Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Effects of Home Care Pharmacy Service in Urban Area Health System, Mahasarakham Province

ผลของการบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยต่อเนื่องในชุมชนโดยการออกเยี่ยมบ้านในเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

Pariya Thomudtha (ปริญา ถมอุดทา) 1, Chompunut Pattanajak (ชมพูนุท พัฒนจักร) 2, Adisak Thomudtha (อดิศักดิ์ ถมอุดทา) 3, Sukanya Khampa (สุกัญญา คำผา) 4, Supinya Phoomwanitchakit (ศุภิญญา ภูมิวณิชกิจ) 5, Papassarin Jeeraaumponwat (ปภัสรินทร์ จีรอำพรวัฒน์) 6, Pawinee Plerin (ภาวินี เปลรินทร์) 7




หลักการและวัตถุประสงค์:จากการปฏิบัติงานเมื่อให้บริการเภสัชกรรมพบปัญหาในการดูแลผู้ป่วยจึงใช้กลไกของการดูแลต่อเนื่องในชุมชนโดยเภสัชกรออกเยี่ยมบ้านเพื่อศึกษาปัญหาจากยา

วิธีการศึกษา:เป็นการสังเกตเชิงพรรณนา โดยกำหนดเกณฑ์คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้บริบาลเภสัชกรรมต่อเนื่องในชุมชน โดยใช้แบบบันทึกการเยี่ยมบ้านเก็บข้อมูล เภสัชกรประเมินสุขภาพของผู้ป่วยด้วยวิธี INHOMESSS ค้นหาปัญหาการใช้ยา สาเหตุ การแก้ปัญหา และประเมินผลลัพธ์การแก้ปัญหา โดยประชากรที่ศึกษา คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการเยี่ยมบ้านโดยเภสัชกรในเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอเมือง จ.มหาสารคาม ในปีงบประมาณ 2559

ผลการศึกษา:ได้ออกให้บริบาลเภสัชกรรมที่บ้านเป็นจำนวน 54 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 64.81 มีอายุเฉลี่ย 65.21 ± 12.74 ปี เภสัชกรออกเยี่ยมบ้านในผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง (เบาหวาน ความดัน ไขมัน) สูงถึงร้อยละ 36.99 การประเมินผู้ป่วยด้วย INHOMESSS พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีการเคลื่อนไหวที่ลำบาก ร้อยละ 66.67 มีลักษณะการรับประทานอาหารไม่เหมาะสม ร้อยละ 55.55 ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือ ผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือในการใช้ยา (ร้อยละ 51.02) สาเหตุที่ทำให้ทำเกิดปัญหาจากยาส่วนใหญ่ คือ การได้รับรายการยาจำนวนมากเกินร้อยละ 24.49เภสัชกรเข้าไปมีบทบาทในเรื่องของการทบทวนและตรวจสอบความร่วมมือในการใช้ยาสูงถึงร้อยละ 49.07  การบริบาลเภสัชกรรมที่ให้แก่ผู้ป่วยสามารถแก้ไขปัญหาการใช้ยาได้ทั้งหมดสูงถึงร้อยละ 91.66

สรุป: การศึกษานี้สามารถเพิ่มการบริบาลเภสัชกรรมได้ครอบคลุมกลุ่มผู้ป่วยที่คัดเลือกเพื่อคัดกรองผู้ป่วยที่มีปัญหาการใช้ยาที่บ้านและเภสัชกรสามารถแก้ไขจัดการปัญหาที่เกิดจากยาของผู้ป่วยได้

 

Background and Objective: The pharmacists at primary care unit found many drug related problems (DRPs) when patients received medicine. This study aimed to investigate the effects of home care pharmacy services.

Methods: This was a descriptive study. This study determined inclusion criteria for home health care and used data collected via home care record forms as a research tool. The pharmacists were required to identify DRPs and potential for home health care with a systematic approach which consisted of data collection, assessing patients during the visit following INHOMESSS guidance and management of DRPs for individual patients. The study population were the patients has been visited at home by pharmacists from the urban area health system of Mahasarakham province in fiscal year 2016.

Results: There were 54 patients visited by pharmacists. Most of them were females (64.81%), and  average age was 65.21 ± 12.74 years. The highest rate of chronic illness (diabetes, hypertension and dyslipidemia) in homes visited by the pharmacists were 36.99%.  A holistic patient assessment undertaken with INHOMESSS method found that the majority of them had poor mobility (66.67%) and improper nutrition (55.55%).  Regarding evaluation of DRPs, most were attributed to non-adherence (51.02%) whereby the cause of DRPs could be attributed to prescription of numerous drugs (24.49%).  Nearly half (49.07%) of the pharmacists’ main role in home care pharmacy service for managing DRPs was reviewing medication and adherence monitoring. Effective resolution of DRPs by pharmacists was as high as 91.66%.

Conclusions:  In summary, the results from this study indicated that pharmacists could increase home care pharmacy services in the target group following inclusion criteria for screening and to find DRPs.  The pharmacists could resolve the DRPs.

บทนำ

การดำเนินงานเภสัชกรรมปฐมภูมินั้นมีความสอดคล้องกับทิศทางนโยบายงานด้านปฐมภูมิตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปีงบประมาณ 2555-2559  ที่ให้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการดูแลต่อเนื่องระดับครอบครัว (การเยี่ยมบ้าน) เช่น กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยจิตเวช ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้พิการ1 เป็นต้น

การเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน หรือ การเยี่ยมบ้านเป็นกิจกรรมหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้เป็นไปตามเป้าหมาย  การเยี่ยมบ้านเป็นเครื่องมือหนึ่งในการทำให้สามารถเข้าใจภาพชีวิตจริงของผู้ป่วยได้มากที่สุด2 จากการทบทวนวรรณกรรมที่ผ่านมาพบว่าการเยี่ยมบ้านโดยเภสัชกรก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยโดยเฉพาะการช่วยลดปัญหาการใช้ยาและทำให้ผลลัพธ์ทางคลินิกดีขึ้น การศึกษาของ Manadee และคณะ3 ได้ศึกษาผลการดูแลผู้ป่วยสูงอายุโรคเรื้อรังด้านการใช้ยาที่บ้านในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพบว่าระดับน้ำตาลในเลือด และระดับความดันโลหิตตัวบนของกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ความร่วมมือในการใช้ยาและคุณภาพชีวิตหลังได้รับการเยี่ยมบ้านของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

จากการปฏิบัติงานเมื่อให้บริการเภสัชกรรมกับผู้ป่วยที่มารับยา ณ หน่วยบริการปฐมภูมิ พบปัญหาในการดูแลผู้ป่วยหลายประการ เช่น ผู้ป่วยมียาเหลือจำนวนมากแต่ให้ข้อมูลว่ากินยาสม่ำเสมอ ผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือในการใช้ยา การใช้ผลิตภัณฑ์อื่นนอกจากแผนการรักษาปัจจุบันที่ได้รับ เป็นต้น ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ผู้ป่วยมีผลลัพธ์ทางคลินิกที่ไม่ดี และอาจเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา จึงมีความคิดที่จะใช้กลไกการเยี่ยมบ้านเพื่อติดตามดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องในชุมชนมาช่วยแก้ไขปัญหานี้  ดังนั้นการศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ประเมินสุขภาพของผู้ป่วยเมื่ออยู่ที่บ้านโดยใช้การประเมินด้วยวิธี INHOMESSS และ (2) เพื่อศึกษาชนิดของปัญหาที่เกี่ยวกับยา สาเหตุ วิธีการแก้ไข และผลลัพธ์ของการแก้ไขปัญหาในผู้ป่วยที่ได้รับการเยี่ยมบ้านโดยเภสัชกร

วิธีการศึกษา

รูปแบบการศึกษา

            เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา (Descriptive study) ในผู้ป่วยที่ได้รับการเยี่ยมบ้านของเครือข่ายอำเภอเมืองโรงพยาบาลมหาสารคาม ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2559 (ปีงบประมาณ 2559)

ประชากรที่ศึกษา

ผู้ป่วยที่ได้รับการเยี่ยมบ้านจากเภสัชกรในเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอเมือง จ.มหาสารคาม โดยกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วยเพื่อให้บริบาลเภสัชกรรมต่อเนื่องในชุมชน (การเยี่ยมบ้าน) โดยมีกลุ่มเป้าหมายดังต่อไปนี้ (1) ผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรัง (เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง หอบหืด โรคระบบหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง พาร์กินสัน ความจำเสื่อม) (2) ผู้ป่วยไตวาย และ/หรือ ผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกไต (3) ผู้ป่วยจิตเวช (4) ผู้ป่วยระยะสุดท้าย(5) ผู้พิการ(6) ผู้ป่วยติดเตียง(7) ผู้ที่มีปัญหาความร่วมมือในการใช้ยา (non-adherence) (8) ผู้ป่วยที่ต้องได้รับยาเทคนิคพิเศษที่มีความเสี่ยงในการใช้ไม่ถูกวิธี และอาจไม่ประสบผลสำเร็จในการรักษา (9) ผู้ป่วยที่ได้รับคู่ยาที่เกิดปฏิกิริยาระหว่างกัน (fatal drug interaction) ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดปัญหาจากการใช้ยา (10) ผู้ป่วยที่ได้รับยาความเสี่ยงสูง (high alert drugs) ที่มีแนวโน้มอาจเกิดปัญหาการใช้ยา (11) ผู้ป่วยที่ได้รับการวางแผนการดูแลสุขภาพไว้แล้วและแพทย์เห็นว่าควรจะมีการติดตามเพื่อดูแลการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง  จากนั้นได้แจ้งทีมเยี่ยมบ้านพยาบาลในเขตพื้นที่รับผิดชอบจะจัดลงเยี่ยมในกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวเพื่อให้เภสัชกรได้ลงไปเยี่ยมบ้าน

 

 

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล

            การสัมภาษณ์ข้อมูลจากผู้ป่วย และ/หรือผู้ดูแลผู้ป่วย การตรวจสอบประวัติการรักษาจากฐานข้อมูลที่โรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิก่อนการไปเยี่ยมผู้ป่วยและการวิเคราะห์ปัญหาการใช้ยาเภสัชกรจะบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน ข้อมูลที่บันทึก ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วย การตรวจสอบสุขภาพตามแนวทาง INHOMESSS การทบทวนประวัติการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ การค้นหาปัญหา สาเหตุ  การแก้ไขปัญหาที่ให้กับผู้ป่วย และการประเมินผลลัพธ์การแก้ไขปัญหาจากยา

          เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินผล

1.    การประเมินผล INHOMESSS ตามตารางที่ 1

 

ตารางที่ 1 แนวทางการประเมิน INHOMESSS เป็นแนวทางประเมินผู้ป่วยขณะอยู่ที่บ้าน2

ประเด็น

การประเมินผล

I -  Immobility

Good: เคลื่อนไหวได้ดี, Poor: เคลื่อนไหวได้ลำบาก/ทำไม่ได้ /ติดเตียง

N – Nutrition

Good: ทานเหมาะสม, Poor: ทานไม่ได้/ทานไม่ถูกสุขลักษณะ

H – Housing

Good: ไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ, Poor: มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ

O – Other people

Good: มีคนคอยดูแลช่วยเหลือ, Poor: ขัดแย้งกับผู้อื่นภายในบ้าน หรือไม่มีผู้ดูแล

M – Medication*

Good: ไม่มีการใช้ผลิตภัณฑ์อื่น, Poor: มีการใช้ผลิตภัณฑ์อื่นที่เสี่ยงต่อภาวะโรค

E – Examination

Good: มีสัญญาณชีพที่ปกติ, Poor: มีสัญญาณชีพที่ผิดปกติ

S – Safety

Good: ปลอดภัย, Poor: ไม่ปลอดภัย

S – Spirituality

Good: มีกำลังใจดี, Poor: สิ้นหวัง ไม่มีกำลังใจในการดำเนินชีวิต

S – Services

Good: ทราบหน่วยบริการที่จะไปใช้บริการได้, Poor: ไม่ทราบว่าเวลาเจ็บป่วยจะไปไหน

*หัวข้อ Medication ในส่วน INHOMESSS จะประเมินเพียงการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นหรือไม่ ส่วนประเด็นปัญหาจากการใช้ยาจะแยกพิจารณาในส่วนหัวข้อปัญหาที่เกิดจากยา

 

1.    การประเมินผลลัพธ์การแก้ไขปัญหาจากยา แบ่งออกเป็น

-                     สามารถจัดการปัญหาได้ทั้งหมดหมายถึง เภสัชกรประเมินสิ่งที่เภสัชกรแก้ไขปัญหาด้านยาให้กับผู้ป่วยแก้ไขได้สำเร็จสมบูรณ์

-                     สามารถแก้ไขปัญหาได้บางส่วน หมายถึง เภสัชกรประเมินสิ่งที่เภสัชกรแก้ไขปัญหาด้านยาให้กับผู้ป่วยแก้ไขได้บางส่วนไม่สมบูรณ์ทั้งหมด

-                     ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข หมายถึง เภสัชกรไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านยาได้

 

กระบวนการเยี่ยมบ้าน

ออกเยี่ยมบ้านทุกวันจันทร์และวันพุธของแต่ละสัปดาห์ ณ ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองสามัคคี ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ โดยแบ่งออกเป็น 3 กระบวนการ คือ ก่อนออกเยี่ยมบ้าน (รวบรวมข้อมูล และสรุปปัญหาที่ควรติดตามผู้ป่วยที่บ้าน) ขณะเยี่ยมบ้าน (ประเมินปัญหาของผู้ป่วยตามหลัก INHOMESSS (ตารางที่ 1) และค้นหาปัญหาจากยา ปรึกษาร่วมกับทีม และให้การแก้ไขปัญหาจากยา) และหลังเยี่ยมบ้าน (สรุปข้อมูลบันทึกการเยี่ยม และวางแผนหากต้องติดตามต่อ)

วิธีการวัดผล

·         การวิเคราะห์ข้อมูล

ข้อมูลที่ได้ถูกบันทึกในโปรแกรม Excel และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจก

แจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ข้อพิจารณาทางจริยธรรม

โครงร่างการวิจัยนี้ได้ผ่านการพิจารณาจริยธรรมจากคณะกรรมการงานวิจัยของโรงพยาบาลมหาสารคามแล้ว เลขที่COA No ๖๐/๐๑๐

 

ผลการศึกษา

            ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย

การบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยต่อเนื่องในชุมชน (การออกเยี่ยมบ้าน) ของเครือข่าย อำเภอเมือง โรงพยาบาลมหาสารคาม ผลการดำเนินการเยี่ยมบ้านในปีงบประมาณ 2559 (ตารางที่ 2)

 

ตารางที่ 2 ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย

 

จำนวน (ร้อยละ)

จำนวนผู้ป่วย

54

เพศ

 

-           ชาย

19 (35.19)

-           หญิง

35 (64.81)

อายุเฉลี่ย+ SD (ปี)

65.21 ± 12.74

ออกให้บริบาลเภสัชกรรมในโรค (ครั้ง)*

 

-           โรคเรื้อรัง (เบาหวาน ความดัน ไขมัน)

27 (36.99)

-           ไตวายระยะสุดท้าย

7 (9.59)

-           โรคหลอดเลือดสมอง

5 (6.85)

-           ความจำเสื่อม

1 (1.37)

-           หอบหืด

4 (5.48)

-           โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ(ยกเว้นความดัน)

3 (4.11)

-           Gout, Osteoporosis

3 (4.11)

-           ลมชัก

1 (1.37)

-           วัณโรค

1 (1.37)

-           ผู้ป่วยติดเตียง

1 (1.37)

-           ผู้พิการ

1 (1.37)

-           จิตเวช

2 (2.74)

-           ผู้ป่วยระยะสุดท้าย

2 (2.74)

-           มะเร็ง

7 (9.59)

-           อื่น ๆ (Post op, Fracture of bone)

8 (10.95)

* นับเป็นหน่วยครั้งเนื่องจากเภสัชกรแต่ละท่านออกเยี่ยมซ้ำกับผู้ป่วยรายเดิมที่ได้รับการเยี่ยมแล้วจากเภสัชกรท่านอื่น และผู้ป่วยบางรายเป็นหลายโรคในคนเดียวกัน

 

การประเมิน INHOMESSS

          ผลการประเมิน INHOMESSS พบว่าผู้ป่วยมากกว่าครึ่งมีการเคลื่อนไหวที่ลำบาก หรือเคลื่อนไหวไม่ได้เลย (poor immobility, ร้อยละ 66.67) มีลักษณะการรับประทานอาหารยังไม่เหมาะสม  (poor nutrition,ร้อยละ 55.55) เมื่อมีการตรวจวัดสัญญาณชีพต่าง ๆ ที่บ้านผู้ป่วย พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่พบสัญญาณชีพที่ผิดปกติ (poor physical exam ร้อยละ 85.18) ส่วนประเด็นอื่น ๆ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี (มากกว่าร้อยละ 80)โดยพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นนอกจากแผนการรักษาที่ได้รับการรักษาจากแพทย์/เภสัชกร(good medication ร้อยละ 94.44) และผู้ป่วยส่วนใหญ่เมื่อมีการเจ็บป่วยฉุกคิดถึงสถานพยาบาลที่จะพาตัวเองไปรับการรักษาได้ (good services ร้อยละ 96.30) (รูปที่ 1)

รูปที่ 1  ผลการประเมิน INHOMESSS

 

ปัญหาจากการใช้ยาสาเหตุปัญหาจากยา วิธีการแก้ไข และผลลัพธ์การแก้ไขปัญหาจากยา

            ปัญหาจากยาที่เภสัชกรพบส่วนใหญ่ คือ ความไม่ร่วมมือในการใช้ยาคิดเป็นร้อยละ 51.02 รองลงมา คือ เรื่องการจัด/เก็บรักษายาไม่ถูกวิธี และเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา/ผลข้างเคียงจากยาที่พบขณะเยี่ยมบ้าน ร้อยละ 14.29 สาเหตุปัญหาจากยาส่วนมาก คือ การได้รับรายการยาจำนวนมากเกินไป ร้อยละ 24.49 เภสัชกรมีบทบาทในเรื่องของการทบทวนการใช้ยาและตรวจสอบความร่วมมือในการใช้ยาสูงถึงร้อยละ 49.07  รองลงมาคือให้คำแนะนำการจัดแยกเก็บยาให้ถูกวิธี/สอนการแบ่งเม็ดยา/การจัด unit dose ร้อยละ 12.04 การแก้ไขปัญหาจากการบริบาลเภสัชกรรมที่ให้แก่ผู้ป่วยสามารถแก้ไขให้ผู้ป่วยได้ทั้งหมดสูงถึงร้อยละ 91.66 (ตารางที่ 3)

 

ตารางที่ 3 ปัญหาจากยา สาเหตุ การให้บริบาลเภสัชกรรมที่บ้าน และผลลัพธ์การแก้ไขปัญหาจากยา

           

จำนวน (ครั้ง)

ร้อยละ

ปัญหาที่เกิดจากยา*

49

 

-           ความไม่ร่วมมือในการใช้ยา (ลืมทาน,ขาดยา, ทานผิด, จัดยาผิด, หยุดทานยาเอง)

25

51.02

-           ใช้ยานอกระบบ (สมุนไพรไม่ทราบชนิด)

1

2.04

-           ได้รับยาหลายแหล่งเสี่ยงต่ออาการไม่พึงประสงค์จากยา/ใช้ยาเกินขนาด

1

2.04

-           เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา/ผลข้างเคียงจากยาที่พบขณะเยี่ยมบ้าน

7

14.29

-           การจัด/เก็บรักษายาไม่ถูกวิธี (แกะยาจากแผง, แกะยาออกจากซองกันแสง, แกะยามารวมกันทำ unit dose ที่ผิด)

7

14.29

-           อันตรกิริยาจากยา (ยา-ยา, ยา-อาหาร)

2

4.08

-           ใช้ยาเทคนิคพิเศษไม่ถูกต้อง (พ่นยา,ฉีดยา insulin ไม่ถูกวิธี)

5

10.20

-           มียาที่ไม่สมควรได้รับต่อภาวะผู้ป่วย

1

2.04

สาเหตุที่เกิดปัญหาจากยา*

49

 

-           เกิดผลข้างเคียงจากยา

7

14.29

-           ผู้ป่วยสงสัยว่าอาจเกิดผลข้างเคียงจากยา

3

6.12

-           การได้รับรายการยาจำนวนมากเกินไป

12

24.49

-           ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ยาหรือรูปแบบยาตามที่แพทย์สั่งได้

9

18.37

-           ผู้ป่วยมีความกังวลเกี่ยวกับยาที่ได้รับ

4

8.16

-           การรักษาไม่ตรงกับความเชื่อเรื่องสุขภาพของผู้ป่วย

3

6.12

-           ผู้ป่วยไม่เต็มใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

7

14.29

-           ผู้ป่วยลืมรับประทานยา/ใช้ยา

4

8.16

การให้บริบาลเภสัชกรรมต่อผู้ป่วยขณะออกเยี่ยมบ้าน*

108

 

-            ทบทวนประวัติรายการยาที่บ้าน/ตรวจสอบความร่วมมือในการใช้ยา/และส่งเสริมกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือในการใช้ยา (การใช้ฉลาก/รูปภาพช่วย)

53

49.07

-            การให้กำลังใจ (มีความกังวลใจเกี่ยวกับยาที่ได้รับ, จิตใจหดหู่ให้ความร่วมมือในการใช้ยาแต่ไม่มีความความหวัง)

11

10.19

-            จัดแยกเก็บยาให้ถูกวิธี/สอนการแบ่งเม็ดยา/การจัด unit dose

13

12.04

-            แก้ไขอันตรกิริยาจากยา/ให้คำแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรกิริยาจากยา (ยา-ยา, ยา-อาหาร)

2

1.83

-            ให้คำแนะนำผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากยาและการแก้ไข

11

10.19

-            ให้คำแนะนำการตรวจติดตาม (LFT, FBS) เพื่อป้องกัน ADR จากยา

1

0.93

-            สอนใช้ยาเทคนิคพิเศษ (ยาพ่นหอบหืด ถุงลมโป่งพอง)

2

1.85

-            สอนใช้ยาเทคนิคพิเศษ (ยาฉีดอินซูลิน)

5

4.63

-            ให้สุขศึกษาและโภชนาการอาหาร (อาหารเบาหวาน/ความดัน/โรคไต/โรคเกาต์)

8

7.41

-            ปรับยา Morphine เพื่อ Control pain ให้เหมาะสม ร่วมกับแพทย์

1

0.93

-            ประสานข้อมูลรายการยาจาก รพ.อื่น ที่เกี่ยวข้อง

1

0.93

ผลลัพธ์การแก้ไขปัญหาจากการบริบาลเภสัชกรรมที่ให้แก่ผู้ป่วย*

 

 

-           สามารถจัดการปัญหาได้ทั้งหมด

99

91.66

-           สามารถแก้ปัญหาได้บางส่วน

9

8.34

* นับหน่วยเป็นครั้งเนื่องจากเภสัชกรแต่ละท่านออกเยี่ยมซ้ำกับผู้ป่วยรายเดิมที่ได้รับการเยี่ยมแล้ว, ผู้ป่วยบางรายพบหลายปัญหาและอาจได้รับการแก้ปัญหาหลายวิธีในคนเดียวกัน

 

วิจารณ์

            การออกเยี่ยมบ้านร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ และ อสม. ซึ่งเป็นการทำงานระดับปฐมภูมิที่อาศัยการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ทำให้การดูแลผู้ป่วยในชุมชนเข้าถึงง่ายและเข้าใจปัญหาที่เกิดทำให้เกิดการพัฒนางานเยี่ยมบ้านที่ดี กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการเยี่ยมบ้านมากที่สุดคือผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรัง (เบาหวาน ความดัน ไขมัน) ร้อยละ 36.99 การศึกษานี้จัดกลุ่มโรคเบาหวาน  ความดัน ไขมัน ไว้เป็นกลุ่มเดียวกันเนื่องจากผู้ป่วยส่วนมากมักเป็นโรคเหล่านี้ในคนคนเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลสถิติของโรงพยาบาลมหาสารคาม ปี พ.ศ. 2558-2559 ที่รายงานว่าโรคเรื้อรังเบาหวาน ความดัน และไขมันในเลือดสูงเป็นโรคเรื้อรังที่พบสูงสุด และคล้ายคลึงกับการศึกษาของสมทรง ราชนิยม และกฤษณี  สระมุณี4 ที่พบว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการติดตามเยี่ยมบ้านส่วนใหญ่คือโรคเรื้อรัง ได้แก่ เบาหวาน (ร้อยละ 77.98) ความดันโลหิตสูง (ร้อยละ 62.39) แสดงให้เห็นว่ากลุ่มโรคนี้เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของพื้นที่ การศึกษานี้มีการประเมินผู้ป่วยโดยใช้หลักการ INHOMESSS ทำให้เข้าใจผู้ป่วยในแบบองค์รวม ผลการประเมิน INHOMESSS ยังพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีการเคลื่อนไหวที่ลำบาก หรือเคลื่อนไหวไม่ได้เลยสูงถึงร้อยละ 66.67 แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่ได้รับการเยี่ยมบ้านในการศึกษานี้ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง มีการเคลื่อนไหวที่ลำบาก อันเป็นสาเหตุสำคัญที่จะก่อให้เกิดปัญหาจากการใช้ยาได้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงสมควรได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องที่บ้าน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีลักษณะการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม โดยพบสูงถึงร้อยละ 55.55 อาจเนื่องมาจากวัฒนธรรมการทานอาหารของชาวอีสานมักประกอบอาหารโดยใช้ปลาร้าทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการได้รับโซเดียมได้ และมักทานข้าวเหนียวเป็นหลัก ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ยากในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีหลายการศึกษาที่สอดคล้องกับการศึกษานี้ที่ศึกษาผลของเภสัชกรในการเยี่ยมบ้าน พบปัญหาด้านยาเป็นปัญหาหลักนอกจากปัญหาด้านอื่น (ปัญหาทางด้านคลินิก พฤติกรรม ความรู้ ทัศนคติ) เช่น การศึกษาของ Tunpichart และคณะ5การศึกษาของ Khumsikiew และคณะ6 (พบปัญหาเทคนิคการใช้ยาพ่นสูงที่สุด ร้อยละ 52.5) และการศึกษาของ FiB และคณะ7(พบปัญหาการเกิดอันตรกิริยาของยาที่อาจส่งผลต่ออาการทางคลินิกมากที่สุดถึงร้อยละ 58.3) ปัญหาจากยาที่พบส่วนใหญ่จากการศึกษานี้คือ ปัญหาความไม่ร่วมมือในการใช้ยาคิดเป็นร้อยละ 51.02 ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของสมทรง ราชนิยม และกฤษณี สระมุณี4  การศึกษาของTunpichart และคณะ5 และการศึกษาของสุจิตรา พิทักษ์8 ที่พบความไม่ร่วมมือในการใช้ยาเป็นปัญหาที่พบมาก แสดงให้เห็นว่าปัญหาการใช้ยามีความแตกต่างกันในแต่ละการศึกษา ซึ่งอาจเนื่องมาจากความแตกต่างของโรคที่กลุ่มตัวอย่างเป็น การใช้ยา และพฤติกรรมของผู้ป่วยการศึกษานี้เภสัชกรเข้าไปมีบทบาทในเรื่องของการทบทวนการใช้ยาและตรวจสอบความร่วมมือในการใช้ยาสูงถึงร้อยละ 49.07 แสดงให้เห็นว่าเภสัชกรได้มีส่วนช่วยในการคัดกรองปัญหาด้านยาและส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยาให้กับผู้ป่วยได้สูงมาก การแก้ไขปัญหาจากการบริบาลเภสัชกรรมที่ให้แก่ผู้ป่วยสามารถแก้ไขได้ทั้งหมดสูงถึงร้อยละ 91.66 จากผลของการเยี่ยมบ้านเมื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนพัฒนางานเพื่อลดปัญหาที่เกิดจากยา เช่น การทำฉลากช่วย การจัดยาเป็นชุด การประเมินความรู้และเทคนิคในผู้ป่วยที่ได้รับยาเทคนิคพิเศษครั้งแรกที่ได้รับยาและมีการติดตามเมื่อมารับบริการ การใช้สัญลักษณ์รูปภาพเพิ่มที่ซองยาเพื่อให้ผู้ป่วยสังเกตการบริหารยาที่ง่ายขึ้น การส่งต่อข้อมูล (Pharmacist note) ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อให้เภสัชกรที่ให้บริการจ่ายยาท่านอื่นได้ทราบถึงปัญหาและช่วยตระหนักในปัญหาของผู้ป่วยและร่วมแก้ไข เป็นต้น

          การศึกษานี้ผู้วิจัยนำเสนอภาพรวมของผู้ป่วยที่ถูกเยี่ยมบ้าน จึงใช้ได้กับการพัฒนางานเภสัชกรรมปฐมภูมิของโรงพยาบาลมหาสารคามทำให้ผลการศึกษาครั้งนี้อาจมีข้อจำกัดในการขยายผล (generalizability) ไปยังเขตบริการสุขภาพอื่น อย่างไรก็ตามหน่วยงานเภสัชกรรมจากที่อื่น ๆ สามารถเรียนรู้หรือนำแนวคิดเรื่องระบบการเยี่ยมบ้านไปปรับใช้ได้ สรุปการศึกษานี้สามารถเพิ่มการบริบาลเภสัชกรรมได้ครอบคลุมกลุ่มผู้ป่วยที่คัดเลือกเพื่อคัดกรองผู้ป่วยที่มีปัญหาการใช้ยาที่บ้าน เภสัชกรที่ออกเยี่ยมบ้านสามารถแก้ไขจัดการปัญหาที่เกิดจากยาของผู้ป่วยที่พบขณะเยี่ยมบ้านได้

 

กิตติกรรมประกาศ

ขอขอบคุณผู้อำนวยการ หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม, หัวหน้างานเภสัชกรรมปฐมภูมิและทุติยภูมิ

หัวหน้าและเจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองสามัคคีโรงพยาบาลมหาสารคาม และบุคลากรทุกท่านที่มีส่วนร่วมในงานเยี่ยมบ้าน

เอกสารอ้างอิง

1.                Ministry of Public Health. Development plan for public health service system (service plan). Nonthaburi: Ministry of Public Health; 2012.

2.                สายพิณ หัตถีรัตน์. หลักการเวชศาสตร์ครอบครัวกับการเยี่ยมบ้านสำหรับเภสัชกร. ใน: ธิดา นิงสานนท์, จตุพร ทองอิ่ม, ปรีชา มนทกานติกุล, บรรณาธิการ.คู่มือเภสัชกรครอบครัวและการเยี่ยมบ้าน. กรุงเทพฯ: สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย); 2554: 9-19.

3.                Manadee C, Ploylearmsang C, Sookaneknun P. Effects of elderly care with chronic diseases on quality use of medicine at home in area of sub-district health promoting hospitals, somdet district, kalasin province. IJPS 2014; 3: 354-71.

4.                สมทรง ราชนิยม, กฤษณี สระมุณี. การจัดการปัญหาการใช้ยาของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่บ้านโดยเภสัชกรครอบครัวในเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอกระนวน. TJPP 2016; 8: 169-81.

5.                Tunpichart S, Sakulbumrungsil R, SomrongthongR, Hongsamoot D. Chronic care model for diabetics by pharmacist home health in Bangkok metropolitan: a community based study. Int J Med Med Sci 2012; 4: 90-6.

6.                Khumsikiew J, Monmaturapoj T, Songmuang A, Songmuang T, Yousukwattanakul T, Arparsunum N. Effects of Pharmaceutical Care with Home Care Pharmacy Service in Asthmatic Patients. IJPS 2015; 3: 71-82.

7.                FiB T, Meinke-Franze C, van den Berg N, Hoffman W. Effects of a three party healthcare network on the incidence levels of drug related problems. Int J Clin Pharm 2013; 35: 763-71.

8.                สุจิตรา พิทักษ์. ผลของการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพในคลินิกโรคความดันโลหิตสูงโดยเภสัชกรร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่หนองหอย อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย 2558; 2: 128-36.

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Cancer Chemoprevention from Dietary Phytochemical (เคมีป้องกันมะเร็ง :กลไกการป้องกันของยาและสารจากธรรมชาติ)
 
Role of Natural Products on Cancer Prevention and Treatment (บทบาทของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในการป้องกันและรักษามะเร็ง)
 
Prescription-Event Monitoring: New Systematic Approach of Adverse Drug Reaction Monitoring to New Drugs (Prescription-Event Monitoring: ระบบการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาใหม่ )
 
The use of Digoxin in Pediatrics (การใช้ยาดิจ๊อกซินในเด็ก)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Pharmacology
 
Community Medicine
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0