Untitled Document
 
 
 
 
Untitled Document
Home
Current issue
Past issues
Topic collections
Search
e-journal Editor page

Patient’s satisfaction and acceptance with medical students involvement in gynecology outpatient clinic at Srinagarind Hospital, Khon Kaen

ความพึงพอใจและความยอมรับของผู้รับบริการในกรณีนักศึกษาแพทย์มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาที่ห้องตรวจนรีเวชกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น

Pranom Buppasiri (ประนอม บุพศิริ) 1, Tawanwong Rattanasiri (ถวัลย์วงค์ รัตนสิริ) 2, Chompilas Chongsomchai (โฉมพิลาศ จงสมชัย) 3, Srinaree Kaewlaudee (ศรีนารี แก้วฤดี) 4, Pilaivan Kaebkaew (พิไลวรรณ กลีบแก้ว) 5, Rattana Komvilaisak (รัตนา คำวิลัยศักดิ์) 6




บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล ในการเรียนการสอนวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยานั้น จะมีความพิเศษและแตกต่างจากการตรวจผู้ป่วยในแผนกอื่น ๆ คือ นักศึกษาแพทย์จะต้องมีการตรวจภายในผู้ป่วยภายใต้การดูแลของอาจารย์    ซึ่งเป็นการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัว และส่วนที่ต้องการปกปิดของผู้รับบริการ   ทำให้ผู้รับบริการมีความลำบากใจในการให้ความร่วมมือ
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความพึงพอใจและความยอมรับของผู้รับบริการ ณ ห้องตรวจนรีเวชกรรมในกรณีที่มีนักศึกษาแพทย์มีส่วนร่วมในการดูแลรักษา
รูปแบบการศึกษา การศึกษาเชิงพรรณา
วิธีการ  ผู้มารับบริการที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกนรีเวชกรรมที่นักศึกษาแพทย์ทำหน้าที่ซักประวัติ  ตรวจร่างกายและตรวจภายใน  จำนวน 300 ราย  ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2546 - 30 มิถุนายน 2547 จะได้รับแบบสอบถาม สำรวจความพึงพอใจและการยอมรับในกรณีที่นักศึกษาแพทย์มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาหลังจากได้รับการตรวจภายในเรียบร้อยแล้ว
ผลการศึกษา  ผู้รับบริการห้องตรวจนรีเวชกรรม ร้อยละ 89.2 (264ใน 296 คน, 95% CI 84.95-92.38) ยินดีและยอมรับเมื่อถูกซักประวัติ   ตรวจร่างกายและตรวจภายใน โดยที่มีอาจารย์ผู้ดูแลตรวจภายในยืนยันด้วย เหตุผลหลัก คือ ผู้รับบริการทราบว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสอนและเพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้น คิดเป็นร้อยละ 81.3 มีผู้รับบริการร้อยละ 4.7 (14 ใน 296 คน, 95% CI 2.71-7.99) ไม่อยากให้นักศึกษาแพทย์ตรวจ เพราะไม่มีความมั่นใจและผู้รับบริการร้อยละ 6.1 (18 ใน 296 คน   ,  95% CI 3.75-9.61) มีความรู้สึกเฉย ๆ คือ การจะมีนักศึกษาแพทย์ตรวจด้วยหรือไม่ก็ได้
สรุป ผู้รับบริการที่มารับบริการที่ห้องตรวจนรีเวชกรรมโดยที่มีนักศึกษาแพทย์ทำหน้าที่ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจภายในร่วมกับอาจารย์แพทย์ มีความพึงพอใจและยอมรับค่อนข้างสูง  แต่ยังมีผู้รับบริการส่วนหนึ่งไม่ยอมรับวิธีการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์แบบนี้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นที่ผู้บริหารโรงเรียนแพทย์ต้องมีนโยบายชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนถึงวัตถุประสงค์หลักของโรงเรียนแพทย์ อาจารย์แพทย์ผู้ดูแลนักศึกษาต้องให้คำอธิบายแก่ผู้มารับบริการให้มีความเข้าใจต่อสถานะของโรงเรียนแพทย์และกระบวนการผลิตแพทย์เพื่อให้ผู้รับบริการมีความเข้าใจดีขึ้น  นอกจากนี้การอบรมสั่งสอนมารยาท  การปฏิบัติตัวของนักศึกษาต่อผู้มารับบริการก็มีความสำคัญยิ่งที่จะทำให้ผู้มารับบริการพึงพอใจมากขึ้น

Abstract

Background; In obstetrics and gynecology discipline, the fourth-year medical students have to    practice  vaginal examination in the patient under supervision to increase     their experiences. Vaginal examination is quite troubles both physically and     mentally for the patient.
Objective:  To assess patient's satisfaction and acceptance with the fourth-year medical     students involvement in gynecology outpatient clinic
Study design: Descriptive study
Method:  Three hundreds female patients, who had been taken history, conducted physical    examination and per vaginal examination by the fourth-year medical students    under supervision were asked to response the questionnaires during November 1,    2003  and  June 30, 2004.  
Results:  Eighty nine per cent (264 in 296,    95% CI 84.95-92.38) gynecologic outpatients    satisfied and accepted in the role of medical students to take history of illness,    conduct physical examination including per vaginal examination under     supervision. There were  small number of patients (4.7%  ,  95% CI 2.71-7.99)    unsatisfied with medical student involvement.
Conclusion:  Most of gynecologic outpatients satisfied and accepted in medical students' role    and recognize it was the essential part in teaching and leaning in medicine .There    were small number of patients still did not accept this practice . Therefore,  the    public or customers should be clearly informed about the faculty's policy and     role of  the hospital in  both academic training center and service center position.
   In addition, shaping up medical student's performance is also crucial factor to    gain patient's acceptance.

บทนำ

     ในขบวนการผลิตแพทย์เพื่อรับใช้สังคมนั้น ปัจจุบันใช้เวลา 6 ปี โดยใน 3 ปีแรกจะจัดเป็นการเรียนการสอนชั้นปรีคลินิก (มีการสอนบรรยายและการฝึกในห้องปฏิบัติการ) นักศึกษาแพทย์ยังไม่ค่อยได้สัมผัสกับผู้ป่วยจริงมากนัก   ส่วนใน 3 ปีหลัง เป็นการเรียนในชั้นคลินิก ซึ่งนักศึกษาแพทย์จะได้สัมผัสกับผู้ป่วยจริงมากขึ้น การที่นักศึกษาแพทย์ได้ฝึกทักษะทางคลินิกหรือฝึกปฏิบัติในผู้ป่วยจริงถือเป็นหัวใจของการเรียนแพทย์  ยิ่งนักศึกษาแพทย์มีโอกาสฝึกมากเท่าไหร่ก็จะทำให้มีความชำนาญมากขึ้น สร้างความมั่นใจให้กับตนเองมากขึ้น
     โรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งทำหน้าที่ 2 อย่างไปพร้อมกัน คือ เป็นโรงเรียนแพทย์เพื่อสอนและผลิตแพทย์ออกไปรับใช้สังคมโดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนั้นยังทำหน้าที่ให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยและ รับเป็นศูนย์การส่งต่อผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงต่าง ๆ จากทุกโรงพยาบาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกด้วย   ในส่วนของการเรียนการสอนวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยานั้น จะค่อนข้างมีความพิเศษและแตกต่างจากการตรวจผู้ป่วยในแผนกอื่น ๆ เพราะจะมีการตรวจภายใน ( ตรวจอวัยวะเพศ  ตรวจช่องคลอด  ตรวจมดลูก)  ซึ่งเป็นการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัว และส่วนที่ต้องการปกปิดของผู้รับบริการ ซึ่งทำให้ผู้รับบริการมีความลำบากใจในการให้ความร่วมมือ มีผู้รับบริการจำนวนไม่น้อยที่ปฏิเสธที่จะมารับการรักษาที่โรงเรียนแพทย์ เพราะรู้ว่าต้องถูกตรวจโดยนักศึกษาแพทย์หลายคน
     ปัจจุบัน หลักสูตรวิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาจะจัดสอนในนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4  เป็นเวลา  12 สัปดาห์ และจัดสอนในนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 อีก 6 สัปดาห์  จะมีนักศึกษาแพทย์หมุนเวียนมาที่ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาตลอดทั้งปีการศึกษา ขั้นตอนในการสอนที่แผนกผู้ป่วยนอกนรีเวชกรรม คือ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4 ต้องซักประวัติและตรวจภายในผู้รับบริการ ภายใต้การกำกับดูแลของอาจารย์ (มีอาจารย์ตรวจภายในยืนยันทุกครั้ง) จากนั้นจึงให้การวินิจฉัยโรค    หรือพิจารณาส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมก่อนให้การรักษา
     ในประเทศไทยยังไม่มีการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มารับบริการที่ห้องตรวจนรีเวชกรรม ในกรณีที่มีนักศึกษาแพทย์มีส่วนร่วมในการดูแลภายใต้การดูแลของอาจารย์ ดังนั้น การสำรวจความพึงพอใจของผู้มารับบริการจึงจำเป็นและสำคัญยิ่ง ที่จะให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้บริหารโรงพยาบาล อาจารย์แพทย์และนักศึกษาแพทย์ เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางปรับปรุงการเรียนการสอนให้เกิดความสอดคล้องกับความต้องการและพึงพอใจของทุกฝ่าย


วัตถุประสงค์

      เพื่อสำรวจความพึงพอใจและความยอมรับของผู้รับบริการ ในกรณีที่มีนักศึกษามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาที่ห้องตรวจนรีเวชกรรม    โรงพยาบาลศรีนครินทร์


วิธีการ 

      ผู้มารับบริการที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกนรีเวชกรรมที่นักศึกษาแพทย์ทำหน้าที่ซักประวัติ  ตรวจร่างกายและตรวจภายใน  จำนวน 300 ราย  ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2546 - 30 มิถุนายน 2547 จะได้รับแบบสอบถาม สำรวจความพึงพอใจและการยอมรับในกรณีที่นักศึกษาแพทย์มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาหลังจากได้รับการตรวจภายในและดูแลรักษาเรียบร้อยแล้ว   ผู้รับบริการบางคนตอบเอง  บางคนมีคนช่วยสัมภาษณ์  ( ในกรณีอ่านหนังสือไม่ออก)  และนำแบบสอบถามมาวิเคราะห์ด้วยสถิติ  ร้อยละ 
       งานวิจัยนี้ได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว


ผลการศึก

      ผลการสำรวจในผู้รับบริการ  300 คน  พบว่ามีข้อมูลบางส่วนไม่สมบูรณ์  จึงมีการวิเคราะห์  ในผู้รับบริการ  296  คน 

ข้อมูลทั่วไป

       ผู้มารับบริการที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกแผนกนรีเวชกรรม  ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 41-50 ปี  มีบุตร 2 คน  จบการศึกษาชั้นประถมศึกษา  และมีอาชีพทำไร่ทำนาเป็นส่วนใหญ่  (ตารางที่ 1)

ตารางที่ 1 ข้อมูลทั่วไป

อายุ

(จำนวน/ ร้อยละ)

จำนวนบุตร

(จำนวน/ร้อยละ)

การศึกษา

(จำนวน/ ร้อยละ)

อาชีพ

(จำนวน/ ร้อยละ)

น้อยกว่า 20 ปี       7 (2.3)

ไม่เคยมี            33(11)

ไม่ได้เรียน          7(2.3)

แม่บ้าน                 57(19)

20.30 ปี           51 (17)

กำลังตั้งครรภ์       1(0.3)

ประถมศึกษา    154 (51.3)

ทำไร่ทำนา           102(34)

31-40 ปี          87 (29)

1 คน                51(17)

มัธยมศึกษา       50 (16.7)

ค้าขาย               31(10.3)

41-50 ปี        95 (31.7)

2 คน              123(41)

อนุปริญญา        24(8)

รับจ้าง               39(13)

มากกว่า 50ปี        60 (20)

3 คน             58(19.3)

ปริญญา           59(19.7)

ธุรกิจส่วนตัว         11(3.7)

 

> 4 คน          34(11.3)

อื่นๆ                 6(2)

รับราชการ           40(13.3)

     

อื่นๆ                 20 (6.7)

 


รูปที่ 1 แสดงจำนวนครั้งการมาตรวจที่แผนกนรีเวชกรรมในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา

รูปที่ 2 แสดงเหตุผลที่เลือกมารักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์

รูปที่ 3 แสดงการใช้เวลารอก่อนได้รับการตรวจ

การให้บริการ

    จากการศึกษาพบว่า  การมารับบริการการตรวจรักษาที่ห้องตรวจนรีเวชกรรม  โรงพยาบาลศรีนครินทร์ในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา ส่วนมากเป็นผู้รับบริการรายใหม่ที่ยังไม่เคยมารับการรักษามาก่อน ร้อยละ 67 ( 201 ใน 296  คน)    มีผู้รับบริการร้อยละ 7.3 ( 22 ใน 296  คน)   ที่มารักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้มากกว่า 3 ครั้งใน1 ปี (รูปที่ 1)  เหตุผลส่วนใหญ่ที่ผู้มารับบริการเลือกมารักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คือ มีแพทย์ที่มีความชำนาญ ร้อยละ 44.3 มีชื่อเสียง  ร้อยละ 25.3   (รูปที่ 2) และผู้รับบริการส่วนใหญ่ร้อยละ 88 ทราบว่าเป็นโรงเรียนแพทย์  ระยะเวลาเฉลี่ยของผู้มารับบริการส่วนใหญ่ในการรอตรวจ คือ 1-2 ชม. (รูปที่ 3)  ผู้รับบริการส่วนใหญ่  ( ร้อยละ  68.3) ได้รับการซักประวัติและตรวจร่างกาย (ยกเว้นการตรวจภายใน) โดยนักศึกษาแพทย์ 1 คน  (รูปที่ 4)   

ความพึงพอใจและการยอมรับ
  ผู้รับบริการร้อยละ 89.2 ( 264 ใน 296  คน , 95% CI 84.95-92.38)   ยินดีและให้ความร่วมมือในกรณีที่มีนักศึกษาแพทย์ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจภายในซึ่งได้รับการตรวจยืนยันจากอาจารย์แพทย์อีกครั้ง (รูปที่ 5 ) เหตุผลหลักที่ผู้รับบริการให้ความร่วมมือ คือ มีความมั่นใจยิ่งขึ้นเพราะมีการตรวจซ้ำยืนยันผล ร้อยละ 41 และยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งของการสอนนักศึกษาแพทย์ ร้อยละ 40.3  มีผู้รับบริการมีร้อยละ  4.7(14 ใน 296 คน  ,  95% CI 2.71-7.99)  ที่ไม่ยินดีและให้ความร่วมมือให้นักศึกษาแพทย์ตรวจภายใน   เหตุผลหลัก  คือไม่มั่นใจในความสามารถของนักศึกษา
  สำหรับประโยชน์ที่ผู้มารับบริการได้รับจากการที่นักศึกษาแพทย์มาซักประวัติตรวจร่างกายและตรวจภายในนั้น มีหลายประการ ได้แก่ การได้รับการตรวจยืนยันจากอาจารย์ ทำให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้น ร้อยละ 78.7 ผู้รับบริการได้รับการซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด ร้อยละ 68.7 และรู้สึกผ่อนคลายไม่เครียด ร้อยละ 50.3 (รูปที่ 6)
 ในกรณีที่สามารถเลือกเพศของนักศึกษาแพทย์ที่มาทำการซักประวัติ และตรวจภายในได้ ผู้รับบริการส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.3 สามารถยอมรับทั้งนักศึกษาหญิงหรือชาย มีผู้รับบริการ ร้อยละ 31 ที่จะขอเลือกรับบริการจากเฉพาะนักศึกษาแพทย์หญิง โดยเหตุผลหลักคือ จะได้ไม่อาย เนื่องจากเป็นผู้หญิงด้วยกัน (รูปที่ 7)   ผู้รับบริการส่วนใหญ่ ร้อยละ 93.9 ยังต้องการมาตรวจที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ในอนาคต หากมีปัญหาด้านนรีเวชกรรมและอนุญาตให้นักศึกษาแพทย์ทำการซักประวัติ และตรวจภายในได้       มีเพียงผู้ป่วยส่วนน้อยที่จะมาตรวจแต่ไม่ยอมให้นักศึกษาแพทย์ตรวจ  อยากให้เฉพาะอาจารย์แพทย์  (รูปที่ 8) ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่ คือไม่มั่นใจในความสามารถของนักศึกษา
  เมื่อให้ผู้รับบริการประเมินนักศึกษาแพทย์ในภาพรวมด้านกิริยามารยาท  การปฏิบัติตัวกับผู้ป่วยพบว่าผู้รับบริการมีความเห็นว่าอยู่ในขั้นดีมาก  ร้อยละ  22.7  อยู่ในขั้นดี ร้อยละ   75  (รูปที่ 9 )

วิเคราะห์และวิจารณ์

  การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา กลุ่มประชากรเป้าหมายที่ต้องการจากการคำนวณคือ 288 คน จึงมีการเก็บข้อมูลในผู้รับบริการที่ห้องตรวจนรีเวชกรรม 300 คน แต่ข้อมูลบางส่วนไม่สมบูรณ์จึงเหลือตัวอย่างกลุ่มประชากร 296 คน ซึ่งยังเพียงพอต่อการศึกษาวิจัยและวิเคราะห์ผล  ข้อมูลส่วนใหญ่ได้จากการตอบแบบสอบถามแบบอ่านเองตอบเองในคำถามที่เข้าใจง่ายและผ่านการทดสอบแบบสอบถามมาแล้ว  จึงไม่น่าจะมีความคลาดเคลื่อนไม่น่าเชื่อถือ      จากผลการศึกษาครั้งนี้พบว่าผู้รับบริการที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก แผนกนรีเวชกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ส่วนใหญ่     มีความพึงพอใจและยอมรับกรณีที่มีนักศึกษาแพทย์มาทำการซักประวัติ และการตรวจภายในพร้อมกับอาจารย์แพทย์ผู้ดูแลนักศึกษาแพทย์ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ Hartz  และ Rizk1,2 ทั้งนี้อาจเนื่องจากผู้รับบริการส่วนใหญ่ทราบว่าที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นโรงเรียนแพทย์ เป็นสถานที่ที่มีการฝึกสอนนักศึกษาแพทย์ ทำให้ผู้รับบริการทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้วว่าอาจถูกตรวจโดยนักศึกษาแพทย์ อีกทั้งประกอบกับหน้าห้องตรวจจะมีโปสเตอร์แสดงขั้นตอนระหว่างรอเข้ารับการตรวจและจะมีพยาบาลอธิบายขั้นตอนในการรับบริการต่าง ๆ ว่าต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้างที่หน้าห้องตรวจจึงทำให้ผู้รับบริการเข้าใจในระดับหนึ่ง โดยเหตุผลหลักที่ผู้รับบริการให้ความร่วมมือในกรณีมีนักศึกษาแพทย์มาซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจภายใน คือ ความรู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนร่วมหรือส่วนหนึ่งในการสอนนักศึกษาแพทย์ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้รับบริการอีกร้อยละ 4.7 (14 ใน 296  คน)   ที่ไม่ยอมรับการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ด้วย วิธีนี้เพราะไม่มั่นใจในการตรวจของนักศึกษา และต้องเสียเวลาในการรอตรวจ
  สำหรับการเลือกเพศของผู้ตรวจนั้น ผู้รับบริการที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกแผนกนรีเวชกรรมส่วนใหญ่สามารถยอมรับการตรวจได้จากนักศึกษาแพทย์ทั้งเพศหญิงและเพศชาย ซึ่งคิดว่าเป็นทัศนคติที่ถูกต้อง เนื่องจากนักศึกษาแพทย์ชายและหญิงควรต้องได้รับโอกาสการเรียนรู้เท่าๆกัน ไม่ถูกกีดกั้นด้วยประเพณีและค่านิยมบางอย่าง ซึ่งจะต่างกับการศึกษาของ Rizk2 ที่ทำการศึกษาในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตที่พบว่านักศึกษาแพทย์หญิงจะได้รับการยอมรับจากผู้ป่วยมากกว่านักศึกษาแพทย์ชายอย่างมีนัยสำคัญ
  ความเห็นของผู้รับบริการถือเป็นกระจกเงาอย่างดีที่สะท้อนให้อาจารย์แพทย์รู้ว่าเราสอนนักศึกษาแพทย์ได้ผลดีเพียงใด  ไม่เฉพาะด้านทฤษฎี  แต่ต้องรวมถึงจริยธรรมอันดีงาม  การปฏิบัติตัวกับผู้ป่วยอย่างสุภาพ  มีมารยาท  ซึ่งผลการศึกษาก็พบว่าผู้รับบริการเห็นว่านักศึกษาแพทย์ปฏิบัติตัวได้ดี  และ ดีมากถึง  ร้อยละ 97
  ในกลุ่มคนที่ไม่ยินดีให้นักศึกษาแพทย์ตรวจนั้น  ซึ่งมีเหตุผลหลักคือไม่เชื่อมั่นในการตรวจของนักศึกษา  แต่หากได้ชี้แจงให้ผู้รับบริการเข้าใจว่าจะต้องมีการตรวจยืนยันจากอาจารย์แพทย์ทุกครั้ง  คิดว่าน่าจะทำให้ผู้รับบริการเข้าใจมากยิ่งขึ้น  และให้ความร่วมมือดีขึ้น
  สรุปโดยภาพรวมผู้รับบริการห้องตรวจผู้ป่วยนอก แผนกนรีเวชกรรม มีความพึงพอใจและยอมรับในบริการของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ซึ่งต้องมีนักศึกษาแพทย์มาเกี่ยวข้องดูแลด้วย   และมีความตั้งใจจะมารับบริการการรักษาที่นี่ต่ออีกในอนาคต หากมีปัญหาด้านนรีเวชกรรมอีก


ประโยชน์จากงานวิจัย

  งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์  และการให้บริการผู้ป่วยไปพร้อมๆกัน  ผลการศึกษาสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับผู้บริหาร  อาจารย์แพทย์ที่จะใช้ในการปรับปรุงองค์กรให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

ข้อเสนอแนะ

  1. ควรมีการเน้นย้ำขั้นตอนการเตรียมผู้ป่วยก่อนการได้รับบริการ  เพื่อความเข้าใจในการดูแลรักษาว่าจะต้องมีนักศึกษาแพทย์มาเกี่ยวข้องในขั้นตอนใดบ้างและมีการย้ำความมั่นใจโดยผู้รับบริการทุกคนต้องได้รับการดูแลภายใต้อาจารย์แพทย์เสมอ
  2. ควรมีการประเมินความพึงพอใจของของผู้รับบริการจากการให้บริการของแพทย์ประจำบ้านที่มาฝึกฝนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนรีเวชเวชกรรมด้วย  เพื่อเป็นการประเมินแพทย์ในภาพรวม  ทั้งด้านความรู้  ทักษะหัตถการ  พฤติกรรม และทัศนคติ

กิตติกรรมประกาศ

  คณะผู้วิจัยขอขอบพระคุณ ศาสตราจารย์แพทย์หญิงชวนชม  สกนธวัฒน์ หัวหน้าภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาที่กรุณาให้ความสนับสนุนในการทำวิจัย ขอขอบพระคุณฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ที่ให้การสนับสนุน เรื่องเงินทุนในการวิจัย และขอขอบพระคุณผู้รับบริการที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก แผนกนรีเวชกรรมทุกท่านที่กรุณาตอบแบบสอบถาม

 เอกสารอ้างอิง

1.   Hartz MB , Beal J. Patient's Attitudes and Comfort levels Regarding Medical Students'    Involvement in Obstetrics - Gynecology Out patient Clinics. Academic  Medicine     2000;75:1010-4.
2.   Rizk DEE, AI -Shebah A, EL-Zubeir MA, Thomas LB Hassan MY , Ezimokhai M.     Women 's perceptions of and experiences with medical student involvement in  outpatient    obstetric and gynecologic care in the United Arab Emirates. American  Journal of     Obstetrics and  Gynecology 2002, 1091-100.

 

Untitled Document
Article Location

Untitled Document
Article Option
       Abstract
       Fulltext
       PDF File
Untitled Document
 
ทำหน้าที่ ดึง Collection ที่เกี่ยวข้อง แสดง บทความ ตามที่ีมีใน collection ที่มีใน list Untitled Document
Another articles
in this topic collection

Heman Genome Project and Infertility Practice (โครงการจีโนมมนุษย์กับการดูแลรักษาภาวะมีบุตรยาก)
 
Hypersensitivity Reactions Induced by Paclitaxel : Focus on Premedication (การให้ยาป้องกันการเกิดภาวะภูมิไวเกิน(Hypersensitivity reactions )จากยา Paclitaxel )
 
Prevalence of Anemia in Pregnant Women at Srinagarind Hospital (ความชุกของภาวะเลือดจางในสตรีตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
Molar Pregnancy in Srinagarind Hospital (ภาวะครรภ์ไข่ปลาอุกในโรงพยาบาลศรีนครินทร์)
 
<More>
Untitled Document
 
This article is under
this collection.

Obstetric and Gynecology
 
 
 
 
Srinagarind Medical Journal,Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Copy Right © All Rights Reserved.
 
 
 
 

 


Warning: Unknown: Your script possibly relies on a session side-effect which existed until PHP 4.2.3. Please be advised that the session extension does not consider global variables as a source of data, unless register_globals is enabled. You can disable this functionality and this warning by setting session.bug_compat_42 or session.bug_compat_warn to off, respectively in Unknown on line 0