Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Public and Community Pharmacist Opinions toward the Control Measure of Tramadol Drug Dispensing

ความคิดเห็นของประชาชนและเภสัชกรชุมชนต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล

Phatchamon Santisetthsin (พัชมน สันติเศรษฐสิน) 1, Chuanchom Thananithisak. (ชวนชม ธนานิธิศักดิ์) 2




หลักการและวัตถุประสงค์: จากปัญหาการนำยาทรามาดอลไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงมีประกาศกำหนดมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2556 การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของประชาชนและเภสัชกรชุมชนต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล  

วิธีการศึกษา:  เป็นการศึกษาโดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1 เมษายน -15 พฤษภาคม 2557  เภสัชกรชุมชนในกรุงเทพมหานครส่งแบบสอบถามกลับทางไปรษณีย์ 373 ราย (ร้อยละ 43.0) และสุ่มตัวอย่างประชาชน 370 ราย ที่มาขอซื้อยาทรามาดอลจากร้านยา 20 ร้าน

ผลการศึกษา: พบว่าประชาชนทราบมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอลเพียงร้อยละ 28.7 ส่วนเภสัชกรชุมชนทุกราย (ร้อยละ 100) ทราบมาตรการดังกล่าว และจากแบบสอบถามความคิดเห็น (คะแนนเต็ม 5) ประชาชนเห็นด้วยมากที่สุดที่กำหนดให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้านเท่านั้นเป็นผู้ส่งมอบยาให้กับผู้มารับบริการ คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.62  แต่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการห้ามจำหน่ายยาให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 17 ปีในทุกกรณี คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 2.31 เภสัชกรชุมชนเห็นด้วยมากที่สุดกับประเด็นให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้านเท่านั้น เป็นผู้ส่งมอบยาให้กับผู้มารับบริการ มีค่าคะแนนเฉลี่ย 4.75 และคะแนนเฉลี่ยน้อยที่สุดในประเด็นให้จำหน่ายยาเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ ทั้งนี้ไม่เกิน 20 แคปซูลต่อรายต่อครั้ง  ด้วยคะแนนเฉลี่ย 2.40 

สรุป: ความคิดเห็นต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอลในภาพรวมของประชาชนอยู่ในระดับเฉยๆ  แต่ของเภสัชกรชุมชนอยู่ในระดับเห็นด้วย โดยทั้งประชาชนและเภสัชกรชุมชนเห็นด้วยมากที่สุดในข้อที่กำหนดให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้านเท่านั้น เป็นผู้ส่งมอบยาให้กับผู้มารับบริการ คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 และ 4.75 ตามลำดับ

 คำสำคัญ : เภสัชกรชุมชน, มาตรการควบคุม, ทรามาดอล

 

Background and objective:  According to tramadol drug abuse in Thailand, a policy for controlling distribution of tramadol has been announced since September 6th, 2013 by the Food and Drug Administration of Thailand. This study aimed to survey the opinions of public and community pharmacists on the control measure of tramadol dispensing.

Methods: Questionnaires were distributed for acquiring their opinions from April 1st to May 15th, 2014. The response rate of community pharmacists was 43% (373 returned mail questionnaires). While 342 questionnaires from the customers who want to purchase tramadol in 20 drugstores were collected.

Results: The results revealed that people who knew toward control measure of tramadol dispensing were 28.7%. In contrast, all of the community pharmacists knew the implementation of the policy. Results of opinion survey found that customers mostly agreed that tramadol should be dispensed by pharmacists (mean = 4.62). However, they disagreed with the prohibition of dispensing tramadol to the children who are below 17 years old (mean = 2.31). For community pharmacists opinion, they also mostly agreed that tramadol should be dispensed by pharmacists (mean = 4.75). However, they neither agree nor disagreed that tramadol should be dispensed to the patients with medical necessity only with the number of not more than 20 capsules per visit (mean = 2.40).

Conclusions: The community pharmacists agreed with the tramadol restriction policy while the customers were indifferent. In addition, both the customers and the community pharmacists fully agreed that tramadol should be dispensed by pharmacists with the mean score 4.62 and 4.75 respectively

Key words: Community pharmacist, Control measure, Tramadol

 

บทนำ

          ทรามาดอล (Tramadol)  เป็นยาแก้ปวดในกลุ่มโอปิออยด์ (opioid) มีฤทธิ์ในการระงับปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง1  ในประเทศไทยจัดเป็นยาอันตราย ประชาชนสามารถรับยาได้ที่ร้านยา  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553  เริ่มมีการนำยาทรามาดอลไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ รายงานกรณีศึกษาพบผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย จากการเสพสารเสพติดซึ่งมีทรามาดอลเป็นส่วนประกอบ2  และในปี พ.ศ. 2556 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกมาตรการเข้มงวดในการควบคุมการจำหน่ายยาอันตรายทรามาดอล หนังสือที่ สธ.1009.2/ว.12612  ลงวันที่ 6 กันยายน 25563 (ตารางที่ 1)  ทั้งนี้มาตรการอาจทำให้เกิดปัญหาต่อการบริโภคยาของประชาชนผู้ใช้ยาและการจ่ายยาของเภสัชกรชุมชน ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผู้ใช้ยาและเภสัชกรชุมชนผู้รับมาตรการควบคุมการจำหน่ายยา ทรามาดอล เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้กำหนดนโยบาย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ได้ใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต

 

ตารางที่ 1  การควบคุมกำกับยาทรามาดอลก่อนและหลังประกาศใช้มาตรการควบคุมการจำหน่าย

การควบคุมกำกับ

ก่อน

ประกาศใช้มาตรการฯ

หลังประกาศใช้มาตรการฯ

ประเภทยา

ยาอันตราย

ยาอันตราย

ปริมาณในการซื้อยา ทรามาดอลของร้านยา

ไม่จำกัดจำนวน

ไม่เกิน 1,000 แคปซูล/แห่ง/เดือน

อายุของผู้ซื้อยาทรามาดอล

ไม่จำกัดอายุ

ห้ามจำหน่ายให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี

จำนวนจำหน่ายยาทรามาดอลให้กับผู้ป่วย

ไม่จำกัดจำนวน

ไม่เกิน 20 แคปซูล/ครั้ง/ราย

 

วิธีการศึกษา

          การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (survey research) โดยศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม  กลุ่มที่ 1 ประชาชนที่มีความต้องการซื้อยาทรามาดอลและสามารถอ่านภาษาไทยได้ ซึ่งคำนวณกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ W.G.cochran ได้จำนวนอย่างน้อย 323 ราย  การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง ผู้วิจัยได้ทำการติดต่อร้านยาที่ยินดีเข้าร่วมโครงการ ซึ่งกระจายอยู่ในเขตต่างๆ ของกรุงเทพมหานครรวม 18 เขต  รวมทั้งสิ้น 20 แห่ง ผู้วิจัยได้อธิบายการเก็บข้อมูลให้กับเภสัชกรชุมชนผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้านยาที่ยินดีเข้าร่วมโครงการ โดยเมื่อมีผู้ที่มีความต้องการซื้อยาทรามาดอลในร้านยาแต่ละแห่ง เภสัชกรชุมชนจะแจกแบบสอบถามให้กลุ่มตัวอย่าง พร้อมกับให้อ่านมาตรการควบคุมการจำหน่ายทรามาดอล ก่อนแสดง ความคิดเห็นต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล และกลุ่มที่ 2 เภสัชกรชุมชนที่เป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการในร้านยาในกรุงเทพมหานคร จำนวน 43 เขต ซึ่งมีจำนวนเภสัชกรปฏิบัติการประจำร้านทั้งสิ้น 4,443 ราย คำนวณกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตร Taro Yamane ได้จำนวนอย่างน้อย 367 ราย ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างโดยอาศัยหลักความน่าจะเป็นเลือกตัวอย่างแบบสุ่มอย่างง่าย โดยใช้คอมพิวเตอร์สุ่มลำดับ จากรายชื่อร้านยาในกรุงเทพมหานคร เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามส่งกลับทางไปรษณีย์  แบบสอบถามระดับความคิดเห็น 5 ระดับคะแนน แยกเป็นแบบสอบถามสำหรับประชาชน และเภสัชกรชุมชน แบบสอบถามทั้ง 2 ชุดที่ใช้เก็บข้อมูลผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา และทดสอบความเชื่อมั่น ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล กำหนด 45 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2557

การวิเคราะห์ข้อมูล

                ใช้สถิติเชิงพรรณา (Descriptives statistic) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  

ข้อพิจารณาทางจริยธรรมการศึกษา

 โครงการวิจัยผ่านการพิจารณารับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยก่อนที่จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้เข้าร่วมในโครงการวิจัย จะได้รับข้อมูลคำอธิบายสำหรับผู้เข้าร่วมในโครงการวิจัย  โดยผู้ที่ยินยอมเข้าร่วมโครงการวิจัยจะลงนามในหนังสือแสดงความยินยอมเข้าร่วมโครงการวิจัย (Informed Consent Form)  และข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับ และข้อมูลจะถูกทำลายเมื่อการวิจัยเสร็จสิ้น การรายงานผลการวิจัยจะกระทำในภาพรวมและจะดำเนินการด้วยความรัดกุม

ผลการศึกษา

ส่วนที่ 1 ข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล

1. ข้อมูลทั่วไปของประชาชน

ประชาชนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 370 ราย ร้อยละ 57.0 เป็นเพศหญิง ช่วงอายุที่มาขอซื้อยา ทรามาดอลมากที่สุดอยู่ระหว่าง 31-40 ปี (ร้อยละ 38.6)  จบการศึกษาสูงสุดในชั้นปริญญาตรี (ร้อยละ 37.8)  ยาที่ใช้บรรเทาอาการปวดของผู้ตอบแบบสอบถามหรือคนในครอบครัว ส่วนใหญ่ใช้ยาพาราเซตามอล (ร้อยละ 87.0) รองลงมาคือยาทรามาดอล (ร้อยละ 59.2) โดยส่วนใหญ่ซื้อยาทรามาดอลมารับประทานเอง (ร้อยละ 56.5) ส่วนใหญ่ซื้อยาทรามาดอลใน 1 เดือนที่ผ่านมาประมาณ 21-40 เม็ด (ร้อยละ 31.9) ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบการนำยาทรามาดอลไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม (ร้อยละ 62.7) และไม่ทราบมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล (ร้อยละ 68.1) ทราบมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอลเพียงร้อยละ 31.1 โดยผู้ที่ทราบส่วนใหญ่ทราบมาตรการจากโทรทัศน์ (ร้อยละ 17.3) รองลงมาทราบจากอินเทอร์เน็ต (ร้อยละ 10.0)

2. ความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล

 ผลการศึกษาความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 370 รายที่มีต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยา ทรามาดอล 3 ข้อที่เกี่ยวข้องกับประชาชน (ตารางที่ 2)

 

ตารางที่ 2 ความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล

มาตรการควบคุมการจำหน่าย

ยาทรามาดอล

จำนวนประชาชนที่มีความคิดเห็น (N=370)

ค่าเฉลี่ย*(S.D.)

ระดับ**

ไม่

เห็นด้วย

(ร้อยละ)

ค่อนข้างไม่เห็นด้วย

(ร้อยละ)

ไม่แน่ใจ

(ร้อยละ)

ค่อนข้างเห็นด้วย(ร้อยละ)

เห็นด้วยอย่างยิ่ง(ร้อยละ)

1. ให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้านเท่านั้น เป็นผู้ส่งมอบยาให้กับผู้มารับบริการ

6

(1.6)

6

(1.6)

19

(5.1)

63

(17.0)

272

(73.5)

4.61

(0.80)

เห็นด้วย

2. ห้ามจำหน่ายยาให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 17 ปีในทุกกรณี

64

(17.3)

193

(52.2)

50

(13.5)

46

(12.4)

14

(3.8)

2.33

(1.03)

ไม่เห็นด้วย

3. ให้จำหน่ายยาเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น ทั้งนี้ไม่เกิน 20 แคปซูลต่อรายต่อครั้ง

16

(4.3)

124

(33.5

84

(22.7)

77

(20.8)

68

(18.4)

3.15

(1.20)

เฉยๆ

ความคิดเห็นในภาพรวม

 

 

 

 

 

3.36

เฉยๆ

หมายเหตุ:   1. * ค่าเฉลี่ยที่ได้เกิดจากผลรวมกันของคะแนนความคิดเห็นในแต่ละข้อ  โดยให้น้ำหนัก ดังนี้ ไม่เห็นด้วย = 1 ค่อนข้างไม่เห็นด้วย = 2 ไม่แน่ใจ = 3 ค่อนข้างเห็นด้วย = 4    เห็นด้วยอย่างยิ่ง = 5 

                 2. ** ระดับ ถูกจัดจากค่าเฉลี่ยที่ได้  โดยค่าเฉลี่ย 3.67-5.0 จัดเป็นระดับเห็นด้วย  ค่าเฉลี่ย 2.34-3.66 จัดเป็นระดับเฉยๆ  และค่าเฉลี่ย 1.0-2.33 จัดเป็นระดับไม่เห็นด้วย

 

จากตารางที่ 2 พบว่า ประชาชนกลุ่มตัวอย่าง มีความคิดเห็นต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยา ทรามาดอลในระดับเฉยๆ  เมื่อพิจารณารายข้อประชาชนมีความคิดเห็นระดับเห็นด้วย ในข้อที่กำหนดให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้านเท่านั้นเป็นผู้ส่งมอบยาให้กับผู้มารับบริการ ประชาชนมีความคิดเห็นเฉยๆ กับการให้จำหน่ายยาเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น ทั้งนี้ไม่เกิน 20 แคปซูลต่อรายต่อครั้ง และประชาชนไม่เห็นด้วยกับข้อห้ามจำหน่ายยาให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 17 ปีในทุกกรณี

3. ความคิดเห็นของประชาชนต่อมาตรการทางเลือกอื่นในการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล

 ผลการศึกษาความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 370 ราย ที่มีต่อมาตรการทางเลือกอื่นในการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล 5 ข้อ (ตารางที่ 3)

 

ตารางที่ 3 ความคิดเห็นต่อมาตรการทางเลือกอื่นในการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล

มาตรการทางเลือกอื่นเพื่อควบคุม

ยาทรามาดอล

จำนวนประชาชนที่มีความคิดเห็น (N=370)

ค่าเฉลี่ย*

(S.D.)

ระดับ**

ไม่

เห็นด้วย

(ร้อยละ)

ค่อนข้างไม่เห็นด้วย

(ร้อยละ)

ไม่แน่ใจ

(ร้อยละ)

ค่อนข้าง

เห็นด้วย

(ร้อยละ)

เห็นด้วยอย่างยิ่ง(ร้อยละ)

1. หากร้านยาฝ่าฝืนมาตรการจะถูกดำเนินคดีทางกฏหมายอย่างเคร่งครัด และพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตขายยา

0

(0.0)

2

(0.5)

11

(3.0)

53

(14.3)

302

(81.6)

4.78

(0.52)

เห็นด้วย

2. หากจะจำกัดปริมาณการจำหน่ายยาลงอีก เช่น จำหน่ายได้ไม่เกินครั้งละ 10 แคปซูลต่อรายต่อครั้ง

172

(46.5)

95

(25.7)

93

(25.1)

5

(1.4)

1

(0.3)

1.82

(0.88)

ไม่เห็นด้วย

3. หากจำกัดสถานที่จำหน่ายยา เช่น ให้จำหน่ายยาทรามาดอลเฉพาะในร้านยาคุณภาพ

21

(5.7)

21

(5.7)

79

(21.4)

174

(47.0)

72

(19.5)

3.69

(1.02)

เห็นด้วย

4. หากพิจารณาปรับยกระดับยา จากยาอันตราย ซึ่งไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ในการซื้อ เป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ในการซื้อ

112

(30.3)

165

(44.6)

52

(14.1)

20

(5.4)

19

(5.1)

2.10

(1.06)

ไม่เห็นด้วย

5. หากห้ามจำหน่ายยาทรามาดอลในประเทศไทย

280

(75.7)

 

78

(21.1)

 

9

(2.4)

 

2

(0.5)

 

1

(0.3)

 

1.29

(0.57)

ไม่เห็นด้วย

ความคิดเห็นในภาพรวม

 

 

 

 

 

2.74

เฉยๆ

หมายเหตุ:   1. * ค่าเฉลี่ยที่ได้เกิดจากผลรวมกันของคะแนนความคิดเห็นในแต่ละข้อ  โดยให้น้ำหนัก ดังนี้ ไม่เห็นด้วย = 1 ค่อนข้างไม่เห็นด้วย = 2 ไม่แน่ใจ = 3 ค่อนข้างเห็นด้วย = 4    เห็นด้วยอย่างยิ่ง = 5 

                 2. ** ระดับ ถูกจัดจากค่าเฉลี่ยที่ได้  โดยค่าเฉลี่ย 3.67-5.0 จัดเป็นระดับเห็นด้วย  ค่าเฉลี่ย 2.34-3.66 จัดเป็นระดับเฉยๆ  และค่าเฉลี่ย 1.0-2.33 จัดเป็นระดับไม่เห็นด้วย

จากตารางที่ 3 พบว่าประชาชนกลุ่มตัวอย่าง มีความคิดเห็นต่อมาตรการทางเลือกอื่นในการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอลในระดับเฉยๆ เมื่อพิจารณารายประเด็นประชาชนเห็นด้วยใน 2 ข้อ โดยเห็นด้วยมากที่สุดกับประเด็นหากร้านยาฝ่าฝืนมาตรการจะถูกดำเนินคดีทางกฏหมายอย่างเคร่งครัดและพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตขายยา มีค่าเฉลี่ยระดับมากที่ 4.78  รองลงมาคือประเด็นให้จำหน่ายยาทรามาดอลเฉพาะในร้านยาที่เป็นร้านยาคุณภาพ คะแนนเฉลี่ยระดับเห็นด้วยที่ 3.69

หมายเหตุ:   1. * ค่าเฉลี่ยที่ได้เกิดจากผลรวมกันของคะแนนความคิดเห็นในแต่ละข้อ  โดยให้น้ำหนัก ดังนี้ ไม่เห็นด้วย = 1 ค่อนข้างไม่เห็นด้วย = 2 ไม่แน่ใจ = 3 ค่อนข้างเห็นด้วย = 4    เห็นด้วยอย่างยิ่ง = 5 

                 2. ** ระดับ ถูกจัดจากค่าเฉลี่ยที่ได้  โดยค่าเฉลี่ย 3.67-5.0 จัดเป็นระดับเห็นด้วย  ค่าเฉลี่ย 2.34-3.66 จัดเป็นระดับเฉยๆ  และค่าเฉลี่ย 1.0-2.33 จัดเป็นระดับไม่เห็นด้วย

 

จากตารางที่ 3 พบว่าประชาชนกลุ่มตัวอย่าง มีความคิดเห็นต่อมาตรการทางเลือกอื่นในการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอลในระดับเฉยๆ เมื่อพิจารณารายประเด็นประชาชนเห็นด้วยใน 2 ข้อ โดยเห็นด้วยมากที่สุดกับประเด็นหากร้านยาฝ่าฝืนมาตรการจะถูกดำเนินคดีทางกฏหมายอย่างเคร่งครัดและพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตขายยา มีค่าเฉลี่ยระดับมากที่ 4.78  รองลงมาคือประเด็นให้จำหน่ายยาทรามาดอลเฉพาะในร้านยาที่เป็นร้านยาคุณภาพ คะแนนเฉลี่ยระดับเห็นด้วยที่ 3.69

ส่วนที่ 2 ข้อมูลความเห็นของเภสัชกรชุมชนต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล        

1.  ข้อมูลทั่วไปของเภสัชกรชุมชน

          ผู้วิจัยสุ่มรายชื่อและส่งแบบสอบถามไปทางไปรษณีย์ 873 ชุด ได้รับการตอบกลับ 373 ราย คิดเป็นร้อยละ 43.02 พบว่าเภสัชกรชุมชนส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 73.7) มีอายุส่วนใหญ่ระหว่าง 31-40 ปี (ร้อยละ 38.0)  ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบร้านยาเดี่ยว (ร้อยละ 78.8)  ยาที่เภสัชกรชุมชนจ่ายเพื่อรักษาหรือบรรเทาอาการปวด ส่วนใหญ่ใช้ NSIADs (ร้อยละ 98.7) รองลงมาคือ Muscle relaxants (ร้อยละ  84.2)  ร้านยาส่วนใหญ่มียาทรามาดอลจำหน่าย (ร้อยละ 83.6) โดยอาการหลักที่เภสัชกรจ่ายยา คือ ปวดกล้ามเนื้อและข้อ (ร้อยละ 49.9) ก่อนออกมาตรการเภสัชกรชุมชนจ่ายยาทรามาดอลในแต่ละครั้งมากกว่า 20 เม็ด เพียงร้อยละ 8.0 ส่วนใหญ่จำหน่ายยา ทรามาดอลต่อเดือนประมาณ 301-400 เม็ด (ร้อยละ 26.5) ส่วนหลังจากออกมาตรการเพียง 101-200 เม็ดต่อเดือน (ร้อยะ 27.1) และก่อนออกมาตรการมีผู้รับบริการอายุน้อยกว่า 17 ปี มาถามหาหรือขอซื้อยาทรามาดอลจากร้านยาร้อยละ 70.5 และหลังออกมาตรการพบเพียงร้อยละ 58.7 เภสัชกรชุมชนส่วนใหญ่รับทราบการนำยาทรามาดอลไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม (ร้อยละ 98.9) และทุกคนทราบมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล (ร้อยละ 100.0) จากมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอลดังกล่าวมีร้านยาถึงร้อยละ 20.4 ที่เลิกจำหน่ายยาทรามาดอล

 

2. ความคิดเห็นต่อของเภสัชกรชุมชนมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล

 ผลการศึกษาของกลุ่มตัวอย่าง เภสัชกรประจำร้านยาที่มียาทรามาดอลจำหน่าย จำนวน 312 ราย มีความคิดเห็นต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล 6 ข้อที่เกี่ยวข้องกับเภสัชกรชุมชน (ตารางที่ 4)

ตารางที่ 4 ความคิดเห็นของเภสัชกรชุมชนต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล

มาตรการควบคุมการจำหน่าย

ยาทรามาดอล

จำนวนเภสัชกรชุมชน (N=312)

ค่าเฉลี่ย*

(S.D.)

ระดับ**

ไม่

เห็นด้วย

(ร้อยละ)

ค่อนข้างไม่เห็นด้วย

(ร้อยละ)

ไม่แน่ใจ

(ร้อย-ละ)

ค่อนข้างเห็นด้วย(ร้อยละ)

เห็นด้วยอย่างยิ่ง(ร้อยละ)

1. ให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้านเท่านั้น เป็นผู้ส่งมอบยาให้กับผู้มารับบริการ

0

(0.0)

0

(0.0)

2

(0.6)

68

(21.8)

242

(77.6)

4.77

(0.44)

เห็นด้วย

2. ห้ามจำหน่ายยาให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 17 ปี ในทุกกรณี

26

(8.3)

144

(46.2)

10

(3.2)

76

(24.4)

56

(17.9)

2.97

(1.33)

เฉยๆ

3. ให้จำหน่ายยาเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น ทั้งนี้ไม่เกิน 20 แคปซูลต่อรายต่อครั้ง

91

(29.2)

95

(30.4)

60

(19.2)

62

(19.9)

4

(1.3)

2.33

(1.13)

เฉยๆ

4.ให้ผู้รับอนุญาตและเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องร่วมกันจัดทำบัญชีซื้อขายและบัญชีการขายยา ตามแบบ ข.ย.8 ให้เป็นจริง ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และส่งรายงานภายใน 30 วันนับแต่ครบ 4 เดือน

6

(1.9)

12

(3.8)

44

(14.1)

178

(57.1)

72

(23.1)

3.96

(0.84)

เห็นด้วย

5. การสั่งซื้อยาจากผู้ผลิตและผู้นำเข้า ต้องให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการลงนามเพื่อรับทราบในการซื้อยาเข้าร้านในใบสั่งซื้อยา เพื่อเป็นหลักฐานในการซื้อยาจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าฯ ด้วย

0

(0.0)

2

(0.6)

5

(1.6)

127

(40.7)

178

(57.1)

4.54

(0.57)

เห็นด้วย

6. จำกัดปริมาณการซื้อยา ได้ไม่เกินจำนวน 1,000 แคปซูลต่อแห่งต่อเดือน

10

(3.2)

14

(4.5)

60

(19.2)

161

(51.6)

67

(21.5)

3.84

(0.92)

เห็นด้วย

ความคิดเห็นในภาพรวม

 

 

 

 

 

3.74

เห็นด้วย

หมายเหตุ:   1. * ค่าเฉลี่ยที่ได้เกิดจากผลรวมกันของคะแนนความคิดเห็นในแต่ละข้อ  โดยให้น้ำหนัก ดังนี้ ไม่เห็นด้วย = 1 ค่อนข้างไม่เห็นด้วย = 2 ไม่แน่ใจ = 3 ค่อนข้างเห็นด้วย = 4    เห็นด้วยอย่างยิ่ง = 5 

                 2. ** ระดับ ถูกจัดจากค่าเฉลี่ยที่ได้  โดยค่าเฉลี่ย 3.67-5.0 จัดเป็นระดับเห็นด้วย  ค่าเฉลี่ย 2.34-3.66 จัดเป็นระดับเฉยๆ  และค่าเฉลี่ย 1.0-2.33 จัดเป็นระดับไม่เห็นด้วย

 

จากตารางที่ 4 พบว่าเภสัชกรชุมชนมีความคิดเห็นต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอลโดยมีคะแนนเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.74 แปลผลเป็นระดับเห็นด้วย  เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าประชาชนมีความคิดเห็นระดับเห็นด้วย กับประเด็นให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้านเท่านั้นเป็นผู้ส่งมอบยาให้กับผู้รับบริการ คะแนนเฉลี่ย  4.77 รองลงมาคือประเด็นการสั่งซื้อยาจากผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการลงนามในใบสั่งซื้อยา ประเด็นการให้ผู้รับอนุญาตและเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการต้องร่วมกันจัดทำบัญชีซื้อขายและบัญชีการขายยาตามแบบ ข.ย.8  ประเด็นจำกัดปริมาณการซื้อยาได้ไม่เกินจำนวน 1,000 แคปซูลต่อแห่งต่อเดือน ด้วยคะแนนเฉลี่ยเห็นด้วยที่ 4.54, 3.96 และ 3.84 ตามลำดับ  ส่วนประเด็นที่มีเภสัชกรชุมชนเฉยๆ คือห้ามจำหน่ายยาให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 17 ปี ในทุกกรณี คะแนนเฉลี่ย 2.97 รองลงมาคือการให้จำหน่ายยาเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น ทั้งนี้ ไม่เกิน 20 แคปซูลต่อรายต่อครั้ง  ด้วยคะแนนเฉลี่ย 2.33 

 

3. ความคิดเห็นของเภสัชกรชุมชนต่อมาตรการทางเลือกอื่นควบคุมการจำหน่ายทรามาดอล

 ผลการศึกษาความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 312 ราย ที่มีต่อมาตรการทางเลือกอื่นในการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล 5 ข้อ (ตารางที่ 5)

 

ตารางที่ 5 ความคิดเห็นของเภสัชกรชุมชนต่อมาตรการทางเลือกอื่นควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล

มาตรการทางเลือกอื่นเพื่อควบคุมยาทรามาดอล

จำนวนเภสัชกรชุมชน (N=312)

ค่าเฉลี่ย*

(S.D.)

ระดับ**

ไม่

เห็นด้วย

(ร้อยละ)

ค่อนข้างไม่เห็นด้วย

(ร้อยละ)

ไม่แน่ใจ

(ร้อย-ละ)

ค่อนข้างเห็นด้วย(ร้อยละ)

เห็นด้วยอย่างยิ่ง(ร้อยละ)

1.หากฝ่าฝืนมาตรการจะถูกดำเนินคดีทางกฏหมายอย่างเคร่งครัด และพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตขายยา

0

(0.0)

0

(0.0)

27

(8.7)

143

(45.8)

142

(45.5)

4.37

(0.64)

เห็นด้วย

 

2. หากมีการจำกัดปริมาณการจำหน่ายยาลงอีก

130

(41.7)

138

(44.2)

34

(10.9)

9

(2.9)

1

(0.3)

1.76

(0.78)

ไม่เห็นด้วย

 

3.หากให้จำหน่ายยา เฉพาะในร้านยาคุณภาพ

75

(24.0)

152

(48.7)

54

(17.3)

22

(7.1)

9

(2.9)

2.16

(0.97)

ไม่เห็นด้วย

 

4.หากพิจารณาปรับยกระดับยา จากยาอันตรายเป็นยาควบคุมพิเศษ

178

(57.1)

121

(38.8)

12

(3.8)

1

(0.3)

0

(0.0)

1.47

(0.60)

ไม่เห็นด้วย

 

5.หากห้ามจำหน่ายยาทรามาดอล ในประเทศไทย

248

(79.5)

52

(16.7)

12

(3.8)

0

(0.0)

0

(0.0)

1.24

(0.51)

ไม่เห็นด้วย

 

ความคิดเห็นในภาพรวม

 

 

 

 

 

2.20

ไม่เห็นด้วย

 

หมายเหตุ:   1. * ค่าเฉลี่ยที่ได้เกิดจากผลรวมกันของคะแนนความคิดเห็นในแต่ละข้อ  โดยให้น้ำหนัก ดังนี้ ไม่เห็นด้วย = 1 ค่อนข้างไม่เห็นด้วย = 2 ไม่แน่ใจ = 3 ค่อนข้างเห็นด้วย = 4    เห็นด้วยอย่างยิ่ง = 5 

                 2. ** ระดับ ถูกจัดจากค่าเฉลี่ยที่ได้  โดยค่าเฉลี่ย 3.67-5.0 จัดเป็นระดับเห็นด้วย  ค่าเฉลี่ย 2.34-3.66 จัดเป็นระดับเฉยๆ  และค่าเฉลี่ย 1.0-2.33 จัดเป็นระดับไม่เห็นด้วย

 

จากตารางที่ 5 ผลการสำรวจในภาพรวมเภสัชกรชุมชนมีความคิดเห็นต่อมาตรการทางเลือกในการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 2.20 แปลผลเป็นระดับไม่เห็นด้วย รายละเอียดแต่ละหัวข้อเป็นดังต่อไปนี้ เห็นด้วยมากที่สุดกับประเด็นหากฝ่าฝืนมาตรการจะถูกดำเนินคดีทางกฏหมายอย่างเคร่งครัด และพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตขายยา มีค่าเฉลี่ยเห็นด้วยที่ 4.37   ประเด็นที่มีเภสัชกรชุมชนไม่เห็นด้วยมากที่สุด ในประเด็นหากห้ามจำหน่ายยาทรามาดอลในประเทศไทย โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 1.24 รองลงมาคือประเด็น หากพิจารณาปรับยกระดับยา จากยาอันตรายเป็นยาควบคุมพิเศษ หากมีการจำกัดปริมาณการจำหน่ายยาลงอีก และหากให้จำหน่ายยา เฉพาะในร้านยาคุณภาพ คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 1.47, 1.76  และ 2.16 ตามลำดับ

วิจารณ์

การเก็บข้อมูลจากเภสัชกรชุมชน ผู้วิจัยสุ่มรายชื่อและส่งแบบสอบถามไปทางไปรษณีย์ 873 ชุด ได้รับการตอบกลับ 373 ราย อัตราการตอบกลับแบบสอบถามร้อยละ  43.02 ซึ่งอาจได้คำตอบที่ได้มีลักษณะไม่เป็นตัวแทนของประชากร เพราะคนที่ตอบนั้นอาจมีความแตกต่างจากคนที่ไม่ตอบแบบสอบถาม  ซึ่งเป็นข้อจำกัดของวิธีการศึกษาดังกล่าว  ผู้วิจัยได้ใช้การเปรียบเทียบผู้ที่ตอบและคืนแบบสอบถามในช่วงต้น กับผู้ที่ตอบแบบสอบถามในช่วงปลายของการเก็บข้อมูล โดยสมมุติว่าผู้ที่ตอบแบบสอบถามในช่วงปลายมีลักษณะคล้ายผู้ไม่ตอบแบบสอบถาม พบผลการเปรียบเทียบไม่พบความแตกต่างของทั้งสองกลุ่ม อนุมานว่าไม่พบอคติจากการไม่ยอมตอบแบบสอบถาม       ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้พบว่า ประชาชนและเภสัชกรชุมชนเห็นด้วยสูงสุดในประเด็นที่กำหนดให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้านเท่านั้น เป็นผู้ส่งมอบยาให้กับผู้มารับบริการ ซึ่งสอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ด้านการบริบาลทางเภสัชกรรม พ.ศ. 25544   ประชาชนและเภสัชกรชุมชนเห็นด้วยสูงสุดในประเด็นที่กำหนดให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้านเท่านั้น เป็นผู้ส่งมอบยาให้กับผู้มารับบริการ ซึ่งสอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ด้านการบริบาลทางเภสัชกรรม พ.ศ. 25544   ที่ระบุว่าการส่งมอบยาเป็นบริการที่เภสัชกรต้องทำ ในขณะที่มาตราการการห้ามจำหน่ายยาให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 17 ปีในทุกกรณี ประชาชนมีความคิดเห็นอยู่ในระดับเฉยๆ และเภสัชกรชุมชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะการตรวจสอบอายุของผู้รับบริการทำได้ค่อนข้างยาก และผู้รับบริการบางรายไม่ได้พกบัตรประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับการตรวจสอบอายุของผู้ซื้อบุหรี่ที่พบว่าผู้ขายไม่เคยขอดูบัตรประชาชน (ร้อยละ 74.4)6 ประชาชนและเภสัชกรชุมชนความคิดเห็นเฉยๆ กับมาตรการกำหนดให้จำหน่ายยาเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น ทั้งนี้ไม่เกิน 20 แคปซูลต่อรายต่อครั้ง อาจเนื่องจากก่อนมีมาตรการฯ พบผู้รับบริการได้รับยาทรามาดอลในแต่ละครั้งมากกว่า 20 เม็ด เพียงร้อยละ 8.0  และร้านยาส่วนใหญ่ไม่ได้จำหน่ายยาทรามาดอลเกิน 500 เม็ดต่อเดือน (ร้อยละ 11.3) ทำให้เภสัชกรชุมชนส่วนใหญ่เฉยๆ กับการจำกัดปริมาณการซื้อยาของร้านยาได้ไม่เกินจำนวน 1,000 เม็ดต่อแห่งต่อเดือน

จากความคิดเห็นต่อมาตรการทางเลือกในการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล  ประชาชนและเภสัชกรชุมชนเห็นด้วยสูงสุดในประเด็นหากร้านยาฝ่าฝืนมาตรการจะถูกดำเนินคดีทางกฏหมายอย่างเคร่งครัดและพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตขายยา เนื่องจากตามข้อบังคับสภาเภสัชกรรม   หากผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมที่มีเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือทุจริต หรือส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย หรือสังคม เกิดผลเสียหายวงกว้าง อาจสั่งพักใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต7 ประชาชนเห็นด้วยหากให้จำหน่ายยา ทรามาดอลเฉพาะในร้านยาที่คุณภาพ อาจเนื่องจากประชาชนมีความคิดเห็นเชิงบวกต่อคำว่าร้านยาคุณภาพ หรือประชาชนเริ่มรู้จักร้านยาคุณภาพมากขึ้น แม้ว่างานวิจัยก่อนหน้าจะระบุว่า ประชาชนไม่ทราบถึงความสำคัญและความแตกต่างระหว่างร้านยาคุณภาพกับร้านยาทั่วไป8,9  อย่างไรก็ตาม เภสัชกรชุมชนไม่เห็นด้วยหากให้จำหน่ายยาทรามาดอลเฉพาะในร้านยาที่เป็นร้านยาคุณภาพ อาจเนื่องจากร้านยาจำนวนมากไม่สมัครเข้าร่วม ร้านยาคุณภาพ เนื่องจากมีการลงทุนด้านบุคลากร งบประมาณ เพิ่มขึ้น แต่ผลประโยชน์ที่ได้รับยังไม่มีความชัดเจน8  ทั้งประชาชนและเภสัชกรชุมชนไม่เห็นด้วยหากพิจารณาปรับยกระดับยาทรามาดอล จากยาอันตราย เป็นยาควบคุมพิเศษ อาจเนื่องจากไม่พบผู้รับบริการที่มาขอซื้อยาโดยมีใบสั่งยาแพทย์   ดังนั้นหากถูกปรับเป็นยาควบคุมพิเศษ จะจำกัดโอกาสที่จะเข้าถึงยา ประเด็นที่มีประชาชนและเภสัชกรชุมชนไม่เห็นด้วยมากที่สุด คือหากห้ามจำหน่ายยาทรามาดอลในประเทศไทย อาจเนื่องจากควรใช้มาตรการอื่นๆ  เพื่อควบคุมการนำยาไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมก่อน ในทุกๆ ด้าน เช่น มาตรการควบคุมการซื้อขายยาทางอินเทอร์เน็ต และการควบคุมการได้รับยาจากคลินิก เป็นต้น โดยการห้ามจำหน่ายยาทรามาดอลในประเทศไทย ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะยาทรามาดอลยังเป็นยาที่มีประโยชน์มากในทางการแพทย์ หากใช้ยานี้ในขนาดที่ถูกต้อง อีกทั้งในต่างประเทศ การปรับเปลี่ยนประเภทยา และมาตรการห้ามจำหน่ายยาจะมีการจัดทำแนวทางการปรับเปลี่ยนประเภทยา10 แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน โดยยังคงเป็นเพียงร่างหลักเกณฑ์การขอเปลี่ยนแปลงประเภทยา11        

ข้อเสนอแนะ

1.        ควรเร่งแก้ไขปัญหาการใช้ยาทรามาดอลในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น ให้ความรู้กับเยาวชน  ชี้แจงให้สาธารณชนเข้าใจถึงสถานการณ์การใช้ยา สถาบันครอบครัวต้องอบอุ่น  ออกมาตรการเพื่อควบคุมการซื้อขายยาทางอินเทอร์เน็ต และการได้รับยาจากคลินิก รวมถึงตรวจสอบ  เฝ้าระวังการทำผิดกฏหมาย

2.        องค์กรวิชาชีพซึ่งเป็นตัวแทนของเภสัชกรชุมชน ควรแสดงบทบาทในการปรับมุมมองเกี่ยวกับมาตรการ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาระบบการกระจายยา เพื่อป้องกันการนำยาไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม

3.        เพื่อให้การศึกษาแม่นยำยิ่งขึ้น ควรมีการศึกษาโดยเก็บข้อมูลด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์  จะทำให้ได้ข้อมูลอย่างละเอียด ได้ข้อมูลเชิงลึก สามารถเห็นบริบทของเหตุการณ์

4.        ผู้สนใจอาจมีการศึกษาและวิเคราะห์เพิ่มเติมในประเด็นอื่นๆ เช่น ประสิทธิภาพของมาตรการในการลดปัญหาการใช้ยาในทางที่ไม่เหมาะสม การปรับตัวของประชาชนหรือของเภสัชกรชุมชนต่อมาตรการฯ

สรุป

ความคิดเห็นต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอลในภาพรวมของประชาชนอยู่ในระดับเฉยๆ แต่ของเภสัชกรชุมชนอยู่ในระดับเห็นด้วย โดยทั้งประชาชนและเภสัชกรชุมชนเห็นด้วยมากที่สุดในข้อที่กำหนดให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการประจำร้านเท่านั้น เป็นผู้ส่งมอบยาให้กับผู้มารับบริการ คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 และ 4.75 ตามลำดับ  ประชาชนไม่เห็นด้วยกับข้อห้ามจำหน่ายยาให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 17 ปีในทุกกรณี คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 2.31 ส่วนเภสัชกรชุมชนไม่พบความคิดเห็นไม่เห็นด้วยต่อมาตรการควบคุมการจำหน่ายยา ทรามาดอล สำหรับความคิดเห็นต่อมาตรการทางเลือกอื่นในการควบคุมการจำหน่ายยาทรามาดอล ประชาชนมีความคิดเห็นในระดับเฉยๆ แต่เภสัชกรชุมชนไม่เห็นด้วยด้วยกับมาตรการทางเลือกดังกล่าว โดยประชาชนและเภสัชกรชุมชนไม่เห็นด้วยมากที่สุด ในประเด็นการห้ามจำหน่ายยาทรามาดอลในประเทศไทย

กิตติกรรมประกาศ

          คณะผู้วิจัยขอขอบพระคุณท่านเภสัชกรภานุโชติ  ทองยัง,  เภสัชกรวราวุธ  เสริมสินสิริและเภสัชกรหญิงธิดารัตน์  มานะพัฒนเสถียร  ที่ให้ความอนุเคราะห์เป็นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจความตรงต่อเนื้อหาของเครื่องมือ ขอขอบพระคุณสถานที่ขายยาแผนปัจจุบันที่กรุณาเข้าร่วมงานวิจัย อีกทั้งยังช่วยเก็บข้อมูล  และประชาชนและเภสัชกรชุมชนที่ให้ความร่วมมือในการกรอกแบบสอบถาม  เป็นกลุ่มตัวอย่างให้แก่งานวิจัยนี้

เอกสารอ้างอิง

1. Assessment of Tramadol. [Online]. Available from: http://www.who.int/medicines/areas/quality_safety/5.2 TramadolCritReview.pdf [Accessed 2013 Oct 13].

2. Tungtananuwat W, Lawanprasert S. Fatal 4x100; Home-Made Kratom Juice Cocktail.  J Health Res 2010 ; 24(1) : 43-7.

3. กลุ่มประชาสัมพันธ์ กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. อย.ระดม 5 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ถกแก้ปัญหาป้องกันการใช้ยาทรามาดอลผิดวัตถุประสงค์. [Online]. แหล่งที่มา: http://www.fda.moph.go.th/www_fda/data_center/ifm_mod /nw/ข่าวแถลงยา ทรามาดอล.pdf [สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2556].

4. สภาเภสัชกรรม.เกณฑ์มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ด้านการบริบาลทางเภสัชกรรม พ.ศ. 2554. [Online]. แหล่งที่มา: http://www.thaihp.org/index2.php?option=showfile&id =158&tbl=custom [สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2556].

5. ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ. ยุติการให้เด็กขายบุหรี่. [Online]. แหล่งที่มา: http://www.trc.or.th/th/ข่าวสาร/press-release/item/174-ยุติการให้เด็กขายบุหรี่.html [สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2557].

6. ข้อบังคับสภาเภสัชกรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ 2557. [Online]. แหล่งที่มา: http://pharmacycouncil.org /share/file/file_868.ข้อบังคับฯ_ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพักใช้ใบอนุญาตฯ_พ.ศ.2557.PDF [สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2557].

7. ระพีพรรณ ฉลองสุข, ฑิฆัมพร แสงจันทร์, ณัฐกานต์ พุทธศิลพรสกุล, ทวิตียา ชัยสุวรรณรัตน์, ปิยนันท์ เหลืองพูนลาภ การสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการร้านยาต่ออุปสรรคในการเข้าร่วมโครงการร้านยาคุณภาพ. วารสารวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2550; 21(1) : 43-53.

8. ภิญญุภา เปลี่ยนบางช้าง, ดวงทิพย์ หงษ์สมุทร. ความคิดเห็นของเจ้าของร้านยาทั่วประเทศต่อมาตรฐานร้านยาของสภาเภสัชกรรม.วารสารวิชาการสาธารณสุข 2549; 15(1) : 111-2. 

9. Lori RJ .Prescription to over-the-Counter Drug Reclassisification. Am Fam Physician. 1998; 2209-14.

10. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.ร่างหลักเกณฑ์การขอเปลี่ยนแปลงประเภทยา.[Online]. แหล่งที่มา: http://drug.fda.moph.go.th/zone _service /files/book8.doc [สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์2556].

 

 

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Cancer Chemoprevention from Dietary Phytochemical (เคมีป้องกันมะเร็ง :กลไกการป้องกันของยาและสารจากธรรมชาติ)
 
Role of Natural Products on Cancer Prevention and Treatment (บทบาทของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในการป้องกันและรักษามะเร็ง)
 
Prescription-Event Monitoring: New Systematic Approach of Adverse Drug Reaction Monitoring to New Drugs (Prescription-Event Monitoring: ระบบการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาใหม่ )
 
The use of Digoxin in Pediatrics (การใช้ยาดิจ๊อกซินในเด็ก)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Pharmacology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0