Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Arteriosclerosis in Hypertensive Patients

ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

Thunyared Sai-ngarm (ธัญญเรศ สายงาม) 1, Thidarath Panprasong (ธิดารัตน์ ปั้นประสงค์) 2, Nichapat Thong-onpipat (นิชาพัฒน์ ทองอ้นพิพัฒน์) 3, Prawpan Suwanakitch (แพรวพรรณ สุวรรณกิจ) 4




หลักการและวัตถุประสงค์: ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) คือความดันโลหิตสูง ปัจจุบันมีวิธีตรวจประเมินภาวะหลอดเลือดแดงแข็งโดยใช้เครื่องมาตรฐานแบบไม่รุกล้ำเข้าไปในร่างกายจากค่าดัชนีวัดความแข็งของหลอดเลือดแดงหัวใจ-ข้อเท้า (Cardio-Ankle Vascular Index: CAVI) งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินภาวะหลอดเลือดแดงแข็งในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคอื่น ๆ

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง ศึกษาในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรับจากรักษาที่ศูนย์สุขภาพชุมชนประชาอุทิศ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557 โดยตอบแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต และตรวจวัดค่า CAVI

ผลการศึกษา: ค่ามัธยฐานของ Left - CAVI และ Right - CAVI  ในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทุกกลุ่มมีค่า8.5-8.8  ขณะที่กลุ่มควบคุมมีค่า 7.4-7.6  กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงเบาหวานและไขมันในเลือดสูงพบค่า CAVI ผิดปกติ ร้อยละ 47.8 กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวานและกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงอย่างเดียว พบค่า CAVI ผิดปกติ ร้อยละ 45.0, 40.0 และ 33.3 ตามลำดับ  ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและร่วมกับโรคอื่นๆ ตรวจพบภาวะหลอดเลือดแดงแข็งมากกว่ากลุ่มควบคุมและพบภาวะหลอดเลือดแดงแข็งเพิ่มขึ้นเมื่อเป็นโรคร่วมอื่นๆ เพิ่มขึ้น

คำสำคัญ: ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง, ความดันโลหิตสูง, ค่าดัชนีวัดความแข็งของหลอดเลือดแดงหัวใจ-ข้อเท้า

 

Background and objective: Major risk factor of Atherosclerosis is high blood pressure.   Nowadays, arterial stiffness assessment is used non-invasive standard machine for Cardio-Ankle Vascular Index (CAVI).   This study aims to assess arterial stiffness in hypertensive patients and hypertensive patients with other diseases. 

Method:  This was a cross sectional study, the data were collected from hypertensive patients at Pracha-utit Community Health Centre, Muang, Phitsanulok in July 2014.  Questionnaires about basic informations, Weight, Height, Blood pressure and CAVI were performed. 

Results:  The median of Left - CAVI and Right - CAVI in hypertensive patient groups (HT) were 8.5-8.8.  Median of Left - CAVI and Right - CAVI in the control groups were 7.4-7.6. Abnormal CAVI in hypertensive and diabetes and high blood cholesterol patient groups (HT+DM+DPL) was 47.8%.   Abnormal CAVI in hypertensive and high blood cholesterol patient groups (HT+DPL), hypertensive and diabetes patient groups (HT+DM), and HT were 45.0%, 40.0% and 33.3%; respectively.  Arterial stiffness was detected in hypertensive and other diseases patient groups more than the control groups and found to increase when the disease is associated more.

Keyword: arteriosclerosis, hypertension, cardio-ankle vascular index 

 

บทนำ

ความดันโลหิตสูง (hypertension) พบบ่อยทั่วโลกเกือบถึงพันล้านคนเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตสูงถึง 7.5 ล้านคนและอีก 57 ล้านคน เป็นผู้พิการอย่างถาวรตามสถิติขององค์การอนามัยโลก1 สำหรับประเทศไทยจากข้อมูลของสำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข2 พบผู้เสียชีวิตจากโรคความดันโลหิตสูงในปี พ.ศ.2556  จำนวน 5,165 ราย ซึ่งสูงกว่าข้อมูลการตายปี พ.ศ.2555 ที่มีจำนวน 3,684 ราย เพิ่มขึ้นถึง 1,481 ราย  และจากรายงานปี พ.ศ. 2557 ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก3 พบว่าความดันโลหิตสูงและเบาหวานเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญอันดับ 6 และ7 ของจังหวัดพิษณุโลก  ความดันโลหิตสูงหมายถึงค่าความดันโลหิตมากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอทในผู้ที่อายุต่ำกว่า 60 ปี หรือค่าความดันโลหิตมากกว่า 150/90 มิลลิเมตรปรอทในผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี4   ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะมีอาการปวดศีรษะ มึนงง เวียนศีรษะและเหนื่อยง่าย  บางรายอาจมีอาการแน่นหน้าอก   หรือนอนไม่หลับ  หรืออาจไม่มีอาการใด ๆ     ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจโต    โรคหัวใจวายโรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ไตวายเรื้อรัง5    ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) คือความดันโลหิตสูง  ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ส่งเสริมการเกิดหลอดเลือดแดงแข็ง ได้แก่ โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูงโดยเฉพาะไขมันชนิด  LDL โรคอ้วน  ขาดการออกกำลังกาย  เป็นต้น6    ปัจจุบันมีวิธีการตรวจประเมินหลอดเลือดแดงส่วนปลายโดยการใช้เครื่องมาตรฐานเป็นการตรวจแบบไม่รุกล้ำเข้าไปในร่างกาย  ซึ่งสามารถประเมินภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้  โดยดูจากค่าดัชนีวัดความแข็งของหลอดเลือดแดงหัวใจ-ข้อเท้า (Cardio-Ankle Vascular Index: CAVI)7

ค่า CAVI ได้ถูกนำมาใช้เป็นตัวคัดกรองภาวะหลอดเลือดแดงแข็งหรือหลอดเลือดแดงเสียความยืดหยุ่นเกิดการเสื่อมสภาพซึ่งจะนำไปสู่การเป็นโรคหลอดเลือดแดงตีบ เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ  หลอดเลือดสมองตีบ  ไตวายเรื้อรัง  เป็นต้น8  จากผลการตรวจถ้าค่า CAVI < 8 แสดงว่าหลอดเลือดแดงปกติ  ค่า CAVI ระหว่าง 8-9  แสดงว่าผู้ป่วยมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดแดงแข็ง ถ้าค่า CAVI > 9 แสดงว่ามีภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง7   มีงานวิจัยต่างประเทศที่ศึกษาภาวะหลอดเลือดแดงแข็งโดยประเมินจากค่า CAVIในผู้ป่วยกลุ่มต่าง ๆ ได้แก่ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง9, 10 หรือผู้ป่วยเบาหวาน11  พบว่าค่า CAVI ที่นำมาใช้ประเมินภาวะหลอดเลือดแดงแข็งมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ   งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินภาวะหลอดเลือดแดงแข็งในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคอื่น ๆ

 

วิธีการศึกษา

เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง        กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี มาตรวจรักษาที่ศูนย์สุขภาพชุมชนประชาอุทิศ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก   ใช้วิธีการสุ่มแบบเจาะจงในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทุกรายที่มาตรวจรักษาในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557  การศึกษานี้ได้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เลขที่โครงการ 233/57 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2557

รูปแบบการศึกษา

เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลเครื่องชั่งน้ำหนัก  ที่วัดส่วนสูง เครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติ OMRON เครื่องตรวจประเมินหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (Fukuda Denshi, Tokyo, Japan) โดยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลคณะผู้วิจัยสร้างเองเป็นแบบเลือกตอบ  หลังผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คนตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาแล้วนำไปใช้เก็บข้อมูล  ประกอบด้วยเพศ อายุ โรคประจำตัว ประวัติการสูบบุหรี่  ประวัติการดื่มสุรา  การออกกำลังกาย  หลังจากนั้นชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงเพื่อหาค่าดัชนีมวลกาย วัดความดันโลหิตและตรวจประเมินหลอดเลือดแดงส่วนปลาย

การวิเคราะห์ข้อมูล

          ข้อมูลส่วนบุคคลนำเสนอเป็นค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ค่าดัชนีวัดความแข็งของหลอดเลือดแดงหัวใจ-ข้อเท้าข้างซ้าย (Left - CAVI) และข้างขวา (Right - CAVI) ของกลุ่มควบคุมและกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงกลุ่มต่างๆ นำเสนอเป็นค่ามัธยฐาน 

 

ผลการศึกษา

ข้อมูลทั่วไป

ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มารับการรักษาที่ศูนย์สุขภาพชุมชนประชาอุทิศ ในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557  ทั้งหมด 110 ราย  ยินยอมเข้าร่วมการศึกษา 104 ราย  เป็นเพศหญิง 73 ราย   อายุเฉลี่ย  61.9 + 10.4  ปี (35.0 – 85.0 ปี)  ดัชนีมวลกาย 26.1 + 4.5 กิโลกรัมต่อตารางเมตร (14.1 – 39.1)  มีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูงอย่างเดียว 27 ราย  คิดเป็นร้อยละ 25.9   ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน 5 ราย  คิดเป็นร้อยละ 4.8  ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง 40 ราย คิดเป็นร้อยละ 38.5  ความดันโลหิตสูงเบาหวานและไขมันในเลือดสูง 23 ราย คิดเป็นร้อยละ 22.1   เคยสูบบุหรี่ 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 13.5  เคยดื่มสุรา 29 ราย คิดเป็นร้อยละ 27.8  ประวัติการออกกำลังกายน้อยกว่า 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ 85 รายคิดเป็น ร้อยละ 81.7  สำหรับกลุ่มควบคุมเป็นผู้มารับการปฐมพยาบาลเจ็บป่วยเล็กน้อยไม่เป็นโรคเรื้อรัง 5 ราย เป็นเพศหญิง 4 ราย อายุเฉลี่ย  58.2 + 3.8  ปี (55.0 – 64.0 ปี)  (ตารางที่ 1)

 

ตารางที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มควบคุม (n = 5)  และกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง (n = 104)

                     ข้อมูล

จำนวน (ร้อยละ)

กลุ่มควบคุม 

5

เพศ หญิง

4 (80.0)

อายุ (ปี) เฉลี่ย +SD (ค่าต่ำสุด-ค่าสูงสุด)

58.2 + 3.8 (55.0-64.0)

กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

104

เพศ หญิง

73 (70.2)

อายุ (ปี) เฉลี่ย +SD (ค่าต่ำสุด-ค่าสูงสุด)

61.9 + 10.4 (35.0-85.0)

ดัชนีมวลกาย (กก ต่อตร.ม.) เฉลี่ย +SD (ค่าต่ำสุด- ค่าสูงสุด)

26.1 + 4.5 (14.1-39.1)

โรคประจำตัว

 

ความดันโลหิตสูงอย่างเดียว

27 (25.9)

ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

5 (4.8)

ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง

40 (38.5)

ความดันโลหิตสูง เบาหวานและไขมันในเลือดสูง

23 (22.1)

ความดันโลหิตสูงและโรคอื่น ๆ

9 (8.7)

เคยสูบบุหรี่

14 (13.5)

เคยดื่มสุรา

29 (27.8)

การออกกำลังกาย

 

<3 ครั้งต่อสัปดาห์

85 (81.7)

>3 ครั้งต่อสัปดาห์

19 (18.3)

 

 

          ค่ามัธยฐานของ Left - CAVI ในกลุ่มควบคุมเท่ากับ 7.6   ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงอย่างเดียว  กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวาน กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง และกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงเบาหวานและไขมันในเลือดสูงมีค่ามัธยฐานของ Left - CAVI เท่ากับ 8.7, 8.5, 8.8 และ 8.5 ตามลำดับ  (รูปที่ 1) 

 

รูปที่ 1  แสดงค่ามัธยฐานของ Left - CAVI ของกลุ่มควบคุม (Control = 7.6)  กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง (HT = 8.7) กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวาน (HT+DM = 8.5) กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง (HT+DPL = 8.8) และกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวานและไขมันในเลือดสูง (HT+DM+DPL = 8.5)   

 

กลุ่มควบคุมมีค่ามัธยฐานของ Right - CAVI เท่ากับ 7.4  ค่ามัธยฐานของ Right - CAVI  ในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงอย่างเดียว  กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวาน กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง และกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงเบาหวานและไขมันในเลือดสูงมีค่ามัธยฐานของ Right - CAVI เท่ากับ 8.6, 8.8, 8.7  และ 8.7 ตามลำดับ  (รูปที่ 2) 

 

รูปที่ 2  แสดงค่ามัธยฐานของ Right - CAVI ของกลุ่มควบคุม (Control = 7.4)  กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง (HT = 8.6) กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวาน (HT+DM = 8.8) กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง (HT+DPL = 8.7) และกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวานและไขมันในเลือดสูง (HT+DM+DPL = 8.7)   

 

กลุ่มควบคุมไม่พบค่า CAVI ผิดปกติ  แต่พบค่า CAVI ผิดปกติในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง  กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงอย่างเดียว  กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวาน กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง และกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงเบาหวานและไขมันในเลือดสูงพบค่า CAVI ผิดปกติ 9, 2, 18 และ11 ราย คิดเป็นร้อยละ 33.3, 40.0, 45.0 และ 47.8 ตามลำดับ  (ตารางที่ 2)

 

ตารางที่ 2  ผลการตรวจค่า CAVI ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงกลุ่มต่าง ๆ

กลุ่มตัวอย่าง

จำนวน

(n = 100)

จำนวน (ร้อยละ)

ค่า CAVI ปกติ

ค่า CAVI ผิดปกติ

กลุ่มควบคุม

5

5 (100.0)

0 (0.0)

ความดันโลหิตสูง

27

18 (66.6)

9 (33.3)

ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

5

3 (60.0)

2 (40.0)

ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง

40

22 (55.0)

18 (45.0)

ความดันโลหิตสูง เบาหวานและไขมันในเลือดสูง

23

12 (52.2)

11 (47.8)

 

วิจารณ์

          ผลการศึกษานี้พบว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง    กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวาน  กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง และกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงเบาหวานและไขมันในเลือดสูงมีค่ามัธยฐานของ Left - CAVI และ Right - CAVI สูงกว่ากลุ่มควบคุม ซึ่งตรงกับการศึกษาของ Namekata และคณะ12 ที่พบว่าค่า CAVI ในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเบาหวานจะมีค่าสูงกว่ากลุ่มที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กลไกของการเกิดหลอดเลือดแดงแข็งอาจเนื่องมาจากการบาดเจ็บอักเสบของหลอดเลือดแดงจากภาวะความดันโลหิตสูง  ภาวะไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ในเลือดสูง   ภาวะเบาหวานซึ่งมีน้ำตาลในเลือดสูงส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแดงอักเสบ กล้ามเนื้อหลอดเลือดแดงเจริญผิดปกติและเซลล์เม็ดเลือดขาวไปเกาะในตำแหน่งที่อักเสบ   ส่งผลทำให้เกิดพลาค (Plaque) และหลอดเลือดแดงแข็ง6, 13  การศึกษานี้ยังพบว่าค่า CAVI ผิดปกติในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นความดันโลหิตสูงทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงอย่างเดียว  กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวาน   กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง และกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูงและเบาหวาน  สาเหตุที่ตรวจพบค่า CAVI ผิดปกติในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นทั้งความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูงและเบาหวานจำนวนมากที่สุด อาจเนื่องมาจากมีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดการบาดเจ็บของหลอดเลือดแดง จึงตรวจพบภาวะหลอดเลือดแดงแข็งจำนวนมากที่สุด   ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งยังเป็นสาเหตุทำให้ท่อภายในหลอดเลือดแดงตีบนำไปสู่การเป็นโรคหลอดเลือดแดงตีบ เช่น หลอดเลือดหัวใจตีบ  หลอดเลือดสมองตีบ  ไตวายเรื้อรัง  เป็นต้น   จึงมีผู้ที่นำค่า CAVI มาใช้ในการประเมินภาวะเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดแดงตีบ8 ประเมินความผิดปกติของหัวใจห้องล่างซ้ายในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง9 ประเมินภาวะเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและหัวใจวายในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง10  ประเมินอาการระยะแรกของหลอดเลือดแดงแข็งในผู้ป่วยเบาหวาน11  การศึกษานี้พบว่าผู้ป่วยความดันโลหิตสูงอย่างเดียวและผู้ป่วยความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคอื่นๆ ตรวจพบภาวะหลอดเลือดแดงแข็งจำนวนมากกว่ากลุ่มควบคุม  และพบภาวะหลอดเลือดแดงแข็งจำนวนเพิ่มขึ้นเมื่อเป็นโรคอื่นร่วมมากขึ้น

 

ข้อเสนอแนะ

            เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเกิดหลอดเลือดแดงแข็ง   ดังนั้นค่า CAVI อาจจะมีประโยชน์ในการคัดกรองภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง  ติดตามประเมินหลอดเลือดแดงเป็นประจำทุก ๆ ปี  หรือประเมินผลการรักษาโรคความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

 

กิตติกรรมประกาศ

          ขอขอบคุณผู้ป่วยทุกคนที่ร่วมมือในการทำวิจัย    ขอขอบคุณคุณวรางคณา  เมธาภัทร  หัวหน้าศูนย์สุขภาพชุมชนประชาอุทิศ ที่อำนวยความสะดวกในการเก็บข้อมูลและพยาบาลประจำศูนย์สำหรับการตรวจ สอบแบบสอบถาม งานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัย  มหาวิทยาลัยนเรศวร  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557

 

เอกสารอ้างอิง

  1. World Health Organization.Raised blood pressure situation and trend. แหล่งเข้าถึงhttp://www.who.int/gho/ncd/risk_factors/blood_pressure_prevalence_text/en/ [สืบค้นเมื่อ 9/10/2015].
  2. สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข. สธ.เผยผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 50 ไม่รู้ตัวว่าป่วย แหล่งเข้าถึงhttp://pr.moph.go.th/iprg/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=73023 [สืบค้นเมื่อ 23/02/2016].
  3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก. จำนวนและอัตราตายต่อประชากรแสนคน ตามสาเหตุการตายด้วยโรคสำคัญ 10 อันดับแรกจังหวัดพิษณุโลก.  แหล่งเข้าถึง http://www.plkhealth.go.th/bifm/dead/dead.htm  [สืบค้นเมื่อ 9/10/2015].
  4. James PA, Oparil S, Carter BL, Cushman WC, Dennison-Himmelfarb C, Handler J, et al. 2014 Evidence-based guideline for the management of high blood pressure in adults report from the    panel members appointed to the eight joint national committee (JNC 8). แหล่งเข้าถึง   http://www.measureuppressuredown.com/HCProf/Find/BPs/JNC8/specialCommunication.pdf  [สืบค้นเมื่อ 9/10/2015].
  5. สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. โรคความดันโลหิตสูง. แหล่งเข้าถึง http://www.thaihypertension.org/information.html  [สืบค้นเมื่อ 9/10/2015].
  6. พวงทอง ไกรพิบูลย์. โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคท่อเลือดแดงและหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)    แหล่งเข้าถึง http://haamor.com/th/โรคหลอดเลือดแดงแข็ง/ [สืบค้นเมื่อ 9/10/2015].
  7. Sun CK. Cardio-ankle vascular index (CAVI) as an indicator of arterial stiffness. Integr Blood Press Control 2013;  6:  27-38. 
  8. Yingchoncharoen T, Limpijankit T,  Jongjirasiri S, Laothammatas J, Yamwong S, Sritara P. Arterial stiffness contributes to coronary artery disease risk prediction beyond the traditional  risk score (RAMA-EGAT score).  Heart Asia 2012;  4:  72-82.
  9. Masugata H, Senda S, Okuyama H, Murao K, Inukai M, Hosomi N, et al. Comparison of central  blood pressure and cardio-ankle vascular index for association with cardiac function in treated hypertensive patients.  Hypertens Res 2009;  32: 1136-42.
  10. Yambe M, Tomiyama H, Hirayama Y, Gulniza Z, Takata Y, Koji Y, et al. Arterial stiffening as a  possible risk factor for both atherosclerosis and diastolic heart failure. Hypertens Res 2004;  27: 625-31.
  11. Ibata J, Sasaki H, Kakimoto T, Matsuno S, Nakatani M, Kobayashi M, et al.  Cardio-ankle vascular index measures arterial wall stiffness independent of blood pressure.  Diabetes Res  ClinPract 2008; 80: 265-70. 
  12. Namekata T, Suzuki K, Ishizuka N, Shirai K. Establishing baseline criteria of cardio-ankle vascular index as a new indicator of arteriosclerosis: a cross-sectional study.  BMC Cardiovasc  Disord 2011; 11: 51.
  13. Alexander RW.  Hypertension and the pathogenesis of atherosclerosis oxidative stress and the mediation of arterial inflammatory response: a new perspective. Hypertension 1995; 25: 155-61.

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Cardiogenic Cerebral Embolism in Srinagarind Hospital (โรคหลอดเลือดสมองสาเหตุจากโรคหัวใจในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ )
 
Pediatric Cardiovascular Disease in Srinagarind Hospital. (โรคหัวใจและหลอดเลือดเด็ก ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
Electrocardiogram Screening Tool for Risk Management among Adult Patients in Outpatient Department (การใช้เครื่องมือคัดกรองการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงในผู้ป่วยนอกผู้ใหญ่)
 
Management of Hypertension in the General Practice Clinic: Post-Marketing Surveillance with a fixed Combination of Perindopril and Indapamide (การรักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป: การประเมินความปลอดภัย อาการไม่พึงประสงค์ และประสิทธิภาพในการใช้ยาสูตรผสมแบบคงที่ของเพอรินโดพริลและอินดาปาไมด์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Cardio vascular Disease
 
Hypertension
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0