Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Once-daily Administration of Immediate-release Phenytoin and its Impact on Seizure Control

การบริหารยาเฟนิโตอินในรูปแบบการปลดปล่อยทันทีแบบวันละ 1 ครั้งและผลต่อการควบคุมอาการชัก

Paleerat Watthakachai (ปาลีรัตน์ วัฒกชัย) 1, Chusak Limotai (ชูศักดิ์ ลิโมทัย) 2, Thitima Wattanavijitkul (ธิติมา วัฒนวิจิตรกุล) 3




หลักการและวัตถุประสงค์ ยาเฟนิโตอินเป็นยากันชักที่มีช่วงการรักษาแคบ รูปแบบแคปซูลที่มีจำหน่ายในไทยมีทั้งแบบปลดปล่อยยาทันที (IR phenytoin) และปลดปล่อยอย่างช้าๆ (ER phenytoin) การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ทราบจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับ IR phenytoin วันละ 1 ครั้งและวันละหลายครั้ง (2) เปรียบเทียบความถี่การชักจากการใช้ IR phenytoin วันละ 1 ครั้งและวันละหลายครั้ง กับ ER phenytoin วันละ 1 ครั้ง

วิธีการศึกษา เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบย้อนหลัง ทบทวนเวชระเบียนของผู้ป่วยทุกรายที่รับการรักษา ณ คลินิกโรคลมชัก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  เปรียบเทียบความถี่ชักในผู้ป่วยรายเดียวกันในช่วงเวลา 3 เดือนที่ใช้ IR phenytoin กับ ER phenytoin ขนาดเดียวกัน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงยารายการอื่น

ผลการศึกษา จากผู้ป่วยทั้งหมด 4,475 ราย เคยได้รับ IR phenytoin 696 ราย โดย 540 ราย (ร้อยละ 77.6) ได้รับ IR phenytoin วันละ 1 ครั้ง   เมื่อเปรียบเทียบความถี่ของการชักในผู้ป่วย 31 รายที่เปลี่ยนเป็น ER phenytoin ขนาดเดิมอย่างน้อย 3 เดือน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงยารายการอื่น พบว่าการใช้ IR phenytoin วันละ 1 ครั้ง มีความถี่การชักสูงกว่าการใช้ ER phenytoin วันละ 1 ครั้ง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)

สรุป  พบการบริหาร IR phenytoin วันละ 1 ครั้งซึ่งไม่ถูกต้องในอัตราสูง ความถี่ของการบริหารยาต้องเหมาะสมกับรูปแบบยา เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

 

Background and Objectives: Phenytoin is a narrow therapeutic index antiepileptic drug. In Thailand, phenytoin capsules are available in two formulations including immediate-release (IR phenytoin) and extended-release (ER phenytoin). The objectives were (1) to report the number of patients who had been using IR phenytoin once-daily or multiple daily dosing and (2) to compare the seizure frequencies between IR phenytoin once-daily or multiple daily and ER phenytoin once-daily.

Methods: This was a retrospective study conducted at the Epilepsy Clinic of the King Chulalongkorn Memorial hospital. Medical charts of all patients were reviewed. The seizure frequencies were compared within the same patient between using IR phenytoin and being switched to use ER phenytoin at the same daily dose without changing any other concomitant drugs for 3 months.

Results: Out of a total of 4,475 patients, 696 patients received IR phenytoin. Most of them (77.6%) were found to take IR phenytoin once-daily. Among these patients, 31 patients underwent switching of phenytoin from once daily IR phenytoin to once daily ER formulation at the same daily dose without changing any other concomitant drugs for 3 months. Seizure frequencies were significantly lower when the patients were switched to ER phenytoin (p < 0.05).

Conclusion: The proportion of incorrect using IR phenytoin prescribing once daily was high. Our findings highlighted that care must be taken in IR phenytoin prescribing. Frequency of administration should be proper for the chosen dosage formulation to achieve the best outcomes. 

 

บทนำ

โรคลมชัก (epilepsy) เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเซลล์สมอง ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการชักซ้ำมากกว่า 1 ครั้งที่ไม่ได้เกิดช่วงเวลาเดียวกันโดยไม่มีปัจจัยกระตุ้น หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างจริงจังต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดผลเสียทั้งทางกายและจิตใจของผู้ป่วย มีผลต่อการดำรงชีวิต  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรมนุษย์1       ในปี พ.ศ. 2555 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization)  รายงานว่าทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคลมชักประมาณ 50 ล้านคน โดยในประเทศกำลังพัฒนาพบสูงถึง 6-10 ราย ต่อประชากร 1,000 ราย และมีผู้ป่วยรายใหม่ ประมาณ 40-70 รายต่อปี ต่อแสนประชากร2 และในปีเดียวกัน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย รายงานว่ามีผู้ป่วยโรคลมชักที่เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในของสถานบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 62,833 ราย คิดเป็นอัตรา 107.24 รายต่อแสนประชากร3

การรักษาโรคลมชักมีได้หลายวิธี ได้แก่ การรักษาด้วยยากันชัก การผ่าตัด และการใช้อาหารบางชนิด ปัจจุบันการรักษาด้วยยากันชักยังถือเป็นการรักษาหลัก1  ยาเฟนิโตอิน (phenytoin) เป็นยากันชักรุ่นแรก ซึ่งมีช่วงการรักษาแคบ (narrow therapeutic index) และมีลักษณะทางเภสัชจลนศาสตร์แบบไม่เป็นเส้นตรง (non-linear pharmacokinetics)4,5 จึงต้องระมัดระวังการเลือกขนาดยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะราย  รูปแบบยาเฟนิโตอินที่มีจำหน่ายในประเทศไทยที่เป็นยาแคปซูลสำหรับรับประทานมีทั้งรูปแบบการปลดปล่อยยาทันที (immediate-release phenytoin capsule) และรูปแบบการปลดปล่อยยาอย่างช้า ๆ (extended-release phenytoin capsule)    การใช้ยาในรูปแบบการปลดปล่อยยาทันทีจำเป็นต้องแบ่งให้ยามากกว่าวันละ 1 ครั้ง6  เพื่อให้ระดับยาในเลือดอยู่ในช่วงการรักษา (therapeutic range) อย่างต่อเนื่อง7, 8  อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยอาจไม่สะดวกในการใช้ยาวันละหลายครั้ง และอาจส่งผลต่อความร่วมมือในการใช้ยา  สำหรับยารูปแบบ ปลดปล่อยอย่างช้า ๆ สามารถใช้ยาวันละ 1 หรือ 2 ครั้งได้    เนื่องจากมีระดับยาระหว่างมื้อค่อนข้างสม่ำเสมอ  

คลินิกโรคลมชัก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543   เป็นคลินิกผู้ป่วยนอกให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแบบครบวงจรแก่ผู้ป่วยโรคลมชักที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป  เนื่องจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นโรงเรียนแพทย์และเป็นโรงพยาบาลตติยภูมิ  ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมักจะมีความซับซ้อนทั้งทางด้านการวินิจฉัยและการดูแลรักษา  และมักได้รับการรักษาจากสถานพยาบาลอื่นมาก่อนแล้ว    จากการทบทวนประวัติผู้ป่วยที่ถูกส่งมารับการรักษาต่อ พบว่ามีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ที่เคยได้รับยาเม็ดแคปซูลเฟนิโตอินสำหรับรับประทานรูปแบบการปลดปล่อยยาทันที  (IR phenytoin) แต่ได้รับยาเพียงวันละ 1 ครั้ง เช่น IR phenytoin 100 มิลลิกรัม ครั้งละ 3 เม็ด วันละ 1 ครั้ง เป็นต้น   ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมอาการชักได้ดี   อย่างไรก็ตามที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มียาแคปซูลเฟนิโตอินรูปแบบการปลดปล่อยยาอย่างช้า ๆ  (ER phenytoin)  เท่านั้น   ดังนั้นผู้ป่วยทุกรายที่เคยได้รับ IR phenytoin จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น ER phenytoin  ผู้วิจัยจึงสนใจทำการศึกษาแบบเก็บข้อมูลย้อนหลัง  เพื่อทราบจำนวนของผู้ป่วยที่ใช้ IR phenytoin แบบวันละ 1 ครั้งและแบบวันละหลายครั้ง   ตลอดจนศึกษาถึงผลการควบคุมอาการชักเพื่อเปรียบเทียบผลการรักษาจากการใช้ IR phenytoin กับเมื่อเปลี่ยนมาใช้ ER phenytoin ซึ่งจะดูผลลัพธ์ IR phenytoin ทั้งแบบบริหารยาวันละ 1 ครั้งและแบบวันละหลายครั้ง ส่วนER  phenytoin บริหารแบบวันละ 1 ครั้ง โดยดูจากบันทึกความถี่ของการชัก เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะกระตุ้นให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วทั้งประเทศมีการตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ยาอย่างถูกต้อง  สอดคล้องกับรูปแบบยา   เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับผลการรักษาที่ดี ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน หรืออาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา

 

วิธีการศึกษา

การศึกษานี้ได้รับการพิจารณาจริยธรรมจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เลขที่ 474/57  โดยเป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบย้อนหลัง ทำการทบทวนเวชระเบียนของผู้ป่วยทุกรายที่มีประวัติการรักษาที่คลินิกโรคลมชัก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2543 ถึง เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557  รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 14 ปี 2 เดือน

ผู้วิจัยได้คัดเลือกเวชระเบียนของผู้ป่วยที่เคยได้รับ IR phenytoin ที่มีการบันทึกข้อมูลขนาดและวิธีการใช้ยาครบถ้วน เพื่อศึกษาจำนวนของผู้ป่วยที่ใช้ IR phenytoin แบบวันละ 1 ครั้งและแบบวันละหลายครั้ง   จากนั้นจึงคัดเลือกผู้ป่วยที่ได้รับ IR phenytoin ที่มีการเปลี่ยนเป็น ER phenytoin ในขนาดยาต่อวันเท่าเดิมและบริหารยาแบบวันละ 1 ครั้ง เพื่อเปรียบเทียบผลการรักษาจากการใช้ยาทั้งสองรูปแบบ   โดยมีเกณฑ์คัดเลือก ได้แก่ เป็นผู้ป่วยที่ได้รับ IR phenytoin ขนาดเดิมต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงยารายการอื่นทั้งในแง่ขนาดยา และวิธีใช้ และมีการเปลี่ยนเป็น ER phenytoin ในขนาดเดิมต่อเนื่องโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงยารายการอื่น ใช้ยาต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 3 เดือน   คัดผู้ป่วยออกหากข้อมูลที่บันทึกไม่ครบถ้วน   สำหรับการบันทึกข้อมูลความถี่ชัก จะบันทึกเป็นความถี่ของการชักทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 3 เดือน โดยไม่มีการจำแนกประเภทและความรุนแรง แพทย์ผู้รักษาจะบันทึกข้อมูลจากสมุดบันทึกชักของผู้ป่วย (seizure calendar)  ร่วมกับการซักประวัติ และแพทย์มีการจดบันทึกอย่างเป็นระบบ ทำให้ข้อมูลที่ได้มีความน่าเชื่อถือ

เนื่องจากไม่มีข้อมูลรายงานการศึกษาเปรียบเทียบความถี่ชักเฉลี่ยที่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในการศึกษานี้จึงใช้การคำนวณขนาดตัวอย่างสำหรับกลุ่มเดี่ยว (one-sample) โดยกำหนดค่าอำนาจการทดสอบ (power) ร้อยละ 80 ระดับนัยสำคัญ 0.05 ทดสอบสองทางเพื่อหาความแตกต่างของความถี่การชักจำนวน 2 ครั้ง ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3 ครั้ง จะได้จำนวนตัวอย่าง คือ 18 ราย   สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล หากเป็นข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วยและข้อมูลการใช้ยา  IR phenytoin แบบวันละ 1 ครั้งและแบบวันละหลายครั้ง  แสดงผลในรูปสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หรือ ค่ามัธยฐานและพิสัย     ส่วนการเปรียบเทียบความแตกต่างของความถี่การชักเฉลี่ยในช่วง 3 เดือนที่ใช้ IR phenytoin ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น ER phenytoin กับช่วง 3 เดือนหลังการเปลี่ยนมาใช้ ER phenytoin หากทดสอบการกระจายของข้อมูลแล้วพบว่าค่าความแตกต่างของความถี่การชักเฉลี่ย มีการกระจายของข้อมูลที่ปกติ   จะวิเคราะห์ความแตกต่างโดยใช้สถิติ Paired t-test แต่หากมีการกระจายของข้อมูลที่ไม่ปกติจะใช้ Wilcoxon signed-rank test   ทดสอบความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p < 0.05   การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรม IBM SPSS statistics version 22  (IBM Corp., Bangkok, Thailand)

 

ผลการศึกษา

          จากการทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วยนอกที่มีประวัติการรักษาที่คลินิกโรคลมชัก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2543 ถึง เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557 รวมเป็นระยะเวลา 14 ปี 2 เดือน  พบว่ามีผู้ป่วยจำนวนทั้งหมด 4,475  ราย   เป็นผู้ป่วยที่เคยได้รับ IR phenytoin จำนวน 711 ราย  โดยมีผู้ป่วย 15 รายที่มีการบันทึกเป็นมิลลิกรัมต่อวันโดยไม่ได้ระบุวิธีการรับประทานยา จากผู้ป่วย 696 รายพบว่าเป็นผู้ป่วยที่ได้รับ IR phenytoin แบบวันละ 1 ครั้งจำนวน  540 ราย (ร้อยละ 77.6)  ที่เหลืออีก 156 ราย (ร้อยละ 22.4) ได้รับ IR phenytoin แบบมากกว่าวันละ 1 ครั้ง  โดยแบ่งเป็นผู้ป่วยที่ได้รับวันละ 2 ครั้ง 77 ราย (ร้อยละ 11.1)   วันละ 3 ครั้ง 75 ราย (ร้อยละ 10.8)  และวันละ 4 ครั้ง 4 ราย (ร้อยละ 0.5) 

         จากผู้ป่วยที่เคยได้รับ IR phenytoin ที่มีข้อมูลวิธีการใช้ยาจำนวน 696 ราย พบว่ามีผู้ป่วยที่มีการเปลี่ยนเป็น ER phenytoin ด้วยขนาดยาต่อวันเท่าเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงยารายการอื่น ทั้งในแง่ขนาดยา วิธีใช้และชื่อการค้า ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 3 เดือน  จำนวน 38 ราย  ข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วยแสดงในตารางที่ 1  ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (ร้อยละ 55.3)   อายุ (mean ± SD) 34.5 ± 11.1 ปี  น้ำหนัก 62.0 ± 11.7 กิโลกรัม ผู้ป่วยร้อยละ 81.6 มีการชักแบบ focal epilepsy    เป็นโรคลมชักเฉลี่ยนาน 11.2 ± 8.9 ปี ระยะเวลาที่ผู้ป่วยได้รับ IR phenytoin เฉลี่ย 6.4 ± 5.6 ปี ขนาด phenytoin ที่ผู้ป่วยได้รับเฉลี่ยต่อวันเท่ากับ 288.1 ± 53.8 มิลลิกรัม โดยส่วนใหญ่ได้รับวันละ 300 มิลลิกรัม    ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 78.9) ไม่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคลมชัก และมีผู้ป่วยเพียง 3 ราย มีภาวะชักต่อเนื่อง (status epilepticus) นอกจากนี้ พบว่ามีผู้ป่วย 5 ราย มีประวัติโรคอื่นร่วมกับโรคลมชัก คือ มีประวัติเป็นความดันโลหิตสูง 3 ราย มีประวัติไขมันในเลือดสูง 1 ราย และมีประวัติเป็นโรคกระเพาะอาหาร 1 ราย   

ผู้ป่วยทั้ง 38 รายสามารถจำแนกเป็นเคยได้รับ IR phenytoin แบบวันละ 1 ครั้ง จำนวน 31 ราย (ร้อยละ 81.6)   แบบวันละ 3 ครั้ง จำนวน 6 ราย (ร้อยละ 15.8) และมีผู้ป่วย 1 รายที่ได้รับแบบวันละ 2 ครั้ง   เมื่อเปรียบเทียบผลการรักษาโดยพิจารณาจากความถี่การชักในผู้ป่วยรายเดียวกัน ที่มีการใช้ IR phenytoin เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนและมีการเปลี่ยนเป็น ER phenytoin ขนาดเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงยาอื่นที่ได้รับร่วมด้วยทั้งในแง่ ขนาดยา วิธีใช้ยาและชื่อการค้า เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน พบว่า ผู้ป่วยที่เคยได้รับ IR phenytoin โดยรับประทานวันละ 1 ครั้ง จำนวน 31 ราย มีความถี่การชักต่อเดือนเฉลี่ยมากกว่าช่วงที่ได้รับ ER phenytoin รับประทานแบบวันละ 1 ครั้ง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05, Wilcoxon signed-rank test)   ส่วนผู้ป่วยที่เคยได้รับ IR phenytoin โดยรับประทานวันละ 3 ครั้ง จำนวน 6 ราย พบว่าความถี่การชักต่อเดือนเฉลี่ย ไม่แตกต่างจากช่วงที่ได้รับ ER phenytoin รับประทานแบบวันละ 1 ครั้ง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p > 0.05, Wilcoxon signed-rank test)  (ตารางที่ 2)

 

ตารางที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของผู้ป่วยที่ศึกษาเปรียบเทียบความถี่การชัก

ข้อมูล

N=38

เพศ                       

 

  • ชาย (ร้อยละ)
  • หญิง (ร้อยละ)

21 (55.3)

17 (44.7)

อายุ (ปี)                                         

 

  • มัธยฐาน (พิสัย)

33 (19 – 59)

น้ำหนัก (กิโลกรัม)

  • มัธยฐาน (พิสัย)

 

60 (40 – 90)

กลุ่มอาการชัก

·         Focal epilepsy

·         Generalized epilepsy

 

31 (81.6)

7 (18.4)

ขนาดยาเฟนิโตอินที่ผู้ป่วยได้รับ (มิลลิกรัมต่อวัน)

 

  • มัธยฐาน (พิสัย) 

300 (100 – 400)

 

ตารางที่ 2 ความถี่การชักเฉลี่ยต่อเดือนขณะที่ใช้ IR phenytoin เปรียบเทียบกับเมื่อเปลี่ยนเป็น ER  phenytoin

ผู้ป่วยที่เคยได้รับ IR phenytoin

n

ความถี่การชักเฉลี่ยต่อเดือน

p-value

IR  phenytoin

ER  phenytoin

วันละ 1 ครั้ง

31

1.62 ± 2.72

0.57 ±  1.30

*0.038

วันละ 3 ครั้ง

6

1.26 ± 1.26

0.59 ± 1.19

NA

วันละ 2 ครั้ง

1

0.50

0.00

NA

*แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ; NA = not available data

 

 
วิจารณ์

จากการเก็บข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วย  คลินิกโรคลมชัก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ย้อนหลังเป็นเวลาประมาณ 14 ปี พบว่า ผู้ป่วยที่เคยได้รับ IR  phenytoin เพียงวันละ 1 ครั้ง ซึ่งเป็นการบริการที่ไม่ถูกต้องจำนวนสูงถึงร้อยละ 77.6   การได้รับยาในลักษณะนี้จะทำให้มีระดับยาในช่วงต้นค่อนข้างสูง เพราะยาถูกปลดปล่อยอย่างรวดเร็ว ซึ่งระดับยาดังกล่าว อาจสูงกว่าค่าช่วงการรักษา ทำให้ผู้ป่วยอาจเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้  เป็นต้น ในขณะที่ค่าระดับยาช่วงก่อนกินยามื้อถัดไป อาจมีค่าต่ำกว่าค่าช่วงการรักษา ส่งผลให้การควบคุมอาการชักไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร (ภาพที่ 1)  สำหรับการใช้ IR  phenytoin ด้วยขนาดยาต่อวันเท่าเดิมแต่แบ่งให้วันละ 3 ครั้ง จะมีระดับยาระหว่างวันที่สม่ำเสมอขึ้น ในทำนองเดียวกันกับการใช้ ER phenytoin ในขนาดยาเดียวกันวันละ 1 ครั้ง 

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มียาแคปซูลเฟนิโตอินรูปแบบการปลดปล่อยยาอย่างช้า ๆ  (ER phenytoin)  ซึ่งเป็นยาต้นแบบ (original) เท่านั้น  ในขณะที่ยาเฟนิโตอินที่เป็นยาสามัญไม่มีรูปแบบ ER ผู้ป่วยทุกรายที่เคยได้รับยาสามัญ IR phenytoin จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นยาต้นแบบ ER phenytoin    ด้วยข้อจำกัดของรูปแบบการวิจัย จึงไม่สามารถควบคุมชื่อการค้าของ phenytoin ได้  เมื่อเปรียบเทียบผลการรักษาโดยพิจารณาจากความถี่การชักในผู้ป่วยรายเดียวกัน โดยคัดเลือกผู้ป่วยที่มีการใช้ IR phenytoin ในขนาดเดิมเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนและมีการเปลี่ยนเป็น ER phenytoin ขนาดเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงยาอื่นที่ได้รับร่วมด้วยทั้งในแง่ ขนาดยา และวิธีใช้ยา เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน  พบว่า ผู้ป่วยที่เดิมใช้ IR phenytoin เพียงวันละ 1 ครั้ง จำนวน 31 ราย มีความถี่การชักเฉลี่ยสูงเป็นสามเท่าของเมื่อเปลี่ยนเป็น ER  phenytoin ในขนาดยาเดิม ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ   ผลดังกล่าวสนับสนุนว่าเมื่อให้ยา  phenytoin ในขนาดยาต่อวันเท่ากัน การใช้ ER phenytoin วันละ 1 ครั้ง สามารถควบคุมอาการชักได้ดีกว่า IR phenytoin วันละ 1 ครั้ง

ผู้ป่วยจำนวน 6 รายได้รับ IR phenytoin แบบวันละ 3 ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับ ER phenytoin แบบวันละ 1 ครั้ง พบว่า การใช้ ER phenytoin มีความถี่การชักเฉลี่ยต่ำกว่า แต่เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ศึกษามีน้อย จึงไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน   อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาในอดีตที่เปรียบเทียบการให้ยา phenytoin ในรูปแบบ IR ครั้งละ 100 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง กับรูปแบบ ER ครั้งละ 300 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง พบว่าค่าระดับยาสูงสุด ค่าระดับยาต่ำสุด ค่าครึ่งชีวิต การควบคุมการชักและอาการข้างเคียงไม่แตกต่างกัน9-11

Uthman12 ได้ทำการรวบรวมการศึกษาเกี่ยวกับยากันชักที่มีลักษณะออกฤทธิ์นาน (extended-release) ที่ศึกษาผลในแง่ความทนต่อยา ประสิทธิผล ความร่วมมือในการใช้ยา คุณภาพชีวิต และความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการใช้ยาออกฤทธิ์นานแบบรับประทานวันละ 1 ครั้ง พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความร่วมมือในการใช้ยารูปแบบออกฤทธิ์นานมากกว่า อาจเป็นเพราะสามารถลดอาการไม่พึงประสงค์ เพิ่มความทนต่อยา มีความสะดวกในการรับประทานยา เพิ่มประสิทธิศักย์ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย

การศึกษานี้มีข้อจำกัด คือ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นโรงเรียนแพทย์ ผู้ป่วยที่ส่งต่อจากสถานพยาบาลอื่นจึงมักจะมีความซับซ้อน อัตราการใช้ยาที่รายงานข้างต้นจึงอาจไม่ใช่อัตราที่เป็นตัวแทนภาพรวมของทั้งประเทศ    นอกจากนี้แล้วการศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบย้อนหลัง ประกอบกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไม่มี IR  phenytoin ผู้ป่วยที่เคยได้รับ IR phenytoin จึงมีประวัติการรักษาจากสถานพยาบาลอื่น ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบยืนยันความถูกต้องได้ชัดเจน ข้อมูลการชักที่บันทึกก็มีความซับซ้อนเพราะการชักมีหลายประเภทและแต่ละประเภทมีความรุนแรงไม่เท่ากัน  ผู้วิจัยไม่สามารถจำแนกความถี่การชักตามประเภทหรือความรุนแรงได้ชัดเจน จึงนำเสนอเป็นความถี่รวมของการชักทั้งหมด  

 

การศึกษานี้ไม่สามารถเก็บข้อมูลการเกิดอาการไม่พึงประสงค์และข้อมูลประเมินความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยในอดีต ตลอดจนไม่สามารถควบคุมปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคลมชักซึ่งอาจส่งผลต่อความถี่การชักได้ เช่น ระยะเวลาการเป็นโรค  นอกจากนี้ปัจจัยรบกวนอีกปัจจัยหนึ่ง คือ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตัวยา เช่น การเปลี่ยนชื่อการค้าซึ่งอาจมีชีวประสิทธิผลต่างกัน  จากการศึกษาของ Rojanasthien และคณะ13 ทำการศึกษาในคนไทย ศึกษาผลของชีวประสิทธิผลของเฟนิโตอินในขนาด 100 200 และ 300 มิลลิกรัมของรูปแบบปลดปล่อยทันที (Ditoin®) และแบบออกฤทธิ์นาน (Dilantin®) ผลการศึกษาพบว่า Cmax ของยารูปแบบปลดปล่อยทันทีสูงกว่า Cmax ของรูปแบบออกฤทธิ์นานในทุกขนาดยา สำหรับ AUC (0-) ในขนาด 100 มิลลิกรัม มีชีวประสิทธิผลเท่าเทียมกัน แต่เมื่อขนาดยาสูงขึ้น พบว่ารูปแบบยาปลดปล่อยทันทีจะมีค่าชีวประสิทธิผลสูงกว่ารูปแบบออกฤทธิ์นาน จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนยา หรือเปลี่ยนบริษัทผู้ผลิตยา อาจมีผลต่อการรักษาของผู้ป่วยด้วย หากมีการศึกษารูปแบบ randomized controlled trial ที่ควบคุมปัจจัยต่างๆ เช่น ความร่วมมือในการรับประทานยา ชื่อการค้าของยาเฟนิโตอินแบบปลดปล่อยทันที และมีการติดตามอาการไม่พึงประสงค์ รวมถึงติดตามระดับยาในเลือด ย่อมทำให้สามารถสรุปผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

 

สรุป

จากการศึกษาย้อนหลัง พบว่าผู้ป่วยที่เคยได้รับ IR phenytoin จากสถานพยาบาลอื่นจำนวน 696 รายมีการใช้ IR phenytoin แบบให้ยาเพียงวันละ 1 ครั้ง สูงถึงร้อยละ 77.6  และเมื่อเปรียบเทียบผลการรักษาพบว่า ผู้ป่วยที่ใช้ IR phenytoin แบบให้ยาเพียงวันละ 1 ครั้ง มีความถี่การชักสูงกว่า ER phenytoin ซึ่งให้วันละ 1 ครั้ง ถึงสามเท่า ดังนั้นจึงควรต้องระมัดระวังการบริหารยากันชักให้เหมาะสมกับรูปแบบยา (drug formulations) เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับผลการรักษาที่ดี สามารถควบคุมอาการชักได้โดยไม่ได้รับผลข้างเคียงจากยา

 

 

กิตติกรรมประกาศ

ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่แผนกเวชระเบียน และเจ้าหน้าที่คลินิกโรคลมชัก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่อำนวยความสะดวกในการเก็บข้อมูล การศึกษานี้ไม่ได้รับทุนสนับสนุนใด ๆ

 

เอกสารอ้างอิง

1.       สมาคมโรคลมชักแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาโรคลมชัก 2554 [Internet]. 2554 [cited 05.05.2015]. Available from: http://pni.go.th/cpg/14 53.pdf.

2.       World Health Organization. Epilepsy factsheet (Online) [Internet]. 2012. [cited 05.05.2015]. Available from: http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs999/en/index.html.

3.       กระทรวงสาธารณสุข. สถิติจำนวนและอัตราผู้ป่วยในตามกลุ่มสาเหตุ (75 กลุ่มโรค) จากสถานบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขต่อประชากร 100,000 คน [Internet]. 2012 [cited 15.02.2015]. Available from: http://service.nso.go.th/nso/nso_center/project/search_center/23project-th.htm.

4.       Grasela TH, Sheiner LB, Rambeck B, Boenigk HE, Dunlop A, Mullen PW. Steady-state pharmacokinetics of phenytoin from routinely collected patient data. Clin Pharmacokinet 1983; 8: 355–64.

5.       Deleu D, Aarons L, Ahmed IA. Estimation of population pharmacokinetic parameters of free-phenytoin in adult epileptic patients. Arch Med Res 2005; 36: 49-53.

6.       The United States Pharmacopeial Convention. USP 36/NF 31. 31 ed. Baltimore: United Book Press Inc.; 2013: 4789.

7.       Cloyd JC, Remmel RP. Antiepileptic drug pharmacokinetics and interactions: impact on treatment of epilepsy. Pharmacotherapy  2000; 20: 139-51.

8.       Pellock JM, Smith MC, Cloyd JC, Uthman B, Wilder BJ. Extended-release formulations: simplifying strategies in the management of antiepileptic drug therapy. Epilepsy Behav 2004; 5: 301-7.

9.       Haerer AF. Stability of diphenylhydantoin (DPH) blood levels in epilepsy on large single daily doses. CIin Rrs 1971; 19: 350.

10.     Haerer AF, Buchanan RA. Effectiveness of single daily doses of diphenylhydantoin. Neurology 1972; 22: 1021-5.

11.     Glazko AJ. Diphenylhydantoin. Pharmacology 1973; 8: 163-77.

12.     Basim M Uthman. Extended-release Antiepilepsy Drugs--Review of the Effects of Once-daily Dosing on Tolerability, Effectiveness, Adherence, Quality of Life, and Patient Preference. US Neurology 2014; 10: 30–7.

13.     Rojanasthien N, Chaichana N, Teekachunhatean S, Kumsorn B, Sangdee C, S. C. Effect of doses on the bioavailability of phenytoin from a prompt-release and an extended-release preparation single dose study. J Med Assoc Thai 2007; 90(9): 1883-93.

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Cancer Chemoprevention from Dietary Phytochemical (เคมีป้องกันมะเร็ง :กลไกการป้องกันของยาและสารจากธรรมชาติ)
 
Role of Natural Products on Cancer Prevention and Treatment (บทบาทของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในการป้องกันและรักษามะเร็ง)
 
Prescription-Event Monitoring: New Systematic Approach of Adverse Drug Reaction Monitoring to New Drugs (Prescription-Event Monitoring: ระบบการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาใหม่ )
 
The use of Digoxin in Pediatrics (การใช้ยาดิจ๊อกซินในเด็ก)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Pharmacology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0