Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Black Yeast and Related Fungi : General Characters and Medical Importance (Part II)

แบล็คยีสต์และกลุ่มเชื้อราใกล้เคียง : ลักษณะทั่วไปและความสำคัญทางการแพทย์ (ตอนที่ 2)

Kittipan Samerpitak (กิตติพันธุ์ เสมอพิทักษ์) 1




บทนำ

            เชื้อราในกลุ่มแบล็คยีสต์มีรายงานการก่อโรคในคนมาเป็นเวลานาน ลักษณะการก่อโรคพบตั้งแต่ cutaneous infection, subcutaneous infection ไปจนถึง systemic infection ที่มีอาการรุนแรงจนทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ การเข้าสู่ร่างกายของเชื้อในกรณี cutaneous infection และ subcutaneous infection  เชื้อมักเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล ส่วนการติดเชื้อแบบ systemic infection มักได้รับเชื้อจากการหายใจ  ยังไม่พบข้อมูลที่ศึกษากระบวนการก่อโรคที่ชัดเจนของเชื้อราในกลุ่มนี้ ตลอดจนปัจจัยหรือคุณสมบัติของเชื้อในการก่อให้เกิดพยาธิสภาพดังกล่าว

บทนำ

            เชื้อราในกลุ่มแบล็คยีสต์มีรายงานการก่อโรคในคนมาเป็นเวลานาน ลักษณะการก่อโรคพบตั้งแต่ cutaneous infection, subcutaneous infection ไปจนถึง systemic infection ที่มีอาการรุนแรงจนทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ การเข้าสู่ร่างกายของเชื้อในกรณี cutaneous infection และ subcutaneous infection  เชื้อมักเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล ส่วนการติดเชื้อแบบ systemic infection มักได้รับเชื้อจากการหายใจ  ยังไม่พบข้อมูลที่ศึกษากระบวนการก่อโรคที่ชัดเจนของเชื้อราในกลุ่มนี้ ตลอดจนปัจจัยหรือคุณสมบัติของเชื้อในการก่อให้เกิดพยาธิสภาพดังกล่าว

การก่อโรคของแบล็คยีสต์

            Moniliella  suaveolens : พบรายงานการก่อโรคของเชื้อชนิดนี้ โดยก่อโรค subcutaneous infection ในแมว1 และมีรายงานการทำให้เกิด systemic infection และบุกรุกทำให้เกิด pneumonitisในทารกแรกเกิด2

            Aureobasidium:พบรายงานการก่อโรคของเชื้อราสกุลนี้แบบฉวยโอกาสในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องไป เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น การติดเชื้อHIV โรคมะเร็ง หรือ การได้รับยากดภูมิคุ้มกัน  ชนิดที่มีรายงานการก่อโรค ได้แก่ Aureobasidium pullulans ซึ่งลักษณะของโรคที่พบ ได้แก่ subcutaneous infection, โรค chromoblastomycosis3,4, การติดเชื้อที่ขากรรไกร5 ไปจนถึง systemic infection6,7, fungemia8-10, pneumonitis11 และ ก่อให้เกิด peritonitis ในผู้ป่วยที่ทำการรักษาโดยวิธี continuous ambulatory peritoneal dialysis(CAPD)12,13 รวมทั้งติดเชื้อที่ตาทำให้เกิด keratitis14,15 และ scleritis16   นอกจากนี้ A. mansoni ก็เป็นอีกชนิดหนึ่งที่มีรายงานว่า สามารถก่อโรคได้ในคนโดยเฉพาะก่อโรคฉวยโอกาส ทำให้เกิด meningitis ในผู้ป่วยมะเร็ง17-19 ถึงแม้ว่าชื่อชนิดของเชื้อนี้ จะถูกยกเลิกไปแล้วก็ตาม เนื่องจากความสับสนในเรื่องข้อมูลการระบุชนิด ตั้งแต่ปี 197820

            Hormonema dematioides : พบรายงานการก่อโรค cutaneous phaeohyphomycosis21 และ peritonitis กับผู้ป่วยที่ทำการรักษาด้วยวิธี continuous ambulatory peritoneal dialysis(CAPD) เพราะมีภาวะไตวายจากการเป็นโรคเบาหวาน22  นอกจากนี้มีรายงานว่าเป็นสาเหตุของ fungemia ได้เนื่องจากการสัมผัสคลุกคลีกับนก23

            Hortaea werneckii (ชื่อเดิม Cladosporium werneckii หรือ Exophiala werneckii หรือ Phaeoannelomyces werneckii) : เป็นแบล็คยีสต์ที่รู้จักกันมานาน เนื่องจากเป็นสาเหตุของโรค Tinea nigra palmalis20,24-27 มีรายงานการเกิดโรคนี้ได้บ่อยในคนที่สัมผัสคลุกคลีกับน้ำทะเล น้ำเค็ม หรือ วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง27  อย่างไรก็ตามมีรายงานการเพาะแยกเชื้อนี้ได้จาก หนองที่ได้จากฝีในม้าม และจากเลือดของผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว28

            Exophiala : สกุลนี้จัดเป็นแบล็คยีสต์ที่มีศักยภาพในการก่อโรคได้หลากหลาย ขึ้นกับชนิดของเชื้อ และสภาพร่างกายของผู้ป่วย มีรายงานการก่อโรคได้หลายแบบ ตั้งแต่ cutaneous infection, subcutaneous infection ไปจนถึง systemic infection24  ชนิดที่มีรายงานการก่อโรคที่สำคัญ ได้แก่  Exophiala dermatitidis (ชื่อเดิม Wangiella dermatitidis) เป็นชนิดที่มีศักยภาพในการก่อโรคที่ค่อนข้างรุนแรงถึงเสียชีวิต พบรายงานการติดเชื้อได้บ่อยในแถบเอเชียตะวันออก29 การบุกรุกก่อโรคพบตั้งแต่ subcutaneous phaeohyphomycosis30 ไปจนการติดเชื้อในสมองของคนที่ร่างกายแข็งแรง31-33 และยังพบรายงานการก่อให้เกิด meningitis เนื่องจากมีการปนเปื้อนของเชื้อใน steroid ที่ฉีดให้ผู้ป่วย34 นอกจากนี้ยังสามารถบุกรุกก่อให้เกิดโรคที่อวัยวะและระบบต่างๆ ได้แก่ ปอด35-37 ระบบประสาทส่วนกลาง และกระแสเลือด38 รวมทั้งมีรายงานก่อให้เกิด keratitis ได้เช่นกัน39-41

            ชนิดอื่นๆ ที่มีรายงานการก่อโรคได้แก่ E. jeanselmei  เป็นชนิดที่มีรายงานการก่อโรคมานานเช่นกัน โรคที่พบได้บ่อยคือ phaeohyphomycosis42, mycetoma43 และ chromoblastomycosis-like infection44 นอกจากนี้พบรายงานการติดเชื้อฉวยโอกาสทำให้เกิด fungemia ได้45,  E. salmonis มีรายงานการก่อโรคในปลาแซลมอล46 และ subcutaneous infection ในคน47 , E. spinifera  มีรายงานการก่อโรคหลายแบบ เช่น sinusitis48, phaeohyphomycosis49 และ chromoblastomycosis50, E. oligosperma มีรายงานว่าเป็นสาเหตุของ fungemia ในผู้ป่วยเนื่องจากการใช้ catheter51 และ E. pisciphila มีรายงานการก่อโรคที่ผิวหนังของผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน52 ลักษณะการก่อโรคของแบล็คยีสต์โดยสรุป (ตารางที่ 1)

 

ตารางที่ 1 ลักษณะการก่อโรคในคนของเชื้อรากลุ่มแบล็คยีสต์

Species

Habitat

Disease

Fungal characters in clinical specimens

Moniliella suaveolens

Cheese, butter, margarine, sweet

Systemic infection : pneumonia, fungemia

ND

Aureobasidium pullulans

Soil, Salt water

Human skin

Chromoblastomycosis, Subcutaneous infection,

Keratitis, scleritis, Peritonitis, Meningitis,

Systemic infection

- Muriform cells or Sclerotic bodies

- Pigmented oval yeast cells(4)

- Darkly pigmented irregular septate hyphae and

  1-2 celled thick-walled chlamydoconidia(11)

- Short , multiseptate, thick walled, pigmented septate

   hyphae and dark conidia(13)

Aureobasidium mansoni

ND

Meningitis

ND

Hormonema dematioides

Wood bluing fungus: discolored coniferous wood or needles

Cutaneous phaeohyphomycosis, Peritonitis,

Fungemia

- Periodic acid-Schiff-positive, hyaline, yeastlike

  organisms(21)

Hortaea werneckii

Sea water, Salt water,

Building material

Tinea nigra palmalis

Systemic infection

Branched brown hyphae with brown septa(27)

Exophiala dermatitidis

Human flora : GI tract, skin

Water

Stream baths

Subcutaneous phaeohyphomycosis, Keratitis,

Pneumonia, CNS infection, Fungemia

- Pale brown hyphae(31)

- PAS positive septate  hyphae(41)

- Melanised yeast cells

E. jeanselmei

Soil

Water

Chromoblastomycosis

Mycetoma

Subcutaneous phaeohyphomycosis, fungemia

- Muriform cells or Sclerotic bodies

- Black  grain

- Melanised septate hyphae

E. salmonis

Water, plant material

Subcutaneous phaeohyphomycosis

- Melanised branching septate hyphae, oval spores(47)

E. spinifera

ND

Chromoblastomycosis

Subcutaneous phaeohyphomycosis, sinusitis

- Muriform cells or Sclerotic bodies

- Hyphal elements, yeast-like cells

E. oligosperma

ND

Fungemia

ND

E. pisciphila

ND

Skin infection

ND

 

การก่อโรคของเชื้อรากลุ่มใกล้เคียงแบล็คยีสต์

            เชื้อราในกลุ่มใกล้เคียงกับแบล็คยีสต์มีรายงานการก่อโรคได้หลายแบบตั้งแต่ cutaneous infection, subcutaneous infection ไปจนถึง  systemic infection ที่มีอาการรุนแรงถึงชีวิต  และเชื้อราหลายสกุล เช่น Cladosporium, , Fonsecaea, Phialophora  และ Rhinocladiella  ก็เป็นที่ทราบกันมานานว่าเป็นสาเหตุสำคัญของโรค subcutaneous infection และ chromoblastomycosis20,24

            Cladosporium : สกุลนี้พบการก่อโรคได้หลายแบบ เช่น cutaneous infection, subcutaneous infection, keratitis และ onychomycosis20 รวมทั้งการก่อโรค systemic infectionได้เช่นกัน โดยมีรายงานการติดเชื้อชนิด Cladosporium  cladosporoides ในสมองของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV53

            Fonsecaea  pedrosoi : เป็นเชื้อสาเหตุที่พบได้บ่อยในการก่อโรค chromoblastomycosis ในขณะที่  F. compacta จะพบได้น้อยกว่า และไม่ค่อยพบรายงานการก่อโรค systemic infection ของเชื้อทั้งสองชนิด20,24

            Phialophora verrucosa : เป็นสาเหตุสำคัญของโรค chromoblastomycosis รวมทั้งสามารถก่อโรค mycetoma ได้เช่นกัน20,24  ส่วนชนิดอื่นๆ เช่น P. americana  ก็มีรายงานการก่อโรค chromoblastomycosis20 ที่น่าสนใจคือพบรายงานการก่อโรค subcutaneous phaeohyphomycotic cyst จากเชื้อชนิด P. richardsiae ในแผลของผู้ป่วย ที่เกิดจากการผ่าตัดใส่อวัยวะเทียมเนื่องจากการบาดเจ็บ(traumatic implantation)54 โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน55

            Rhinocladiella aquaspersa : พบรายงานการก่อโรค chromoblastomycosis56  ในขณะที่ชนิด R. atrovirens มีรายงานการก่อโรคได้หลายแบบทั้ง chromoblastomycosis57, mycetoma58 ไปจนถึงการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง59

            Sarcinomyces phaeomuriformis : มีรายงานการก่อโรคติดเชื้อที่ผิวหนัง60

            Cladophialophora : สกุลนี้มีรายงานการก่อโรคในคนได้หลายแบบ ตั้งแต่ cutaneous infection ไปจนถึง systemic infection20 ชนิดที่มีรายงานการก่อโรคได้แก่ Cladophialophora carrionii  (ชื่อเดิม Cladosporium carrionii ) เป็นเชื้อสาเหตุสำคัญของโรค chromoblastomycosis61 ส่วนเชื้อ C. devriesii เป็นชนิดที่มีรายงานการก่อโรค subcutaneous phaeohyphomycosis ในผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับ steroid62

            Cladophialophora bantiana (ชื่อเดิม Cladosporium trichoides หรือ Xylohypha bantiana) : เป็นอีกชนิดที่สำคัญ เนื่องจากมีรายงานการทำให้เกิด fungemia และสามารถบุกรุกไปติดเชื้อที่หัวใจและระบบประสาทส่วนกลางโดยเฉพาะที่สมอง29 พบก่อโรคได้กับคนที่ร่างกายแข็งแรง63 แต่พบได้บ่อยกว่าและมักมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเป็นส่วนใหญ่ ในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องเนื่องจากการปลูกถ่ายอวัยวะ64-67และมีโรคทางภูมิคุ้มกัน68,69 นอกจากนี้ยังพบรายงานการก่อโรค subcutaneous phaeohyphomycosis ในผู้ป่วย SLE70 และ ติดเชื้อร่วมกับแบคทีเรีย Mycobacterium abscessus  ในแผลของผู้ป่วยซึ่งได้รับบาดเจ็บจากผลของซึนามิที่ประเทศไทย71 เชื้อชนิดนี้ยังมีรายงานการก่อโรคได้ในสัตว์ โดยพบการก่อโรค eumycotic mycetoma ในสุนัข72 และ phaeohyphomycosis ในสมองของเสือดาวหิมะ(Uncia uncia)73

            Ramichloridium mackenziei (ชื่อเดิม Ramichloridium obovoideum) : เป็นอีกชนิดหนึ่งที่ก่อโรคได้รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และมักฉวยโอกาสบุกรุกไปติดเชื้อที่ระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะที่สมองส่วนซีรีบรัลก่อให้เกิด cerebritis พบทั้งกับคนที่ร่างกายแข็งแรง และ ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื่องจาก มะเร็ง การปลูกถ่ายอวัยวะ หรือภาวะไตวายเรื้อรัง พบรายงานการก่อโรคได้บ่อยจากประเทศในแถบตะวันออกกลาง29,74-78 ส่วนการก่อโรคของชนิดอื่นพบว่า R. schuzeri สามารถก่ออาการ “golden tongue syndrome” ได้ในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว79 ลักษณะการก่อโรคของเชื้อกลุ่มนี้โดยสรุป (ตารางที่  2)

 

ตารางที่ 2 ลักษณะการก่อโรคในคนของเชื้อรากลุ่มใกล้เคียงแบล็คยีสต์

Species

Habitat

Disease

Fungal characters in clinical specimens

Cladosporium spp

Soil, water

Cutaneous and subcutaneous infection, Onychomycosis, Keratitis

Pigmented hyphae

Cladosporium cladosporoides

Soil

Cutaneous, Subcutaneous, Systemic infection

Pigmented hyphae

Fonsecaea pedrosoi

Soil

Chromoblastomycosis(common)

Muriform cells or Sclerotic bodies

F. compacta

Soil

Chromoblastomycosis(rare)

Muriform cells or Sclerotic bodies

Phialophora verrucosa

Soil

Chromoblastomycosis(common)

Muriform cells or Sclerotic bodies

P. americana

ND

Chromoblastomycosis

Muriform cells or Sclerotic bodies

P. richardsiae

ND

Subcutaneous phaeohyphomycotic cyst

Melanised fungal elements

Rhinocladiella aquaspersa

Soil,

Humid or moist environment

Chromoblastomycosis

Muriform cells or Sclerotic bodies

R. atrovirens

Rotten wood

Chromoblastomycosis, Mycetoma,

CNS infection

- Muriform cells or Sclerotic bodies

- Black grain

Sarcinomyces phaeomuriformis

ND

Skin infection

ND

Cladophialophora bantiana

Soil

Subcutaneous phaeohyphomycosis, wound infection,

 CNS infection: brain abscess

- Golden-brown yeast like cells, chains of budding cells(67)

- Pigmented septate hyphae(71)

C. carrionii

ND

Chromoblastomycosis(common)

Muriform cells or Sclerotic bodies

C. devriesii

ND

Subcutaneous phaeohyphomycosis

Hyphae, yeast-like cells

Ramichloridium mackenziei

ND

CNS infection : cerebritis

- Septate hyphal elements, Numerous septate pigmented hyphae(74)

- Hyphal elements, moniliform(bead-like) hyphal elements(75)

- Dark-walled, long branching septate hyphae(77)

- Septate dematiaceous hyphal elements(78)

R. schuzeri

ND

Golden tingue syndrome

ND

ND = No data

สรุป

            แบล็คยีสต์และกลุ่มใกล้เคียง มีลักษณะการก่อโรคแบบ chronic infection ที่คล้ายกันตั้งแต่ cutaneous infection และ subcutaneous infection ในลักษณะ phaeohyphomycosis, chromoblastomycosis หรือ mycetoma ไปจนถึง systemic infection มักพบการติดเชื้อฉวยโอกาส กับผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ความรุนแรงของโรคขึ้นกับชนิดของเชื้อราสาเหตุและภาวะร่างกายของผู้ป่วย โดยชนิดที่มีศักยภาพในการก่อโรคที่รุนแรง ได้แก่ Exophiala dermatitidis, Cladophilophora bantiana และ Ramichloridium  mackenziei เนื่องจากสามารถบุกรุกก่อโรคที่สมองได้บ่อยกับคนที่มีร่างกายแข็งแรง แม้จะยังไม่มีข้อมูลที่สำคัญ โดยเฉพาะพยาธิกำเนิดที่ชัดเจนของโรคที่เกิดขึ้น แต่ก็น่าจะช่วยให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของเชื้อราในกลุ่มนี้ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษาผู้ป่วย รวมทั้งกระตุ้นให้มีการสนใจศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

1. McKenzei RA, Connole MD, McGinnis MR, Lepelaar R. Subcutaneous phaeohyphomycosis caused by  Moniliella suaveolens in two cats. Vet Pathol 1984;21:582-6

2. Pawar S, Murray D, Khalife W, Robinson-Dunn B, McGinnis M. Human infection caused by Moniliella suaveolens. Clin Microb Newsletter 2002;24:53-5.

3. Redondo-Bellon P, Idoate M, Rubio M, Ignacio Herrero J. Chromoblastomycosis produced by Aureobasidium pullulans in an immunosuppressed patient. Arch Dermatol 1997;133:663-4.

4. Arranz Sancez DM, de la Calle MC, Martin-Diaz MA, Flores CR, Gonzalez-Beato MJ, Pinto PH, Diaz Diaz RM. Subcutaneous mycosis produced by Aureobasidium pullulans in a renal transplant recipient. J Eur Acad Dermatol Venereol 2006;20:229-30.

5. Koppang HS, Olsen I, Stuge U, Sandven  P. Aureobasidium infection of the jaw. J Oral Pathol Med 1991;20:191-5.

6. Kaczmarski EB, Liu Yin JA, Love EM, Delamore IW. Systemic infection with Aureobasidium pullulans in a leukemic patient. J Infect 1986;13:289-91.

7. Fletcher H, Williams NP, Nicholson A, Rainford L, Phillip H, East-Innis A. Systemic pheohyphomycosis in pregnancy and the puerperium. West In dian Med J 2000;49:79-82

8. Girardi LS, Malowitz R, Tortora GT, Spitzer ED. Aureobasidium pullulans septicemia. Clin Infect Dis 1993;16:338-9.

9. Bolignano G, Criseo G. Disseminated nosocomial fungal infection by Aureobasidium pullulans var. melanigenum : a case report. J Clin Microbiol 2003;41:4483-5.

10. Hawkes M, Rennei R, Sand C, Vaudry W. Aureobasidium pullulans infection : fungemia in an infant and a review of human cases. Diagn Microbiol Infect Dis 2005;51:209-13.

11. Tan HP, Wahlstorm HE, Zomora JU, Hassanein T. Aureobasidium pneumonia in a post liver transplant recipient : a case report. Hepatogastroenterology 1997;44:1215-8.

12. Clark EC, Silver SM, Hollick GE, Rinaldi MG. Continuous ambulatory peritoneal dialysis complicated by Aureobasidium pullulans peritonitis. Am J Nephrol 1995;15:353-5.

13. Perez RI, Chacon J, Fidalgo A, Martin J, Paraiso V.  Peritonitis by Aureobasidium pullulans in continuous ambulatory peritoneal dialysis. Nephrol Dial Transplant 1997;12:1544-5.

14. Jones FR, Christensen GR. Pullularia corneal ulcer. Arch Ophthalmol 1974;92:529-30.

15. Panda, Das H, Deb M, Khanal B, Kumar S. Aureobasidium pullulans keratitis. Clin Experiment Ophthamol 2006;34:260-4.

16.  Gupta V, Chawla R, Sen S. Aureobasidium pullulans scleritis following keratoplasty: a case report. Ophthalmic Surg Lasers 2001;32:481-2.

17. Krcmery V Jr, Spanik S, Danisovicova A, Jesenska Z, Blahova M. Aureobasidium mansoni meningitis in a leukemia patient successfully treated with amphotericin B. Chemotherapy 1994;40:70-1.

18. Trupl J, Minarik T, Spanik S, Sufliarsky J, Krcmery V Jr. Nosocomial bacteria and fungal meningitis in cancer patients. Support Care Cancer 1995;3:425-7.

19. Huttova M, Kralinsky K, Horn J, Marinova I, Iligova K, Fric J, Spanik S, Filka J, Uher J, Kurak J, Krcmery V Jr. Prospective study of nosocomial fungal meningitis in children-report of 10 cases. Scand J Infect Dis 1998;30:485-7.

20. de Hoog GS, Guarro J, Gene J, Figueras MJ.  Atlas of clinical fungi. Centraalbureau voor Schimmelcultures/Universitat Rovira I Virgili 2000.

21. Coldiron BM, Wiley EL, Rinaldi MG.  Cutaneous phaeohyphomycosis caused by a rare fungal pathogen, Hormonema dematioides:successful treatment with ketoconazole. J Am Acad Derm 1990;23:363-7.

22. Shin JH, Lee SK, Suh SP, Ryang DW, Kim NH, Rinaldi MG, Sutton DA. Fatal Hormonema dematioides peritonitis in a patient on continuous ambulatory peritoneal dialysis : criteria for organism identification and review of other known fungi agents. J Clin Microbiol 1998;36:2157-63.

23. Kent D, Wong T, Osgood R, Kosinski K, Coste G, Bor D. Fungemia due to Hormonema dematioides following intense avian exposure. Clin Infect Dis 1998;26:759-60.

24. Kwon-Chung KJ, Bennett JE. Medical Mycology. Philadelphia : Lea&Febiger 1992.

25. Schwartz RA. Superficial fungal infections. Lancet 2004;364:1173-82.

26. Perez C, Colella MT, Olaizola C, de Capriles CH, Magaldi S and Mata-Essayag S. Tinea nigra : Report of twelve cases in Venezuela. Mycopathologia 2005;160:235-8.

27. Uezato H, Gushi M, Hagiwara K, Kayo S, Hosokawa A, Nonaka S. A case of tinea nigra palmaris in Okinawa, Japan. J Dermatol 2006;1:23-9.

28. Ng KP, Soo-Hoo TS, Na SL, Tay ST, Hamimah H, Lim PC, Chong PP, Seow HF, Chavez AJ, Messer SA. The mycological and molecular study of Hortaea werneckii isolated from blood and splenic abscess. Mycopathologia 2005;159:495-500.

29. Kantarcioglu AS, de Hoog GS. Infections of the cental nervous system by melanized fungi : a review of cases presented between 1999 and 2004. Mycoses 2004;47:4-13.

30. Kim DS, Yoon YM, Kim SW. Phaeohyphomycosis due to Exophiala dermatitidis successfully treated with  itraconazole. Korean J Med Mycol 1999;4:79-83.

31. Hiruma M, Kawada A, Ohata H et al. Systemic phaeohyphomycosis caused by Exophiala dermatitidis. Mycoses 1993;36:1-7.

32. Chang CL, Kim DS, Park DJ, Kim HJ, Lee CH, Shin JH. Acute cerebral phaeohyphomycosis due to Wangiella dermatitidis accompanied by cerebrospinal fluid eosinophilia. J Clin Microbiol 2000;38:1965-6.

33. Matsumoto T, Matsuda T, McGinnis MR, Ajello L. Clinical and mycological spectra of Wangiella dermatitidis infection. Mycoses 1993;36:145-55.

34. Engemann J, Kaye K, Cox G, et al. Exophiala infection from contaminated injectable steroids prepared by a compounding pharmacy-United States, July-November 2002. Center for Disease Control(CDC) Morl Mort Wkly 2002;51:1109-12.

35. Horre R, Schaal KP, Siekmeier R, Sterzik B, de Hoog GS, Schnitzler N. Isolation of fungi, especially Exophiala dermatitidis, in patients suffering from cystic fibrosis. Respiration 2004;71:360-66.

36. Mukaino T, Koga T, Oshita Y, Narita Y, Obata S, Aizawa H. Exophiala dermatitidis infection in non-cystic fibrosis bronchiectasis. Respiratory Medicine 2006;100:2069-71.

37. Kabel PJ, Illy KE,  Holl RA, Buiting AGM, Wintermana RGF. Nosocomial intravascular infection with Exophiala dermatitidis. Lancet 1994;344:1167-8.

38. Nachman S, Alpan O, Malowitz R, Spitzer ED. Catheter-associated fungaemia due to Wangiella (Exophiala) dermatitidis. J Clin Microbiol 1996;34:1011-3.

39. Pospisil L, Skorkovska S, Moster M. Corneal phaeohyphomycosis caused by Wangiella dermatitidis. Ophthalmologica 1990;201:128-32.

40. Benoudia F, Assouline M, Pouliquen Y, Bouvet A, Gueho E. Exophiala(Wangiella) dermatitidis keratitis after keratoplasty. Med Mycol 1999;37:53-6.

41. Patel SR, Hammersmith KM, Rapuno CJ, Cohen EJ. Exophiala dermatitidis keratitis after laser in situ keratomileusis. J Cataract Refract Surg 2006;32:681-4.

42. Kim HU, Kang SH, Matsumoto T. Subcutaneous phaeohyphomycosis caused by Exophiala jeanselmei in a patient with advanced tuberculosis. Br J Derm 1998;138:351-3.

43. Murray IG, Dunkerley GE, Huges KEA. A case of Madura foot caused by Phialophora jeanselmei. Sabouraudia 1963;3:175-7.

44. Naka W, Harada T, Nishikawa T , Fukushiro R. A case of chromoblastomycosis with special reference to the mycology of the isolated Exophiala jeanselmei. Mykosen 1986;29:445-52.

45. Nucci M, Akiti T, Barreiros G, Silveira F, Revankar SG, Wickes BL, Sutton DA, Patterson TF.  Nosocomial outbreak of Exophiala jeanselmei fungemia associated with contamination of hospital water. Clin Infect Dis 2002;34:1475-80.

46. Otis EJ, Wolke RE. Infection of Exophiala salmonis in Atlantic salmon(Salmo salar L). J Wildlife Dis 1985;21:61-4.

47. Madan V, Bisset D, Harris P, Howard S, Beck MH. Phaeohyphomycosis caused by Exophiala salmonis. Br J Derm 2006;154:1082-4.

48. Nielsen HS, Conant NF. A new human pathogenic Phialophora. Sabouraudia 1968;6:228-31.

49. Padhye AA, Kaplan W, Neuman MA, Case P, Radcliffe GN. Subcutaneous phaeohyphomycosis caused by Exophiala spinifera. Sabouraudia 1984;22:493-500.

50. Tomson N, Abdulla A, Maheshwari MB. Chromoblastomycosis caused by Exophiala spinifera. Clin Exp Derm 20006;31:239-41.

51. Al-Obaid I, Ahmad S, Khan ZU, Dinesh B, Hejab HM. Catheter-associated fungemia due to Exophiala oligosperma in leukemic child and review of fungemia cases caused by Exophiala species. J Clin Microbial Infect Dis 2006;25:729-32.

52. Sughayer M, DeGirolami PC, Khettry U, Korzeniowski D, Grumney A, Pasarell L, McGinnis MR. Human infection caused by Exophiala pisciphila : case report and review. Rev Infect Dis 1991;13:379-82.

53. Kantarcioglu AS, Yucel A, de Hoog GS. Case report: isolation of Cladosporium cladosporoides from cerebrospinal fluid. Mycoses 2002;45:500-3.

54. Gueho E, Bonnefoy A, Luboinski J, Petit JC, de Hoog GS. Subcutaneous granuloma caused by Phialophora richardsiae:case report and review literature. Mycoses 1989;32:219-23.

55. Pitrak DL, Koneman EW, Estupinan RC, Jackson J. Phialophora richardsiae infection in human. Rev Infect Dis 1988;10:1195-203.

56. Arango M, Jaramillo C, Cortes A, Restrepo A. Auricular chromoblastomycosis caused by Rhinocladiella aquaspersa. J Med Vet Mycol 1998;36:43-5.

57. Resende MA, Caligiorne RB, Aguilar CR, Gontijo MM. Case of chromoblastomycosis due to Rhinocladiella atrovirens. Abstr 14 ISHAM Cong, B. Aires 2000:274.

58. del Palacio-Hernanz A, Moore MK, Campbell CK, del Palacio-Medel A, del Castillo R. Infection of the central nervous system by Rhinocladiella atrovirens in a patient with acquired immunodeficiency syndrome. J Med Vet Mycol 1989;27:127-30.

59. Develoux M, Ndiaye B, Kane A, Ndir O, Huerre M, de Bievre C. Madura foot caused by Rhinocladiella atrovirens. Abstr 12 ISHAM Congr Adelaide 1994:D79.

60. Matsumoto T, Padhye AA, Ajello , McGinnis MR. Sarcinomyces phaeomuriformis : a new dematiaceous hyphomycete. J Med Vet Mycol 1986;24:395-400.

61. Simson FW. Chromoblastomycosis : Some observations on the type of the disease in South Africa. Mycologia 1946;38:432-49.

62. Howard SJ, Walker SL, Andrew SM, Borman AM, Johnson EM, Denning DW.  Subcutaneous phaeohyphomycosis caused by Cladophialophora devriesii in a United Kingdom resident. Med Mycol 2006;44:553-6.

63. Dixon DM, Walsh TJ, Marz WG, Mc Ginnis MR. Infections due to Xylohypha bantiana(Cladosporium trichoides). Rev Infect Dis 1989;11:515-25.

64. Keyser A, Schmid FX, Linde HJ, Merk J, Rirnbaum DE. Disseminated Cladophialophora bantiana infection in a heart transplant recipient. J Heart Lung Transplant 2002;21:503-5.

65. Osiyemi OO, Dowdy LM, Mallon SM, Cleary T. Cerebral phaeohyphomycosis due to novel species: report of a case and review of literature. Transplantation 2001;71:1343-6.

66. Baddley JW, Salzman D, Pappas PG. Fungal brain abscess in transplant recipient: epidemiologic, microbiologic and clinical features. Clin Transplant 2002;16:419-24.

67. Takei H, Goodman JC,Powell SZ. Cerebral phaeohyphomycosis caused by Cladophialophora bantiana and Fonsecaea monophora : report of three cases. Clin Neuropathol 2007;26:21-7.

68. Al Habib KF, Bryce EA. Xylohypha bantiana multiple brain abscess in a patient with systemic lupus erythematosus. Can J Infect Dis 2003;14:119-20.

69. Trinh JV, Steinbach WJ, Schell WA, Kurtzberg J, Giles SS, Perfect JR. Case report: cerebral phaeohyphomycosis in an immunodeficient child treated medically with combination fungal therapy. Med Mycol 2003;41:339-45.

70. Hussey SM, Gander R, Southern P, Hoang MP. Subcutaneous phaeohyphomycosis caused by Cladophialophora bantiana. Arch Pathol Lab Med 2005;129:794-797.

71. Petrini B, Farnebo F, Hedblad MA, Appelgren P. Concomitant late soft tissue infections by Cladophialophora bantiana and Mycobacterium abscessus folloing tsunami injuries. Med Mycol 2006;44:189-92.

72. Guillot J, Garcia-Hermoso D, Degorce F, et al. Eumycetoma caused by Cladophialophora bantiana in a dog. J Clin Microbiol 2004;42:4901-3.

73. Janovsky M, Grone A, Ciardo D, Vollm J, Burnens A, Fatzer R, Bacciarini LN. Phaeohyphomycosis in a Snow Leopard(Uncia uncia) due to Cladophialophora bantiana. J Comp Path 2006;134:245-8.

74. Kanj SS, Amr SS and Roberts GD. Ramichloridium mackenziei brain abscess:report of two cases and review of the literature. Medical Mycology 2001;39:97-102.

75. Sutton DA, Slifkin M, Yakulis R, Rinaldi MG. U.S. Case report of cerebral phaeohyphomycosis caused by Ramichloridium obovoideum(R. mackenziei): Criteria for identification, therapy and review of other known dematiaceous neurotropic taxa. J Clin Microbiol 1998;36:708-15.

76. Naim-ur-Rahman, Mahgoub ES, Chagla AH. Fatal brain abscesses caused by Ramichloridium obovoideum : report of three cases. Acta Neurochir 1988;93:93-5.

77. Podnos YD, Anastasio P, De La Maza L, Kim RB. Cerebral phaeohyphomycosis caused by Ramichloridium obovoideum(Ramichloridium mackenziei): case report. Neurosurgery 1999;45:372-5.

78. Alkhunaizi AM, Amir AA, Al-Tawfig JA. Invasive fungal infection in living unrelated renal transplantation. Transplant Proc 2005;37:3034-7.

79. Rippon JW, Arnow PM, Larson RA, Zang KL. “Golden tongue syndrome” caused by Ramichloridium schulzeri. Arch Derm 1985;121:892-4.

 

 

 

 

 

 

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Incidence of Positive Culture form Catheter Tip after Endotracheal Tube Suctioning Uning Disposable VS. Sterilized Reusable Gloves (การศึกษาเปรียบเทียบอัตราการเพราะเชื้อได้ผลบวกจากปลายสายดูดเสมหะจากท่อช่วยหายใจเมื่อใช้ถุงมือปราศจากเชื้อในห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
Enterotoxins, TSST-1 Production and Drug Semsitivity Of Staphyrococcus aureus Isolated from Hospital Staffs And Medical Student in Srinagarind Hospital (Enterotoxins, Toxic shock syndrome toxin- 1 และความไวต่อยาของเชื้อ Staphylococcus aureus ที่แยกจากบุคลากรโรงพยาบาลและนักศึกษาแพทย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ )
 
Diarrhea due to Vibrio cholera 0139 in Srinagarind Hospital (โรคอุจจาระร่วงอย่างแรงจากเชื้อ Viabrio cholera 0139ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ )
 
Ebola Virus (อีโบลา)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Microbiology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0