Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Work Measurement by Work Sampling Technique in Department of Pharmacy Service

การวัดงานโดยใช้เทคนิคการสุ่มงานในงานเภสัชกรรม

Cheardchai Soontornpas (เชิดชัย สุนทรภาส) 1, Ratchadaporn Soontornpas (รัชฎาพร สุนทรภาส) 2, Pansu Chumworathayi (ผันสุ ชุมวรฐายี) 3




การวัดงานโดยใช้เทคนิคการสุ่มงานในงานเภสัชกรรม

เชิดชัย สุนทรภาส1, รัชฎาพร สุนทรภาส2, ผันสุ ชุมวรฐายี2

1สาขาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  จังหวัดขอนแก่น 40002

2งานเภสัชกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  จังหวัดขอนแก่น 40002

 

Work Measurement by Work Sampling Technique in Department of Pharmacy Service

Cheardchai Soontornpas1, Ratchadaporn Soontornpas2, Pansu Chumworathayi2

1 Division of Pharmacy Practice, Faculty of Pharmaceutical Science, Khon Kaen University, Khon Kaen, 40002,  Thailand.

2Department of Pharmacy Service, Srinagarind Hospital, Faculty of Medicine, Khon Kaen University, Khon Kaen, 40002, Thailand.

 

หลักการและเหตุผล : การศึกษาการทำงาน เป็นการศึกษาอย่างมีระบบถึงการทำงานของบุคคล ประกอบด้วยการศึกษาวิธีการทำงาน และการวัดงาน เพื่อมุ่งบริหารทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์จากการทำงานมากที่สุด การศึกษาการทำงานเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดการจัดการด้านเวลา โดยมีการใช้เวลาในการทำงานอย่างเหมาะสม และลดเวลาที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อการสร้างผลผลิต

วัตถุประสงค์ : เพื่อวิเคราะห์สัดส่วนเวลาของการทำงานที่เป็นผลงานและไม่เป็นผลงานของบุคลากร และหาอัตรากำลังที่เหมาะสมสำหรับหน่วยจ่ายยา

 

วัสดุและวิธีการ : ผู้วิจัยได้ทำการวัดงาน ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม พ.. 2549 โดยใช้เทคนิคการสุ่มงานและสังเกตการทำงานของเภสัชกร บุคลากร หรือพนักงานประจำห้องยา ทุก 5 นาที บันทึกข้อมูลรายละเอียดกิจกรรมที่สังเกตได้ คำนวณสัดส่วนเวลาที่เป็นผลงานและไม่เป็นผลงาน คำนวณเวลามาตรฐานในการจ่ายยา และอัตรากำลังของผู้ปฏิบัติงาน

รูปแบบการศึกษา : เชิงพรรณนาแบบไปข้างหน้า

สถานที่ศึกษา : หน่วยจ่ายยา งานเภสัชกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ประชากรศึกษาและกลุ่มตัวอย่าง : บุคลากรในหน่วยจ่ายยา งานเภสัชกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์

ผลการศึกษา : สัดส่วนเวลาที่เป็นผลงานและไม่เป็นผลงานของบุคลากรหน่วยจ่ายยา เท่ากับร้อยละ 83.6 และ 16.4 ตามลำดับ เวลาที่เป็นผลงานมากที่สุด ได้แก่ การจ่ายยา (ร้อยละ 75.9) การไม่อยู่ในที่ทำงานและการทำกิจกรรมส่วนตัวเป็นสาเหตุของเวลาที่ไม่เป็นผลงาน (ร้อยละ 55.6 และ 32.8) ตามลำดับ เวลามาตรฐานของกิจกรรมการจ่ายยาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในเท่ากับ 6.7 และ 8.2 นาทีต่อใบสั่งยา ตามลำดับ เมื่อนำค่าเวลามาตรฐานของกิจกรรมการจ่ายยาที่ได้จากการศึกษามาคำนวณร่วมกับภาระงานทั้งหมดใน 1 ปี ของหน่วยจ่ายยาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในซึ่งคิดเป็น 38,023 และ 19,954 ชั่วโมงงาน จะได้อัตรากำลังของผู้ปฏิบัติงานเฉพาะกิจกรรมการจ่ายยา ในหน่วยจ่ายยาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในคือ 23 และ 12 คนตามลำดับ

สรุป: สัดส่วนเวลาที่เป็นผลงานและไม่เป็นผลงานของบุคลากรหน่วยจ่ายยา งานเภสัชกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เท่ากับร้อยละ 83.6 และ 16.4 ตามลำดับ ผลจากการศึกษาการทำงาน สามารถนำไปใช้ในการกำหนดอัตรากำลังที่เหมาะสมในหน่วยจ่ายยา เพื่อให้การบริการมีประสิทธิภาพและคุณภาพที่ดีขึ้นต่อไป

คำสำคัญ: การวัดงาน, เทคนิคการสุ่มงาน

 

Background : Work study is a systematic process for learning about individual’s working performance. This includes a study of work procedures and work measurement. Work study is aimed to improve human management. Work study is a process that helps to manage working time by proper time assignment and wasted time decrement.

 

Objective : To determine the personal work proportion classified as productivity and non-productivity work, and then manpower requirement was determined.

Materials and Methods : This study was performed during July to October, 2006. Work sampling technique, performed every 5 minutes interval, was used for observing the activity of pharmacists, pharmacy assistants and pharmaceutical department officers.

Design : Cross-sectional study

 

Setting : The Drug Dispensing Unit, Department of Pharmacy Services, Srinagarind Hospital, Faculty of Medicine, Khon Kaen University, Khon Kaen, Thailand

Results : The proportion of productivity and non-productivity of all officers were 83.6% and 16.4 %, respectively. The maximum ranged proportion of productivity work was drug dispensary (75.9%). The maximum ranged proportions of non-productivity work were absent (55.6%) and personal activities (32.8%).  The standard times of outpatient and inpatient drug dispensary were 6.7 and 8.2 minutes per prescription, respectively.  Out patient and inpatient drug dispensary services took 38,023 and 19,904 manhours, respectively.  The appropriate manpowers for outpatient and inpatient dispensing service should be 23 and 12 respectively.

Conclusion : The proportion of productivity and non-productivity of all officers in Drug Dispensing Unit, Department of Pharmacy Services, Srinagarind Hospital, were 83.6% and 16.4%, respectively.  Data from this study can be used for deciding the appropriate manpower.  The appropriate manpower calculated could be further used to improve effectiveness and quality of the dispensary service.

 Keywords: work measurement, work sampling technique

 

บทนำ

          การศึกษาการทำงาน (work study) เป็นการศึกษาอย่างมีระบบถึงการทำงานของบุคคล ประกอบด้วยการศึกษาวิธีการทำงาน (method study) และการวัดงาน (work measurement) เพื่อมุ่งบริหารทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์จากการทำงานมากที่สุด1  การศึกษาการทำงานโดยการวัดงานเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดการจัดการด้านเวลา โดยมีการใช้เวลาในการทำงานอย่างเหมาะสม และลดเวลาที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อการสร้างผลผลิต  ค่าที่ได้จากการวัดงานคือ เวลามาตรฐานของการทำงานแต่ละขั้นตอน สามารถนำมาใช้ในการวางแผนการทำงานของหน่วยงาน กำหนดเวลาแล้วเสร็จของกิจกรรม กำหนดอัตรากำลังคน  ตลอดจนค่าจ้างและต้นทุนในการทำงาน2-5  การวัดงานจึงมีประโยชน์อย่างสูงต่อทุกหน่วยงานรวมทั้งงานเภสัชกรรมของโรงพยาบาลต่างๆ  เทคนิคที่นิยมใช้ในการวัดงานทางด้านเภสัชกรรมมี 3 วิธี คือ เทคนิคการสุ่มงาน (work sampling technique) เทคนิคการจับเวลา (stopwatch time technique) และการกำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญ (expert opinion standard)  โดยเทคนิคการสุ่มงานเป็นเทคนิคที่นิยมใช้กันมากเนื่องจากสามารถวัดงานที่มีรายละเอียดของกิจกรรมมาก มีการทำงานหลายขั้นตอน ไม่ต่อเนื่อง และไม่ใช่กิจกรรมที่ได้ทำซ้ำๆ2 ข้อดีของวิธีนี้คือ ใช้สังเกตการทำงานบุคลากรหลายคนในเวลาเดียวกัน เสียค่าใช้จ่ายต่ำ ไม่ต้องมีการเตรียมการที่ยุ่งยาก และไม่ต้องใช้บุคลากรที่มีความชำนาญพิเศษในการวัดและบันทึกการทำงาน  นอกจากนี้การสุ่มงานยังทำได้ง่ายและมีความเครียดน้อยกว่าเทคนิคการจับเวลา   ในปัจจุบันเภสัชกรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลมีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในด้านการบริการจ่ายยาและด้านการให้การบริบาลเภสัชกรรม  ซึ่งเวลารอคอยในการรับบริการและความพึงพอใจต่อการให้บริการของผู้ป่วยที่มารับบริการ เป็นดัชนีที่ใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ของการให้บริการ  ดังนั้นความรวดเร็วในการให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญ  การลดระยะเวลาการรอคอยสามารถกระทำได้โดยการปรับปรุงการทำงานของบุคลากรในหน่วยงาน  งานเภสัชกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ดังนั้นจึงมีความประสงค์ที่จะทำการวัดงานของบุคลากรในงานเภสัชกรรม  โดยมุ่งหวังให้มีการจัดระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และให้บริการตามมาตรฐานวิชาชีพ  ข้อมูลที่ได้จากการวัดงานยังสามารถนำมาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน คำนวณอัตรากำลัง และวางแผนการทำงานของบุคลาการ นอกจากนี้ยังเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานในกระบวนการพัฒนา และรับรองคุณภาพการให้การบริการของโรงพยาบาล ตามนโยบายของรัฐบาล 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อศึกษาสัดส่วนเวลาของการทำงานที่เป็นผลงานและไม่เป็นผลงาน ของบุคลากรในหน่วยจ่ายยา โดยใช้เทคนิคการสุ่มงาน

2. เพื่อหาค่าเวลามาตรฐานของการทำงาน วิเคราะห์ภาระงาน และอัตรากำลังของบุคลากรในหน่วยจ่ายยาที่เหมาะสม

 

นิยามศัพท์1-4,6

          หน่วยจ่ายยา หมายถึง หน่วยจ่ายยาผู้ป่วยนอกและหน่วยจ่ายยาผู้ป่วยใน

งานบริการจ่ายยา หมายถึง งานหลักของหน่วยจ่ายยา ได้แก่ การรับใบสั่งยาและพิมพ์ฉลากยา การติดฉลากยา การจัดยา การตรวจสอบยา และการจ่ายยาพร้อมกับให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยา

บุคลากร หมายถึง ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยจ่ายยา ได้แก่ เภสัชกรและเจ้าหน้าที่ห้องจ่ายยา ซึ่งประกอบด้วยผู้ช่วยเภสัชกร และพนักงานห้องจ่ายยา

          การวัดงาน หมายถึง การกำหนดหาเวลาทำงานที่เป็นมาตรฐานในการทำงาน ของผู้ปฏิบัติงานที่ระดับการทำงานที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขสภาพการทำงานที่พอเหมาะ เพื่อให้ได้ผลงานหนึ่งหน่วย

 

          การสุ่มงาน หมายถึง วิธีการสังเกตการทำงานว่าผู้ปฏิบัติงานทำกิจกรรมใดบ้าง  โดยทำการสังเกตแบบสุ่ม มีจำนวนครั้งของการสังเกตที่มากเพียงพอในช่วงเวลาที่สังเกตต่อกระบวนการทำงาน และนำไปสู่การคำนวณสัดส่วนของเวลาที่ใช้ในการทำงานในแต่ละขั้นตอนของการทำงาน

            กิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลงาน ได้แก่

1. งานบริการจ่ายยา ซึ่งเป็นงานหลักของหน่วยจ่ายยา ประกอบด้วย การป้อนข้อมูลใบสั่งยาลงเครื่องคอมพิวเตอร์ การติดซองยา การจัดยา การตรวจสอบและคัดกรองใบสั่งยา และการจ่ายยาและให้คำแนะนำการใช้ยา งานสนับสนุนงานบริการจ่ายยา

2. การบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วย หมายถึง ความรับผิดชอบของเภสัชกรโดยตรงที่มีต่อการใช้ยาของผู้ป่วย เพื่อให้ได้ผลการรักษาตามต้องการ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

3. งานสนับสนุนบริการการจ่ายยา ได้แก่ ประสานงาน เบิกยา การจัดยาไว้บนชั้น การตรวจสอบวันหมดอายุของยา

4. งานสนับสนุนฝ่ายเภสัชกรรม ได้แก่ การประชุมที่เกี่ยวข้องในการทำงานทางเภสัชกรรม การตรวจรับยา

            กิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดผลงาน ได้แก่ กิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการบริการด้านเภสัชกรรม ได้แก่ การอู้งาน (เดินไปเดินมาโดยไม่ได้งาน) กิจกรรมส่วนตัว (รับประทานอาหารในเวลางาน ดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ  เรื่องส่วนตัว พูดคุย) ไม่อยู่ (ลา มาสาย/กลับก่อน ไม่ทราบ)

เวลามาตรฐาน หมายถึง เวลาที่ใช้ในการทำงานต่อหน่วยของงานในสถานที่ทำงานหนึ่ง โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้2,5

1) ปฏิบัติโดยผู้ปฏิบัติงานที่เหมาะสม มีคุณสมบัติเหมาะสมกับงาน และผ่านการฝึกอบรม

2) ปฏิบัติในสภาวะปกติ ไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป ผู้ปฏิบัติงานส่วนมากรู้สึกสบาย ไม่เครียดจนเกินไป

เวลาเผื่อ หมายถึง เวลาเพิ่มพิเศษที่เพิ่มให้กับเวลาของการทำงานปกติ ซึ่งใช้สำหรับการทำธุระส่วนตัวที่จำเป็น ความเมื่อยล้าที่เกิดจากการทำงาน และเหตุการณ์ที่เหนือจากการควบคุมของผู้ปฏิบัติงาน2,8 โดยทั่วไปจะปรับค่าเผื่อเวลาทั้ง 3 ประเภท ไว้ร้อยละ 15

วัสดุและวิธีการศึกษา

1. รูปแบบการวิจัย เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบไปข้างหน้า

2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ทำการศึกษา คือบุคลากรที่ปฏิบัติงานในหน่วยจ่ายยา งานเภสัชกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรที่ปฏิบัติงานในวันและเวลาราชการ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2549 ระหว่างเวลา 8.30-12.00 น. และเวลา 13.00-16.30 น. จำนวน 43 คน

3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบบันทึกข้อมูลบุคลากร แบบบันทึกงาน

4. วิธีดำเนินการวิจัย

4.1. ศึกษาขั้นตอนและวิธีการทำงานของบุคลากรในหน่วยจ่ายยา ประกอบด้วย

          4.1.1. การเตรียมความพร้อมของยาก่อนจ่าย ซึ่งปฏิบัติโดยเจ้าหน้าที่ห้องจ่ายยา

          4.1.2. การบริการจ่ายยา ซึ่งปฏิบัติโดยเภสัชกรและเจ้าหน้าที่ห้องจ่ายยา

          4.1.3. การให้การบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยนอกคลินิกพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีเด็กและผู้ใหญ่ และผู้ป่วยโรคหอบหืดซึ่งปฏิบัติโดยเภสัชกร และการให้การบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยในบนหอผู้ป่วยอายุรกรรม 4ก และ 4

4.2. การสุ่มงานและสังเกตการทำงานต่างๆ ของบุคลากรในหน่วยจ่ายยา2,3

          4.2.1. กำหนดลักษณะของกิจกรรม โดยแบ่งเป็นกิจกรรมที่เป็นผลงาน และกิจกรรมที่ไม่เป็นผลงาน

          4.2.2. กำหนดปฏิทินการสังเกต ใช้การสุ่มอย่างเป็นระบบ โดยทำการสุ่มสลับช่วงเช้ากับช่วงบ่ายในแต่ละวันของการเก็บข้อมูล และสังเกตทุก 5 นาทีตามลำดับกลุ่ม ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มที่ 1 เภสัชกรหน่วยจ่ายยาผู้ป่วยนอก กลุ่มที่ 2 ผู้ช่วยเภสัชกรหน่วยจ่ายยาผู้ป่วยนอก กลุ่มที่ 3 เจ้าหน้าที่ประจำห้องหน่วยจ่ายยาผู้ป่วยนอก กลุ่มที่ 4 เภสัชกรหน่วยจ่ายยาผู้ป่วยใน กลุ่มที่ 5 ผู้ช่วยเภสัชกรหน่วยจ่ายยาผู้ป่วยใน และกลุ่มที่ 6 เจ้าหน้าที่หน่วยจ่ายยาผู้ป่วยใน

                       4.2.3. ประมาณการจำนวนครั้งของการสังเกต เพื่อเป็นตัวแทนของกิจกรรมที่เป็นผลงาน โดยใช้สูตร

 

สำหรับค่า P และ Q จะได้จากการทำการศึกษานำร่อง โดยการสังเกตเภสัชกร 3 คน และผู้ช่วยเภสัชกร 4 คน ในหน่วยจ่ายยาผู้ป่วยนอก ทำการสังเกต 2 วัน คือ วันที่ 9 และ 14 มิถุนายน พ.ศ.2549 จำนวนรวม 610 ครั้ง ได้ค่า P และ Q เท่ากับ 0.83 และ 0.17 ตามลำดับ  เมื่อกำหนดให้ค่าความผิดพลาดที่ยอมรับได้ (α) คือ 0.05 และกำหนดค่าความผิดพลาดที่ยอมรับได้ (A) คือ 0.01 แทนค่าลงในสูตรจะได้จำนวนครั้งของการสังเกตทั้งหมดเท่ากับ 5,420 ครั้ง

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Cancer Chemoprevention from Dietary Phytochemical (เคมีป้องกันมะเร็ง :กลไกการป้องกันของยาและสารจากธรรมชาติ)
 
Role of Natural Products on Cancer Prevention and Treatment (บทบาทของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในการป้องกันและรักษามะเร็ง)
 
Prescription-Event Monitoring: New Systematic Approach of Adverse Drug Reaction Monitoring to New Drugs (Prescription-Event Monitoring: ระบบการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาใหม่ )
 
The use of Digoxin in Pediatrics (การใช้ยาดิจ๊อกซินในเด็ก)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Pharmacology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0