Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Chemical Stability of 70% Alcohol after Opened

ความคงตัวทางเคมีของแอลกอฮอล์ 70% หลังเปิดใช้

Chedsada Noppawinyoowong (เจษฎา นพวิญญูวงศ์) 1, Chayanid Sornchaithawatwong (ชญานิศ ศรชัยธวัชวงศ์) 2, Janya Srisangchun (จรรยา ศรีแสงจันทร์) 3, Sarin Tadtong (สริน ทัดทอง) 4, Amornrat Viriyaroj (อมรรัตน์ วิริยะโรจน์) 5




หลักการและเหตุผล: เนื่องจากแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติระเหยได้ง่าย มักมีข้อสงสัยในความแรงของ แอลกอฮอล์ 70% หลังเปิดใช้ เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ จึงทำการศึกษาความคงตัวทางเคมีของผลิตภัณฑ์หลังเปิดใช้ และใช้เป็นข้อมูลกำหนดวันหมดอายุใช้งานแอลกอฮอล์ 70%

วิธีการศึกษา: เป็นศึกษาแบบการทดลองที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยวิเคราะห์หาปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือด้วยวิธีแก๊สโครมาโตกราฟี (gas chromatography) ของแอลกอฮอล์ 70% ในกระปุก forceps (I) ระยะเวลาศึกษา 7 วัน, ในกระปุกสำลี (II) ระยะเวลาศึกษา 7 วัน, ในขวดที่เปิดใช้ (III) ระยะเวลาศึกษา 60 วัน และในขวดที่ไม่เปิดใช้ (IV) ระยะเวลาศึกษา 360 วัน ที่อุณหภูมิห้องปรับอากาศและอุณหภูมิทั่วไป

ผลการศึกษา: ปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือ (II), (III) และ (IV) ของทุกวันที่ศึกษา มีค่ามากกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเริ่มต้น ยกเว้น ปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือ (I) ที่อุณหภูมิห้อง วันศึกษาที่ 7 และที่อุณหภูมิทั่วไป วันศึกษาที่ 3 และที่ 7 มีค่าน้อยกว่าร้อยละ 90

สรุป: แอลกอฮอล์ 70% คงตัวไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกระปุกสำลี, ไม่น้อยกว่า 60 วัน ในขวดที่เปิดใช้ และไม่น้อยกว่า 360 วัน ในขวดที่ไม่เปิดใช้ ที่อุณหภูมิห้องปรับอากาศ หรืออุณหภูมิทั่วไป ส่วนแอลกอฮอล์ 70% ในกระปุก forceps คงตัวไม่น้อยกว่า 3 วัน ที่อุณหภูมิห้องปรับอากาศ และไม่น้อยกว่า 2 วัน ที่อุณหภูมิทั่วไป

คำสำคัญ: ความคงตัวทางเคมี, แอลกอฮอล์ 70%

 

Background and Objectives: Due to the volatility of alcohol, the concentration remaining of 70% alcohol after open is uncertain. To ensure that the solution is appropriate for use, it is necessary to test the stability of the prepared products after open and an expiry date can be determined.

Materials and Methods: The chemical stability study was an experimental design and conducted at the Faculty of Pharmacy, Srinakharinwirot University. By using gas chromatography, the samples were analyzed for concentrations of alcohol in forceps jars (I) for 7 days period, in cotton jars (II) for 7 days period, in opened bottles (III) for 60 days period and in unopened bottles (IV) for 360 days period, at room temperature and ambient temperature.

Results: The concentrations of alcohol remaining in (II), (III) and (IV), at room temperature and ambient temperature, on days studying were greater than 90 percent. Except, the concentrations of (I) at room temperature on day 7 and at ambient temperature on days 3 and 7, were less than 90 percent.

Conclusions: The seventy percent alcohol was stable at least for 7 days in cotton jars, at least for 60 days in opened bottles and at least for 360 days in unopened bottles when stored at either room temperature or ambient temperature. The seventy percent alcohol in forceps jars was stable at least for 3 days when stored at room temperature and at least for 2 days when stored at ambient temperature.

Keywords: chemical stability, 70% alcohol

บทนำ

แอลกอฮอล์ชนิดเอทธานอล หรือเอทิลแอลกอฮอล์เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้มากในโรงพยาบาล ออกฤทธิ์เป็น fungicidal, virucidal และ bactericidal ต่อ vegetative form แต่ไม่เป็น sporicidal โดยการแปรสภาพโปรตีน (denaturing of protein)1-4 แอลกอฮอล์มีคุณสมบัติในการซึมผ่านน้อย จึงใช้ฆ่าเชื้อหรือทำความสะอาดเฉพาะพื้นผิว เช่น เตรียมผิวหนังก่อนทำหัตถการ และฆ่าเชื้อเทอร์โมมิเตอร์ เป็นต้น ความแรงที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออยู่ระหว่างร้อยละ 60 - 95 (ปริมาตร/ปริมาตร)1,2  ความแรงที่นิยมใช้และเหมาะที่สุดในการฆ่าเชื้อ in vitro คือร้อยละ 701-4  เนื่องจากแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติระเหยได้ง่าย มักมีข้อสงสัยในความแรงของแอลกอฮอล์ 70% หลังเปิดใช้ จึงมีการกำหนดอายุการใช้งานของน้ำยา ซึ่งแตกต่างกันตามแต่ละสถานพยาบาล เช่น กำหนดอายุแอลกอฮอล์ 70% หลังเปิดใช้ ตั้งแต่ 1 ถึง 14 วัน กำหนดการเปลี่ยนแอลกอฮอล์ 70% สำหรับแช่เครื่องมือ ตั้งแต่ ทุก 8 ถึง 24 ชั่วโมง เป็นต้น เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ ได้มีการศึกษาความคงตัวทางเคมีของแอลกอฮอล์ 70% ของ Thaweethamcharoen5 พบว่า 70% แอลกอฮอล์ บรรจุในขวด 60 มล. และ 250 มล. และจำลองการเปิดใช้ พบว่ามีความคงตัวทางเคมีไม่น้อยกว่า 18 วัน และ 32 วัน ตามลำดับ

โครงการวิจัยนี้เป็นการศึกษาความคงตัวทางเคมีของแอลกอฮอล์ 70% ในภาชนะบรรจุชนิดต่างๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ที่เตรียมขึ้นและใช้เป็นข้อมูลกำหนดอายุการใช้งานของแอลกอฮอล์ 70%

 

วิธีการศึกษา

สารเคมีและวัสดุอุปกรณ์

สารเคมี: ethanol (analytical grade) (99.8%) VWR International Ltd (England), n-propyl alcohol (analytical grade) (99.5%) (CARLO ERBA reagenti, Italy), purified water (Maxima ultrapure water) และ 95% แอลกอฮอล์ (โรงงานสุราองค์การสุรา)

เครื่องมือ: gas chromatography (Autosyststem XL) PERKIN ELMER (USA), gas chromatography capillary column (Elite Series PE-WAX ) PERKIN ELMER (USA) length 60 m, inner diameter 32 mm film (0.5 µ) PERKIN ELMER (USA), กระปุกแช่คีม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 ซม. สูง 9.5 ซม. และตลับสำลี เส้นผ่าศูนย์กลาง 9.5 ซม. สูง 6.0 ซม. พร้อมฝาปิด, ขวด polyethylene terephthalate (PET) ขนาดบรรจุ  450 มล.

1   การเตรียมตัวอย่าง 70% แอลกอฮอล์

1.1 เตรียม 70% แอลกอฮอล์ เทใส่กระปุก forceps 10 กระปุก และกระปุกสำลี 10 กระปุก และบรรจุในขวด PET 20 ขวด แบ่งเป็นตัวอย่างขวดที่ไม่เปิดใช้ กับตัวอย่างขวดที่เปิดใช้ อย่างละ 10 ขวด

1.2 นำกระปุก forceps กระปุกสำลี ขวดที่ไม่เปิดใช้ และขวดที่เปิดใช้ เก็บที่อุณหภูมิห้องและอุณหภูมิทั่วไป อุณหภูมิละ 5 ตัวอย่าง

1.3 จำลองการเปิดใช้กระปุกสำลีและการเปิดใช้ขวดที่เปิดใช้ โดยเปิดฝา 15 วินาที แล้วปิดฝา วันละ 30 ครั้ง ทุกวัน ตลอดระยะเวลาศึกษา

2   ระยะเวลาศึกษา ตรวจวิเคราะห์หาปริมาณแอลกอฮอล์

2.1 ในกระปุก forceps และกระปุกสำลี ระยะเวลาศึกษา 7 วัน วันศึกษาที่ 0, 1, 2, 3 และ 7

2.2 ในขวดที่เปิดใช้ ระยะเวลาศึกษา 60 วัน วันศึกษาที่ 0, 7, 14, 30 และ 60

2.3 ในขวดที่ไม่เปิดใช้ ระยะเวลาศึกษา 360 วัน วันศึกษาที่ 0, 7, 14, 30, 60, 120, 180, 270 และ 360

3   การวิเคราะห์หาปริมาณแอลกอฮอล์

3.1 เตรียมตัวอย่าง โดยดูดตัวอย่าง 70% แอลกอฮอล์ 1 มล. ผสมกับ n–propyl alcohol 0.5 มล. ใน volumetric flask ปรับปริมาตรด้วย purified water จนครบปริมาตร 10 มล.

3.2 ระบบของ gas chromatography เป็น gc/fid capillary column เป็น pe-wax ใช้ helium เป็น carrier gas โดยควบคุมอุณหภูมิของ gc ที่ 90 °ซ และเพิ่มอุณหภูมิขึ้น 5 °ซ ต่อนาที จนได้อุณหภูมิ 130 °ซ หลังจากนั้น ปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 20 °ซ ต่อนาที จนได้อุณหภูมิ 200°ซ โดยกำหนด temperature of detector ไว้ที่ 250 °ซ ใช้ 5% n–propyl alcohol เป็น internal standard

3.3 การฉีดตัวอย่าง ฉีดตัวอย่างละ 1 ไมโครลิตร โดยใช้ระบบ autosampling

3.4 กราฟมาตรฐาน สร้างเส้นกราฟมาตรฐานโดยการวิเคราะห์ แอลกอฮอล์ 5 ความเข้มข้น คือ 2%, 4%, 6%, 8% และ 10% คำนวณหา peak area ratio ของแอลกอฮอล์กับ 5% n–propyl alcohol เขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่าง peak area ratio กับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ คำนวณหาสมการเส้นตรงเพื่อใช้หาปริมาณแอลกอฮอล์ในตัวอย่าง

3.5 การตรวจสอบความถูกต้อง (validation) ของระบบ โดยพิจารณาจาก

(1)  ความเป็นเส้นตรง (linearity) ของความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของแอลกอฮอล์กับ peak area ratio ได้สมการเส้นตรง y = 0.1565 x + 0.0118  มีค่า coefficient of determination (R2) เท่ากับ 0.9998

(2)  ความแม่นยำ (precision) มีค่า coefficient of variation (% CV) ของผลวิเคราะห์ intraday และ interday ในช่วง 0.95 – 1.02 และ 1.73 – 1.88 ตามลำดับ

(3)  ความละเอียด (accuracy) มีค่า % inaccuracy ของผลวิเคราะห์ intraday และ interday ในช่วง 0.40 – 1.13 และ 0.35 – 1.60 ตามลำดับ

 

ผลการศึกษา

ตลอดระยะเวลาศึกษา 7 วัน ระหว่างวันที่ 1 ถึง 7 มีนาคม 2552 อุณหภูมิห้องปรับอากาศและอุณหภูมิทั่วไปมีค่าเฉลี่ย 24.2 ± 0.5 °ซ และ 31.8 ± 0.8 °ซ ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์พบว่ามีปริมาณตัวยาสำคัญที่ระบุในฉลาก (labeled amount) ของแอลกอฮอล์ในกระปุก forceps ที่อุณหภูมิห้อง ร้อยละ 100.3, 95.1, 99.0, 96.4 และ 81.5 และมีปริมาณตัวยาสำคัญที่ระบุในฉลากของแอลกอฮอล์ในกระปุก forceps ที่อุณหภูมิทั่วไป ร้อยละ 100.3, 97.7, 93.4, 86.4 และ 59.9 ในวันศึกษาที่ 0, 1, 2, 3 และ 7 ตามลำดับ คิดเป็นปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือของปริมาณเริ่มต้น (ตารางที่ 1)

ปริมาณตัวยาสำคัญที่ระบุในฉลากของแอลกอฮอล์ในกระปุกสำลี ที่อุณหภูมิห้องปรับอากาศ มีค่าร้อยละ 100.3, 97.0, 96.0, 97.1 และ 98.7 และมีปริมาณตัวยาสำคัญที่ระบุในฉลากของแอลกอฮอล์ในกระปุกสำลี ที่อุณหภูมิทั่วไป ร้อยละ 100.3, 95.6, 96.8, 94.1 และ 92.2 ในวันศึกษาที่ 0, 1, 2, 3 และ 7 ตามลำดับ คิดเป็นปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือของปริมาณเริ่มต้น (ตารางที่ 1)

 

ตารางที่ 1 แสดงปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือในกระปุก forceps และกระปุกสำลี ที่อุณหภูมิห้องและอุณหภูมิทั่วไป ระยะเวลาศึกษา 7 วัน

 

วันศึกษาที่

ปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือของปริมาณเริ่มต้น (ร้อยละ)

(ค่าเฉลี่ย ± ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

กระปุก forceps

กระปุกสำลี

อุณหภูมิห้อง

อุณหภูมิทั่วไป

อุณหภูมิห้อง

อุณหภูมิทั่วไป

1

94.86 ± 2.54

97.43 ± 1.66

96.70 ± 3.22

95.33 ± 0.88

2

98.77 ± 0.79

93.12 ± 1.91

95.71 ± 2.37

96.55 ± 2.41

3

95.99 ± 1.62

86.13 ± 1.74

96.82 ± 2.39

93.80 ± 2.74

7

81.25 ± 6.06

59.72 ± 4.58

98.42 ± 2.10

91.91 ± 0.87

 

ตลอดระยะเวลาศึกษา 60 วัน ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 29 เมษายน 2552 อุณหภูมิห้องและอุณหภูมิทั่วไปมีค่าเฉลี่ย 24.5 ± 0.6 °ซ และ 30.8 ± 1.0 °ซ ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์พบว่ามีปริมาณตัวยาสำคัญที่ระบุในฉลากของแอลกอฮอล์ในขวดที่เปิดใช้ ที่อุณหภูมิห้อง ร้อยละ 100.3,  99.9, 99.9, 100.9 และ 99.7 และมีปริมาณตัวยาสำคัญที่ระบุในฉลากของแอลกอฮอล์ในขวดที่เปิดใช้ ที่อุณหภูมิทั่วไป ร้อยละ 100.3, 99.2, 99.0, 98.5 และ 101.2 ในวันศึกษาที่ 0, 7, 14, 30 และ 60 ตามลำดับ คิดเป็นปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือของปริมาณเริ่มต้น (ตารางที่ 2)

ตลอดระยะเวลาศึกษา 360 วัน ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2552 ถึง 23 กุมภาพันธ์ 2553 อุณหภูมิห้องปรับอากาศและอุณหภูมิทั่วไปมีค่าเฉลี่ย 24.6 ± 0.6 °ซ และ 30.6 ± 1.2 °ซ ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์พบว่ามีปริมาณตัวยาสำคัญที่ระบุในฉลากของแอลกอฮอล์ในขวดที่ไม่เปิดใช้ ตั้งที่อุณหภูมิห้อง ร้อยละ 100.3, 98.8, 100.1, 101.3, 98.8, 101.1, 99.1, 101 และ 97.3 และปริมาณตัวยาสำคัญที่ระบุในฉลากของแอลกอฮอล์ในขวดที่เปิดใช้ ตั้งที่อุณหภูมิทั่วไป ร้อยละ 100.3, 98.5, 100.4, 100.1, 97.6, 103.3, 100.8, 98.8 และ 97.5 ในวันศึกษาที่ 0, 7, 14, 30, 60, 120, 180, 270 และ 360 ตามลำดับ คิดเป็นปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือของปริมาณเริ่มต้น (ตารางที่ 2)

 

 

ตารางที่ 2 แสดงปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือในขวดที่เปิดใช้และขวดที่ไม่เปิดใช้ ที่อุณหภูมิห้องและอุณหภูมิทั่วไป

 

วันศึกษาที่

ปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือของปริมาณเริ่มต้น (ร้อยละ)

(ค่าเฉลี่ย ± ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

ขวดที่เปิดใช้#

ขวดที่ไม่เปิดใช้##

อุณหภูมิห้อง

อุณหภูมิทั่วไป

อุณหภูมิห้อง

อุณหภูมิทั่วไป

7

99.58 ± 1.42

98.94 ± 1.50

98.55 ± 2.61

98.19 ± 2.65

14

99.59 ± 2.20

98.73 ± 2.66

99.80 ± 0.81

100.10 ± 0.98

30

100.63 ± 1.97

98.21 ± 1.14

101.05 ± 3.24

99.84 ± 2.35

60

99.41 ± 1.83

100.86 ± 4.80

98.48 ± 0.87

97.34 ± 0.29

120

-

-

100.81 ± 3.36

102.99 ± 1.98

180

-

-

98.80 ± 2.75

100.47 ± 2.65

270

-

-

100.70 ± 2.24

98.53 ± 1.89

360

-

-

97.03 ± 2.77

97.17 ± 1.71

#  : ระยะเวลาศึกษา 60 วัน

## : ระยะเวลาศึกษา 360 วัน

 

วิจารณ์

คณะผู้วิจัยออกแบบการศึกษานี้ให้มีสภาพใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานปกติในผู้ป่วย โดยทำการศึกษาที่อุณหภูมิห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เฉลี่ย 24.6 ± 0.6 °ซ ตามนิยามของ controlled room temperature ที่ 20 - 25 °ซ และอุณหภูมิทั่วไปของห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เฉลี่ย 30.6 ± 1.2 °ซ ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของประเทศไทย พ.ศ. 2552 ที่ 31.0 °ซ และจำลองการเปิดใช้ตลับแช่สำลีและเปิดใช้ขวดบรรจุน้ำยา 30 ครั้งต่อวัน ซึ่งเป็นจำนวนครั้งสูงสุดที่ได้จากการสอบถามผู้ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยอายุรกรรมศัลยกรรม และกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์

เนื่องจาก USP ไม่มีการกำหนดปริมาณตัวยาสำคัญที่ระบุในฉลากของแอลกอฮอล์ 70% ไว้ การพิจารณาความคงตัวทางเคมีของการศึกษานี้ จึงอาศัยหลักการกำหนดวันสิ้นอายุตามที่ระบุในเภสัชตำรับโรงพยาบาล พ.ศ. 2549 ว่า วันสิ้นอายุคือวันที่พบว่าปริมาณตัวยาสำคัญคงเหลือมีความแรงน้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเริ่มต้น6

ปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือทุกค่าที่ศึกษามีความแรงไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเริ่มต้น ยกเว้น ปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือในกระปุก forceps ที่อุณหภูมิทั่วไป ในวันศึกษาที่ 3 มีค่าร้อยละ 86.13 และที่อุณหภูมิห้องในวันศึกษาที่ 7 มีค่าร้อยละ 81.25 สรุปว่าแอลกอฮอล์ 70% ในกระปุก forceps ไม่คงตัวในวันศึกษาที่ 3 ที่อุณหภูมิทั่วไป และไม่คงตัวในวันศึกษาที่ 7 ที่อุณหภูมิห้อง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แอลกอฮอล์ 70% ในกระปุก forceps คงตัวไม่น้อยกว่า 2 วัน ที่อุณหภูมิทั่วไป และคงตัวไม่น้อยกว่า 3 วัน ที่อุณหภูมิห้อง  ในทำนองเดียวกัน แอลกอฮอล์ 70% คงตัวไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกระปุกสำลี, คงตัวไม่น้อยกว่า 60 วัน ในขวดที่เปิดใช้ และคงตัวไม่น้อยกว่า 360 วันในขวดที่ไม่เปิดใช้ ที่อุณหภูมิห้องและอุณหภูมิทั่วไป ตลอดระยะเวลาศึกษา 7 วัน, 60 วัน และ 360 วัน ตามลำดับ

การที่แอลกอฮอล์ 70% ในกระปุกสำลีมีความคงตัวมากกว่าในกระปุก forceps ทั้งที่กระปุกสำลีมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่ากระปุก forceps เนื่องจากกระปุกสำลีมีฝาปิด ช่วยชะลอการระเหยของแอลกอฮอล์ได้ดีกว่ากระปุก forceps ซึ่งไม่มีฝาปิด และแอลกอฮอล์ 70% ไม่คงตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเก็บที่อุณหภูมิสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าน้ำยาแอลกอฮอล์ในกระปุกสำลีมีแนวโน้มไม่คงตัวหลังวันศึกษาที่ 7 ที่อุณหภูมิทั่วไป เนื่องจากการระเหยของแอลกอฮอล์ที่เกิดจากอุณหภูมิและฝาที่ปิดไม่สนิท

การใช้เกณฑ์ปริมาณตัวยาสำคัญคงเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเริ่มต้นของแอลกอฮอล์ 70% อาจเทียบเท่ากับแอลกอฮอล์ที่ความแรงไม่น้อยกว่าร้อยละ 63 (ปริมาตร/ปริมาตร) ซึ่งเป็นความแรงที่มั่นใจได้ว่ามีประสิทธิภาพฆ่าเชื้อได้ดี2-4 ขณะเดียวกัน แอลกอฮอล์ที่ความแรงคงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 63 แต่มากกว่าร้อยละ 60 อาจถูกพิจารณาว่าไม่คงตัว แม้อยู่ในช่วงความแรงที่ยังมีประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อได้ดี เช่น ปริมาณแอลกอฮอล์คงเหลือของแอลกอฮอล์ในกระปุก forceps ที่อุณหภูมิทั่วไป ในวันศึกษาที่ 3 มีค่าร้อยละ 86.13 ของปริมาณเริ่มต้น ซึ่งเทียบเท่าแอลกอฮอล์ความแรงร้อยละ 60.29 เป็นต้น

 

จากผลการศึกษาดังกล่าว สามารถกำหนดวันหมดอายุแอลกอฮอล์ 70% อย่างน้อย 1 ปี นับจากวันที่ผลิต มีข้อแนะนำผู้ปฏิบัติงานให้เปลี่ยนแอลกอฮอล์ 70% ในภาชนะแช่เครื่องมือ ทุก 24 - 48 ชั่วโมง และไม่จำเป็นต้องเททิ้งแอลกอฮอล์ 70% ในขวดที่เปิดใช้ทุกวัน หรือภายใน 7 วัน หากไม่มีการปนเปื้อน เพราะทำให้เกิดความสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ แต่ควรเน้นผู้ปฏิบัติงานให้ความสำคัญกับเทคนิคปลอดเชื้อ (aseptic technique) และปิดฝาขวดบรรจุให้สนิท เมื่อมีการหยิบจับหรือเปิดใช้ทุกครั้ง เครื่องมืออุปกรณ์ที่นำมาแช่ในแอลกอฮอล์ 70% ต้องสะอาดและแห้ง เพราะฤทธิ์การฆ่าเชื้อของแอลกอฮอล์ถูกทำลายโดยสิ่งสกปรกที่เป็นสารอินทรีย์ (organic matters) เช่น เลือด และหนอง เป็นต้น2-4 และเครื่องมืออุปกรณ์ที่เปียกน้ำ จะทำให้น้ำยาแอลกอฮอล์ถูกเจือจาง และส่งผลให้ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อลดลง

 

สรุป

แอลกอฮอล์ 70% ในกระปุก forceps มีความคงตัวทางเคมีไม่น้อยกว่า 2 วัน ที่อุณหภูมิทั่วไป และคงตัวไม่น้อยกว่า 3 วัน ที่อุณหภูมิห้องปรับอากาศ  แอลกอฮอล์ 70% คงตัวไม่น้อยกว่า 7 วัน ในตลับแช่สำลี ที่จำลองการเปิดใช้, คงตัวไม่น้อยกว่า 60 วัน ในขวด PET ที่จำลองการเปิดใช้ และ คงตัวไม่น้อยกว่า 360 วัน ในขวด PET ที่ไม่เปิดใช้ เมื่อเก็บที่อุณหภูมิห้อง หรืออุณหภูมิทั่วไป

 

กิตติกรรมประกาศ

คณะผู้วิจัยขอขอบคุณคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่สนับสนุนทุนวิจัย เลขที่โครงการ I51215 และขอขอบคุณคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่สนับสนุนให้ใช้สถานที่และเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับการทำวิจัยนี้

เอกสารอ้างอิง

1.  The Council of the Pharmaceutical Society of Great Britain. The Pharmaceutical Codex. 12th ed. London : The Pharmaceutical Press, 1994.

2.  Morton HE. Alcohols. In: Block SS, editor. Disinfection Sterilization and Preservation. 3rd ed. Philadelphia : Lea & Febiger, 1983 : 225-39.

3.  Rotter ML. Alcohols for Antisepsis of Hands and Skin. In: Ascenzi JM, editor, Handbook of Disinfectants and Antiseptics. New York : Marcel Dekker, 1996 : 177-234.

4.  Moore SL, Payne DN. Types of antimicrobial agents. In: Fraise AP, Lambert PA, Maillard JY, editors. Principles and Practice of Disinfection Preservation and Sterilization. 4th ed. Oxford : Blackwell Publishing, 2004 : 8-97.

5.  Thaweethamcharoen T, Sasithornrojanachai S. Confidence in the daily use of antiseptic alcohol. Siriraj Med J 2009; 61: 78-81.

6.  คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา. เภสัชตำรับโรงพยาบาล พ.ศ. 2549. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา, 2549.

 

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Cancer Chemoprevention from Dietary Phytochemical (เคมีป้องกันมะเร็ง :กลไกการป้องกันของยาและสารจากธรรมชาติ)
 
Role of Natural Products on Cancer Prevention and Treatment (บทบาทของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในการป้องกันและรักษามะเร็ง)
 
Prescription-Event Monitoring: New Systematic Approach of Adverse Drug Reaction Monitoring to New Drugs (Prescription-Event Monitoring: ระบบการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาใหม่ )
 
The use of Digoxin in Pediatrics (การใช้ยาดิจ๊อกซินในเด็ก)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Pharmacology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0