบาดแผลจากการติดเชื้อวัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือเปรียบเทียบระยะเวลาในการหายของแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่ใช้BluMembrane®เทียบกับการรักษาแบบมาตรฐานเดิมที่ใช้ Silver Salfadiazine

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบ Randomized controlled trial เพื่อศึกษาการหายของแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับที่สองตื้นเปรียบเทียบระหว่างแผลที่ใช้ BluMembrane®กับแผลที่ใช้ Silver Salfadiazineโดยประเมินแผลทุก 3 วัน Primary outcome คือระยะเวลาในการหายของแผลส่วน Secondary outcome คือระดับความเจ็บปวด

ผลการศึกษา: จากการศึกษาในผู้ป่วยสองรายพบว่าการทำแผลด้วย BluMembrane®โดยเปลี่ยนแผลทุก 3 วันส่งผลเสียต่อการหายของแผลจึงยุติการศึกษา

สรุป  : การทำแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับสองตื้นด้วย BluMembrane®(Nano-Biocellulose และ Blue Silver Nano)โดยวิธีการเปลี่ยนแผลทุก 3 วัน เทียบกับการทำแผลด้วย Silver Salfadiazine พบว่าส่งผลเสียต่อการหายของแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับที่สองตื้น      

 

Background and objective : BluMembrane® is temporary SilverNanoplates  skin cover for burns produced by Dual NanoTechnology. BluMembrane® is made from Nanobiocellulose coated with Blue Silver Nanoplates. It provides an optimal healing environmentby pain relief, moist environment and protection from trauma and infection. This study aimed to compare the uses of Silver sulfadiazine and BluMembrane®  in treatment of superficial second degree burn patient.

Methods : This was a randomized controlled trial. Each area of burn was randomly assigned to treat with BluMembrane® and Silversalfadiazine. Assessment of wound re-epithelization was performed every three days. Primary outcome is a duration of complete wound healing. Secondary outcome is pain score.

Results: two patient were include in this study and found that BluMembrane® made negative affect for wound healing .Accordingly we terminated this study.

Conclusions : BluMembrane® changed dressing every three days may have negative effects to wound healing of superficial second degree burn.

 

บทนำ

การรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกโดยทั่วไปมักจะใช้ silver sulfadiazine 1% cream (SSD)1,2 แต่ปัจจุบันมีการพัฒนามีวัสดุทำแผล เช่น silver-containg dressing, biosynthetic (skin substitute) dressing, silicon-coated dressing3 โดยที่คุณสมบัติของวัสดุปิดแผลในอุดมคติ (Ideal dressing) ควรจะดูดซึมสารคัดหลั่งได้ดีป้องกันและลดอัตราการติดเชื้อ เร่งกระบวนการหายและซ่อมแซมของแผล เปลี่ยนแผลได้ง่าย แลก่อให้เกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุดแต่วัสดุทำแผลส่วนใหญ่ผลิตโดยบริษัทต่างชาติ และมีราคาค่อนข้างสูง3

BluMembrane® ผลิตจาก Nano Biocellulose และ Blue SilverNanoplates ซึ่งผลิตจากการนำข้าวไทยมาเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย Acetobacterxylinum ทำให้สร้างเส้นใยเซลลูโลสสามารถดูดซับน้ำและ ช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับแผลโดยก่อนหน้านี้เคยมีการศึกษาพบว่าแผ่นปิดแผลเซลลูโลส (Thainanocell®) ปิดแผลแล้วให้ผลดีไม่ต่างจากวัสดุปิดแผลชนิดอื่นและลดความถี่ในการทำแผลได้4นอกจากนี้ยังมีโลหะเงินบริสุทธิ์ขนาดนาโนในรูปคริสตัลสีฟ้าซึ่งมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่ยังไม่มีการศึกษาถึงข้อได้เปรียบในการรักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก5,6 ของ BluMembrane® เทียบกับการทำแผลโดยวิธีทั่วไปด้วย SSD ซึ่งถ้าพบว่าได้ผลดีก็จะเป็นวัสดุทำแผลอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ป่วย

ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการศึกษานี้คือเปรียบเทียบระยะเวลาในการหายของแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่ใช้ BluMembrane® เทียบกับ การรักษาแบบมาตรฐานเดิมที่ใช้ Silver Salfadiazine

 

วิธีการศึกษา

เป็นการศึกษา แบบ Randomized Controlled Trial ประชากรที่ศึกษา คือผู้ป่วยที่มีบาดแผลซึ่งเกิดจากไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับที่ 2 ตื้น (บาดแผลลึกถึงบางส่วนของชั้นหนังแท้) ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ที่ขนาดของแผลไม่น้อยกว่าร้อยละ2 ของพื้นที่ผิวร่างกายและมี Baux score (percent body surface burned+patient’s age) <1007 โดยอาสาสมัครจะต้องไม่มีบาดแผลจากการโดนสารเคมีหรืไฟฟ้าช๊อต (chemical and electrical burn) และระยะเวลาตั้งแต่บาดเจ็บจนมาถึงโรงพยาบาลศรีนครินทร์ไม่เกิน48ชม.รวมถึงจะต้องไม่มีประวัติแพ้โลหะเงินหรือซิลเวอร์รูปแบบต่างๆ

ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ได้จากการคำนวณเท่ากับ 17 ราย แต่จากการศึกษาพบว่าวิธีดังกล่าว ส่งผลเสียต่อการหายของบาดแผล จึงยุติการศึกษาและรายงานเป็น case report

·         บันทึกข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วย ได้แก่  อายุ เพศโรคประจำตัว ขนาดและความลึกของบาดแผลสาเหตุของแผล

·         โดยอาสาสมัครจะได้รับการเลือกบริเวณบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก 2 บริเวณที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน (site symmetrical) การเลือกว่าบริเวณใดเป็นกลุ่มที่ใช้ BluMembrane®  หรือเป็นกลุ่มควบคุม(Silversulfadiazine)ใช้วิธีการจับฉลาก โดยผู้จับฉลากจะไม่ทราบบริเวณที่แบ่ง

·         วิธีการทำแผลกลุ่มควบคุมทำความสะอาดบาดแผลแล้วทา Silver salfadiazine ลงบนแผลหนาประมาณ 0.2 เซนติเมตรปิดแผลด้วยก๊อซหรือวัสดุปิดแผลที่เหมาะสมโดยจะทำแผลทุกวันและหลังจาก post burn day 9 เป็นต้นไปจะทำแผลด้วย bactrigas ทุก 3วันเนื่องจากการทำแผลด้วย Silver salfadiazine วันจะรบกวนการหายของแผลได้

·         วิธีการทำแผลกลุ่ม BluMembrane® ทำความสะอาดแผลปิดแผลด้วย BluMembrane® จากนั้นปิดทับด้วยก๊อซอีกชั้นนึ่ง โดยจะทำแผลทุก 3 วัน

·         การเก็บข้อมูลบาดแผลทำทุก 3วัน คือวันที่ 0, 3, 6, 9, 12  และ 15 โดยการเปิดแผลล้างทำความสะอาดด้วย  normal saline (NSS) แล้วถ่ายภาพบาดแผลบริเวณที่อยู่ในการศึกษาทั้งหมด

-                     ภาพที่ถ่ายจะไม่มีการตกแต่งภาพ และถ่ายด้วยกล้องดิจิตัลที่มีความละเอียดตั้งแต่ 5ล้านพิกเซลขึ้นไป

-                     หลังจากนั้นส่งภาพบาดแผลให้ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้ประเมินทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ และแพทย์ผู้ประเมินจะตอบกลับทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ว่าบาดแผลหายหรือยัง(complete epithelization) โดยผู้ประเมินจะไม่ทราบว่าบาดแผลนั้นทำแผลด้วยวัสดุชนิดใด

-                     หลังจากวันที่ 15 ถ้าบาดแผลยังไม่หาย (complete epithelization) บาดแผลจะถูกบันทึกรายละเอียดว่าหายเป็นร้อยละเท่าไรของ body surface area

·         การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความเจ็บปวดจะใช้ visual analog pain scale ประเมินทุก 3 วันในวลาเช้าก่อนทำแผล โดยการให้ผู้ป่วยประเมิน

·         Protocol ของการศึกษานี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

ผลการศึกษา

มีอาสาสมัครเข้าร่วมงานวิจัยทั้งสิ้นสองราย การศึกษาได้ยุติก่อนเนื่องจากพบว่าการทำแผลด้วย BluMembrane®ตามวิธีดังกล่าวก่อให้เกิดผลเสีย ในการหายของแผลในผู้ป่วย(เวลาที่ทำการเปลี่ยนวัสดุทำแผลพบว่ามี epithelium บางส่วนหลุดลอกมาด้วย)

 ตารางที่ 1 อมูลทั่วไปของผู้ป่วย

Patient

Sex

Age

(year)

% burn

Cause of burn

underlying

disease

BluMembrane®

area

Silver sulfadiazine area

second degree

third

degree

1

male

50

superficial ,17%

-

flame burn

-

3% BSA Lt forearm

3% BSA Rt forearm

2

male

22

superficial,16.5%

-

flame burn

-

3% BSA Lt forearm

3% BSA Rt forearm

 

 

ผู้ป่วยรายแรก

-  post burn day 9พบว่ามี pseudoeschar จึงต้องนำไปฟอกแผลในห้องผ่าตัด ( scrub burn )

-  พบว่าตั้งแต่ post burn day 9 เป็นต้นไป บริเวณที่ปิดด้วย BluMembrane® วัสดุทำแผลติดแผลค่อนข้างมาก เมื่อพยายามลอกออกพบว่าทำให้ ชั้นหนังกำพร้า (epidermis) บางส่วนลอกหลุดออกมา 

- post burn day 15 พบว่าแผลยังไม่หายทั้งสองกลุ่ม คือทั้งฝั่งที่ BluMembrane® และ Silvers  ulfadiazine
          -    control group
เหลือร้อยละ 1 ของพื้นที่ผิวร่างกาย (body surface area)
         -     BluMembrane® group
เหลือร้อยละ 1.5 ของพื้นที่ผิวร่างกาย (body surface area)

 

ผู้ป่วยรายที่สอง

-  พบว่าตั้งแต่ post burn day 6 เป็นต้นไป กลุ่ม BluMembrane®วัสดุติดแผลค่อนข้างมากเช่นเดียวกับในรายที่ 1

-  ทั้งสองกลุ่มแผลหาย (complete wound healing) ที่ post burn day 15    

 

          เนื่องจากในการศึกษานี้ พบว่าวิธีการทำแผลที่ศึกษาส่งผลเสียต่อผู้ป่วยได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องยุติ ทำให้ไม่สามารถสรุปผลการศึกษาตามหลักสถิติ ได้ 

เมื่อแผลไฟไหม้ เริ่มมี epithelization จะพบว่าแผล จะแห้งมากขึ้น ทำให้ BluMembrane® ที่ แห้ง ติดแผลและเมื่อเปลี่ยนแผลจะทำให้ลอกเอา epitilium หลุดออกมาด้วยทำให้พบว่าแผลที่ทำด้วย BluMembrane® ตามวิธีดังกล่าวมีโอกาสหายได้ช้ากว่า แม้ว่าจะได้มีการแช่น้ำหรือ ทำให้วัสดุทำแผลเปียกแล้วก็ตาม

ตารางที่ 2  ระดับความเจ็บปวด

Patient

Pain score (visual analog pain scale)

Day 0

Day 3

Day 6

Day 9

Day 12

Day 15

1

BluMembrane®

8

6

6

4

4

2

control

10

8

6

4

4

2

2

BluMembrane®

10

5

5

3

1

0

control

10

7

5

3

1

0

 

พบว่าในช่วงแรก ระดับความเจ็บปวดจะน้อยกว่าในกลุ่ม  BluMembrane®แต่ในช่วงวันหลัง ระดับความเจ็บปวดไม่ต่างกัน ในทั้งสองกลุ่ม (ตารางที่ 2)

 

วิจารณ์

          การหายของแผลจะเกิดได้ดี เมื่อมีสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมคือ มีความชุ่มชื้นที่เหมาะสม ไม่มีการติดเชื้อ8โดยเฉพาะแผลที่มีการหายโดย epithelization ซึ่งวัสดุทำแผลที่ดีควรปรับความชุ่มชื้นให้เหมาะสม  ป้องกันหรือช่วยลดการติดเชื้อ รวมถึง ไม่ติดแผล ซึ่งจะก่อให้เกิดการดึง epithelium หลุดลอกเวลาแกะออก

Muangman และคณะ9 เคยได้ทำการศึกษาเรื่อง การใช้ Microbial cellulose (natural polymer synthesized by Acetobactorxylinum) ในการทำแผลไฟไหม้ระดับตื้นที่บริเวณใบหน้า โดยปิดแผลด้วย microbial cellulose และไม่ต้องเปลี่ยนแผล พบว่าแผลมีfull epithelization ในวันที่ 12 และ 13 สามารถลอกแผ่นปิดแผล ออกได้โดยง่าย

BluMembrane® ซึ่งผลิตจาก Nano Biocellulose และ Blue SilverNanoplates ซึ่ง คุณสมบัติของ Blue Silver Nanoplates ใน BluMembrane® ที่จะเปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อมีการปล่อยอิออนเงินเพื่อป้องกันและทำลายเชื้อแบคทีเรียจนหมด10 และจากการศึกษาพบว่า บริเวณที่ BluMembrane® ติดแผลค่อนข้างมากมักจะยังคงมีสีฟ้าหลังจากครบกำหนดเปลี่ยนแผล และแผลก็ไม่มีลักษณะของการติดเชื้อ (ซึ่งมักมีสารคัดหลั่งและเนื้อตายเป็นปริมาณมาก)

ดังนั้น น่าจะมีการทำการศึกษาต่อไปว่าถ้าใช้ BluMembrane® ในการทำแผลแบบ close dressing โดยปิด BluMembrane® ในส่วนที่ติดแน่นไว้จนแผลหาย (full epithelization) และแผ่น BluMembrane® ก็น่าจะสามารถลอกออกได้โดยง่าย จะให้ผลการรักษาที่ดีกว่าหรือไม่

 

 

 

 

 

สรุป

                    การทำแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับสองตื้นด้วย BluMembrane® (Nano-BiocelluloseและBlue Silver Nano) โดยวิธีการเปลี่ยนแผลทุก 3 วัน พบว่าส่งผลเสียต่อการหายของแผลเนื่องจากติดแผลค่อนข้างมากส่งผลให้เมื่อเปลี่ยนแผลทำให้ชั้นหนังกำพร้าของแผลที่กำลังจะหายหลุดลอกทำให้การศึกษานี้ต้องยุติก่อนเก็บข้อมูลได้ครบ

 

กิตติกรรมประกาศ

การศึกษานี้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

References

1.  Papini RP, Wilson AP, Steer JA, McGrouther DA, Parkhouse N. Wound management in burn centers in the United Kingdom. Br J Surg1995; 82: 505–9.

(c) A Randomized Controlled Trial of Silver Sulfadiazine,

Biafine, and Saline-soaked Gauze in the Treatment

of Superficial Partial-thickness Burn Wounds in Pigs

2. Glesinger R, Arnon D.A randomized controlled trial of silver sulfadiazine,Biafine, and Saline-soaked Gauze in the treatment of Superficial Partial-thickness Burn Wounds in Pigs. Acad Emerg Med 2014; 11: 339-42.

3. Wasiak J, Cleland H, Campbell F. Dressings for superficial and partial thickness burns. Cochrane Database Syst Rev [serial online]  Oct 8 [cited Nov 30, 2016];(4):[41 screens]. Available form: URL:http://bit.ly/2fK0g1O

4.  Watanasit Y, Jitsurong S, Wansu F, Chichareon V. The application of cellulose (Thainanocell®) wound dressing on acute wound with partialthickness. Songkla Med J 2009;27:235–47.

5. Jung R, Kim Y, Kim H-S, Jin H-J. Antimicrobial properties of hydrated cellulose membranes with silver nanoparticles. J BiomaterSciPolym Ed 2009;20:311–24.

6. Surawej N, Prapai A, Vichai S. Clinical evaluati  การทดสอบประสิทธิภาพของการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (Antibacterial Activity) on of a new blue silver nanobiocellulose ribbon dressing in cavity wounds. Paper presented at the Symposium on Advances Wound Care; 2013 May 1-5  Denver Colorado, USA.

7. Baux S. Contribution à létude du traitement local des brûluresthermiquesétendues. Paris: AGEMP; 1961.

8. Winter GD. Formation of the scab and the rate of epithelization of superficial wounds in the skin of the young domestic pig. Nature 1962; 193: 293–4.

9. Muangman P, Opasanon S, Suwanchot S, Thangthed O. Efficiency of microbial cellulose dressing in partial-thickness burn wounds. J Am Col Certif Wound Spec 2011; 3: 16–9.

10. Parnklang T, Lamlua B, Gatemala H, Thammacharoen C, Kuimalee S, Lohwongwatana B, et al. Shape transformation of silver nanospheres to silver nanoplates induced by redox reaction of hydrogen peroxide. Materials Chemistry and Physics 2015; 153: 127–34.

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

 
Current concept in management of cholangiocarcinoma (โรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma))
 
Comparative Study Between the Conventional Endoscopic Cholecystectomy of Paient with Gall Stone using the Operative Assistants and Endoscopic Cholecystectomy using the new Innovated Adjustable Telescopic Holder (การศึกษาเปรียบเทียบการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีกล้องวิดิทัศน์ด้วยการใช้เครื่องมือช่วยจับถือกล้องวิดิทัศน์ (Adustable Telescopic Holder) ที่ประดิษฐ์ขึ้นเองกับการใช้ผู้ช่วยผ่าตัดถือกล้องวิดิทัศน์)
 
Laparoscopic Cholecystectomy (การผ่าตัดถุงน้ำดีทางกล้องวิดีทัศน์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Surgery
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0