Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

In vitro fertilization of human oocytes in Srinagarind hospital

การปฏิสนธินอกร่างกายของไข่มนุษย์ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์

Thanida Pongsritasana (ธนิดา พงษ์ศรีทัศน์) 1, Kanok Seejoin (กนก สีจร) 2, Supat Sinawat (สุพัชญ์ สีนะวัฒน์) 3, Punnee kukiattikool (พรรณี กู้เกียรติกูล) 4, Piangjit Tharnprisan (เพียงจิตต์ ธารไพรสาณฑ์) 5, Udom Ngoksin (อุดม งอกสิน) 6, Sompong Tongpha (สมปอง ทองผา) 7




วัตถุประสงค์         เพื่อศึกษาอัตราการปฏิสนธิของไข่มนุษย์ในห้องปฏิบัติการชีววิทยาการเจริญพันธุ์ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์

ชนิดของงานวิจัย   การวิจัยเชิงพรรณนา

สถานที่ทำการวิจัย                หน่วยชีววิทยาการเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ประชากรที่ศึกษา   ไข่มนุษย์ (human oocyte) จำนวน 476 ใบ ที่เจาะเก็บจากรังไข่ของสตรีที่ได้รับการรักษาโดยการปฏิสนธินอกร่างกายระหว่างเดือนพฤษภาคม พ..2536 ถึง เดือนธันวาคม พ.. 2547

ตัววัดที่สำคัญ        อัตราการปฏิสนธิ อัตราการแบ่งเซลล์ อัตราการย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูก

ผลการวิจัย             ไข่มนุษย์จำนวน 476 ใบ ที่ถูกรวบรวมในการศึกษาครั้งนี้ ได้จากการเจาะเก็บจากรังไข่ (oocyte retrieval) ของสตรี 89 ราย ที่ได้รับการรักษาโดยการปฏิสนธินอกร่างกายจำนวน 109 รอบ มีจำนวนไข่ที่เจาะเก็บได้เฉลี่ย 4.5 + 2.5 ใบต่อรอบ ได้ไข่ที่สมบูรณ์ 376 ใบ (ร้อยละ79.0) ซึ่งมีอัตราการปฏิสนธิร้อยละ 50.6 ของไข่ทั้งหมดหรือร้อยละ 73.3 ต่อรอบการรักษา มีอัตราการแบ่งเซลล์ของไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิร้อยละ 95.0 และมีอัตราการย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูกต่อรอบที่มีการปฏิสนธิ ร้อยละ 92.2

สรุป        การปฏิสนธินอกร่างกายในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มีอัตราการปฏิสนธิค่อนข้างต่ำ อัตราการแบ่งเซลล์และอัตราการเคลื่อนย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูกอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

 

Objective : To assess in-vitro fertilization rate of human oocytes at reproductive biology unit in Srinagarind Hospital

Design : A descriptive study

Setting : Reproductive biology unit, Srinagarind Hospital, Khon Kaen University, Khon Kaen, Thailand

Subject : Total of 476 human oocytes undergone in-vitro fertilization at Srinagarind  Hospital between May 1993 to December 2004

Results : Total of 476 human oocytes were retrieved from 109 cycles of 89 patients. The average number of oocytes obtained per retrieval was 4.5 + 2.5.  During the study period there were 376 mature oocytes collected (79.0 %). The fertilization rate detected in this study was 50.6 % of total oocytes or 73.3 % per treatment cycle. The clevage rate of the fertilized oocytes was 95.0 % and the embryo transfer rate was 92.2 % per cycles with successful fertilization.

Conclusion : This study demonstrated that in-vitro fertilization of human oocytes performed in Srinagarind Hospital  had acceptable clevage rate and embryo transfer rate but the fertilization rate was rather low.

บทนำ (Introduction)

                การปฏิสนธินอกร่างกาย (In-vitro fertilization) หรือเด็กหลอดแก้ว หมายถึง วิธีการช่วยการเจริญพันธุ์ที่มีการเก็บไข่ออกมานอกร่างกายฝ่ายหญิง นำมาปฏิสนธิกับตัวอสุจิของฝ่ายชายในห้องปฏิบัติการ หลังจากนั้น 2-3 วัน จึงนำตัวอ่อนย้ายกลับสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง เพื่อให้เกิดการฝังตัวและเจริญเป็นทารกในครรภ์ต่อไป1 การปฏิสนธินอกร่างกาย เป็นกระบวนการที่ยุ่งยาก ซับซ้อน มีขั้นตอนต่างๆมากมาย การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในกระบวนการดังกล่าว ภายหลังจากที่คู่สมรสฝ่ายหญิงได้รับการกระตุ้นรังไข่จนมีจำนวนไข่มากเพียงพอ แพทย์จะทำการเจาะเก็บไข่ โดยดูดเอาสารน้ำจากรังไข่ (follicular fluid) มาตรวจหาไข่ด้วยกล้องจุลทรรศน์ จากนั้นจะเลี้ยงไข่ในน้ำยาเพาะเลี้ยง 2-4 ชั่วโมงแล้วจึงทำการผสมไข่กับอสุจิ (insemination) ซึ่งใช้อสุจิจำนวน 50,000-100,000 ตัวต่อไข่ 1 ใบ หรือถ้าคุณภาพของอสุจิไม่ดีอาจเพิ่มปริมาณของอสุจิเป็น 500,000 ตัวต่อไข่ 1 ใบ2-5 หลังจากผสมอสุจิกับไข่ 16-18 ชั่วโมง จะทำการตรวจประเมินการปฏิสนธิ โดยตรวจดูจำนวนของ pronuclei  ซึ่งถ้ามีการปฏิสนธิเกิดขึ้นควรมี 2 อัน (2 PN) ถ้ามีจำนวน pronuclei 3 อัน (3 PN) หรือมากกว่าถือว่ามีการปฏิสนธิที่ผิดปกติ  เมื่อเลี้ยงไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิต่ออีก 1 วัน จะมีการแบ่งเซลล์เป็น  2-8 เซลล์ ในสถาบันที่ให้การดูแลรักษาภาวะมีบุตรยากบางแห่งอาจทำการย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูกในระยะนี้ หรือบางแห่งอาจเลี้ยงตัวอ่อนต่อถึงระยะ compacting morula  หรือระยะ blastocyst  ในการเลือกตัวอ่อนเพื่อย้ายกลับสู่โพรงมดลูกนั้น จะเลือกตัวอ่อนที่มีขนาดของเซลล์ blastomere เท่าๆกันและไม่มี fragmentation หรือมีในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยทั่วไปพบว่ามีอัตราการฝังตัวร้อยละ 10  ต่อการย้ายตัวอ่อน 1 ตัว แต่ถ้าย้ายตัวอ่อน 2,3 หรือ 4 ตัว จะมีโอกาสตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น5 จากการทบทวนวรรณกรรมพบว่า จำนวนไข่ที่ได้จากการเจาะเก็บไข่มีค่าตั้งแต่ 2.1-20 ใบต่อรอบ6,9-11 มีอัตราการปฏิสนธิร้อยละ 50-92 6-13  มีอัตราการแบ่งเซลล์ร้อยละ 90.8-94.713 และมีการย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูก 1-4.1 ตัวต่อรอบการรักษา6,9,11,13

           หน่วยชีววิทยาการเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา ได้ให้บริการช่วยเจริญพันธุ์ด้วยวิธีการปฏิสนธินอกร่างกายมาตั้งแต่ปี พ.. 2536  แต่ยังไม่มีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากการให้บริการดังกล่าว ดังนั้นผู้วิจัยและคณะจึงทำการศึกษาวิจัยเพื่อหาอัตราการปฏิสนธิ อัตราการแบ่งเซลล์และอัตราการย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูก จากการทำการปฏิสนธินอกร่างกายในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ โดยใช้การเก็บข้อมูลย้อนหลัง จากสมุดบันทึกการให้บริการของหน่วยชีววิทยาการเจริญพันธุ์  ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ข้อมูลดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อการรักษาผู้ป่วยมีบุตรยากต่อไปในอนาคต และเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการศึกษาวิจัยและปรับปรุงคุณภาพของการรักษาด้วยวิธีนี้ต่อไป

 

วิธีการ (Methods)

                เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (descriptive study) โดยประชากรที่ศึกษาคือ ไข่มนุษย์ (human oocytes) จำนวน 476 ใบที่เจาะดูดจากรังไข่ของสตรีมีบุตรยากที่ได้รับการักษาโดยการปฏิสนธินอกร่างกายระหว่างเดือนพฤษภาคม 2536 ถึงเดือนธันวาคม 2547 นำข้อมูลจากการบันทึกการให้บริการมาบันทึกในแบบบันทึกข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยครอบคลุมข้อมูลต่างๆ ได้แก่ อายุของฝ่ายหญิง ระยะเวลาการสมรส ระยะเวลาการมีบุตรยาก สาเหตุของการมีบุตรยาก จำนวนรอบที่มารับการรักษา จำนวนไข่ที่เจาะเก็บได้ จำนวนไข่ที่มีการปฏิสนธิ จำนวนไข่ที่มีการแบ่งเซลล์หลังการปฏิสนธิ จำนวนตัวอ่อนที่ย้ายกลับสู่โพรงมดลูก ชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยงตัวอ่อน และวิธีการเพาะเลี้ยง นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เชิงพรรณนา (descriptive study) โดยใช้การแจกแจงความถี่, จำนวนนับ, ค่าร้อยละ, ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรม Fisher’s exact test,  ANOVA, t- test  และ Mean-whitney  หาค่าความแตกต่างทางสถิติโดยจะถือว่ามีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อค่า p น้อยกว่า 0.05

 

ผลการวิจัย (Results)

                จากการให้บริการช่วยการเจริญพันธุ์โดยวิธีทำเด็กหลอดแก้วจำนวนทั้งสิ้น 89 ราย ในการรักษา 109 รอบ สตรีที่เข้ารับบริการมีอายุระหว่าง 23-43 ปี (เฉลี่ย 34.0 + 4.3 ปี) ระยะเวลาการสมรส 1-21 ปี (เฉลี่ย 7.3 + 4.2 ปี) ระยะเวลาการมีบุตรยาก 1-20 ปี (เฉลี่ย 6.6 + 3.9 ปี)  มีจำนวน 68 รอบ (ร้อยละ 62.7) ที่ไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อนและจำนวน 41 รอบ (ร้อยละ 37.3) เคยตั้งครรภ์มาแล้ว ผู้ป่วยส่วนมากที่มารับการรักษามีสาเหตุจากฝ่ายหญิงคิดเป็นร้อยละ 89.9 สาเหตุจากฝ่ายชายร้อยละ 3.7 สาเหตุจากทั้งสองฝ่ายร้อยละ 3.7 และไม่ทราบสาเหตุร้อยละ 2.7 มีการรักษาตั้งแต่ 1 รอบ 2 รอบและ 3 รอบ (ร้อยละ 80.9, 17.3 และ 1.8 ตามลำดับ)

จากการเจาะเก็บไข่จำนวน 109 รอบ มี 105 รอบที่สามารถเจาะเก็บไข่ได้สำเร็จ (ร้อยละ 96.3) ได้ไข่จำนวนทั้งสิ้น 476 ใบ เฉลี่ย 4.5 + 2.5 ใบต่อรอบการรักษา  น้ำยาที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงไข่และตัวอ่อน ได้แก่ Ham’s F-10 with 10% maternal serum (10% MS), Universal  IVF-medium (MediCult, Denmark), FertiCult IVF-medium (FertiPro, Belgium) และ IVF-20 medium (Scandinavian IVF Sciencs, Vitrolife, Sweden) เมื่อผสมอสุจิกับไข่มีการปฏิสนธิจำนวนทั้งสิ้น 241 ตัว (ร้อยละ 50.6) โดยเฉลี่ย 2.2 + 2.1 ใบต่อรอบและมีการปฏิสนธิที่ผิดปกติ (3 PN) จำนวน 3 ใบ ใน 3 รอบ (ร้อยละ 0.6) โดยได้ทำการเพาะเลี้ยงไข่และตัวอ่อนระยะ 2 pronuclei (2 PN)ใน single well dish หรือใน 4-well dish (ร้อยละ 79.4) และเพาะเลี้ยงใน microdroplet under oil (ร้อยละ 20.6)

เมื่อพิจารณาปัจจัยที่อาจมีผลต่ออัตราการปฏิสนธิของไข่ ซึ่งได้แก่ (1) อายุของคู่สมรสฝ่ายหญิง  (2) สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก (3) ชนิดของน้ำยาที่ใช้เพาะเลี้ยงไข่และตัวอ่อนและ (4) วิธีการเพาะเลี้ยงไข่และตัวอ่อน การศึกษานี้พบว่า อัตราการปฏิสนธิของไข่ในแต่ละกลุ่มอายุของคู่สมรสฝ่ายหญิงมีค่าใกล้เคียงกัน (p = 0.108) ดังแสดงในตารางที่ 1 เมื่อพิจารณาสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก พบว่า ไข่จะมีอัตราการปฏิสนธิสูงสุดในคู่สมรสที่มีบุตรยากแบบไม่ทราบสาเหตุ (unexplained infertility) (ร้อยละ 77.8) และมีอัตราการปฏิสนธิของไข่ต่ำที่สุด (ร้อยละ 18.2 และ 20.0) ในคู่สมรสที่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยากจากหลายปัจจัย (combined factors) และจากสาเหตุฝ่ายชาย (male infertility) ตามลำดับ ดังแสดงในตารางที่ 2 เมื่อพิจารณาผลของชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยงไข่และตัวอ่อนที่มีต่ออัตราการปฏิสนธิของไข่ การศึกษานี้บ่งชี้ว่ามีอัตราการปฏิสนธิของไข่สูงที่สุด (ร้อยละ 100) ในไข่ที่ถูกเลี้ยงในน้ำยา FertiCult IVF medium ส่วนไข่ที่ไม่ได้รับการเพาะเลี้ยงใน conventional medium เช่น  Ham’s F 10 with 10 % maternal serum นั้นจะมีอัตราการปฏิสนธิที่ต่ำ (ร้อยละ 46.6) ดังแสดงในตารางที่ 3 เมื่อพิจารณาผลของการเพาะเลี้ยงไข่ต่ออัตราการปฏิสนธิของไข่พบว่า ไข่ที่ได้รับการเพาะเลี้ยงใน microdroplet under oil มีอัตราการปฏิสนธิที่สูงกว่าไข่ที่ถูกเลี้ยงแบบ open system ใน single well หรือ 4-well dish (ร้อยละ 54.6 VS ร้อยละ 49.6 ตามลำดับ) อย่างไรก็ตามพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.746) ดังแสดงในตารางที่ 4

                จากไข่ที่มีการปฏิสนธิจำนวนทั้งสิ้น 241 ใบใน 77 รอบ มีการแบ่งเซลล์เกิดขึ้น 74  รอบ คิดเป็นร้อยละ 97.4 และพบว่ามีการแบ่งเซลล์ทั้งสิ้น 229 ใบ อัตราการแบ่งเซลล์ของไข่ (clevage rate) คิดเป็นร้อยละ 95.0  เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่อาจมีผลต่อการแบ่งเซลล์ของไข่ พบว่า อายุของคู่สมรสฝ่ายหญิง ชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยง และวิธีการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ไม่มีผลชัดเจนต่ออัตราการแบ่งเซลล์ของไข่ ดังแสดงรายละเอียดในตารางที่ 5, 6 และ 7 ตามลำดับ

                ในจำนวนไข่ที่มีการปฏิสนธิ 241 ใบ มีการเจริญเป็นตัวอ่อนที่สมบูรณ์ 211 ตัว (ร้อยละ 87.6) และได้เคลื่อนย้ายกลับสู่โพรงมดลูก 188 ตัว เฉลี่ย 1.8 + 1.6 ตัวต่อรอบการรักษา อัตราการเคลื่อนย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูก (embryo transfer rate) คิดเป็นร้อยละ 92.2 ของรอบที่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้นหรือร้อยละ 65.1 ของรอบการรักษาทั้งหมด ระยะของตัวอ่อนที่ได้ทำการย้ายกลับคือระยะ 2 เซลล์ 4 เซลล์ และ 8 เซลล์ คิดเป็นร้อยละ 7.4,  55.9 และ 36.7 ตามลำดับ ส่วนตัวอ่อนที่ไม่ได้ย้ายกลับพบว่า หยุดการเจริญที่ระยะ 2 PN จำนวน 9 ตัว (ร้อยละ 20.0) มีการแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติคือขนาดของเซลล์ไม่เท่ากันและมี fragmentation จำนวน 9 ตัว (ร้อยละ 20.0) มีการปนเปื้อนจำนวน 4  ตัว (ร้อยละ 8.9) และมีตัวอ่อนเหลือจากการเคลื่อนย้าย 23 ตัว (ร้อยละ 51.1) หรือร้อยละ 10.0 ของตัวอ่อนที่ได้

 

ตารางที่ 1  อัตราการปฏิสนธิของไข่โดยแยกตามช่วงอายุของคู่สมรสฝ่ายหญิง

อายุ(ปี)

จำนวนไข่

จำนวนไข่ที่ปฏิสนธิ

อัตราการปฏิสนธิ (%)

P value

N

%

N

%

20-25

31

6.5

16

3.4

51.6

0.108

26-30

72

15.1

38

8.0

52.8

31-35

218

45.8

117

24.6

53.7

36-40

142

29.8

59

12.4

41.6

41-45

13

2.7

11

2.3

84.6

รวม

476

100

241

50.6

50.6

 

 

ตารางที่ 2  อัตราการปฏิสนธิของไข่โดยแยกตามสาเหตุการมีบุตรยาก

สาเหตุ

จำนวนไข่

(N)

จำนวนไข่ที่ปฏิสนธิ (N)

อัตราการปฏิสนธิ

(%)

1. Male infertility

5

1

20.0

2. Endometriosis

24

16

66.7

3. Peritoneal pathology

60

32

53.3

4. Tubal pathology

338

174

51.5

5 Combined factors

22

4

18.2

6. Unexplained infertility

9

7

77.8

7. Others

13

4

30.8

รวม

476

241

50.6

 

 

ตารางที่ 3  อัตราการปฏิสนธิของไข่โดยแยกตามชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยง

ชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยง

จำนวนไข่

(N)

จำนวนไข่ที่ปฏิสนธิ (N)

อัตราการปฏิสนธิ

(%)

P value

1. Ham’s F10 with 10% maternal serum

247

115

46.6

0.175

2. Ham’s F10 with 10% maternal serum + Universal IVF medium (MediCult)

77

35

45.5

3. Ham’s F10 with 10% maternal serum + FertiCult IVF medium

69

34

49.3

4. Ham’sF10 with 10% maternal serum + IVF-20 medium (Vitrolife)

44

30

68.2

5. Universal IVF medium (MediCult)

33

21

63.6

6.  Fertipro IVF medium (Ferticult)

6

6

100

รวม

476

241

50.6

 

 วิจารณ์ (Discussion)

                ในการศึกษาครั้งนี้พบว่า ผู้มารับบริการรักษาภาวะมีบุตรยากโดยการทำเด็กหลอดแก้วมีอายุเฉลี่ยสูงกว่างานวิจัยอื่น10,14 จากการศึกษาพบว่า ในกลุ่มที่ฝ่ายหญิงมีอายุมากกว่า 40 ปี พบว่าไข่ที่เจาะเก็บได้แต่ละรอบมีจำนวนน้อยกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ ซึ่งในบางรายมีเพียง 1-2 ใบเท่านั้น เช่นเดียวกับการศึกษาของ Trouson A พบว่านอกจากกระตุ้นไข่ได้น้อยแล้วยังพบไข่ที่ผิดปกติได้บ่อย15 ผู้มารับบริการส่วนมากมีสาเหตุมาจากฝ่ายหญิงร้อยละ 89.9 โดยส่วนใหญ่ท่อนำไข่อุดตัน 2 ข้าง (tubal occlusion) ร้อยละ 64.2 และเป็นภาวะมีบุตรยากแบบปฐมภูมิคือไม่เคยมีการตั้งครรภ์มาก่อน (primary infertility) ร้อยละ 62.7 และเคยตั้งครรภ์มาแล้ว ร้อยละ 37.3 ซึ่งใกล้เคียงกับรายงานของโรงพยาบาลศิริราช คือร้อยละ 65 และ 35 ตามลำดับ16

จากไข่ที่เจาะได้ทั้งหมด 476 ใบ มีไข่ที่ไม่สมบูรณ์ 100 ใบคิดเป็นร้อยละ 21.0 ซึ่งใกล้เคียงกับการศึกษาของ Marrs RP และคณะ7 ที่ได้ไข่ไม่สมบูรณ์ ร้อยละ 27  ผลการศึกษาพบว่ามีอัตราการปฏิสนธิใกล้เคียงกับบางรายงาน9 แต่ถ้าไม่นำไข่ที่ไม่สมบูรณ์มาคำนวณ อัตราการปฏิสนธิจะใกล้เคียงกับหลายงานวิจัย10,14,17 แต่จะค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับงานวิจัยอื่นที่มีอัตราการปฏิสนธิมากกว่าร้อยละ 65 6,8,13,14 จากตารางที่ 1 พบว่าอัตราการปฏิสนธิในแต่ละช่วงอายุไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.108) ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมุติฐานที่ว่าอัตราการปฏิสนธิลดลงตามอายุ ในช่วงอายุ 41-45 ปี มีอัตราการปฏิสนธิที่สูงมากอาจเนื่องมาจากจำนวนไข่มีน้อยซึ่งไม่น่าจะเป็นตัวแทนที่ดีได้ นอกจากนั้นอัตราการแบ่งเซลล์ของไข่ที่มีการปฏิสนธิโดยแยกตามช่วงอายุ (ตารางที่ 5) ก็ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติอีกด้วย  (p = 0.075) สำหรับฝ่ายชายที่มีอายุแตกต่างกันพบว่า ไม่มีความแตกต่างในการปฏิสนธิหรือการเจริญแบ่งเซลล์ของตัวอ่อน13 โดยปกติจะใช้อสุจิจำนวนประมาณ 50,000 ตัวต่อไข่ 1 ใบในน้ำยาเพาะเลี้ยง 1.0 มิลลิลิตร ซึ่งจากงานวิจัยอื่นจะใช้อสุจิ 20,000-50,000 ตัวต่อไข่ 1 ใบ ในน้ำยาเพาะเลี้ยง 30-50 ไมโครลิตร หรืออาจใช้มากถึง 200,000-1,000,000 ตัวต่อไข่ 1 ใบ7,17 ทำให้โอกาสที่จะเกิดการปฏิสนธิมีมากกว่า  ในการเตรียมตัวอสุจิส่วนมากจะใช้วิธีปั่นล้างและให้ตัวอสุจิว่ายขึ้นมาส่วนบนผิวน้ำยา (swim-up) ซึ่งแตกต่างกับงานวิจัยอื่นๆที่ใช้วิธี percoll gradient centrifugation ที่สามารถแยกเอาตัวอสุจิที่มีรูปร่างปกติออกมาจากเซลล์อื่นๆได้ดีกว่าและทำให้มีการปฏิสนธิดีกว่า18  ส่วนอัตราการปฏิสนธิที่แยกตามสาเหตุของการมีบุตรยากพบว่า อัตราการปฏิสนธิของผู้มารับบริการที่มีสาเหตุจากภาวะ endometriosis จะสูงกว่าสาเหตุจาก tubal pathology ดังแสดงในตารางที่ 2 แต่งานวิจัยอื่นๆพบว่า ภาวะ endometriosis จะมีอัตราการปฏิสนธิ อัตราการฝังตัวของตัวอ่อนและอัตราการตั้งครรภ์ลดลง14,19  เนื่องจากในผู้ป่วยมีบุตรยากที่มีสาเหตุมาจากภาวะ endometriosis จะมีความบกพร่องของการเจริญเติบโตของฟองไข่ และระดับฮอร์โมนที่ควบคุมการเจริญของฟองไข่ อย่างไรก็ดีในการศึกษาครั้งนี้ จำนวนไข่ในกลุ่มนี้มีน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่มีสาเหตุจาก tubal pathology ทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบอัตราการปฏิสนธิระหว่างผู้ป่วยที่มีภาวะ endometriosis กับ tubal pathology ได้ สำหรับกลุ่มที่มีความผิดปกติที่ฝ่ายชายนั้นพบว่าอัตราการปฏิสนธิจะต่ำกว่ากลุ่มที่มีความผิดปกติที่ฝ่ายหญิง 2-3 เท่าซึ่งใกล้เคียงกับงานวิจัยอื่น15

 อัตราการปฏิสนธิของไข่โดยแยกตามชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยง ดังแสดงในตารางที่ 3 พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.175) แต่เมื่อทำการทดสอบทางสถิติด้วย Mann-whitney ระหว่างการใช้ Ham’s F10 with 10% maternal serum ที่มีอัตราการปฏิสนธิ 46.6 กับการใช้ Ham’s F10 with 10% maternal serum ร่วมกับ IVF-30 medium (Scandinavian IVF Sciences, Sweden; Vitrolife) ที่มีอัตราการปฏิสนธิร้อยละ 68.2 พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.04)  แต่เมื่อทดสอบระหว่างการใช้ Ham’s F10 with 10% maternal serum กับการใช้ universal IVF- medium (MediCult, Denmark) พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.337) จากการศึกษานี้พบว่า น้ำยาที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนส่วนมากจะใช้ Ham’s F10 with 10 % maternal serum ซึ่งการใช้น้ำยา Ham’s F10 ที่มี  HEPES (N2-Hydroxyethyl piperazine N-2-ethanesulphonic acid) เป็นบัฟเฟอร์ เพื่อควบคุมความเป็นกรดด่างของน้ำยาให้คงที่ แต่ HEPES สามารถเปลี่ยน ion channel  activity ที่ผนังเซลล์ไข่ได้ ดังนั้นน้ำยาเพาะเลี้ยงไข่และตัวอ่อนจึงไม่ควรใช้ HEPES11 นอกจากนั้นการเติมซีรั่มยังมีข้อเสียคือ ในซีรั่มมีองค์ประกอบที่ไม่แน่นอนเพราะมีความแตกต่างในแต่ละบุคคล แต่มีข้อดีคือราคาถูก ซึ่งน้ำยาสำเร็จรูปที่ใช้สารอื่นมาทดแทนซีรั่มมีราคาแพงมาก  ในซีรั่มมีสารอาหาร มีฮอร์โมน มี growth factors มีเอนไซม์และโปรตีนที่สามารถขจัดสารพิษได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่ม buffering capacity ของน้ำยาเพาะเลี้ยงตัวอ่อนและช่วยเคลือบภาชนะทำให้ตัวอ่อนไม่ติดกับภาชนะและสายย้ายตัวอ่อนอีกด้วย5 มีรายงานวิจัยที่ใช้น้ำยาเพาะเลี้ยงที่มีส่วนผสมของซีรั่มพบว่า มีอัตราการปฏิสนธิและอัตราการย้ายตัวอ่อนร้อยละ 60 และ 76 ตามลำดับ17 ซึ่งใกล้เคียงกับการศึกษาในครั้งนี้ และมีบางงานวิจัยที่พบว่า อัตราการปฏิสนธิ อัตราการเจริญแบ่งเซลล์ที่ปกติ อัตราการตั้งครรภ์รวมทั้งอัตราการเกิด ไม่มีความแตกต่างกันระหว่างการใช้น้ำยาเพาะเลี้ยงที่มีโปรตีนหรือไม่มีโปรตีนในการทำการปฏิสนธินอกร่างกายมนุษย์20 นอกจากนั้นอัตราการปฏิสนธิของไข่จากวิธีการเพาะเลี้ยงทั้ง 2 วิธีก็แตกต่างกัน จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า ร้อยละ 79.6 มีการเพาะเลี้ยงในระบบเปิดโดยใส่น้ำยาเพาะเลี้ยง 1 มิลลิลิตรต่อไข่ 1 ใบในแต่หลุมของ single well หรือ 4-well dish และหยดตัวอสุจิลงไปผสมกับไข่ 2-3 ชั่วโมงหลังเจาะเก็บไข่ ซึ่งบางแห่งจะผสมหลังจากเจาะเก็บไข่ 4-10 ชั่วโมง17 การเพาะเลี้ยงในระบบเปิดอาจทำให้คุณสมบัติของสารอาหารเพาะเลี้ยงเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ความเป็นกรด-ด่างของน้ำยาเพาะเลี้ยงเปลี่ยนแปลงเมื่อนำออกจากตู้เพาะเลี้ยงนานเกิน 10 นาทีขึ้นไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้การเจริญของตัวอ่อนหยุดชะงัก หรือมีการเจริญช้า ในปัจจุบันจะเพาะเลี้ยงในระบบปิดตั้งแต่การผสมอสุจิกับไข่โดยใช้น้ำยาเพาะเลี้ยง 20-30 ไมโครลิตร และปิดทับด้วย  mineral oil เมื่อมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นจะเคลื่อนย้ายไปที่น้ำยาเพาะเลี้ยงตัวใหม่ที่ปิดทับด้วย mineral oil เช่นกัน อย่างไรก็ตามอัตราการปฏิสนธิและอัตราการแบ่งเซลล์จากการเพาะเลี้ยงทั้ง 2 วิธี ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  ( p = 0.746 และ  p = 0.631 ตามลำดับ) ดังในตารางที่ 4 และตารางที่ 7 นอกจากนั้นความสมบูรณ์ของไข่ก็มีผลต่อการปฏิสนธิเช่นกัน สมบูรณ์ คุณาธิคมและคณะได้มีการนำไข่ที่ไม่มีการปฏิสนธิจากการทำเด็กหลอดแก้วจำนวน 164 ใบ ไปศึกษาโครโมโซม พบว่า 111 ใบที่สามารถวิเคราะห์ได้มีความผิดปกติของโครโมโซมร้อยละ 34.2 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นความผิดปกติที่จำนวนของโครโมโซม (aneuploidy)21

 

ตารางที่  4  อัตราการปฏิสนธิของไข่โดยแยกตามวิธีการเพาะเลี้ยง

วิธีเพาะเลี้ยง

จำนวนไข่

(N)

จำนวนไข่ที่ปฏิสนธิ (N)

อัตราการปฏิสนธิ

(%)

P value

1. Single well or 4-well dish

379

188

49.6

0.746

2. Microdroplet under oil

97

53

54.6

รวม

476

241

50.6

 

 

ตารางที่ 5 อัตราการแบ่งเซลล์ของไข่ที่มีการปฏิสนธิโดยแยกตามช่วงอายุของคู่สมรสฝ่ายหญิง

อายุ (ปี)

จำนวนไข่ที่ปฏิสนธิ (N)

จำนวนไข่ที่แบ่งเซลล์ (N)

อัตราการแบ่งเซลล์

(%)

P value

20-25

16

15

93.8

0.075

26-30

38

34

89.5

31-35

117

114

97.4

36-40

59

55

93.2

41-45

11

11

100

รวม

241

229

95.0

 

 

ตารางที่ 6  อัตราการแบ่งเซลล์ของไข่ที่มีการปฏิสนธิโดยแยกตามชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยง

ชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยง

จำนวนไข่ที่ปฏิสนธิ (N)

จำนวนไข่ที่

แบ่งเซลล์ (N)

อัตราการแบ่งเซลล์(%)

P value

1. Ham’s F10 with 10% maternal serum

115

114

99.1

0.250

2. Ham’s F10 with 10% maternal serum + Universal IVF medium (MediCult)

35

33

94.3

3. Ham’s F10 with 10% maternal serum + FertiCult IVF medium

34

27

79.4

4. Ham’s F10 with 10% maternal serum + IVF medium (Vitrolife)

30

28

93.3

5. Universal IVF medium (MediCult)

21

21

100

6. FertiCult IVF medium

6

6

100

รวม

241

229

95.0

 

ตารางที่ 7  อัตราการแบ่งเซลล์ของไข่ที่มีการปฏิสนธิโดยแยกตามวิธีการเพาะเลี้ยง

วิธีเพาะเลี้ยง

จำนวนไข่ที่ปฏิสนธิ (N)

จำนวนไข่ที่แบ่งเซลล์ (N)

อัตราการแบ่งเซลล์

(%)

P value

1. Single or 4-well dish

188

182

96.8

0.631

2. Microdroplet under oil

53

47

88.7

รวม

241

229

95.0

 

                จากไข่ที่มีการปฏิสนธิ 241 ใบ มีการเจริญแบ่งเซลล์เป็นตัวอ่อน 229 ตัว อัตราการแบ่งเซลล์ร้อยละ 95.0 และมีรูปร่างปกติ 211 ตัวหรือร้อยละ 87.6 ซึ่งการเจริญเป็นตัวอ่อนใกล้เคียงกับการศึกษาของ Monks NJ และคณะที่มีการพัฒนาเจริญเป็นตัวอ่อนร้อยละ 96 แต่มีรูปร่างที่ปกติร้อยละ 6822 และการศึกษาของ Marrs RP และคณะได้ตัวอ่อนร้อยละ 80 และ 60 ใน tubal disease และ idiopathic infertility7 ตามลำดับ การที่จะเจริญเป็นตัวอ่อนได้ดีหรือไม่นั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับน้ำยาที่ใช้เลี้ยงตัวอ่อนแล้ว คุณภาพของไข่และตัวอ่อนเองก็มีผลต่อการพัฒนาไปเป็นตัวอ่อนที่ดีด้วย  จากการศึกษาครั้งนี้พบว่าอัตราการแบ่งเซลล์โดยแยกตามช่วงอายุ ชนิดของน้ำยาเพาะลี้ยง และแยกตามวิธีการเพาะเลี้ยง มีค่าใกล้เคียงกันและไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.075, p = 0.250, p = 0.631 ตามลำดับ)  ดังตารางที่ 5 , 6 และ 7 ตามลำดับ จากการศึกษาครั้งนี้มีตัวอ่อนที่ถูกเคลื่อนย้ายกลับสู่โพรงมดลูก 188 ตัวอ่อน หรือร้อยละ 82.1 ต่อตัวอ่อนที่แบ่งเซลล์ หรือร้อยละ 67.6 ต่อจำนวนรอบที่เจาะไข่ได้ (105 รอบ) ซึ่งมากกว่าจากการศึกษาของ  Widra EA และคณะที่มีอัตราการย้ายกลับตัวอ่อนร้อยละ 60.2 ในกลุ่มที่อายุน้อยกว่า 40 ปี  ส่วนกลุ่มที่อายุมากกกว่า 40 ปี มีอัตราการย้ายกลับร้อยละ 48.823

               

สรุป (Conclusion)

การศึกษาวิจัยนี้พบว่า อัตราการแบ่งเซลล์และอัตราการเคลื่อนย้ายตัวอ่อนกลับสู่โพรงมดลูกอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้แต่อัตราการปฏิสนธิค่อนข้างต่ำ ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการปฏิสนธิของไข่กับอสุจิได้แก่ ชนิดของน้ำยาเพาะเลี้ยงตัวอ่อนและสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้จะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงคุณภาพของการให้บริการทางห้องปฏิบัติการชีววิทยาการเจริญพันธุ์ ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการศึกษาวิจัยในอนาคตต่อไป

 

 

เอกสารอ้างอิง (References)

1.        อร่าม โรจนสกุล. บทบาทของการปฏิสนธินอกร่างกายในการดูแลรักษาคู่สมรสที่มีบุตรยาก.  ใน: อร่าม  โรจนสกุล, บรรณาธิการ.  การปฏิสนธินอกร่างกายทางคลินิก. กรุงเทพมหานคร : บริษัท พี. เอ. ลิฟวิ่ง จำกัด 2539: 1-14.

2.        Steinkampf MP, Davis OK, Rosenwaks Z. Assisted Reproductive Technology. In: Carr BR, Blackwell RE, editors. Textbook of Reproductive medicine second edition. Stamford Connecticut: Appleton &Lange, 1999: 665-78.

3.        Elder K, Dale B. Oocyte retrieval and embryo culture. In: In vitro fertilization second edition. Cambrige, Cambrige University Press, 2000: 152-86.

4.        Fong CY. Oocyte identification, insemination and monitoring of cleavage. In: Bongso A, Ng SC, editors. Laboratory manual on assisted reproductive technology. Department of Obstetrics & Gynaecology, National University of Singapore 1991: 32-38.

5.        Vutyavanich T. Laboratory Management of ART. In : Workshop on Assisted Reproductive Technology (Basic &Advance Course) Jan 31-Feb 4-2000. Department of Obstetrics and Gynecology Faculty of Medicine Chaing Mai University 2000: 11-23.

6.        Edwards RG, Steptoe PC. Current status of in-vitro fertilization and implantation of human embryos. Lancet 1983; 2(8362): 1265-69.

7.        Marrs RP, Vargyas JM, Gibbons WE, Saito H, Mishell DR. A modified technique of human invitro fertilization and embryo transfer. Am J Obstet Gynecol 1983; 147: 318-22.

8.        Wood C, Downing B, Trounson A, Rogers P. Clinical implications of developments in in-vitro fertilization. BMJ 1984; 289: 978-80.

9.        Preutthipan S. In vitro fertilization and embryo transfer in assisted reproduction. J Rajavithi Hospital 1992; 3: 3-11.

10.     Inge GB, Brinsden PR, Elder KT. Oocyte number per live birth in IVF : were Steptoe and Edwards less wastefull ?. Hum Repro 2005; 20: 588-92.

11.     สมบูรณ์ คุณาธิคม.  การปฏิสนธินอกร่างกาย. ใน: สมบูรณ์ คุณาธิคม, บรรณาธิการ.  ภาวะมีบุตรยาก และเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์. กรุงเทพมหานคร: บริษัท พี.เอ. ลิฟวิ่ง จำกัด  2545: 177-200.

12.     สมพรชินสมบูรณ์, ศรีสิริ ชาตะสิงห์, แอนนา วงษ์กุหลาบ.  การปฏิบัติการเกี่ยวกับการปฏิสนธินอกร่างกาย. ใน: อร่าม โรจนสกุล, บรรณาธิการ. การปฏิสนธินอกร่างกายทางคลินิก. กรุงเทพมหานคร : บริษัท พี. เอ. ลิฟวิ่ง จำกัด 2539: 115-49.

13.     Gallardo E, Simon C, Levy M, Guanes PP, Remohi J, Pellicer A. Effect of age on sperm fertility potential: oocyte donation as a model. Fertil Steril 1996; 66: 260-4.

14.     Omland A, Abyholm T, Fedorcsak P, Ertzeid G, Oldereid NB,  Bjercke S, Tammbo T. Pregnancy outcome after IVF and ICSI in unexplained, endometriosis-associated and tubal factor infertility. Hum Repro 2005; 20: 722-27.

15.     Trouson A., Conti A. Research in human in-vitro fertilization and embryo transfer. BMJ 1982: 285; 244-7.

16.     Preutthipan S, Amso N, Curtis P, Shaw RW. Effect of maternal age on clinical outcome in wemen undergoing in-vitro fertilization and embryo transfer (IVF-ET). J Med AssoThai 1996; 79: 347-52.

17.     Leung PCS, Gronow MJ, Kellow GN, Lopata A, Speirs AL, McBain JC, du Plessis YP, Johnston I. Serum supplement in human in vitro fertilization and embryo development. Fertil Steril 1984; 41: 36-9.

18.     Prakash P, Leykin L, Chen Z, Toth T, Sayegh R, Schiff I, Isaacson K. Preparation by differential gradient centrifugation is better than swim-up in selecting sperm with normal morphology (strict criteria). Fertil Steril 1998; 69: 722-6.

19.     Barnhart K, Dunsmoor-Su R, Coutifaris C. Effect of endometriosis on in vitro fertilization. Fertil Steril 2002; 78: 1350-1

20.     Caro CM, Trouson A. successful fertilization, embry development and pregnancy in human in vitro fertilization (IVF) using a chemically defined culture medium containing no protein. J In Vitro Fert Embryo Transf  1996; 3: 215-7.

21.     Kunathikom S, Makemaharn O, Suksompong, Laokirkkiat P. Chromosome analysis of “failed-fertilized” human oocytes resulting from in-vitro fertilization and intracytoplasmic sperm injection. J Med Asso Thai 2001; 84: 532-8.

22.     Monks NJ, Turner K, Hooper MA, Kumar A, Verma S, Lenton EA. Development of embryos from natural cycle in-vitro fertilization: impact of medium type and female infertility factors. Hum Reprod 1993; 8: 266-71.

23.     Widra EA, Gindof PR, Smotrich DB, Stillman RJ. Achieving multiple-order embryo transfer identifies women over 40 years of age with improved in vitro fertilization outcome. Fertil Steril 1996; 65: 103-8.

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Heman Genome Project and Infertility Practice (โครงการจีโนมมนุษย์กับการดูแลรักษาภาวะมีบุตรยาก)
 
Hypersensitivity Reactions Induced by Paclitaxel : Focus on Premedication (การให้ยาป้องกันการเกิดภาวะภูมิไวเกิน(Hypersensitivity reactions )จากยา Paclitaxel )
 
Prevalence of Anemia in Pregnant Women at Srinagarind Hospital (ความชุกของภาวะเลือดจางในสตรีตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
Molar Pregnancy in Srinagarind Hospital (ภาวะครรภ์ไข่ปลาอุกในโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Obstetric and Gynecology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0