Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

A Literature Review of the Pharmacological Effects of Spilanthesacmella: Anti-inflammatory and Analgesic of Muscles

การทบทวนวรรณกรรมการออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของผักคราดหัวแหวนในการระงับการอักเสบและอาการปวดของกล้ามเนื้อ

Panicha Pongnaratorn (ภานิชา พงศ์นราทร) 1




อาการปวดกล้ามเนื้อสามารถพบได้บ่อย เป็นอาการที่พบได้ในโรคหรือความผิดปกติหลายๆอย่างของร่างกายปัจจุบันมีการนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ เช่นผักคราดหัวแหวนมีสารสำคัญคือ spilanthol จัดเป็นสารในกลุ่ม alkamide มีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะ spilanthol ที่รวมทั้งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดอาการปวดกล้ามเนื้อ สามารถดูดซึมได้ดีในบริเวณเยื่อบุต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วและคงอยู่เป็นระยะเวลานาน เนื่องจากผักคราดหัวแหวนมีฤทธิ์ระงับการอักเสบที่ส่งผลต่อการลดอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยมีผลยับยั้งกลไกที่เกี่ยวข้องกับ central และ peripheralnervous systems จากการศึกษาที่ผ่านมาได้ศึกษาในสัตว์ทดลองโดยการใช้ hot plate, tail flick, acetic acid-induce writhing test, formalin test แสดงให้เห็นว่าผักคราดหัวแหวนสามารถลดอาการปวดได้ดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  ดังนั้นผักคราดหัวแหวนจึงเป็นสมุนไพรที่ควรนำมาต่อยอดในการใช้ประโยชน์ให้กับผู้ที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อต่อไปในอนาคต

 Muscle pain is the most common cause of many diseases. Currently, some herbs used to treat muscle pain such as Spilanthesacmella L. Murr. The major substance in Spilanthesacmella  is spilanthol which is in alkamide groups possessing local anesthetic and anti-inflammatory effects. Moreover, spilanthol is well  absorbed in tissue of the body and produces  rapid onset and long duration of action. In addition, Spilanthesacmella reduces inflammation that affects to muscles pain by two mechanisms with central and peripheral nervous system. From previous studies in experimental animals using a hot plate, tail flick, acetic acid-induce writhing test, and  formalin test showed Spilanthesacmella can significantly reduce pain better than the control group. Thus, Spilanthesacmellamay be developed for use in the treatment of muscle pain.

บทนำ

อาการปวดเกิดได้จากหลายปัจจัยและเป็นอาการแสดงของโรคที่พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ  รองลงมาเป็นวัยทำงาน  โดยเฉพาะอาการปวดที่มีสาเหตุจากกล้ามเนื้อทำงานมากในบางตำแหน่ง  ทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ  ซึ่งอาการปวดส่วนใหญ่พบมากในบริเวณของกล้ามเนื้อหลังและเอว  ทำให้ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้  เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นประชาชนมักเลือกวิธีที่ง่าย  สะดวก  ราคาถูกและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อยามารับประทานเองเช่นยาแก้ปวดในกลุ่ม Non-SteroidalAnti-inflammatory Drugs (NSAIDs) ยาชุดและยาลูกกลอน ซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหาในด้านสาธารณสุขอย่างมากเนื่องจากประชาชนมีการบริโภคยาเกินความจำเป็น  รวมถึงเมื่อรับประทานยาในระยะยาวอาจจะส่งผลกระทบต่อร่างกายร้ายแรง เช่น อาจจะมีผลระคายเคืองทางเดินอาหารและทำให้การแข็งตัวของเลือดช้าได้ นอกจากนี้ยังมีการใช้เป็นยาทาภายนอกแม้ผลข้างเคียงจะน้อยกว่าแต่ก็อาจจะส่งผลต่อระบบในร่างกายได้เช่นเดียวกับยาที่รับประทาน 

 ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สมุนไพรจึงเป็นที่นิยมในการป้องกันและรักษาโรคต่างๆเบื้องต้น  เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการรักษาโรค และมีผลข้างเคียงต่ำ โดยมีข้อมูลจากหลายงานวิจัยสนับสนุนว่า สารประกอบเคมีในสมุนไพรบางชนิดมีฤทธิ์ลดอาการปวดได้ดีเนื่องจากสารประกอบเคมีในสมุนไพรสามารถยับยั้งการอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดดังกล่าวได้

 

ผักคราดหัวแหวน

ผักคราดหัวแหวนมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Spilanthes acmella L.Murr. เป็นพืชสมุนไพรชอบอยู่ในที่ชื้นตามทุ่งนาและพื้นที่มีน้ำขัง คนอีสานนำมาปรุงเป็นอาหารหรือบางครั้งนำมาทำเป็นผักจิ้มหรือผักแกล้ม  เช่น ใส่แกงอ่อม กินกับน้ำพริก แจ่ว ลาบปลา ซึ่งจะให้รสซ่าลิ้นและเผ็ดเล็กน้อย ช่วยทำให้อาหารรสอร่อยยิ่งขึ้น คนโบราณนอกจากใช้ทำเป็นอาหารแล้วยังนำมาใช้เป็นยารักษาโรค เช่น แก้ปวดฟัน แก้เหงือกอักเสบ ซึ่งปัจจุบันผักคราดหัวแหวนถูกบรรจุเป็นสมุนไพรในโครงการสาธารณสุขมูลฐาน โดยเฉพาะการใช้เป็นยาชาแก้ปวดฟันหรือเป็นยาชาสำหรับการถอนฟันและอุดฟันในผู้ป่วย ทำให้ผักคราดหัวแหวนเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย

กลไกการลดปวดของผักคราดหัวแหวน

อาการปวดกล้ามเนื้อ สาเหตุมักเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำๆต่อเนื่องหรือผิดวิธีทำให้ร่างกายกระตุ้นการปล่อยสารเคมีพวก prostaglandin, histamine, serotonin, bradykinin แล้วไปกระตุ้นตัวรับความรู้สึกเจ็บปวด (nociceptor) ที่ปลายประสาทซึ่งกระจายอยู่ตามเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยผ่านกระแสประสาท (transmission) ไปตามใยประสาทชนิด C fiber รับความรู้สึกนำเข้าและส่งไปยังไขสันหลัง ซึ่งการรับรู้ความเจ็บปวด(perception)จะอยู่ที่ระบบประสาทส่วนกลางทำหน้าที่ในการแปลสัญญาณที่ส่งมาตาม อาการปวดและตอบสนองต่อความเจ็บปวด ซึ่งบริเวณการสั่งงานจะอยู่ที่สมองส่วนหน้า ทำหน้าที่ตอบสนองต่อความเจ็บปวด1

สารสำคัญในผักคราดหัวแหวน คือ  spilantholจากการศึกษาพบว่ามีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะขยายหลอดเลือด  ยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อรา  กระตุ้นภูมิคุ้มกัน  ต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย นอกจากนี้ spilanthol ยังมีฤทธิ์ที่โดดเด่น คือ สามารถลดการอักเสบและอาการปวดได้ดี รวมทั้งมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่จึงมีการนำผักคราดหัวแหวนมาใช้ในการลดอาการปวดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปวดศีรษะ  ไข้รูมาติก  และอาการปวดกล้ามเนื้อโดยผักคราดหัวแหวนสามารถลดปวดได้เร็วและออกฤทธิ์อยู่ได้นาน เนื่องจากมีกลไกการลดความเจ็บปวดของผักคราดหัวแหวนมีทั้งต่อ central และ peripheral nervous system การยับยั้ง central pain อาจจะเกิดจากลดการนำสัญญาณประสาทชนิด C-fiber ที่ dorsal horn ในไขสันหลัง ส่วนการยับยั้ง peripheral nervous system อาจเกิดจากหลายกลไก เช่น ลดปวดผ่านการยับยั้งเอ็นไซม์ cyclooxygenase (COX) ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่สร้าง prostaglandins (PGS) ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งการอักเสบเป็นตัวการสำคัญของ peripheral sensitization ทำให้เกิดอาการปวดได้ และยังไปยับยั้งกระบวนการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับ lipooxygenase (LOX), histamine,  serotonin,  kinin รวมทั้งผักคราดหัวหัวแหวนยังสามารถลดปวดโดยมีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการชาเฉพาะที่ โดยไปยับยั้งการนำส่งกระแสประสาทผ่านกลไก Voltage-gated  Na+ channelทำให้สูญเสียความรู้สึกบริเวณอวัยวะส่วนปลายที่เส้นประสาทนั้นไปเลี้ยงเป็นการชั่วคราวจากข้อมูลข้างต้น

สรุปกลไกการลดปวดของผักคราดหัวแหวนดังแสดงในรูปที่ 1

 

รูปที่ 1แสดงกลไกการยับยั้งอาการปวด ผ่าน peripheral nervous system (PNS) และ central nervous system (CNS)โดยผักคราดหัวแหวน3      

งานวิจัยฤทธิ์ทางด้านเภสัชวิทยาของผักคราดหัวแหวน

ฤทธิ์ระงับการอักเสบและอาการปวดของกล้ามเนื้อ

จากการศึกษาของ Chakraborty และคณะ4 ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดอาการปวดของสารสกัดผักคราดหัวแหวนที่สกัดด้วยน้ำ โดยให้สัตว์ทดลองรับประทานขนาด 100, 200 และ 400 mg/kg และนำมาทดสอบโดยวิธี carrageenan-induced paw edema, acetic induced writhing

response และ tail flick จากการทดสอบด้วย carrageenan-induced paw edema พบว่า สารสกัดผักคราดหัวแหวนขนาด 100,  200 และ 400 mg/kg มีฤทธิ์ลดการอักเสบได้ 52.6%, 54.4% และ 56.1%  ตามลำดับเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม(p<0.01) และจากการทดสอบ acetic induced writhing test พบว่าสามารถลดอาการปวดได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (p<0.01) รวมทั้งการทดลอง tail flick พบว่าสารสกัดผักคราดหัวแหวนสามารถลดอาการปวดได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (p<0.05)แบบ dose dependent  ในนาทีที่ 30 และ ชั่วโมงที่ 1,  2, 3 และ 4 หลังจากได้รับสารสกัดและมีฤทธิ์ลดปวดใกล้เคียงกับ pethidine จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าผักคราดหัวแหวนสามารถต้านการอักเสบ เนื่องจากไปลดการสร้างสาร histamine,serotonin และ kinin ในช่วงแรกและในช่วงท้ายอาจจะเกิดจากการไปยับยั้งการหลั่ง prostaglandin รวมทั้งผักคราดหัวแหวนยังมีกลไกการลดปวดโดยไปเพิ่ม pain threshold และจากการทดสอบหาสารสำคัญ พบสารกลุ่ม flavonoid ซึ่งสารกลุ่มนี้สามารถยับยั้งการสร้าง prostaglandin  ซึ่งมีผลในการลดอักเสบและอาการปวดในช่วงท้าย

จากงานวิจัยของ Hossain และคณะ5 ทำการทดสอบฤทธิ์ยับยั้งความเจ็บปวดด้วยวิธี  acetic induce writhing test โดยให้สัตว์ทดลองรับประทานสารสกัดใบผักคราดหัวแหวนที่สกัดด้วย ethanol 80 % ขนาด 250และ 500 mg/kg พบว่าสารสกัดผักคราดหัวแหวนทั้งสองขนาดสามารถลดอาการปวดได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม นอกจากนี้พบว่าสารสกัดขนาด 500 mg/kg  สามารถลดอาการปวดได้ใกล้เคียงกับ diclofenac เพราะสารสกัดผักคราดหัวแหวนไปลดอาการปวดได้ในช่วงแรกประมาณ 1-5 นาทีเนื่องจากลดการนำสัญญาณประสาทชนิด C- fiber และสามารถลดอาการปวดได้ในช่วงกลางประมาณ10 นาทีจากการไปยับยั้ง cyclocxygenase และ lipooxygenase ทำให้ลดกระบวนการอักเสบในเนื้อเยื่อ รวมทั้งสามารถลดอาการปวดช่วงปลายประมาณ 20 นาทีขึ้นไปเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่เนื้อเยื่อและการทำงานที่ dorsal horn ในไขสันหลัง 6,7

สอดคล้องกันกับงานวิจัยของ Bilab Kumar Das และคณะ2 ศึกษาการทดสอบฤทธิ์ระงับความเจ็บปวดโดยใช้ผักคราดหัวแหวนที่สกัดด้วย methanol 80% นำสารสกัดมาให้สัตว์ทดลองรับประทานขนาดยาที่ 250 และ 500 mg/kg body weight แบบ dose-dependent ทำการทดสอบทั้งหมด 3 วิธีคือ hotplate, acetic acid – induced writhing, formalin test ผลการทดสอบโดยวิธี hotplate พบว่าสารสกัดผักคราดหัวแหวนเริ่มมีแนวโน้มลดอาการปวดได้ตั้งแต่เริ่มใช้ในนาทีที่ 30 และลดปวดได้ดีมากในช่วงนาทีที่ 120-240 แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (p<0.05) และสามารถลดอาการปวดได้ใกล้เคียง Ketorolac และเมื่อทดสอบด้วยวิธี acetic acid induced writhing พบว่าสัตว์ทดลองที่ได้รับสารสกัดผักคราดสามารถลดอาการปวดได้ดีกว่ากลุ่มควบคุมแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p<0.001 รวมทั้งการทดสอบโดยใช้ formalintest พบว่าในทั้งช่วง early phase ในช่วง 0-5 นาทีและ late phase ในช่วง 15-30 นาทีสัตว์ทดลองที่ได้รับสารสกัดผักคราดสามารถลดปวดได้ดีกว่ากลุ่มควบคุมแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p<0.001 ซึ่งแนวโน้มในช่วง late phase (central antinociceptive) ลดปวดได้ดีกว่า early phase (peripheral antinociceptive) เนื่องจากสารสกัดผักคราดหัวแหวน มีสารกลุ่ม alkaloid, flavonoids, saponins, tannins, terpenoids and steroids ซึ่งจากการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าสาร flavonoids และ tannin มีฤทธิ์ลดอาการปวดได้โดยมีกลไกไปลดการสร้างprostaglandin และสาร alkaloids มีกลไกไปยับยั้ง pain perception 8

จากข้อมูลการศึกษาของ Chakraborty และคณะ9 พบว่าสารสกัดผักคราดหัวแหวนสกัดด้วยน้ำความเข้มข้น 10% และ 20 % มีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ 70.36% และ 87.02% ตามลำดับ ส่วนยา xylocaine (standard) มีฤทธิ์เป็นยาชา 97.22% โดยระยะเวลาในการออกฤทธิ์ของสารสกัดผักคราดหัวแหวน 20% เท่ากับ 5.33 ± 0.57 นาที และ xylocaine เท่ากับ 2.75 ± 0.31 นาที แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (p<0.001) เนื่องจากผักคราดหัวแหวนมีส่วนประกอบในโครงสร้างเช่นเดียวกับ  xylocaineโดยมีกลไกในการออกฤทธิ์เกี่ยวข้องกับการไปยับยั้ง Voltage-gated  Na+ channel  ที่มีความคล้ายคลึงกับสารกลุ่ม alkamide ส่งผลให้สามารถลดอาการปวดได้

สรุป

จากการศึกษาสมุนไพรผักคราดหัวแหวนพบว่ามีข้อมูลวิจัยมีหลายงานที่ทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาเกี่ยวกับฤทธิ์ระงับการอักเสบและอาการปวดในสัตว์ทดลอง แต่งานวิจัยที่ทำการศึกษาในมนุษย์ยังมีน้อยมาก อย่างไรก็ตามผักคราดหัวแหวนเป็นพืชที่มีสรรพคุณในการลดปวดได้หลายกลไก รวมทั้งยังมีความเป็นพิษน้อย ดังนั้นผักคราดหัวแหวนจึงเป็นสมุนไพรที่น่าจะเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วยที่มีอาการปวด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อได้ เนื่องจากโรคนี้มีสถิติที่มาทำการรักษาในโรงพยาบาลค่อนข้างมาก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาผักคราดหัวแหวนเป็นยาในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้สมุนไพรท้องถิ่นและเป็นการอนุรักษ์สมุนไพรของท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไป

เอกสารอ้างอิง

1. มุกดา ตันชัยและอภิชาต ลิมติยะโยธิน. วิทยาศาสตร์ในการแพทย์แผนไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี :  สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2547

2. Biplab Kumar Das, Kaysar Ahmed, Azim Uddin, RajibBhattacharjee, Md. MamunAlamin, Antinociceptive activity of methanol extract of Spilanthespaniculata Linn. Turk J Pharm Sci 2014; 11: 137-44.

3. ภาสกร สวัสดิรักษ์. เอกสารประกอบการสอนการระงับปวดด้วยการใช้ยาในการระงับปวด

เฉียบพลัน.พิมพ์ครั้งที่ 1: ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2558

4.Chakraborty A, Devi BRK, Rita S, Sharatchandra K, Singh TI. Preliminary studies on anti-inflammatory and analgesic activities of Spilanthesacmella Murr. in experimental animal models. Indian J Pharmacol 2004; 36: 148-50.

 5. Hossain H, Shahid-Ud-Daula AFM, Jahan IA, Nimmi I, Hasan K, Haq MH. Evaluation of antinociceptive and antioxidant potential from the leaves of Spilanthespaniculata growing in Bangladesh, Int J Pharm Phytopharmacol Res 2012; 1: 178-86.

6. Dickenson AH, Sillivan AF, Suncutaneous formalin-induced activity of dorsal horn neurons in  the rat: differential response to an intrathecal opiate administered pre or post formalin. Pain  1987; 30: 349-60.

7. Dalal A, Tata M, Allegre G, Gekiere F, Bons N, Albe-Fessard D. Spontaneous activity of rat  Dorsalhron cells in spinal segments of sciatic projection following transaction of sciatic nerve or of corresponding dorsal roots. Neurosci 1999; 94: 217-28.

8. Barman S, Sahu N, Deka S, Dutta S, Das S. Anti-inflammatory and analgesic activity of leaves of Spilanthesacmella(ELSA) in experimental animal models. Pharmacologyonline 2009; 1:  1027-34.

9. Chakraborty A, Devi BRK, Sanjebam R, Khumbong S, Thokchom IS. Preliminary studies on local anesthetic and antipyretic activities of  SpilanthesacmellaMurr. in experimental animals models. Indian Journal of Pharmacology 2010; 42: 277-9.

 

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Cancer Chemoprevention from Dietary Phytochemical (เคมีป้องกันมะเร็ง :กลไกการป้องกันของยาและสารจากธรรมชาติ)
 
Role of Natural Products on Cancer Prevention and Treatment (บทบาทของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในการป้องกันและรักษามะเร็ง)
 
Prescription-Event Monitoring: New Systematic Approach of Adverse Drug Reaction Monitoring to New Drugs (Prescription-Event Monitoring: ระบบการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาใหม่ )
 
The use of Digoxin in Pediatrics (การใช้ยาดิจ๊อกซินในเด็ก)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Pharmacology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0