Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Development of Fungal Media for using in Laboratory Learning

การพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อรา สำหรับใช้ในการเรียนการสอนทางห้องปฏิบัติการ

Kittipan Samerpitak (กิตติพันธุ์ เสมอพิทักษ์) 1, Aranya Kongthaworn (อรัญญา คงถาวร) 2, Krissana Trakarathai (กฤษณา ตระการไทย) 3, Kunyaluk Chaicumpar (กัญญลักษณ์ ชัยคำภา) 4




หลักการและเหตุผล : เนื่องจากอาหารเลี้ยงเชื้อราที่ใช้ทั่วไปในห้องปฏิบัติการมีราคาแพง โดยธรรมชาติของเชื้อราที่เจริญเติบโตได้ง่ายร่วมกับผลผลิตทางการเกษตรที่หลากหลายของประเทศ ก่อให้เกิดความเป็นไปได้ในการพัฒนาหาอาหารเลี้ยงเชื้อราที่มีราคาถูกกว่าสำหรับใช้ในงานการเรียนการสอน

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาหาอาหารเลี้ยงเชื้อราชนิดใหม่สำหรับใช้ในงานการเรียนการสอนทางห้องปฏิบัติการ

วิธีการ : ทดลองเพาะเลี้ยงเชื้อราสายที่ใช้ในการเรียนการสอน บนอาหารที่เตรียมจากวัตถุดิบทางการเกษตรได้แก่ มันเทศ ฟักทอง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง  จากนั้นคัดเลือกวัตถุดิบที่ให้ผลการเจริญของเชื้อราดีที่สุดโดยเปรียบเทียบจากการเจริญเติบโต ทางสถิติด้วย Paired t-test แล้วนำมาพัฒนาสูตรอาหารสำหรับเพาะเลี้ยงเชื้อราโดยเปรียบเทียบกับอาหารที่ใช้ทั่วไปในห้องปฏิบัติการ

ผลการทดลอง : จากวัตถุดิบที่ทดสอบสามารถนำมาพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อราได้อาหารวุ้น 4 สูตรคือ วุ้นฟักทองน้ำตาลทราย (PKSA) วุ้นฟักทองเด็กโทรส (PKDA) วุ้นถั่วแดงฟักทองน้ำตาลทราย (RPSA) และวุ้นถั่วแดงฟักทองเด็กโทรส (RPDA)  เมื่อเปรียบเทียบกับการเจริญของเชื้อรา 7 ชนิด กับ อาหารวุ้นมันฝรั่งเด็กโทรส (Potato dextrose agar, PDA) พบว่าอาหารทั้ง 4 สูตรให้ผลดีกว่าในการเพาะเลี้ยงเชื้อรา 4 ชนิด  ให้ผลไม่ต่างกันในเชื้อรา 1 ชนิด และให้ผลน้อยกว่า PDA ในเชื้อรา 2 ชนิด (p<0.05)

วิจารณ์และสรุปผลการทดลอง : แม้อาหารที่พัฒนาขึ้นมายังไม่สามารถใช้ทดแทนได้ PDA ได้เต็มที่ แต่ก็ให้ผลในระดับที่น่าพอใจ สามารถนำไปใช้ได้เนื่องจากต้นทุนที่ถูกกว่า และโดยเฉพาะข้อดีที่ทำให้การเจริญของเชื้อบางชนิดง่ายต่อการเตรียมตัวอย่างเพื่อศึกษา อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีการปรับปรุงขั้นตอนการเตรียมอาหารสูตรต่างๆ เหล่านี้ให้สะดวกต่อการปฏิบัติงานต่อไป

คำสำคัญ : อาหารเลี้ยงเชื้อรา, อาหารเลี้ยงเชื้อทางจุลชีววิทยา, การเรียนการสอนทางห้องปฏิบัติการ

 

Background : Because common fungal media used in laboratory learning are expensive, and the nature of fungi in easily growing and the plenty of agricultural products in our country, can make it be possible to perform the experiment to prove the hypothesis and develop the cheaper media.

Objective : To develop  the new fungal media for laboratory learning.

Methods : Cultivate molds in the media each prepared from sweet potato, pumpkin, soy bean, mung bean and red bean, then select the one that yields the best fungal growth to develop the media formular for assessment of fungal growth comparing to the standard media.

Results : Four formulae of the new fungal media containing pumpkin sucrose agar (PKSA), pumpkin dextrose agar (PKDA), red bean-pumpkin sucrose agar (RPSA), red bean-pumpkin dextrose agar (RPDA), were developed and tested to cultivate 7 molds compared with those of potato dextrose agar (PDA). Four species showed better growth in the 4 formulae and 2 species showed better growth in PDA, while 1 species showed no difference among all media (p<0.05)

Discussion and conclusion : Though the four developed fungal media cannot absolutely defeat PDA, their lower costs could be accepted. Furthermore, some characters appearing on developed media revealed more advantage of specimens-preparation. However, the preparation method of these media have to be further improved for routine performing.

Key word : fungal media,  microbiological media, laboratory learning

 

บทนำ

          เนื่องจากอาหารเลี้ยงเชื้อราที่ใช้ในการเรียนการสอนทั่วไป เช่น อาหารวุ้นมันฝรั่งเด็กโทรส(Potato dextrose agar, PDA), Sabouraud dextrose agar(SDA), Malt extract agar, Lactose-yeast extract agar ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่มีราคาแพง ซึ่งในการเรียนการสอนปฏิบัติการในส่วนของวิทยาเชื้อรา จะมุ่งเน้นการศึกษารูปร่างโครงสร้างของเชื้อราเป็นหลัก ไม่ได้เน้นการศึกษาวิเคราะห์คุณสมบัติทางชีวเคมี หรือ การวิเคราะห์ทางเคมีเหมือนแบคทีเรีย ไม่มีความจำเป็นต้องใช้สารที่เป็นส่วนประกอบของอาหารที่มีโครงสร้าง และส่วนประกอบทางเคมีชัดเจนในระดับวิเคราะห์อย่างที่ใช้ทั่วไป การพยายามลดค่าใช้จ่ายในการเรียนการสอนด้านนี้ โดยใช้สารที่ราคาถูกกว่า แต่ให้ผลที่ไม่ต่างกัน สามารถนำมาใช้เตรียมเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อรา หรือทดแทนอาหารที่ใช้ประจำที่มีราคาแพง จึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา มีรายงานการประยุกต์ใช้วุ้นทำขนมตามท้องตลาดซึ่งราคาถูกกว่า มาเตรียมเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อราและแบคทีเรีย พบว่าอาหารดังกล่าวให้ผลการเพาะเลี้ยงได้เป็นที่น่าพอใจ ไม่แตกต่างจากวุ้นราคาแพงที่ใช้ในงานประจำ1,2

          จากความรู้พื้นฐานที่เชื้อราเป็นจุลินทรีย์ที่เจริญเติบโตได้ง่าย เนื่องจากเป็นผู้ย่อยสลาย(decomposer) ที่สำคัญของห่วงโซ่อาหาร มีความสามารถในการสร้างเอนไซม์ได้หลายชนิด3-8 ทำให้สามารถใช้วัตถุดิบในธรรมชาติได้หลากหลาย แม้กระทั่งเซลลูโลส เชื้อราก็ใช้เป็นแหล่งอาหารได้ดี ดังนั้นธัญญพืชที่ประเทศไทยผลิตได้เป็นจำนวนมาก เช่น มันสำปะหลัง  ข้าว  ข้าวโพด พืชผักผลไม้ รวมทั้งถั่วต่างๆ หรือ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว น้ำตาลทราย  ฯลฯ เชื้อราก็น่าจะใช้ในการเจริญเติบโตให้โครงสร้างและรูปร่างที่สมบูรณ์ได้ดี และที่สำคัญได้มีการพัฒนาใช้วัตถุดิบเหล่านี้เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อราแล้ว แต่เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะทาง เช่น Corn meal agar หรือ Glutinous rice tween agar  ซึ่งมีส่วนประกอบจากแป้งข้าวโพดและแป้งข้าวเหนียวตามลำดับ ใช้ในการกระตุ้นการสร้าง chlamydospore ของ Candida albicans 3,4,9,10

          วัตถุประสงค์ของการวิจัยในครั้งนี้ เพื่อหาวัตุดิบหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในประเทศ ซึ่งได้แก่ มันเทศ, ฟักทอง, ถั่วเหลือง, ถั่วแดง, ถั่วเขียวปอกเปลือก, ถั่วเขียว และน้ำตาลทราย จากนั้นคัดเลือกวัตถุดิบที่ศักยภาพสูงสุด สำหรับนำมาพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อรา เพื่อใช้ทดแทนอาหารเลี้ยงเชื้อราสำเร็จรูปที่ใช้ในการเรียนการสอน

วิธีการทดลอง

เชื้อราที่ใช้ในการทดลอง

            เชื้อราสาย 10 ชนิด ประกอบด้วย Aspergillus niger  2 สายพันธุ์ Aspergillus flavus 1 สายพันธุ์ Aspergillus fumigatus 2 สายพันธุ์ Penicillium sp. 1 สายพันธุ์ Rhizopus sp. 2 สายพันธุ์ Cladosporium sp. 2 สายพันธุ์ Trichophyton rubrum 1 สายพันธุ์ Trichophyton mentagrophytes 2 สายพันธุ์ Microsporum gypseum  2 สายพันธุ์ Epidermophyton floccosum 2 สายพันธุ์

การทดลองที่ 1 การทสอบหาวัตถุดิบทางการเกษตรเพื่อใช้เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อรา

            การเตรียมเชื้อสำหรับใช้ทดสอบการเจริญเติบโตในอาหารที่เตรียมจากวัตถุดิบทางการเกษตร

          เตรียมเชื้อราสายทั้ง 17 สายพันธุ์ โดยเพาะเลี้ยงบนจานอาหารวุ้นมันฝรั่ง (Potato dextrose agar, PDA ตรา Difco )  บ่มเชื้อที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส จนกระทั่งเชื้อสร้างสปอร์ ซึ่งจะใช้เป็นส่วนที่เพาะเลี้ยงบนอาหาร (inoculum) สำหรับเชื้อราสายชนิดที่สร้างสปอร์น้อย จะเตรียม inoculum โดยใช้ท่อสเตนเลส เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 มิลลิเมตร เจาะวุ้นบริเวณขอบของโคโลนีให้ได้เป็นชิ้นวุ้นรูปทรงกระบอกที่มีสายราอยู่บนผิวหน้าและ/หรือภายในเนื้อวุ้น

การเพาะเลี้ยงเชื้อราบนอาหารที่เตรียมจากวัตถุดิบทางการเกษตร

          นำเข็มเขี่ยเชื้อราแตะ inoculum ซึ่งเป็นสปอร์ หรือ ชิ้นวุ้นจากโคโลนีของราสายทั้ง 17 สายพันธุ์ มาเพาะเลี้ยงบนอาหาร PDA plate และอาหารที่เตรียมจากวัตถุดิบทางการเกษตร 6 ชนิด คือ อาหารวุ้นมันเทศ (Sweet potato Agar, SPA : 20%W/V มันเทศ 1.5% วุ้นทำขนมตราโทรศัพท์) อาหารวุ้นฟักทอง (Pumpkin agar, PA : 20%W/V ฟักทอง 1.5% วุ้นทำขนมตราโทรศัพท์) อาหารวุ้นถั่วเหลือง (Soy bean agar, SBA)(20%W/V ถั่วเหลือง 1.5% วุ้นทำขนมตราโทรศัพท์) อาหารวุ้นถั่วแดง (Red bean agar, RBA : 20%W/V ถั่วแดง 1.5% วุ้นทำขนมตราโทรศัพท์) อาหารวุ้นถั่วเขียว (Mung bean agar 1, MBA1 : 20%W/V ถั่วเขียวมีเปลือก 1.5% วุ้นทำขนมตราโทรศัพท์) อาหารวุ้นถั่วเขียวปอกเปลือก (Mung bean agar 2, MBA2 : 20%W/V ถั่วเขียวปอกเปลือก 1.5% วุ้นทำขนมตราโทรศัพท์) โดยใช้เทคนิค point inoculation ซึ่งจะวางหรือแตะ inoculum ลงตรงกลางจานอาหาร และการเพาะเลี้ยงเชื้อราในการทดลองจะใช้จำนวนอาหารชนิดละ 5 จานสำหรับเลี้ยงเชื้อรา 1 สายพันธุ์ จากนั้นบ่มเชื้อที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส

โดยการวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางโคโลนีของเชื้อราสายแต่ละชนิด ตามระยะเวลาที่กำหนด คำนวณหาค่าเฉลี่ยจากอาหารทั้ง 5 จาน แล้วเปรียบเทียบขนาดของโคโลนีระหว่างอาหารที่เตรียมจากวัตถุดิบทางการเกษตรแต่ละชนิด กับ อาหาร PDA  ซึ่งการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยทางสถิติใช้การทดสอบ Paired t-test และกำหนดการปฏิเสธสมมุติฐานที่ p < 0.05

         ใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจดูลักษณะจุลสัณฐานที่ใช้ในการระบุราสายแต่ละชนิด เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของเชื้อราที่ได้จากการเพาะเลี้ยงบนอาหารที่เตรียมจากวัตถุดิบทางการเกษตร กับ อาหาร PDA โดยดูลักษณะสายรา และ ลักษณะการสร้างสปอร์ จากตัวอย่างราสายแต่ละชนิดที่เตรียมโดยวิธี Tease mount technique หรือ Slide culture technique แล้วย้อมด้วยสี lactophenol cotton blue 4,11,12

 

การทดลองที่ 2 การพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อราจากวัตถุดิบที่ผ่านการคัดเลือก

          นำวัตถุดิบทางการเกษตรที่ผ่านการคัดเลือกจากการทดลองที่ 1 มาพัฒนาสูตรเพื่อเตรียมเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อรา แล้วนำมาทดสอบโดยเพาะเลี้ยงเชื้อราสาย 7 ชนิด คือ  Aspergillus niger , Penicillium sp, Rhizopus sp., Cladosporium sp., Trichophyton rubrum, Microsporum gypseum และ Epidermophyton floccosum   เปรียบเทียบกับอาหาร PDA โดยการเพาะเลี้ยงจะใช้อาหาร 5 จานต่อเชื้อรา 1 ชนิด จากนั้นบ่มเชื้อที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส แล้วบันทึกผลเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อราโดยวิธีการเช่นเดียวกับการทดลองที่ 1

 

ผลการทดลอง

การทดลองที่ 1 การทดสอบหาวัตถุดิบทางการเกษตรเพื่อใช้เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อรา

          จากการทดสอบความแตกต่างทางสถิติของขนาดค่าเฉลี่ยเส้นผ่าศูนย์กลางโคโลนีของราสาย 17 สายพันธุ์ที่เลี้ยงบนอาหาร PDA และอาหารที่เตรียมจากวัตถุดิบทางการเกษตรโดย Paired t-test สำหรับกลุ่มอาหารที่ส่วนประกอบหลักเป็นคาร์โบไฮเดรตคือ อาหารวุ้นมันเทศ (SPA) และอาหารวุ้นฟักทอง (PA) พบว่า 9 สายพันธุ์ เติบโตบนอาหาร PDA ได้ดีกว่าทั้งอาหาร SPA และ PA  ส่วนที่เหลือพบว่ามี 6 สายพันธุ์เติบโตบนอาหารทั้งสองชนิดได้ดีกว่า PDA ซึ่งในกลุ่มนี้ 5 สายพันธุ์คือ A. niger strain N และ O (รูปที่ 1), A. fumigatus strain O, Penicillium sp. strain O และ T. rubrum strain O เติบโตได้ดีที่สุดบนอาหาร PA  ส่วนอีก 1 สายพันธุ์คือ A. fumigatus strain N เติบโตได้ดีที่สุดบนอาหาร SPA และยังพบว่า A. flavus เติบโตบนอาหาร PA ได้ดีเท่าๆ กับบนอาหาร PDA (ตารางที่1)  ส่วนลักษณะจุลสัณฐานวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการระบุเชื้อราทั้ง 17 สายพันธุ์ เมื่อเพาะเลี้ยงบนอาหารทั้ง PDA, SPA และ PA ให้ลักษณะโดยรวมที่ไม่แตกต่างกัน

ส่วนการทดสอบการเติบโตของเชื้อราสาย ในอาหารวุ้นที่เตรียมจากวัตถุดิบทางการเกษตรกลุ่มที่มีโปรตีนสูงได้แก่ เมล็ดถั่ว 4 ชนิด คือ อาหารวุ้นถั่วเหลือง (SBA) อาหารวุ้นถั่วแดง (RBA) อาหารวุ้นถั่วเขียว (MBA1) และ อาหารวุ้นถั่วเขียวปอกเปลือก (MBA2) เมื่อเปรียบเทียบขนาดค่าเฉลี่ยเส้นผ่าศูนย์กลางโคโลนีของราสายทั้ง 17 สายพันธุ์ กับ ที่ได้จากอาหาร PDA ได้พบว่า 10 สายพันธุ์ เติบโตบนอาหาร PDA ได้ดีที่สุด มีเฉพาะ 1 สายพันธุ์ คือ Penicillium sp. strain O ที่เติบโตบนอาหารวุ้นถั่วทั้ง 4 ชนิดได้ดีกว่าบน PDA  ส่วนอีก 3 สายพันธุ์คือ A. flavus strain O และ, A. niger strain N และ O เติบโตบนอาหารวุ้นจากถั่วทุกชนิดได้ไม่แตกต่างจาก PDA   และ อีก 3 สายพันธุ์ คือ A. fumigatus strain N, T. rubrum และ M. gypseum strain N ที่เจริญบนอาหารถั่วบางชนิดได้ไม่แตกต่างจาก PDA (ตารางที่1)

 

          ส่วนลักษณะจุลสัณฐานวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการระบุเชื้อราทั้ง 17 สายพันธุ์ไม่แตกต่างกันเมื่อเพาะเลี้ยงบนอาหารวุ้นถั่วทั้ง 4 ชนิด โดยเฉพาะวุ้นถั่วแดงพบแนวโน้มการสร้าง macroconidia ใน T. rubrum ได้ดี

 

รูปที่ 1 ตัวอย่างกราฟเปรียบเทียบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางโคโลนีของ A. niger strain O บนอาหาร Potato dextrose agar(PDA), Pumpkin agar(PA) และ Sweet potato agar(SPA) โดยผลที่ได้พบว่า PA>SPA>PDA (Paired t-test, p<0.05)

 

ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบผลการเจริญเติบโตของเชื้อราสาย 17 สายพันธุ์เมื่อเลี้ยงในอาหารชนิดต่างๆ (Paired t-test, p<0.05)

 

เชื้อรา

บนอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต

บนอาหารกลุ่มถั่วต่างๆ

Aspergillus niger O

PA>SPA>PDA

All=PDA

A. niger N

PA>SPA>PDA

All=PDA

A. flavus O

PA=PDA>SPA

All=PDA

A. fumigatus O

PA>SPA>PDA

PDA>All

A. fumigatus N

SPA>PA>PDA

MBA2,RBA=PDA>MDA1,SBA

Penicillium sp.

PA>SPA=PDA

All>PDA

Rhizopus sp. O

PDA>SPA=PA

PDA>All

Rhizopus sp. N

PDA>SPA>PA

PDA>All

Cladosporium sp. O

PDA>PA>SPA

PDA>All

Cladosporium sp. N

PDA>PA>SPA

PDA>All

Trichophyton rubrum

PA>PDA>SPA

MBA1,MBA2=PDA>SBA,RBA

T. mentagrophytes O

PDA>SPA>PA

PDA>All

T. mentagrophytes N

PDA>PA>SPA

PDA>All

Microsporum gymseum O

PDA>PA>SPA

PDA>All

M. gypseum N

PDA>PA>SPA

SBA,MBA1,MBA2=PDA>RBA

Epidermophyton floccosum O

PDA>PA>SPA

PDA>All

E. floccosum N

PDA>PA>SPA

PDA>All

PDA;Potato dextrose agar, PA;Pumpkin agar, SPA;Sweet potato agar, MBA;Mung bean agar, RBA;Red bean agar, SBA; Soy bean agar,  = ; no significant difference, > or <  ;  more or less significant difference

 

การทดลองที่ 2 การพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อรา จากวัตถุดิบที่ผ่านการคัดเลือก

          วัตถุดิบที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อพัฒนาสูตรอาหารได้แก่ ฟักทอง ถั่วแดง ซึ่งทางคณะผู้วิจัยได้ใช้ฟักทองเป็นหลักในการพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อรา โดยใช้ทั้งเดี่ยวๆ และใช้ผสมกับถั่วแดง พร้อมทั้งเพิ่มแหล่งคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาลทราย (ซูโครส) กับ น้ำตาลเด็กโทรส และใช้วุ้นทำขนมตามท้องตลาด นำมาเตรียมเป็นสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อรา 4 ชนิด (รูปที่ 2) ได้แก่ อาหารวุ้นถั่วแดงฟักทองน้ำตาลทราย (Red bean-pumpkin sucrose agar, RPSA) อาหารวุ้นถั่วแดงฟักทองเด็กโทรส (Red bean-pumpkin dextrose agar, RPDA) อาหารวุ้นฟักทองน้ำตาลทราย (Pumpkin sucrose agar, PKSA) และอาหารวุ้นฟักทองเด็กโทรส (Pumpkin dextrose agar, PKDA) โดยลักษณะของอาหารที่เตรียมได้มีลักษณะทั่วไปที่ใกล้เคียงกับอาหาร PDA โดยเฉพาะอาหาร PKSA) และ อาหาร PKDA

         ผลการทดลองเมื่อใช้เพาะเลี้ยงเชื้อราพบว่า พบว่า 2 สายพันธุ์คือ E. floccosum  strain O (รูปที่3) และ M. gypseum strain O เติบโตได้ดีที่สุดบนอาหารวุ้น PDA  อีก 4 สายพันธุ์เติบโตได้ดีในอาหารอื่นโดย A. niger strain O เติบโตได้ดีบนอาหารวุ้น RPDA และ PKDA (รูปที่ 4),  Penicillium sp. strain O(รูปที่ 5) และ Cladosporium sp. strain O (รูปที่ 6) เติบโตได้ดีบนอาหารวุ้น PKSA  และ T. rubrum strain O เติบโตได้ดีบนอาหารวุ้น RPSA   ส่วน Rhizopus sp. strain O เติบโตได้ไม่ต่างกันในอาหารทั้ง 5 ชนิด (ตารางที่ 2) ส่วนลักษณะจุลสัณฐานวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการระบุเชื้อราทั้ง 7 สายพันธุ์ไม่แตกต่างกันเมื่อเพาะเลี้ยงบนอาหารวุ้นทั้ง 5 ชนิด

 

 

ตารางที่ 2 เปรียบเทียบผลการเจริญเติบโตของเชื้อราสาย 7 สายพันธุ์เมื่อเลี้ยงในอาหารสูตรต่างๆ (Paired t-test, p<0.05)

เชื้อรา

ผลการเจริญบนอาหารสูตรต่างๆ

Aspergillus niger O

RPDA=PKDA>RPSA=PKSA>PDA

Penicillium sp.

PKSA>PKDA>PDA>RPSA>RPDA

Rhizopus sp.O

RPSA=RPDA=PDA=PKSA=PKDA

Cladosporium sp. O

PKSA>PKDA=PDA=RPSA=RPDA

Trichophyton rubrum O

RPSA>PDA=RPDA=PKDA>PKSA

Microsporum gypseum O

PDA>RPSA=RPDA>PKSA=PKDA

Epidermophyton floccusum O

PDA>RPSA=RPDA>PKDA>PKSA

PDA;Potato dextrose agar, RPDA;Red bean-pumpkin dextrose agar, RPSA;Red bean-pumpkin sucrose agar, PKDA;Pumpkin dextrose agar, PKSA;Pumpkin sucrose agar,

=; no significant difference, > or <  ; more or less significant difference


 

วิจารณ์

          ในการทดสอบหาวัตถุดิบทางการเกษตรเพื่อใช้ในการเตรียมเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อรา พบว่าทั้งฟักทอง มันเทศและถั่วทั้ง 4 ชนิด ต่างก็มีสารอาหารที่เชื้อราสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้เป็นที่น่าพอใจ แม้ว่าจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเชื้อรา ซึ่งเชื้อราแต่ละชนิดที่นำมาใช้ทดสอบก็มีธรรมชาติในการชอบสารอาหารที่ต่างกัน เชื้อราในกลุ่มที่ชอบคาร์โบไฮเดรตเช่น Aspergillus, Penicillium, Rhizopus4,5,6,7 มีแนวโน้มที่เติบโตได้ดีในอาหารที่เตรียมจากวัตถุดิบทั้ง  6 ชนิด ในขณะที่เชื้อราพวกที่ชอบโปรตีน เช่น dermatophytes3,5,9 ทั้ง Trichophyton, Microsporum, Epidermophyton ก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้น้อยกว่าในอาหารที่เตรียมจากวัตถุดิบดังกล่าว อย่างไรก็ตามในกลุ่มวัตถุดิบที่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบหลักฟักทองให้การเจริญเติบโตที่น่าพอใจกับเชื้อราที่ทดสอบ ส่วนกลุ่มของถั่วจะให้ผลที่ใกล้เคียงกัน เช่นเดียวกันที่โครงสร้างสำคัญที่ใช้ในการระบุชนิดของเชื้อราทั้งหมดที่ใช้ทดสอบไม่พบความแตกต่างจากที่เลี้ยงบนอาหาร PDA แต่ที่น่าสนใจคืออาหารที่เตรียมจากถั่วแดงมีแนวโน้มที่จะพบการสร้าง macroconidia ของ Trochophyton rubrum ซึ่งโดยทั่วไปมักจะไม่พบการสร้างเมื่อเลี้ยงเชื้อราสกุลนี้ในอาหาร PDA หรือ Sabouraud dextrose agar

 

          ส่วนผลที่ได้เมื่อเลี้ยงเชื้อราสาย 7 ชนิดบนอาหารทั้ง 4 สูตร ก็เป็นที่น่าพอใจเนื่องจากราสาย 4 ชนิดเติบโตบนอาหารที่เตรียมจากฟักทอง และวุ้นทำขนมตามท้องตลาดได้ดีกว่าบนอาหาร PDA  โดยเฉพาะในการเลี้ยง Penicillium sp. บนอาหาร PKDA และ PKSA จะให้ลักษณะโคโลนีที่โตเร็วค่อนข้างหลวม ต่างจากลักษณะโคโลนีที่เพาะเลี้ยงโดยใช้ PDA (รูปที่ 4)  ซึ่งลักษณะเช่นนี้ทำให้ง่ายต่อการเตรียมตัวอย่างเชื้อราเพื่อการศึกษารูปร่างและโครงสร้างโดยกล้องจุลทรรศน์ ด้วยวิธีการเขี่ยเชื้อราจากโคโลนีโดยตรง (Tease mount technique)

          ในกรณีของเชื้อราสายพันธุ์ที่เติบโตได้น้อยกว่า PDA โดยเฉพาะกลุ่ม dermatophytes แม้ขนาดและลักษณะของโคโลนีจะแตกต่างจาก PDA (รูปที่ 5) แต่สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนในภาคปฏิบัติการได้ เนื่องจากรูปร่างโครงสร้างจากกล้องจุลทรรศน์ไม่แตกต่างกัน

 

สรุป

          จากผลการทดลองทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะสร้างสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อราชนิดใหม่ จากวัตถุดิบทางการเกษตร โดยเฉพาะการใช้ฟักทองร่วมกับใช้วุ้นทำขนมตามท้องตลาด ในการเตรียมอาหารเพื่อใช้ในการเรียนการสอนที่ต้องใช้อาหารเป็นจำนวนมาก ความได้เปรียบในด้านที่เป็นวัตถุดิบราคาถูกมากเมื่อเทียบกับอาหารเลี้ยงเชื้อราที่ใช้ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา อย่างไรก็ตามการพัฒนาสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อดังกล่าว จำเป็นต้องมีการดำเนินการต่อไปเพื่อให้สามารถใช้เลี้ยงเชื้อราที่ใช้ในการเรียนการสอนทั้ง 7 สายพันธุ์ให้เติบโตได้ดีมากกว่าหรืออย่างน้อยก็ต้องเท่ากับที่เติบโตได้บน PDA รวมไปถึงขั้นตอนการเตรียมอาหารต้องง่าย สะดวก รวดเร็ว  และที่สำคัญคือการควบคุมคุณภาพของอาหาร ให้มีลักษณะที่เหมาะสม และให้ผลการเพาะเลี้ยงเชื้อราที่สม่ำเสมอในทุกๆครั้ง

 

กิตติกรรมประกาศ

คณะผู้วิจัยขอขอบพระคุณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำหรับสนับสนุนทุนในการวิจัย และ รศ.ดร.อังคณา ฉายประเสริฐ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ให้ความอนุเคราะห์สายพันธุ์เชื้อรา

 

 

เอกสารอ้างอิง

1. กิตติพันธุ์ เสมอพิทักษ์, อรัญญา คงถาวร, กฤษณา ตระการไทย และ กัญญลักษณ์ ชัยคำภา. การประยุกต์ใช้วุ้นตามท้องตลาดสำหรับเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อรา. การประชุมวิชาการทางเทคนิคการแพทย์ครั้งที่ 27 : การวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสู่การประยุกต์ใช้ทางคลินิก (Laboratory Investigation from lab to Clinical use). สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย. 2546 : 241.

2. เพลินพิศ หานนท์, อรัญญา คงถาวร, กิตติพันธุ์ เสมอพิทักษ์ และ กฤษณา ตระการไทย. การประยุกต์ใช้วุ้นตามท้องตลาดสำหรับเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย. การประชุมวิชาการทางเทคนิคการแพทย์ครั้งที่ 27 : การวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการสู่การประยุกต์ใช้ทางคลินิก (Laboratory Investigation from lab to Clinical use). สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย. 2546 : 242.

3. ประหยัด ทัศนากรณ์. กิณวิทยาการแพทย์ เชื้อราตัวก่อโรค. โครงการตำราวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ, 2532.

4. กิตติพันธุ์ เสมอพิทักษ์. วิทยาเชื้อราพื้นฐาน : Basic Mycology. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ขอนแก่น, 2546.

5. Alexopoulos CJ, Mims CW, Blackwell M. Introductory Mycology 4th edition. Wiley&Sons. New York, 1996.

6. Garaway MO, Evan RC. Fungal nutrition and Physiology. New York : John Wiley & Son, 1984.

7. Griffin DH. Fungal Physiology 2nd ed. New York : Wiley-Liss, 1993.

8. Moore-Landecker E. The Fundamentals of the fungi 4th ed. New Jersey: Prentice Hall, 1996.

9. ศมนีย์ ศุขรุ่งเรือง. เชื้อราก่อโรคและโรคเชื้อรา. สารมวลชน. กรุงเทพฯ.2529.

10. Collee JG, Fraser AG, Marmion BP, Simmons A. Mackie & McCartney Practical Medical Microbiology 14th ed. New York : Churchill Livingstone, 1996.

11. มนทการติ วัชราภัย. คู่มือปฏิบัติการวิชาเห็ดรา. ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ, 2525.

12. de Hoog GS, Guarro J, Gene J and  Figueras MJ.  Atlas of clinical fungi. Centraalbureau voor Schimmelcultures/Universitat Rovira I Virgili 2000.

 

 

 

 

 

 

 

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Incidence of Positive Culture form Catheter Tip after Endotracheal Tube Suctioning Uning Disposable VS. Sterilized Reusable Gloves (การศึกษาเปรียบเทียบอัตราการเพราะเชื้อได้ผลบวกจากปลายสายดูดเสมหะจากท่อช่วยหายใจเมื่อใช้ถุงมือปราศจากเชื้อในห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
Enterotoxins, TSST-1 Production and Drug Semsitivity Of Staphyrococcus aureus Isolated from Hospital Staffs And Medical Student in Srinagarind Hospital (Enterotoxins, Toxic shock syndrome toxin- 1 และความไวต่อยาของเชื้อ Staphylococcus aureus ที่แยกจากบุคลากรโรงพยาบาลและนักศึกษาแพทย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ )
 
Diarrhea due to Vibrio cholera 0139 in Srinagarind Hospital (โรคอุจจาระร่วงอย่างแรงจากเชื้อ Viabrio cholera 0139ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ )
 
Ebola Virus (อีโบลา)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Microbiology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0