Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Screening for Analgesic and Anti-inflammatory Activities of Extracts from Local Vegetables in Northeast Thailand

การตรวจสอบฤทธิ์ระงับปวดและฤทธิ์ต้านอักเสบของ พืชผักพื้นบ้านอีสาน

Panot Tangsucharit (ปณต ตั้งสุจริต) 1, Veerapol Kukongviriyapan (วีรพล คู่คงวิริยพันธุ์) 2, Upa Kukongviriyapan (ยุพา คู่คงวิริยพันธุ์) 3, Wanchai Airarat (วันชัย ไอยารัตน์) 4




หลักการและเหตุผล: พืชผักพื้นบ้านหลายชนิดที่คนไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือรับประทานอยู่เป็นประจำนั้น ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยามากนัก

วัตถุประสงค์: เพื่อตรวจสอบฤทธิ์ระงับปวดและฤทธิ์ต้านการอักเสบของพืชผักพื้นบ้านอีสาน 10 ชนิด

วิธีการ: การตรวจหาฤทธิ์ระงับปวดโดยใช้ writhing test และ tail flick test สำหรับการตรวจฤทธิ์ต้านอักเสบ ใช้ rat hind paw edema model และทดสอบสถิติด้วย students’ t test

ผลการศึกษา: การทดสอบใช้สารสกัดพืชผักพื้นบ้านด้วยน้ำ ขนาด 1 กรัมต่อน้ำหนักตัวของหนูเพศผู้ 1 กิโลกรัม การทดสอบฤทธิ์ระงับปวดโดยการใช้  writhing test พบว่าสารสกัดจาก ใบตำลึง, ใบย่านาง, ผักติ้วแดง, ผักกาดฮีน, มะระขี้นก, ผักชะพลู และผักชีลาว มีผลลดการเกิด writhing ในหนู 35-64 %(p<0.05) จากนั้น คัดเลือกสารสกัดที่มีฤทธิ์มากที่สุด 4 ชนิด ได้แก่ ใบตำลึง, ใบย่านาง, ผักติ้วแดง และผักกาดฮีน มาทำการทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดยใช้ carrageenen เป็นสารกระตุ้น  พบว่าสารสกัดทั้ง 4 ชนิดไม่มีฤทธิ์ต้านอักเสบในสัตว์ทดลอง และจากการทดสอบฤทธิ์ระงับปวดด้วย tail flick test พบว่าสารสกัดจากใบตำลึงและใบย่านาง มีฤทธิ์ระงับปวด

สรุป: ผลการศึกษาครั้งนี้สรุปว่า พืชผักพื้นบ้านอีสานบางชนิด ได้แก่ ใบตำลึง, ใบย่านาง, ผักติ้วแดง และผักกาดฮีน มีฤทธิ์ระงับปวด แต่ไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ซึ่งสารสกัดจากใบตำลึงและใบย่านางอาจจะออกฤทธิ์ระงับปวดต่อระบบประสาทส่วนกลาง

 

Background: Northeast region of Thailand is one of the rich source of vegetables, the favorite Thai food in daily diet. There are very few pharmacological studies in folk vegetables.

Objectives: This study described screening tests for the analgesic and anti-inflammatory activities of 10 local vegetables inhabitated in the Northeast region of Thailand.

Method: Analgesic activity was assessed by writhing test and tail flick test. Anti-inflammatory activity was assessed by rat hind paw edema model.

Results: The water extract of vegetables at 1 g/kg administered orally in Swiss albino male mice was used to test for analgesic activity in the acetic acid-induced writhing test model. The extracts from Coccinia grandis (L.) Voigt., Tiliacora triandra Diels., Barringtonia acutangula Gaerth., Brassica juncea (Linn.) Czern&Coss., Limnophila aromatica (Lomk) Merr., Piper samentosum Roxb. Ex. Hunter and Anethum graveolens Linn. elicited significant inhibition of writhing reflex by 35-64% (p<0.05) when compared with diclofenac (72% inhibition) The four most potent extracts were further tested for anti-inflammatory activity. However, none of them possessed any anti-inflammatory effect in carragenan-induced rat paw edema assay. Nevertheless, the extracts from Coccinia grandis (L.) Voigt. and Tiliacora triandra Diels. showed weak analgesic activity in tail flick test.

Conclusions: It was concluded that the Northeast Thailand local vegetables such as Coccinia grandis and Tiliacora triandra show some analgesic property and none has anti-inflammatory action.

บทนำ

        เป็นที่ทราบกันดีว่าพืชสมุนไพรหลายชนิดเป็นแหล่งของยาที่สำคัญ เนื่องจากพืชเหล่านี้มักจะมีสารสำคัญหลายชนิด และแต่ละชนิดก็ยังมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอย่างกว้างขวางเช่นสารกลุ่ม alkaloids หรือ flavonoids หลายตัวที่มีฤทธิ์ต้านอักเสบร่วมกับฤทธิ์อื่นๆ  พืชผักพื้นบ้าน หมายถึง พรรณพืชผักพื้นบ้านหรือพรรณไม้พื้นบ้านในท้องถิ่นที่ชาวบ้านนำมาบริโภคเป็นผักตามวัฒนธรรมการบริโภคของท้องถิ่นซึ่งได้มาจากแหล่งธรรมชาติ (ป่าเขา ป่าละเมาะ ป่าแพะ หนองบึง ริมแม่น้ำ และธารน้ำ) สวน นา ไร่ หรือชาวบ้านนำมาปลูกไว้ใกล้บ้านเพื่อสะดวกในการเก็บมาบริโภค ผักพื้นบ้านนี้อาจมีชื่อเฉพาะตามท้องถิ่นและนำไปประกอบเป็นอาหารพื้นบ้านตามกรรมวิธีของแต่ละท้องถิ่น นอกจากนี้พรรณไม้เหล่านี้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านต่างๆรวมถึงใช้เป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย การตรวจคัดกรอง (screening test) ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพืชสมุนไพรก็เป็นวิธีหนึ่งที่นิยมใช้ในการค้นหายาใหม่ การศึกษาครั้งนี้จึงเลือกพืชผักพื้นบ้านอีสาน มาทำการศึกษาฤทธิ์ระงับปวดและฤทธิ์ต้านอักเสบ โดยการศึกษาครั้งนี้ได้คัดเลือกพืชผักพื้นบ้านอีสานที่นำมาศึกษาจำนวน 10 ชนิด ดังต่อไปนี้

ลำดับที่

ชื่อผักพื้นบ้าน

ชื่อวิทยาศาสตร์

วงศ์

1.

ใบตำลึง

Coccinia grandis (L.) Voigt.

Cucurbitaceae

2.

ใบย่านาง

Tiliacora triandra Diels.

Menispermaceae

3.

ผักกระโดนน้ำ

Barringtonia acutangula Gaerth.

Baringtoniaceae

4.

ผักกาดฮีน

Brassica juncea (Linn.) Czern&Coss.

Cruciferae

5.

ผักแขยง

Limnophila aromatica (Lomk) Merr.

Scrophulariaceae

6.

ผักชะพลู

Piper samentosum Roxb. Ex. Hunter

Piperaceae

7.

ผักชีลาว

Anethum graveolens Linn.

Umbellifferae

8.

ผักติ้วแดง

Cratoxylum formosum  subsp. pruniflorum (Kurz) Gogel.

Guttiferae

9.

ผักเม็ก

Syzygium gratum (Wight) S.N. Mitra var. gratum

Myrtaceae

10.

มะระขี้นก

Momordica charantia Linn.

Cucurbitaceae

พืชที่เลือกมาทำการศึกษานั้น พืชบางต้นมีข้อมูลการใช้ในการแพทย์ และการใช้ตามความเชื่อในการแก้ปวด ลดไข้  ลดอักเสบ แก้ร้อนใน เช่น ต้นบัวบก ย่านาง ดอกแค ตำลึง แขยง กระโดนน้ำ และมะระขี้นก1, 2  ในขณะที่ผักที่เหลือ ได้แก่  ผักกาดฮีน, ผักชะพลู, ผักชีลาว, ผักติ้วแดง และผักเม็ก แม้ไม่มีรายงานว่ามีฤทธิ์ดังกล่าว แต่เนื่องจากนิยมบริโภคกัน จึงนำมาศึกษาตรวจกรองด้วย

วิธีการวิจัย

1. การเตรียมสารสกัดพืชผักพื้นบ้าน

        นำพืชผักที่คัดเลือกมาตัดเป็นชิ้นๆ ล้างน้ำ  และนำไปต้มน้ำ 30 นาที แล้วนำมากรอง หลังจากนั้นนำสารสกัดด้วยน้ำร้อนที่กรองแล้ว ไปทำการแช่แข็งแล้วระเหยแห้งด้วยเครื่อง lyophilizer แล้วจึงนำไปทำการทดสอบ โดยนำไปละลายในน้ำ ก่อนป้อนเข้าช่องท้องหนูต่อไป

 

2. Writhing test

เป็นการทดสอบฤทธิ์ระงับปวดที่สัมพันธ์กับการอักเสบ (inflammatory analgesia) โดยจะทำการสังเกตอาการที่หนูมีการบิดตัว เอาท้องถูแนบไปกับพื้น และเหยียดขาหลังออก เรียกว่า writhing response3  โดยทำการแบ่งหนูออกเป็น 12 กลุ่มๆ ละ 5 ตัว แล้ว pretreat ด้วยสารที่จะทดสอบ  กลุ่มที่ 1 และ 2  จะได้รับ normal saline และ diclofenac (20 mg/kg, ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง)  กลุ่มที่ 3-12 จะได้รับสารสกัดโดยการป้อนในขนาด 1 g/kg หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง ทำการกระตุ้นให้หนูปวดโดยการฉีด 1% acetic acid (100 mg/kg) เข้าที่ช่องท้องหนู  แล้วบันทึกจำนวนของ writhing response ที่เกิดขึ้นภายในช่วงเวลา 5 นาที เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ทำการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของจำนวน writhing response และคำนวณหาค่าพื้นที่ใต้กราฟ ระหว่าง writhing response กับเวลา แล้วนำค่ามาเปรียบเทียบหาค่า % inhibition ของหนูที่ได้รับสารสกัดเทียบกับกลุ่มควบคุมและกลุ่มที่ได้ยามาตรฐาน

 

3. Tail flick test

        เป็นการทดสอบฤทธิ์ระงับปวด โดยใช้ความร้อนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวด การทำการทดลองใช้วิธีเอาหางหนูจุ่มลงในน้ำอุณหภูมิ 50 oC และจับเวลาที่หนูทนความร้อนโดยไม่สะบัดหางหนี 4   แบ่งหนูออกเป็น 6 กลุ่มๆ ละ 5 ตัว แล้ว pretreat ด้วยสารที่จะทดสอบ  กลุ่มที่ 1 และ 2  จะได้รับ normal saline และ morphine (10 mg/kg, ฉีดเข้าช่องท้อง)  กลุ่มที่ 3-6 จะได้รับสารสกัดโดยการฉีดเข้าที่ช่องท้องหนู  ในขนาด 1 g/kg โดยหนูทั้งหมดจะได้รับการบันทึก response time ก่อนให้ยา และ หลังให้ยาแล้ว 10, 30, 60 และ 90 นาที หลังจากนั้นได้ทำการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของเวลาที่หนูทนความร้อนที่ได้รับสารสกัดเทียบกับกลุ่มควบคุมและกลุ่มที่ได้ยามาตรฐาน

4. Rat hind paw edema model

เป็นการกระตุ้นให้เกิดการอักเสบที่อุ้งเท้าหนู  โดยการฉีดสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ เช่น yeast, carrageenan, bradykinin, histamine หรือ serotonin  แล้วเปรียบเทียบขนาดของเท้าหนูในเวลาต่าง ๆ  ในการทดลองนี้จะใช้ carrageenan เป็นตัวกระตุ้นการอักเสบ 5  โดยทำการแบ่งหนูออกเป็น 6 กลุ่ม ๆ ละ 5 ตัว แล้ว pretreat ด้วยสารที่จะทดสอบ  กลุ่มที่ 1 และ 2  จะได้รับ normal saline และ aspirin (300 mg/kg, ป้อนทางปาก) ตามลำดับ   กลุ่มที่ 3-6 จะได้รับสารสกัด โดยการป้อนในขนาด 1 g/kg หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง จึงทำการกระตุ้นให้เท้าหนูเกิดการบวมโดยการฉีด 1% carrageenan ปริมาณ 0.1 ml เข้าที่อุ้งเท้า (subplantar injection)  แล้วเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยขนาดของเท้าหนูที่บวมขึ้น ที่เวลา 1, 2 และ 3 ชั่วโมง ระหว่างกลุ่มที่ได้รับสารสกัดกับกลุ่มควบคุม

 

5. การวิเคราะห์ทางสถิติ

ค่าแสดงเป็น mean ± SD การเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ใช้ students’ t test กำหนดค่า p<0.05 ถือว่ามีความสำคัญทางสถิติ

 

ผลการวิจัย

        การทดสอบฤทธิ์ต้านอักเสบและฤทธิ์ระงับปวดของพืชผักพื้นบ้านอีสาน ทั้ง 10 ชนิด โดยใช้  writhing test เป็นการตรวจคัดกรองสารสกัดจากพืชผักพื้นบ้านที่มีฤทธิ์ระงับปวดที่สัมพันธ์กับการอักเสบ โดยใช้ขนาดของสารทดสอบ        1 g/kg และ ใช้ diclofenac 20 mg/kg เป็นสารมาตรฐาน ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดทั้ง 10 ชนิดมีผลลดการเกิด writhing responses เมื่อคำนวณ %inhibition จากพื้นที่ใต้กราฟ (Area under the curve, AUC) ระหว่าง writhing responses กับ เวลาพบว่า สารสกัดจากพืชผักพื้นบ้าน 7 ชนิด ได้แก่ ใบตำลึง, ใบย่านาง, ผักติ้วแดง, ผักกาดฮีน, มะระขี้นก, ผักชะพลู และผักชีลาว มีผลลด % inhibition เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ normal saline โดยลดลง 64.3, 55.7, 54.2, 53.6, 46.2, 38.9 และ 34.5 %  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ตามลำดับ (ดังรูปที่ 1)

 

 

        รูปที่ 1 กราฟแสดงพื้นที่ใต้กราฟของ writhing response กับเวลา ของพืชผักพื้นบ้านอีสาน 10 ชนิด

        * เปรียบเทียบ %inhibition กับกลุ่ม normal saline (p<0.05)

 

        จากผลการทดสอบ writhing test คณะผู้วิจัยได้คัดเลือก พืชผักพื้นบ้าน 4 ชนิด คือ ใบตำลึง, ใบย่านาง, ผักติ้วแดง และผักกาดฮีน มาทดสอบฤทธิ์ต้านอักเสบ  ด้วย rat hind paw edema model โดยใช้ aspirin เป็นสารมาตรฐาน พบว่า สารสกัดจากพืชผักพื้นบ้านทั้ง 4 ชนิดไม่มีผลลดขนาดเท้าหนูที่บวมขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับ normal saline ดังรูปที่ 2

 

        รูปที่ 2 กราฟแสดงปริมาตรของเท้าหนูที่บวมขึ้น กับเวลา

        * เปรียบเทียบกับกลุ่ม normal saline (p<0.05)

 

        การทดสอบฤทธิ์ระงับปวด ด้วย tail flick test เมื่อเปรียบเทียบเวลาที่หนูทนความร้อนจากน้ำร้อนได้  พบว่านาทีที่ 90 หลังจากให้สารสกัดจาก ใบตำลึง และ ใบย่านาง มีค่าเฉลี่ยของเวลาที่หนูทนความร้อนสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ได้รับ normal saline อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (รูปที่ 3)

 

 

        รูปที่ 3 กราฟแสดงเวลาที่หนูทนความร้อนโดยไม่สะบัดหางหนี กับเวลาหลังจากได้รับสาร

        * เปรียบเทียบกับกลุ่ม normal saline (p<0.05)

 

วิจารณ์และสรุป

        จากผลการศึกษาฤทธิ์ต้านอักเสบและฤทธิ์ระงับปวดของพืชผักพื้นบ้านอีสาน 10 ชนิด โดยการใช้ writhing test เป็นการตรวจคัดเลือกสารสกัด ซึ่งการทดสอบใช้ acetic acid ทำให้เกิดการระคายเคืองและทำลายเนื้อเยื่อจนเกิดการอักเสบ ก่อให้เกิดความเจ็บปวด พบว่าสารสกัดทั้ง 10 ชนิดมีผลลดการเกิด writhing response ได้ และมี 7 ชนิด คือ      ใบตำลึง, ใบย่านาง, ผักติ้วแดง, ผักกาดฮีน, มะระขี้นก, ผักชะพลู และผักชีลาว ที่มีผลลด %inhibition อย่างมีนัยสำคัญ จากนั้นคัดเลือกสารสกัดที่มีฤทธิ์มากที่สุด 4 ชนิด ได้แก่ ใบตำลึง, ใบย่านาง, ผักติ้วแดง และผักกาดฮีน มาทำการศึกษาต่อ ด้วย rat hind paw edema model ซึ่งการทดสอบนี้ ใช้ carrageenan ฉีดเข้าไปในอุ้งเท้าหนูเพื่อก่อให้เกิดการอักเสบ ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดทั้ง 4 ชนิดไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ซึ่งเคยมีรายงานเกี่ยวกับ ใบตำลึงและย่านางว่า สารสกัดทั้งสอง ไม่มีผลลดไข้ ในกระต่าย6  ดังนั้นฤทธิ์ระงับปวดของสารสกัดของพืชผักพื้นบ้าน ไม่ได้ผ่านกระบวนการยับยั้งการอักเสบ  และจากการทดสอบด้วย tail flick test ซึ่งการทดสอบนี้ใช้ความร้อนเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวดโดยที่ไม่มีการทำลายเนื้อเยื่อ โดยการทดสอบแบบนี้มักจะแสดงผลสำหรับยาที่ออกฤทธิ์ระงับปวดต่อระบบประสาทส่วนกลาง4  พบว่าสารสกัดจากใบตำลึงและใบย่านาง ยังคงมีฤทธิ์ระงับปวดอยู่ หากแต่ออกฤทธิ์ได้ช้า ในขณะที่สารสกัดจากผักกาดฮีนและผักติ้วแดง ไม่มีฤทธิ์ การศึกษาเบื้องต้นนี้พบว่าพืชผักพื้นบ้านอีสาน 7 ชนิดที่มีฤทธิ์ระงับปวดนั้น อาจมีกลไกการออกฤทธิ์อื่นๆที่ไม่สามารถตรวจกรองได้ด้วยวิธีการทดสอบที่ใช้  ดังนั้นจึงควรเป็นงานที่จะทำการศึกษาถึงกลไกการออกฤทธิ์ด้วยวิธีทดสอบอื่นๆต่อไป

 

กิตติกรรมประกาศ

งานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะผู้วิจัยขอขอบคุณมา ณ ที่นี้  ขอขอบคุณคุณวิโรจน์ รอดสอนที่ให้ความช่วยเหลือในการทำการทดลองครั้งนี้

 

เอกสารอ้างอิง

1. กัญจนา ดีวิเศษ, อร่าม คุ้มกลาง. ผักพื้นบ้านอีสาน. สถาบันการแพทย์แผนไทย กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, 2541.

2. กัญจนา ดีวิเศษ, ศักดิ์ชัย โปรดธนาสาร, จิราภรณ์ ภิญโญชูโต, ไฉน น้อยแสง. ผักพื้นบ้านภาคเหนือ. สถาบันการแพทย์แผนไทย กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์สงเคราะห์ทหารผ่านศึก, 2542.

3. Collier HOJ, Dinneen LC, Johnson CA, Schneider C. The abdominal constriction response and its suppression by analgesic drugs in the mouse. Br J Pharmacol Chemother 1968; 32: 295-310.

4. Sewell RDE, Spencer PSJ.  Antinociceptive activity of narcotic agonist and partial agonist analgesics and other agents in the tail-immersion test in mice and rats. Neuropharmacol 1976; 15: 23-9.

5. Winter CA, Risley EA, Nuss GW. Carrageenin-induced edema in hind paw of the rat as an assay for antiiflammatory drugs. Proc Soc Exp Biol Med 1962; 111: 544-7.

6. Mokkasmit M, Ngarmwathana W, Sawasdimongkol K, Permpiphat U. Pharmacological evaluation of Thai medicinal plants. J Med Assoc Thai 1971; 54: 497, 490-504.

 

 

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Cancer Chemoprevention from Dietary Phytochemical (เคมีป้องกันมะเร็ง :กลไกการป้องกันของยาและสารจากธรรมชาติ)
 
Role of Natural Products on Cancer Prevention and Treatment (บทบาทของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในการป้องกันและรักษามะเร็ง)
 
Prescription-Event Monitoring: New Systematic Approach of Adverse Drug Reaction Monitoring to New Drugs (Prescription-Event Monitoring: ระบบการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาใหม่ )
 
The use of Digoxin in Pediatrics (การใช้ยาดิจ๊อกซินในเด็ก)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Pharmacology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0