Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Study of In-patients’ Charge Cost of the Cleft Lip and Cleft Palate Patients Aged 4- 5 Years old of Tawanchai Center, Srinagarind Hospital

การศึกษาค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในของผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ช่วงอายุ 4- 5 ปี ของศูนย์ตะวันฉาย โรงพยาบาลศรีนครินทร์

Rumpan Pattaranit (รำพรรณ ภัทรนิตย์) 1, Orathai Lekbunyasin (อรทัย เล็กบุญญาสิน) 2, Vasana Chantachum (วาสนา จันทะชุม) 3, Chainarong Songsung (ชัยณรงค์ ทรงสังข์) 4, Suteera Pradubwong (สุธีรา ประดับวงษ์) 5, Bowornsilp Chowchuen (บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น) 6




หลักการและวัตถุประสงค์ : ช่วงอายุ 0-5 ปี เป็นช่วงสำคัญของการรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ด้วยมากกว่าร้อยละ 80 เป็นผู้ใช้สิทธิบัตรทอง การศึกษานี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริงเปรียบเทียบกับเงินชดเชย ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช, NHSO) จ่ายให้แก่โรงพยาบาลตามระบบกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (DRG) ซึ่งเป็นข้อมูลเพื่อการกำหนดนโยบาย วางแผนการบริหารจัดการ ค่ารักษาพยาบาล ประเมินความต้องการด้านทรัพยากรการดูแลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ตามระบบการให้บริการสุขภาพ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อสถานพยาบาล

วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาแบบ retrospective เก็บข้อมูลจากเวชระเบียนผู้ป่วยที่มีอายุ 4- 5 ปี (นับถึงวันที่ 30 กันยายน 2554) ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ของศูนย์ตะวันฉาย โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเภทผู้ป่วยใน โดยเก็บข้อมูลช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2555 วิเคราะห์ข้อมูลโดย Visual FoxPro และ Microsoft Excel

ผลการศึกษา : พบว่าผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ที่ได้รับการผ่าตัด 120 ราย เป็นเพศชาย ร้อยละ 57.5 ปากแหว่ง (cleft lip) ร้อยละ 24.2 เพดานโหว่ (cleft palate) ร้อยละ 15.0 ปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่ ร้อยละ 60.8 ใช้สิทธิค่ารักษาพยาบาลหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ร้อยละ 87.5 สวัสดิการข้าราชการ ร้อยละ 12.5 ส่วนใหญ่ ร้อยละ 16.7 มีภูมิลำเนาในจังหวัดขอนแก่น ค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 74,760 บาท ค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยต่อครั้งอยู่ในช่วง 9,675  - 13,444 บาท ได้รับการผ่าตัด สูงสุด 6 ครั้ง ได้รับเงินชดเชยตามค่าน้ำหนักสัมพัทธ์คูณด้วยเงินอัตราจ่ายผู้ป่วยในระดับเขต (โรงพยาบาลศรีนครินทร์ อยู่ใน สปสช เขต 7) ที่คำนวณได้  ซึ่งเท่ากับร้อยละ 75.75 ของค่ารักษาจริง (นอกเขตเท่ากับ 9,000 บาท และในเขตเท่ากับ 7,700 บาท ต่อ Adj RW) ดังนั้น กองทุนควรปรับค่าชดเชยให้เหมาะสมกับค่ารักษาพยาบาลจริงของโรงพยาบาล เป็น 10,165 บาท ต่อ Adj RW (relative weight)

สรุป: โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ควรได้รับเงินชดเชยค่ารักษา พยาบาลของผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ จาก สปสช Adj RW ละ 10,165 บาท

 

Background and Objective: Cleft lip and cleft palate conditions should be treated in accordance with age in a holistic manner. This costs a great deal. Age of 0 to 5 is important for the treatment. The research aimed to study the medical expenses compensation for patients, covered by Universal Health Coverage Scheme under the National Health Security Office sent to the medical centers. The study used principles of Diagnostic Related Groups (DRG) and calculation of Relative Weight (RW) to calculate the actual expenses. To study the cost of hospitalization from birth to the ages of 4-5 years and to compare the actual cost of the medical compensation received by the medical center under the DRG in in-patients with cleft lip and cleft palate.

Method: A descriptive retrospective study was used on 120 cleft lip and palate patients of 4-5-year-old recorded in-patients at Tawanchai Center, Srinagarind Hospital, Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Data were collected for the two months period during May- June 2012 and analyzed using Visual FoxPro and Excel

Results: According to 120 cleft lip- cleft palate patients after surgery, 57.5 % were males with cleft lip 24.2 %, cleft palate 15.0 % and cleft palate with cleft lip 60.8 %. Eighty-seven percent of them were under Universal Health Coverage for their health insurance, 12.5 % of them were using government welfare rights  and 16.7 %  resided in Khon Kaen Province. Maximum frequency in one patient of surgery was six times. The highest medical expense per patient was 74,760 baht. The average medical expense was in the range of 9,675-13,444 baht per visit. Receive compensation according to the relative weight multiplied by the rate of money supply levels in the region (Srinagarind Hospital is located in NHSO region 7) is calculated, equal to the actual treatment of 75.75 % (beyond the other region is 9,000 baht and in region 7 is 7,700 baht per Adj RW), so NHSO should adjust the compensation fund, appropriate for the actual treatment of the hospital is 10165:Adj RW

Conclusion: Srinagarind hospital treatment in Cleft patients should receive 10,165 baht per AdjRW compensation from NHSO.

 

บทนำ

ภาวะความพิการแต่กำเนิด ปากแหว่ง เพดานโหว่ (cleft lip and cleft palate) จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาตามช่วงอายุอย่างองค์รวมโดยทีมสหวิทยาการ เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ ให้ผู้ป่วยได้รับการแก้ไข ฟื้นฟูภาวะความพิการ จนภาพลักษณ์ และอวัยวะต่าง ๆ  ทำงานได้ใกล้เคียงปกติ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการรักษาที่ยาวนาน ตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งอายุประมาณ 20 ปี  

การรักษาผู้ป่วยในช่วงอายุ 0-5 ปีนั้น เป็นช่วงสำคัญของการรักษาเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดซ่อมแซมภาวะปากแหว่งในช่วงอายุ 3-4 เดือน ซ่อมแซมภาวะเพดานโหว่ในช่วงอายุ 1 ขวบปี1,2 พร้อมทั้งการผ่าตัดตกแต่งริมฝีปาก และ/หรือปิดรูรั่วของเพดานปากในรายที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้ในการผ่าตัดครั้งแรก รวมทั้ง การผ่าตัดใส่ท่อระบายแรงดันของหูชั้นกลาง ในบางรายที่มีปัญหาของหูชั้นกลางอักเสบ ซึ่งบางรายได้รับการผ่าตัดมากถึง 6 ครั้ง3 โดยรวมค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาลทั้งหมดสูงถึง 85,419 บาท ซึ่งการผ่าตัดในแต่ละครั้งจะเกิดค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ถึงแม้จะได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐแล้วก็ตาม

ปัจจุบันการจ่ายชดเชยค่าบริการทางการแพทย์กลุ่มผู้ป่วยสิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง) ให้แก่สถานพยาบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช) จะจ่ายเงินชดเชยตามระบบกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (Diagnostic Related Groups, DRG) ซึ่งได้ทำนายปริมาณทรัพยากรที่ต้องใช้ในการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล โดยใช้ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์(RW) หรือ ต้นทุนเฉลี่ยในการดูแลผู้ป่วยในกลุ่ม DRG นั้น ๆ  ว่าเป็นกี่เท่าของต้นทุนเฉลี่ยของผู้ป่วยทุกกลุ่ม DRG เป็นตัวแปรคูณจำนวนเงินที่กำหนดตามงบประมาณที่ควรได้รับของแต่ละสถานพยาบาล เพื่อจ่ายเงินให้แก่โรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ 1 หน่วย  ใน สปสช เขต 7 มีค่า 7,700 บาท นอกเขต มีค่า 9,000 บาท โดยปัจจัยที่สำคัญในการจัดกลุ่มโรค ได้แก่ 1) รหัสโรคหลัก รหัสโรครองและหรือรหัสโรคแทรก ตามรหัส ICD-10 ของ WHO   2) รหัสผ่าตัด/หัตถการ  ตามรหัส  ICD-9-CM 3) อายุ 4) เพศ 5) น้ำหนักเด็ก (กรณีอายุไม่เกิน 1 ปี) และ 6) ชนิดของการจำหน่าย

วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้เพื่อศึกษาค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ในศูนย์ตะวันฉาย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงช่วงอายุ 4-5 ปี ในกลุ่มผู้ป่วยในเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงกับเงินชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ที่ได้รับตาม DRGs  

วิธีการศึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูล

          ศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ที่มีอายุ 4- 5 ปี นับถึงช่วงการเก็บข้อมูล (เดือนพฤษภาคม - มิถุนายน พ.ศ.2555) ทุกรายที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 120 ราย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย เก็บข้อมูลจากเวชระเบียนย้อนหลัง (retrospective study) โดยได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมของการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว (ลำดับที่ 4.6.04: 21/2555 เลขที่ HE 541281)

ผลการศึกษา

จากกลุ่มผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ที่มีอายุ 4-5 ปี จำนวนทั้งสิ้น 120 ราย มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดขอนแก่นตามที่ตั้งของศูนย์ตะวันฉาย มากที่สุด คือ ร้อยละ 16.7 รองลงมามีภูมิลำเนาในจังหวัด ร้อยเอ็ด สกลนคร และหนองบัวลำภู ร้อยละ 15.0, 11. 7 และ 9.2 ตามลำดับ (ตารางที่ 1) เป็นเพศชาย ร้อยละ 57.5 มีภาวะปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่ ร้อยละ 60.8 ปากแหว่ง ร้อยละ 24.2 และเพดานโหว่ ร้อยละ 15 (ตารางที่ 2) ใช้สิทธิบัตรทอง ร้อยละ 87.5 ที่เหลือร้อยละ 12.5 ใช้สิทธิสวัสดิการข้าราชการ (ตารางที่ 3) เมื่อพิจารณาตามการเป็นโรคเรียงตามจำนวนผู้ป่วยจากมากไปน้อย ผู้ป่วย ปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่ มีจำนวน 73 ราย พบว่า ทำการผ่าตัด 166 ครั้ง นอนรักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ยต่อครั้งการรักษา 2.6 วัน ใช้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2,067,575 บาท และค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยต่อครั้งการรักษาที่มีการผ่าตัด 12,455 บาท ได้ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์เฉลี่ย 1.2258 ผู้ป่วยปากแหว่ง มีจำนวน 29 ราย ทำการผ่าตัด 36 ครั้ง จำนวนวันนอนเฉลี่ยต่อครั้งการรักษา 1.9 วัน ใช้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 368,566 บาท เฉลี่ยต่อครั้งการรักษาที่มีการผ่าตัด 10,238 บาท ได้ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์เฉลี่ย 1.0419 และผู้ป่วยเพดานโหว่ มีจำนวน 18 ราย ทำการผ่าตัด 19 ครั้ง นอนรักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ยต่อครั้งการรักษา 2.6 วัน เท่ากับผู้ป่วยปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่ ค่ารักษาพยาบาลรวม 219,591 บาท เฉลี่ยต่อครั้งการรักษาที่มีการผ่าตัด 11,557 บาท ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์เฉลี่ย 1.0671 ซึ่งเป็นไปตามตัวแปรของการจัดกลุ่ม DRG คือ จำนวนวันนอนนานกว่า ใช้ทรัพยากรสูงกว่า ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ควรจะสูงกว่า (ตารางที่ 4)

จากการแจกแจงข้อมูลผู้ป่วยตามประเภทการผ่าตัด และการมีโรคร่วมและหรือโรคแทรกซ้อน ในกลุ่มผู้ป่วยปากแหว่ง และผู้ป่วยปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่ ที่ได้รับการผ่าตัด cheiloplasty จำแนกตามจำนวนครั้งที่ผ่าตัด จำนวนวันนอน ค่ารักษาพยาบาล และค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ พบว่า มีผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัด cheiloplasty จำนวน 88 ราย มีการผ่าตัด 130 ครั้ง  (2 ราย มีความถี่ในการเข้ารับการผ่าตัดสูงสุดถึง 5 ครั้ง) ค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยต่อครั้ง 11,661 บาท และเมื่อแบ่งตามภาวะการมีโรคร่วมและหรือโรคแทรกซ้อน กรณีไม่มีโรคร่วมและหรือโรคแทรกซ้อน มีการผ่าตัด 30 ครั้ง  จำนวนวันนอนเฉลี่ย 2.1 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง 10,997 บาท ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์เฉลี่ย 0.9212 กรณีมีโรคร่วมและหรือโรคแทรกซ้อน มีการผ่าตัด 100 ครั้ง  จำนวนวันนอนเฉลี่ย 2.3 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง 11,860 บาท ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์เฉลี่ย 1.2299 (ตารางที่ 5)

นับตามจำนวนครั้งของการผ่าตัด ผู้ป่วยมีการผ่าตัดตั้งแต่ 1 ถึง 6 ครั้ง จำนวนวันนอนเฉลี่ยจาก 2.4 ถึง 3.3 วัน ค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยต่อราย 12,017 บาท ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ เฉลี่ย 1.1822  มากที่สุด ร้อยละ 47.5 ผ่าตัดเพียงครั้งเดียว ผ่าตัด 2 ครั้ง ร้อยละ 34.2 ที่เหลือร้อยละ 18.3 ผ่าตัด 3 - 6 ครั้ง ค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยต่อครั้งสูงสุด คือ กลุ่มที่มีการผ่าตัด 6 ครั้ง 3 ครั้ง และ  2 ครั้ง คือ เท่ากับ 12,606 บาท 12,369 บาท และ 12,033 บาท ตามลำดับ แต่ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ ในกลุ่มที่มีการผ่าตัด 5 ครั้ง กลับสูงสุด เท่ากับ 1.3835 ขณะที่ กลุ่มที่มีการผ่าตัด 6 ครั้ง มีค่ารักษาพยาบาลสูงสุด ได้ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ เฉลี่ยเพียง 1.2038 (ตารางที่ 6)

กลุ่มผู้ป่วยที่รับการผ่าตัด palatoplasty มีจำนวน 62 ราย เข้าผ่าตัด 69 ครั้ง (7 ราย มีความถี่ในการเข้ารับการผ่าตัดสูงสุด 2 ครั้ง) ค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยต่อครั้ง 13,035 บาท แบ่งตามการมีโรคร่วมและโรคแทรกซ้อน กรณีไม่มีโรคร่วมหรือโรคแทรกซ้อน มีจำนวนวันนอนเฉลี่ย 2.4 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง 11,784 บาท ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์เฉลี่ย 0.9586 และกรณีมีโรคร่วมหรือโรคแทรกซ้อน มีจำนวนวันนอนเฉลี่ย 3.2 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง 13,444 บาท ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์เฉลี่ย 1.2195 (ตารางที่ 7)

กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดแก้ไขความบกพร่องแบบทุติยภูมิที่ริมฝีปากและจมูก(velopharyngeal incompetence) มีจำนวน 29 ราย มีการผ่าตัด 34 ครั้ง (5 ราย มีความถี่ในการเข้ารับการผ่าตัด 2 ครั้ง) ค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยต่อครั้ง 12,107 บาท แบ่งตามการมีโรคร่วมและโรคแทรกซ้อน กรณีไม่มีโรคร่วมหรือโรคแทรกซ้อน มีจำนวนวันนอนเฉลี่ย 2.1 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง  9,675 บาท ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์เฉลี่ย 1.1807 กรณีมีโรคร่วมหรือโรคแทรกซ้อน มีจำนวนวันนอนเฉลี่ย 2.7 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง 12,738 บาท ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์เฉลี่ย 1.4915 (ตารางที่ 8)

ตารางที่ 1 จำนวนผู้ป่วย จำแนกตามภูมิลำเนา (N=120)

จังหวัด

การวินิจฉัยโรค

รวม

ร้อยละ

ปากแหว่งร่วม ฯ

ปากแหว่ง

เพดานโหว่

ขอนแก่น

11

7

2

20

16. 7

ร้อยเอ็ด

10

4

4

18

15.0

สกลนคร

7

5

2

14

11.7

หนองบัวลำภู

8

3

0

11

9.2

มหาสารคาม

7

3

0

10

8.3

หนองคาย

7

1

1

9

7.5

เลย

6

1

1

8

6. 7

ชัยภูมิ

3

2

1

6

5.0

อุดรธานี

4

1

0

5

4.2

กาฬสินธุ์

0

2

3

5

4.2

นครพนม

4

0

0

4

3.3

ยโสธร

2

0

1

3

2.5

จังหวัดอื่น  

4

0

3

7

5.8

รวม

73

29

18

120

100.0

หมายเหตุ 1. “ปากแหว่งร่วม ฯ” ในตารางที่ 1, 4, 5, 7 และ 8 หมายถึง ปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่

                 2. “จังหวัดอื่น  ๆ ” หมายถึง กรุงเทพมหานคร เพชรบูรณ์ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และ นครราชสีมา จังหวัดละ 1 ราย

 

ตารางที่ 2 จำนวนผู้ป่วย จำแนกตามการวินิจฉัยโรค และเพศ (N=120)

การวินิจฉัยโรค

เพศ

รวม

ร้อยละ

ชาย

หญิง

ปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่

43

30

73

60.8

ปากแหว่ง

20

9

29

24.2

เพดานโหว่

6

12

18

15.0

รวม

จำนวน

69

51

120

100.0

ร้อยละ

57.5

42.5

100.0

 

 

ตารางที่ 3 จำนวนผู้ป่วย จำแนกตามสิทธิการรักษา (N=120)

การวินิจฉัยโรค

สิทธิการรักษา

รวม

ร้อยละ

ต้นสังกัดราชการ

บัตรทอง

ปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่

9

64

73

60.8

 

ปากแหว่ง

3

26

29

24.2

 

เพดานโหว่

3

15

18

15.0

 

รวม

 

จำนวน

15

105

120

100.0

ร้อยละ

12.5

87.5

100.0

 

 

ตารางที่ 4 จำนวนผู้ป่วยและการผ่าตัด จำแนกตามการวินิจฉัยโรค จำนวนวันนอน ค่ารักษาพยาบาล และค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ (N=120)

การวินิจฉัยโรค

จำนวนผู้ป่วย

จำนวนที่ผ่าตัด

จำนวนวันนอน

ค่ารักษาพยาบาล(บาท)

ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์

รวม

เฉลี่ย

รวม

เฉลี่ย

รวม

เฉลี่ย

ปากแหว่งร่วมฯ

73

166

438

2.6

2,067,575

12,455

203.4764

1.2258

ปากแหว่ง

29

36

69

1.9

368,566

10,238

37.5089

1.0419

เพดานโหว่

18

19

50

2.6

219,591

11,557

20.2758

1.0671

รวม

120

221

557

2.5

2,655,732

12,017

261.2611

1.1822

 

หมายเหตุ : “ค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ย” ในตารางที่ 4 และ 6 หมายถึง ค่าเฉลี่ยต่อครั้งการรักษาที่มีการผ่าตัด

 

ตารางที่ 5 จำนวนครั้งของการผ่าตัด ในกลุ่มผู้ป่วยปากแหว่งและผู้ป่วยปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่ที่ได้รับการผ่าตัด Cheiloplasty จำแนกตาม การมีโรคร่วมและหรือโรคแทรกซ้อน จำนวนวันนอน ค่ารักษาพยาบาล และค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ (N=88)

รายการ

จำนวนครั้งที่ผ่าตัด

วันนอน

ค่ารักษาพยาบาล(บาท)

ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์

รวม

เฉลี่ย

รวม

เฉลี่ย

รวม

เฉลี่ย

ไม่มีโรค

ปากแหว่งร่วมฯ

17

41

2.4

206,152

12,127

16.2622

0.9566

ปากแหว่ง

13

23

1.8

123,747

9,519

11.3745

0.8750

รวม

30

64

2.1

329,899

10,997

27.6367

0.9212

มีโรค

ปากแหว่งร่วมฯ

77

188

2.4

941,193

12,223

96.8555

1.2579

ปากแหว่ง

23

46

2.0

244,819

10,644

26.1344

1.1363

รวม

100

234

2.3

1,186,012

11,860

122.9899

1.2299

รวมทั้งหมด

ปากแหว่งร่วมฯ

94

229

2.4

1,147,345

12,206

113.1177

1.2034

ปากแหว่ง

36

69

1.9

368,566

10,238

37.5089

1.0419

รวม

130

298

2.3

1,515,911

11,661

150.6266

1.1587

หมายเหตุ  1. “ไม่มีโรค” ในตารางที่ 5, 7 และ 8 หมายถึง ไม่มีโรคร่วมและหรือโรคแทรกซ้อน

                  2. “มีโรค” ในตารางที่ 5, 7 และ 8 หมายถึง มีโรคร่วมและหรือโรคแทรกซ้อน

 

ตารางที่ 6 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด จำแนกตามจำนวนครั้งที่ได้รับผ่าตัด จำนวนวันนอน ค่ารักษาพยาบาล และค่าน้ำหนักสัมพัทธ์  (N=120)

จำนวนกาผ่าตัดที่ได้รับ

จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด

จำนวนที่ผู้ป่วยผ่าตัด

จำนวนวันนอน

ค่ารักษาพยาบาล(บาท)

ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์

จำนวน

ร้อยละ

รวม

เฉลี่ย

รวม

เฉลี่ย

รวม

เฉลี่ย

1

57

47.5

57

138

2.4

671,498

11,781

60.1698

1.0556

2

41

34.2

82

194

2.4

986,665

12,033

96.8642

1.1813

3

11

9.2

33

79

2.4

408,162

12,369

41.8749

1.2689

4

8

6.7

32

94

2.9

382,855

11,964

40.9890

1.2809

5

1

0.8

5

12

2.4

55,280

11,056

6.9176

1.3835

6

2

1.7

12

40

3.3

151,272

12,606

14.4456

1.2038

รวม

120

100.0

221

557

2.5

2,655,732

12,017

261.2611

1.1822

 

ตารางที่ 7   จำนวนผู้ป่วยปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่ และผู้ป่วยเพดานโหว่ ที่ได้รับการผ่าตัด Palatoplasty จำแนกตามการมีโรคร่วมและหรือโรคแทรกซ้อน จำนวนวันนอน ค่ารักษาพยาบาล และ ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ (N=62)

รายการ

ผู้ป่วย

วันนอน

ค่ารักษาพยาบาล (บาท)

ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์

รวม

รวม

เฉลี่ย

รวม

เฉลี่ย

รวม

เฉลี่ย

ไม่มีโรค

ปากแหว่งร่วมฯ

11

27

2.5

133,527

12,139

9.8942

0.8995

เพดานโหว่

6

13

2.2

66,798

11,133

6.4015

1.0669

รวม

17

40

2.4

200,325

11,784

16.2957

0.9586

มีโรค

ปากแหว่งร่วม ฯ

41

133

3.2

566,241

13,811

52.2322

1.2740

เพดานโหว่

11

32

2.9

132,860

12,078

11.1820

1.0165

รวม

52

165

3.2

699,101

13,444

63.4142

1.2195

ทั้งหมด

ปากแหว่งร่วมฯ

52

160

3.1

699,768

13,457

62.1264

1.1947

เพดานโหว่

17

45

2.6

199,658

11,745

17.5835

1.0343

รวม

69

205

3.0

899,426

13,035

79.7099

1.1552

 

ตารางที่ 8  จำนวนผู้ป่วยปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่ และผู้ป่วยเพดานโหว่ ที่ได้รับการผ่าตัด Velopharyngeal incompetence จำแนกตามการมีโรคร่วมและหรือโรคแทรกซ้อน จำนวนวันนอน ค่ารักษาพยาบาล และค่าน้ำหนักสัมพัทธ์

 

รายการ

ผู้ป่วย

วันนอน

ค่ารักษาพยาบาล(บาท)

ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์

รวม

รวม

เฉลี่ย

รวม

เฉลี่ย

รวม

เฉลี่ย

ไม่มีโรค

ปากแหว่งร่วมฯ

7

15

2.1

67,726

9,675

8.2646

1.1807

เพดานโหว่

0

0

0.0

0

0

0.0000

0.0000

รวม

7

15

2.1

67,726

9,675

8.2646

1.1807

มีโรค

ปากแหว่งร่วมฯ

25

67

2.7

323,988

12,960

37.5781

1.5031

เพดานโหว่

2

5

2.5

19,933

9,967

2.6923

1.3462

รวม

27

72

2.7

343,921

12,738

40.2704

1.4915

ทั้งหมด

ปากแหว่งร่วมฯ

32

82

2.6

391,714

12,241

45.8427

1.4326

เพดานโหว่

2

5

2.5

19,933

9,967

2.6923

1.3462

      รวม

34

87

2.6

411,647

12,107

48.5350

1.4275

 

 

วิจารณ์

         การคิดเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คิดตามเกณฑ์คุณภาพผลงานบริการ ผู้ป่วยนอนรักษาในโรงพยาบาลจะจ่ายให้ตาม adjRW (ค่าน้ำหนักการให้ บริการผู้ป่วยตามระบบกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม) โดยคำนวณอัตราจ่ายผู้ป่วยในที่หน่วยบริการผู้ป่วยภายในเขตเดียวกันที่อัตราระดับเขตที่คำนวณได้คือ 7,700 บาท ต่อ adjRW ซึ่งคิดจากข้อมูลย้อนหลังของโรงพยาบาลทั้งประเทศ นำมาคำนวณกับเงินงบประมาณในแต่ละไตรมาศที่ได้รับ ส่วนอัตราจ่ายผู้ป่วยในที่หน่วยบริการให้บริการผู้ป่วยนอกเขตคำนวณอัตราจ่ายที่ 9,000 บาท ต่อ adjRW จุดเด่นของการศึกษานี้ คือ เน้นให้เห็นถึงความไม่สมดุลของค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลได้ให้การรักษาจริงกับค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับการชดเชยกลับคืน จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ดีเพื่อการนำเสนอเชิงนโยบายการจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาล เช่นที่เคยได้รับเพิ่มจากช่วงปี พ.ศ.2549-2552 ที่มีการเหมาจ่ายค่าผ่าตัดรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ในโครงการยิ้มสวยเสียงใสเพียง 6,500 บาท/ครั้ง โดยไม่ได้คำนึงถึงภาวะแทรกซ้อนหรือภาวะโรคร่วมแต่อย่างใด การศึกษานี้ ทำให้ทราบว่าโรงพยาบาลได้รับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาล จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพียงร้อยละ 75.75 ของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจริง สอดคล้องกับการศึกษาของ พจน์ชวิทย์ อภิเวศ4 ที่ศึกษาค่ารักษาพยาบาลตามเกณฑ์ DRG เปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บสำหรับโรคที่พบบ่อยในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ปี พ.ศ.2546 พบว่า โรงพยาบาลศรีนครินทร์ได้รับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลต่ำกว่าค่ารักษาพยาบาลจริง โดยได้รับประมาณร้อยละ 74 เท่านั้น ทำให้ทราบจำนวนครั้งของการผ่าตัดของผู้ป่วยในแต่ละราย และภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ  ที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการบริหารจัดการระบบการให้บริการสุขภาพ และประเมินความต้องการด้านทรัพยากรการดูแลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ อย่างองค์รวมและยั่งยืนต่อไป     ทั้งนี้ เชื่อว่าโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองคุณภาพจากสถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาลได้ดำเนินการเพื่อการลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และเพิ่มความสมบูรณ์ครบถ้วนของข้อมูลที่ส่งเบิกทำให้ค่าน้ำหนักสัมพัทธ์สูงขึ้นไปแล้วระดับหนึ่ง กระนั้นเงินชดเชยที่ได้รับในกลุ่มผู้ป่วยภาวะความพิการแต่กำเนิด ปากแหว่ง เพดานโหว่ ยังน้อยกว่าค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลได้ให้การรักษาจริง ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลที่ทำให้ผู้บริหารทราบข้อเท็จจริงมากขึ้น และสามารถนำไปต่อรองหรือกำหนดนโยบายของโรงพยาบาลให้อยู่รอด และปรับปรุงกระบวนการในการรักษาพยาบาลให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาอย่างทั่วถึงเพื่อสุขภาพชีวิตที่ดี

อย่างไรก็ตาม แม้โรงพยาบาลจะต้องรับภาระและแบกรับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นจากการรับรักษาผู้ป่วยมีภาวะโรคร่วมที่ส่งต่อมาจากสถานพยาบาลอื่น ด้วยหลักมนุษยธรรมและเพื่อตอบสนองต่อโครงการเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ยังยินดีเข้าร่วมโครงการฯ  ซึ่งทำให้ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่เข้าถึงบริการได้มากขึ้น

สรุป

ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ที่มีอายุ 4-5 ปี ในช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน พ.ศ.2555 มีทั้งสิ้น 120 ราย เป็นเพศชาย ร้อยละ 57.5 มีภาวะปากแหว่งร่วมกับเพดานโหว่ ร้อยละ 60.8 มีภูมิลำเนามากที่สุด อยู่ในจังหวัดขอนแก่นตามที่ตั้งของศูนย์ตะวันฉาย จะได้รับค่าชดเชยค่ารักษาพยาบาลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ต่อค่าใช้จริงตามอัตราของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ประมาณ 3 : 4 นั่นคือ ค่า 1 adjRW เท่ากับ 7,700 บาท ค่ารักษาพยาบาลในการให้การรักษาผ่าตัดผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เมื่อเปรียบเทียบกับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลต่อค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ที่ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจ่ายให้ ทำให้โรงพยาบาลได้รับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลโดยเฉลี่ยเพียงร้อยละ 75.75 ซึ่งเป็นสภาวะที่ต่ำกว่าที่โรงพยาบาลควรจะได้รับ ดังนั้น เพื่อปรับราคาค่าชดเชยให้เหมาะสมกับค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาล ควรต้องเพิ่มเงินต่อค่าน้ำหนักสัมพัทธ์เป็น 10,165 บาท ต่อ 1 น้ำหนักสัมพัทธ์  ทั้งนี้ ควรต้องศึกษาในแง่คุณภาพการรักษาและการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าควบคู่กันไปด้วย

กิตติกรรมประกาศ

          การศึกษาครั้งนี้ได้รับทุนอุดหนุนจากศูนย์วิจัยผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่และพิการแต่กำเนิดของศีรษะและใบหน้า ภายใต้โครงการตะวันฉาย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะผู้วิจัย ขอขอบพระคุณ ผู้ให้ทุน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ที่อนุญาตให้เก็บข้อมูล และเจ้าหน้าที่งานเวชระเบียนและสถิติทุกท่าน ในความร่วมมือต่อการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นอย่างดี

เอกสารอ้างอิง

1. บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น. การดูแลแบบสหวิทยาการของผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่และความพิการแต่กำเนิดของใบหน้าและกะโหลกศีรษะ.  ขอนแก่น: ศิริภัณฑ์ออฟเซ็ท, 2547.

2. สุธีรา ประดับวงษ์.  การดูแลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ตามช่วงอายุแบบสหวิทยาการ.   ศรีนครินทร์เวชสาร 2550; 22: 291-6.

3. อรทัย เล็กบุญญาสิน, สุธีรา ประดับวงษ์, วาสนา จันทะชุม, สุพิชฌาย์ อุดมธนะทรัพย์, บวรศิลป์ เชาวน์ชื่น. การศึกษาสถิติของผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ศรีนครินทร์ ปี พ.ศ. 2527-2550. ศรีนครินทร์เวชสาร 2552; 24: 240-6.

4. พจน์ชวิทย์ อภินิเวศ. ค่ารักษาพยาบาลตามเกณฑ์ DRG เปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บ สำหรับโรคที่พบบ่อยในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ปี พ.ศ. 2546. ศรีนครินทร์เวชสาร 2550; 22: 261-6.

5. คู่มือการดำเนินโครงการ “ยิ้มสวย เสียงใส” เทิดพระเกียรติ ๕0 พรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค กระทรวงสาธารณสุข พิมพ์ครั้งที่ 2 โรงพิมพ์ เวิร์คพริ้นท์ กรุงเทพมหานคร, 2550.

6. คู่มือบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2555 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พิมพ์ครั้งที่ 1 ห้างหุ้นส่วนจำกัด อรุณการพิมพ์, 2555.

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

 
Current concept in management of cholangiocarcinoma (โรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma))
 
Comparative Study Between the Conventional Endoscopic Cholecystectomy of Paient with Gall Stone using the Operative Assistants and Endoscopic Cholecystectomy using the new Innovated Adjustable Telescopic Holder (การศึกษาเปรียบเทียบการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีกล้องวิดิทัศน์ด้วยการใช้เครื่องมือช่วยจับถือกล้องวิดิทัศน์ (Adustable Telescopic Holder) ที่ประดิษฐ์ขึ้นเองกับการใช้ผู้ช่วยผ่าตัดถือกล้องวิดิทัศน์)
 
Laparoscopic Cholecystectomy (การผ่าตัดถุงน้ำดีทางกล้องวิดีทัศน์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Surgery
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0