Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Ochroconis : the Opportunistic Fungal Pathogens that Should be Concerned

Ochroconis : เชื้อราก่อโรคฉวยโอกาสที่พึงระวัง

Kittipan Samerpitak (กิตติพันธุ์ เสมอพิทักษ์) 1, Thicumporn Kuyyakanond (ฑิฆัมพร กุยยกานนท์) 2, G S de Hoog (จี เอส เดอ โฮ้ก) 3




บทนำ

เนื่องจากในปัจจุบัน ความก้าวหน้าในวิทยาการทางการแพทย์ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ นำมาซึ่งการค้นพบวิธีการต่างๆ รวมไปถึงวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูง ที่สามารถจำแนกและระบุเชื้อจุลินทรีย์สาเหตุก่อโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้น ทำให้เกิดการค้นพบเชื้อราก่อโรคตัวใหม่ๆ ที่มีศักยภาพในการก่อโรคร้ายแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับ เช่น Exophiala dermatitidis, Cladophialophora bantian และ Ramichloridium(Rhinocladiella) mackenzei เป็นต้น ซึ่งเชื้อราในสกุล Ochroconis ก็เป็นหนึ่งในเชื้อราดังกล่าว การทำความรู้จักเชื้อราสกุลนี้จะช่วยให้เกิดความรู้เข้าใจ นำมาซึ่งการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง ตลอดจนสามารถวางแผนการรักษาผู้ป่วยและระวังป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลักษณะทั่วไป

Ochroconis จัดเป็นเชื้อราสาย (mold) ที่สร้างใยรามีผนังกั้น (septate hypha) จัดอยู่ในกลุ่มเชื้อราพวก melanized Hyphomycetes ที่ในผนังเซลล์มีสารเมลานิน ซึ่งทำให้ใยราและโครงสร้างส่วนใหญ่มีสีเข้ม เชื้อราในสกุลนี้จะสร้างสปอร์ไม่อาศัยเพศชนิดโคนิเดีย (conidia) ที่มีรูปร่างหลายแบบ เช่น รูปรี (ellipsoidal) รูปกระสวย (fusiform) หรือ รูปไต (pyriform) อยู่บนก้านชูรูปทรงกระบอกสั้น หรือรูปกรวย ส่วนปลายอาจมีโครงสร้างคล้ายปากแจกันสั้นๆ (collarette) และเมื่อโคนิเดียแก่ตัวเต็มที่จะหลุดออกจากจากก้านชูโคนิเดียโดยวิธีการสลายของเซลล์ที่รองรับโคนิเดีย (rhexolytic secession)1,2  ในปัจจุบันเชื้อราในสกุล Ochroconis ถูกจัดจำแนกเป็น 4 ชนิด คือ Ochroconis gallopava, O. constricta, O. humicola และ O. tshawytschae ตามลักษณะโคนิเดียที่ใช้ในการระบุแต่ละชนิดแสดงไว้ในรูปที่ 1 ก,ข,ค  ดังรายละเอียดตามรูปวิธานในตารางที่ 1

 

             . O. constricta                   . O. gallopava                 . O. tshawytschae

 

รูปที่ 1 แสดงลักษณะโคนิเดียของเชื้อราในสกุล Ochroconis : Lactic acid preparation, กำลังขยาย 1,000 เท่า

 

 ตารางที่ 1  รูปวิธานสำหรับระบุชนิดของเชื้อราสกุล Ochroconis

 

1a. Conidia usually 4-celled……………………………………………………………………..O. tshawytschae

1b. Conidia usually 2-celled…………………………………………………………………………………………..2

2a. Conidia distinctly clavate, upper cell being markedly wider than basal cell…...O. gallopava

2b. Conidia broadly ellipsoidal or cylindrical, upper cell not markedly wider than basal cell….3

3a. Conidia cylindrical, not constricted at the septum………………………………………O. humicola

3b. Conidia broadly ellipsoidal, constricted at the septum……………………………….O. constricta

 

ที่มา : Hoog GS de, Guarro J, Gene J and Figueras MJ. Atlas of clinical fungi 2nd edition. Centraalbureau voor Schimmelcutures/Universitat Rovira I Virgili, 2000 : p779.

 

 

แหล่งพบเชื้อ

O.  constricta เป็นชนิดแรกที่ถูกค้นพบในสกุลนี้ โดยมีรายงานการเพาะแยกได้จากตัวอย่างของดินจากไร่ฝ้ายและไร่อ้อย3,4  ส่วน O. humicola ก็มีรายงานการเพาะแยกได้จากดิน5 เช่นเดียวกันกับ O. tshawytschae โดยเฉพาะจากดินที่มีซากพืชปะปน6 ในขณะที่ O. gallopava มีรายงานการเพาะแยกเชื้อได้จากแหล่งของตัวอย่างที่มีอุณหภูมิสูง เช่น น้ำจากน้ำพุร้อน7-9  ดินจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง7,8,10-12  เศษมูลฝอยสะสมจากเครื่องต้มน้ำทำความร้อนในบ้าน(broiler-house litter)13,14  น้ำอุ่นที่ออกจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์15 และในกองของเสียจากถ่านหินที่มีอุณหภูมิสูง (self heated coal waste piles)7

 

การก่อโรคในสัตว์

O. tshawytschae เป็นชนิดแรกที่มีรายการการก่อโรคในสัตว์ โดยพบรายงานการก่อโรคติดเชื้อที่ไตของปลา Chinook salmon (Oncorhynchus tshawytschae)16  และมีรายงานพบ Ochroconis sp. ก่อโรคในปลา Masu salmon (Oncorhynchus masou) ซึ่งเชื้อราชนิดนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับ O. tshawytschae ATCC 991517  เช่นเดียวกับ O. humicola ซึ่งมีรายงานการก่อโรคในสัตว์เลือดเย็นหลายชนิด โดยมีรายการก่อโรคใน ปลา Coho salmon (Oncorhynchus kisutch)18  ก่อโรค phaeohyphomycosis ที่มีการระบาดในปลา Rainbow trout จำนวนมาก19  ก่อโรค muscular black spot ในปลา Atlantic salmon (Salmo salar)20   ก่อโรคในตะพาบ8  และก่อโรคในปลาทะเล Devil stinger (Inimicus japonicus) ที่เลี้ยงในฟาร์ม21  และมีรายงานว่าเชื้อชนิดนี้ก่อโรค subcutaneous lesion ได้ในแมว22  ซึ่งอย่างไรก็ตามจากข้อมูลเหล่านี้ดูเหมือนว่าทั้ง O. humicola  และ O. tshawytshae  จะมีแนวโน้มในการก่อโรคกับสัตว์เลือดเย็นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตรงกันข้ามกับ O. gallopava ที่มีรายงานการก่อโรคในสัตว์เลือดอุ่นโดยเฉพาะพวกสัตว์ปีก ซึ่งมีรายงานการก่อโรคครั้งแรกจากสหรัฐ โดยพบการติดเชื้อในสมองของลูกไก่งวง23  ตามมาด้วยรายงานการก่อโรคติดเชื้อที่สมองและปอดกับสัตว์ปีกในฟาร์มของสหรัฐ14,23-26   ก่อโรคกับลูกนกกระทาญี่ปุ่น (Japanese quail chicks ( Coturnix coturnix japonica)27    ก่อโรคกับนก Grey-winged trumpeters (Psophia crepitans)28     ก่อโรคกับลูกนกเค้าแมวหิมะ (Snowy owl chick (Nectea scandiaca)29    รวมทั้งรายงานการก่อโรคกับ นกแก้ว Antipodean parakeet จากนิวซีแลนด์30 และลูกไก่จากอินเดีย31  นอกจากนี้ยังมีรายงานการก่อโรคแบบ systemic infection กับสัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น แมว32  และสุนัข33

 

การก่อโรคในคน

มีรายงานการเพาะแยก O. humicola ได้จากเล็บและรอยโรคที่ผิวหนังของคน6  แต่ที่น่าสนใจคือ O. gallopava  ซึ่งมีรายงานการก่อโรคที่อวัยวะภายในเป็นครั้งแรกจากสหรัฐโดยพบการติดเชื้อที่ปอด34  หลังจากนั้นก็มีรายงานการก่อโรคของเชื้อราชนิดนี้ออกมาเป็นระยะ โดยส่วนมากจะพบการติดเชื้อที่ปอดและสมองในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ป่วยที่ได้รับเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ เช่น หัวใจ30,35-37 ตับ38-44 ปอด45 หรือ ไต44,46,47  นอกจากนี้ยังพบการติดเชื้อทั้งที่ปอดและสมองในผู้ป่วย leukemia48-50  ผู้ป่วย AIDS และ ผู้ป่วยเบาหวาน43,51  ผู้ป่วยโรค pemphigus52 และผู้ป่วยโรค pneumoconiosis31  แต่อย่างไรก็ตามยังมีรายงานการก่อโรคแบบ subcutaneous mycoses ได้เช่นกันโดยมีรายงานในผู้ป่วย leukaemia53 และ ผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายปอด54 รวมไปถึงมีรายงานการก่อโรคติดเชื้อที่ตาในผู้ป่วย lymphoma ด้วย55

ซึ่งจากข้อมูลเหล่านี้ ทำให้ O. gallopava ถูกจัดเป็นเชื้อราฉวยโอกาสที่ต้องระวัง นอกเหนือจากกลุ่ม melanized Hyphomycetes ที่จัดเป็นเชื้อก่อโรคร้ายแรงอันได้แก่  Exophiala dermatitidis, Cladophialophora bantiana  และ Ramichloridium mackenziei เนื่องจากมีศักยภาพในการบุกรุกก่อโรคที่สมองได้56

ส่วนรายงานการก่อโรคในคนที่มีภูมิคุ้มกันปกติ ก็พบได้เช่นกัน โดยพบก่อโรคที่ปอดผู้ป่วยหญิงชราอายุ 79 ปี57 คนงานเหมืองถ่านหิน49  และ คนงานโรงงานทำเยื่อกระดาษไม้ (wood pulp workers)58 ทำให้อาจกล่าวได้ว่าโรคที่เกิดจากเชื้อ O. gallopava จัดเป็นโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพ (occupational disease) ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีรายงานการก่อโรคที่ปอดร่วมกับเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium avium intracellulare ในผู้ป่วยชายอายุ 72 ปี59

 

การวินิจฉัยโรค

เนื่องจากผู้ป่วยที่มีรายงานการติดเชื้อ O. gallopava มักอยู่ในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือบกพร่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ อาการและอาการแสดงของโรคมักไม่มีลักษณะที่จำเพาะ  ความผิดปกติที่ปรากฏเกิดขึ้นส่งผลมาจากความผิดปกติของอวัยวะที่มีการติดเชื้อ การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการระบุชนิดของเชื้อราสาเหตุ วิธีการตรวจสิ่งส่งตรวจด้วยวิธีย้อมสี Grocott’s methenamine silver stain, Gomori methenamine silver stain หรือ วิธี KOH-preparation แล้วตรวจโดยตรงด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเป็นขั้นตอนที่สะดวกรวดเร็วสำหรับช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยโรคติดเชื้อราเบื้องต้น ซึ่งลักษณะของเชื้อรา O. gallopava ที่จะสามารถตรวจพบได้จากสิ่งส่งตรวจ โดยเฉพาะจากชิ้นเนื้อ หรือ หนอง จะพบโครงสร้างของเชื้อราในลักษณะของใยรามีผนังกั้นสีน้ำตาลอ่อน (light brown septate hyphae)39,45  และอาจพบร่วมกับเซลล์รูปทรงกลม รี ที่มีผนังหนาคล้ายกับลักษณะของ chlamydospore46,51 อย่างไรก็ตามลักษณะเหล่านี้จัดเป็นลักษณะทั่วไปที่สามารถพบได้ในเชื้อรากลุ่ม melanized Hyphomycetes

ส่วนขั้นตอนการเพาะแยกเชื้อมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการระบุชนิดของเชื้อราสาเหตุให้ถูกต้อง ซึ่งอาหารที่ใช้เพาะแยกเชื้อได้แก่ Potato dextrose agar, Sabouraud dextrose agar, Malt extract agar หรือ Oat meal agar2,9,30 โดยเชื้อราชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตให้เห็นโคโลนีภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนการระบุชนิดจะอาศัยลักษณะโคนิเดียตามที่บรรยายไว้ในรูปวิธานตามตารางที่ 1 นอกจากวิธีการเพาะเลี้ยงเพื่อระบุชนิดแล้ว ยังมีรายงานการพยายามใช้เทคนิคทางด้านอณูชีววิทยาเพื่อเป็นการช่วยลดระยะเวลาในการระบุเชื้อราชนิดนี้ โดยวิธีที่ใช้และรายงานว่ามีความจำเพาะเป็นที่น่าพอใจคือ วิธี loop-mediated isothermal amplification (LAMP)30

 

การรักษาโรค

เนื่องจากเชื้อรา O. gallopava ก่อให้เกิดการติดเชื้อแบบเรื้อรังที่อวัยวะภายในที่สำคัญ การรักษาส่วนใหญ่มักจะใช้การผ่าตัดร่วมกับการให้ยาต้านเชื้อรา ซึ่งยาที่มีรายงานว่าได้ผลดีกับผู้ป่วยที่พบการติดเชื้อที่ปอดและสมองหรืออวัยวะอื่นๆ ได้แก่ Amphotericin B และ Itraconazole37,45,47  หรืออาจใช้ยาทั้งสองชนิดร่วมกับ Flucytosine38  ส่วนผู้ป่วยที่พบการติดเชื้อเฉพาะที่ปอดมีรายงานว่ายาที่ใช้ ได้แก่  Amphotericin B, Fluconazole และ Voriconazole ร่วมกัน44  หรือ ให้เฉพาะ  Amphotericin B35, Itraconazole หรือ Voriconazole44 อย่างใดอย่างหนึ่ง

 

 

สรุป

เชื้อราในสกุล Ochroconis  ดูเหมือนจะแบ่งได้เป็นสองกลุ่มตามศักยภาพในการก่อโรค คือกลุ่มที่ประกอบด้วย  O. humicola และ O. tshawytschae ที่มักจะก่อโรคกับสัตว์เลือดเย็นพวกปลาทะเลและสัตว์เลื้อยคลาน กับ O. gallopava ซึ่งมักก่อโรคกับสัตว์เลือดอุ่น พวกสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งเชื้อราชนิดหลังนี้น่าจะเป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยงทั้งในบ้านและในฟาร์มมากกว่ากลุ่มแรก แม้ว่าในประเทศไทยยังไม่มีรายงานการก่อโรคทั้งในคนและสัตว์จาก O. gallopava แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเช่นกันว่าไม่พบเชื้อราดังกล่าวในสภาพแวดล้อม เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ปีกจำนวนมาก มีพื้นที่รองรับการอพยพย้ายถิ่นฐานประจำปีตามธรรมชาติของสัตว์ปีกหลายชนิด มีการคมนาคมขนส่งทั้งผู้คนและสินค้ากับต่างประเทศที่สะดวกรวดเร็ว  มีความก้าวหน้าทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยด้วยการปลูกถ่ายอวัยวะหลายชนิด ตลอดจนมีผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องเนื่องจากสาเหตุใดๆก็ตาม  ด้วยปัจจัยดังที่กล่าวมาแล้วเหล่านี้ ทำให้มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะพบการก่อโรคจากเชื้อรา Ochroconis ดังนั้นการมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและข้อมูลพื้นฐาน จะเป็นประโยชน์เมื่อมีอุบัติการณ์ของโรคติดเชื้อนี้เกิดขึ้น โดยจะช่วยให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาผู้ป่วยมีความตระหนัก สามารถให้การวินิจฉัย วางแผนการรักษาและระวังป้องกันการเกิดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

1. Hoog GS de. Taxonomy of Dactylaria complex.IV-VI. Stud Mycol 1985;26:1-60.

2. Hoog GS de, Guarro J, Gene J, Figueras MJ. Atlas of clinical fungi 2nd edition. Centraalbureau voor Schimmelcutures/Universitat Rovira I Virgili, 2000.

3. Abbot EV. Scolecobasidium, A new genus of soil fungi. Mycologia 1927;19:29-31.

4. Atkinson RG. A new species of Heterosporium from soil. Mycologia 1952;44:813-22.

5. Barron Gl, Busch LV. Studies on the soil Hyphomycete Scolecobasidium. Can J Bot 1962;40:77-84.

6. Available from URL: http://www.cbs.knaw.nl/fungi/BioloMICS.aspx?searchopt=2 [Cite : 01,27,009]

7. Tansey MR, Brock TD. Dactylaria gallopava, a cause of avian encephalitis, in hot spring effluents, thermal soils and self heated coal waste piles. Nature 1973;242:202-3.

8. Weitzman I, Rosenthal SA, Shupack JL. A comparison between Dactylaria gallopava and Scolecobasidium humicola: first report of an infection in tortoise caused by S. humicola. Sabouraudia 1983;23:287-93.

9. Yorita K, Sano A, Murata Y, Takayama A, Takahashi Y, Takahashi H, et al. Pathogenicity of Ochroconis gallopava isolated from hot spring in Japan and a review of published reports. Mycopathologia 2007;164:135-47.

10. Evan HC. Thermophilous fungi of coal spoil tips. I. Taxonomy. Trans Brit Mycol Soc 1971:57:241-54.

11. Evan HC. Thermophilous fungi of coal spoil tips. II. Occurrence, distribution and temperature. Trans Brit Mycol Soc 1971:57:255-66.

12. Redman RS, Litvenseva A, Sheehan KB, Henson JM, Rodriguez RJ. Fungi from geothermal soil in Yellowstone National Park. Appl Env Microb 1999;65:5193-7.

13. Waldrip DW, Padhye AA, Ajello L, Ajello M. Isolation of Dactylaria gallopava from broiler-house litter. Avian Dis 1974;18:445-51.

14. Randall CJ, Owen DW. Encephalitis in broiler chickens caused by a hyphomycte resembling Dactylaria gallopava. Avian Pathol 1981;10:31-41.

15. Rippon JW, Gerhold R, Heath M. Thermotolerant fungi isolated from the thermal effluent of nuclear power generating reactors ; Dispersal of human opportunistic and veterinary pathogenic fungi. Mycopathologia 1980;70169-79.

16. Doty MS, Slater DW. A new species of Heterobasidium pathogenic on young chinook salmon. Am Midl Nat 1946;36:663-5.

17. Hatai K, Kubota SS. A visceral mycosis in cultured masu salmon (Oncorhynchus masou) caused by a species of Ochroconis. J Wildlife Dis 1989;25:83-8.

18. Ross AJ, Yasutake WT. Scolecobasidium humicola, a fungal pathogen of fish. J Fish Res Board Can 1973;30:994-5.

19. Ajello L, McGinnis MR, Camper J. An outbreak of phaeohyphomycosis in rainbow trout caused by Scolecobasidium humicola. Mycopathologia 1977;62:15-22.

20. Schaumann K, Priebe K. Ochroconis humicola causing muscular black spot disease disease of Atlantic salmon(Salmo salar). Can J Bot 1994;72:1629-34.

21. Wada S, Nakamura K, Hatai K. First case of Ochroconis humicola infection in marine cultured fish in Japan. Fish Pathol 1995;30:125-6.

22. VanSteenhouse JL, Padhye AA, Ajello L. Subcutaneous phaeohyphomycosis caused by Scolecobasidium humicola in a cat. Mycopathologia 1988;102:123-7.

23. Georg LK, Bierer BW, Cooke WB. Encephalitis in turkey poults due to a new fungus species. Sabouraudia 1964;3:239-44.

24. Connole MD. Some aspects of animal mycosis in Australia. In : Fourth Meeting of the International Society for Human and Animal Mycology, in New Orleans, USA, 1967.

25. Blalock HG, Georg LK, Derieux WT. Encephalitis in Turkey poults due to Dactylaria(Diplorhinotrichum) gallopava : case report and its experimental reproduction. Avian Dis 1973;17:197-204.

26. Ranck FM, Georg LK, Wallace DH. Dactylariosis : a newly recognized fungus disease of chickens. Avian Dis 1973;8:4-20.

27. Shane SM, Markovits J, Snider TG 3rd, Harrington KS. Encephalitis attributed to dactylariosis in Japanese quail chicks(Coturnix coturnix japonica). Avian Dis 1985;29:822-8.

28. Karesh WB, Russell R, Gribble D. Dactylaria gallopava encephalitis in two grey-winged trumpeters(Psophia crepitans). Avian Dis 1987;31:685-8.

29. Salkin IF, Dixon DM, Kemna ME, Danneman PJ, Griffith JW. Fatal encephalitis caused by Dactylaria constricta var. gallopava in a snowy owl chick (Nectea scandiaca). J Clin Microbiol 1990;28:2845-7.

30. Ohori A, Endo S, Sano A, Yokoyama K, Yarita K, Yamaguchi M, et al. Rapid identification of Ochroconis gallopava by loop-mediated isothermal amplification(LAMP) method. Vet Microbiol 2006;114:359-65.

31. Mohapatra N. Fungal encephalitis in poultry. Poultry Adv 1993;26:61-2.

32. Padhye AA, Amster RL, Browning M, Ewing EP. Fatal encephalitis caused by Ochroconis gallopava in a domestic cat. J Med Vet Mycol 1994;32:141-5.

33. Singh K, Flood J, Welsh RD, Wyckoff JH, Snider TA, Sutton DA. Fatal systemic phaeohyphomycosis caused by Ochroconis gallopavum in a dog (Canis familaris). Vet Patho 2006;43:988-92.

34. Dixon DM, Salkin IF. Morphologic and physiologic studies of three dematiaceous pathogens. J Clin Microbiol 1986;24:12-5.

35. Mancini MC, McGinnis MR. Dactylaria infection of a human being : pulmonary disease in a heart transplant recipient. J Heart Lung Transplant 1992;11:827-30.

36. Prevost-Smith E, Hutton N, Padhye AA, Upshur JK, Van Bakel AB. Fatal phaeohyphomycotic infection due to Dactylaria gallopava and Scolecobasidium prolificans in a cardiac transplant. In : Proceedings and Abstract of the 93rd Annual Meeting of The American Society for Microbiology, Atlanta, GA,1993. Washington:ASM Press, 1993;F35.

37. Jenney A, Maslen M, Bergin P, Tang SK, Esmore D, Fuller A. Pulmonary infection due to Ochroconis gallopavum treated successfully after orthotopic heart transplantation. Clin Infect Dis 1998;26:236-7.

38. Vukmir RB, Kusne S, Linden P, Pasculle W, Fothergill AW, Sheaffer J, et al. Successful therapy for cerebral phaeohyphomycosis due to Dactylaria gallopava in a liver transplant recipient. Clin Infect Dis 1994;19:714-9.

39. Kralovic SM, Rhodes JC. Phaeohyphomycosis caused by Dactylaria (human dactylariosis): report of a case with review of the literature. J Infect 1995;31:107-13.

40. Rossmann SN, Cernoch PL, Davis JR. Dematiaceous fungi are an increasing cause of human disease. Clin Infect Dis 1996;22:73-80.

41. Bonham A, Singh N, Fukui M, Dominguez EA, Pankey GA, Paterson D, et al. Central nervus system lesions in liver transplant recipients: prospective assessment of indication for biopsy and implication for management. In : 15th Annual Scientific Meeting of the American Society of Transplant Physicians, Dallas, TX 1996;K-KI-0014.

42. Singh N, Chang FY, Gayowski T, Marino IR. Infections due to dematiaceous fungi in organ transplant recipients: case report and review. Clin Infect Dis 1997;24:369-74.

43. Horre R, Hoog GS de. Primary cerebral infections by melanised fungi: a review. Stud Mycol 1999;43:176-93.

44. Shoham S, Pic-Aluas L, Taylor J, Cortez K, Rinaldi MG, Shea Y, et al. Transplant-associated Ochroconis gallopava infections. Transpl Infect Dis 2008:1-7.

45. Burns KE, Ohori NP, Iacono AT. Dactylaria gallopava infection presenting as a pulmonary nodule in a single-lung transplant recipient. J Heart Lung Transplant 2000;19:900-2.

46. Malani PN, Bleicher JJ, Kauffman CA, Davenport DS. Disseminated Dactylaria constricta infection in a renal transplant recipient. Transpl Infect Dis 2001;3:40-3.

47. Wang TK, Chiu W, Chim S, Chan TM, Wong SS, Ho PL. Disseminated Ochroconis gallopavum in fection in a renal transplant recipiënt: the First reported case and a review of the literature. Clin Nephrol 2003;60:415-23.

48. Terreni AA, DiSalvo AF, Baker AS Jr, Crymes WB, Morris PR, Dowda H Jr. Disseminated Dactylaria gallopava infection in a diabetic patient with chronic lymphocytic leukaemia of the T-cell type. Am J Clin Pathol 1990;94:104-7.

49. Sides EH, Benson JD, Padhye AA. Phaeohyphomycotic brain abscess due to Ochroconis gallopavum in patient with malignant lymphoma of large cell type. J Med Vet Mycol 1991;29:317-22.

50. Fukushima N, Mannen K, Okamoto S, Shinogi T, Nishimota K, Sueoka E, et al. Disseminated Ochroconis galllopavum infection in a chronic lymphocytic leukemia: a case report and review of the literature on hematological malignancies. Intern Med 2005:44:879-82.

51. Boggild AK, Poutanen SM, Mohan S, Ostrowski MA. Disseminated phaeohyphomycosis due to Ochroconis gallopavum in the setting of advanced HIV infection. Med Mycol 2006;44:777-82.

52. Zhao J, Wang Z, Li R, Wang D, Bai Y. Pemphigus patient with pulmonary fungal infection caused by Ochroconis gallopava: the first case report in China. Zhonghua Yi Xue Za Zhi (Chin Med J) 2002;82:1310-3.

53. Fukushiro R, Udagawa S, Kawashima Y, Kawamura Y. Subcutaneous abscesses caused by Ochroconis gallopavum. J Med Vet Mycol 1986;24:175-82.

54. Mazur JE, Judson MA. A case report of a Dactylaria fungal infection in a lung transplant patient. Chest 2006;119:651-3.

55. Bowyer JD, Johnson EM, Horn EH, Gregson RM. Ochroconis gallopava endophthalmitis in fludarabine treated chronic lymphocytic leukaemia. Br J Ophthalmol 2000;84:117.

56. Samerpitak K. Black yeast and related fungi : General characters and medical importance (Part II). Srinagarind Med J 2007;22:463-70.

57. Hollingworth JW, Shofer S, Zass A. Successful treatment of Ochroconis gallopavum infection in an immunocompetent host. Infection 2007 © Urban&Vogel.  Available from URL: http://www.springerlink.com/content/4jk6278122705121/  [Cite : 01, 27, 2009]

58. Odell JA, Alvarez S, Cvitkovich DG, Cortese DA, McComb BL. Multiple lung abscesses due to Ochroconis gallopavum, a dematiaceous fungus, in a nonimmunocompromised wood pulp worker. Chest 2000;118:1503-5.

59. Bravo LO, Ngauy V. Ochroconis gallopavum and Mycobacterium avium intracellulare in an immunocompetent patient. Chest 2004;126:975.

 

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Incidence of Positive Culture form Catheter Tip after Endotracheal Tube Suctioning Uning Disposable VS. Sterilized Reusable Gloves (การศึกษาเปรียบเทียบอัตราการเพราะเชื้อได้ผลบวกจากปลายสายดูดเสมหะจากท่อช่วยหายใจเมื่อใช้ถุงมือปราศจากเชื้อในห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
Enterotoxins, TSST-1 Production and Drug Semsitivity Of Staphyrococcus aureus Isolated from Hospital Staffs And Medical Student in Srinagarind Hospital (Enterotoxins, Toxic shock syndrome toxin- 1 และความไวต่อยาของเชื้อ Staphylococcus aureus ที่แยกจากบุคลากรโรงพยาบาลและนักศึกษาแพทย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ )
 
Diarrhea due to Vibrio cholera 0139 in Srinagarind Hospital (โรคอุจจาระร่วงอย่างแรงจากเชื้อ Viabrio cholera 0139ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ )
 
Ebola Virus (อีโบลา)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Microbiology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0